ตอนก่อนหน้าไม่มีตอนก่อนหน้าตอนต่อไปตอนที่ 2 ตรวจสอบพลังและรอสอบเข้าตอนที่ 1 ลืมตาตื่น7,453 ตัวอักษรคัดลอก18 pxกลางคืนกระดาษอ่านแล้ว 0%ตอนที่ 1 ลืมตาตื่น ห้องไม้เก่า ๆ เพดานต่ำ เตียงแข็ง กลิ่นฝุ่นจาง ๆ และลมหายใจของร่างมนุษย์ที่ยังไม่คุ้นเคย ลมยามเย็นลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างไม้เข้ามาเบา ๆ พัดม่านเก่าสีซีดให้ขยับไหวอยู่ตรงมุมห้อง ทุกอย่างธรรมดามาก... ธรรมดาจนแทบไม่น่าเป็นฉากเริ่มต้นของการมีอยู่ครั้งใหม่ ชายคนหนึ่งลืมตาขึ้นมา เขาแปลกใจเล็กน้อย พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง “ข้านิพพาน แล้วก็ดับสูญไปแล้วนี่ เกิดอะไรขึ้นกันนะ” ในขณะที่กำลัง คิด วิเคราะห์ แยกแยะ อยู่ ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังสะท้อนขึ้นในหัว พร้อมหน้าจอสีฟ้าที่คุ้นเคย [ ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง] [ สวัสดีโฮสต์ที่รัก นี่คือระบบเองจ้า] “หืม? ไม่น่าใช่นะ” [ติ๊ง ?] [โฮสต์รู้ได้ยังไงคะ?] ชายคนนี้ขมวดคิ้ว “เดาไม่ยาก พวกเจ้าเรียกข้ากลับมา ก็ต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างสิ” [ติ๊ง] [ขออภัยค่ะ ดิฉันขอแนะนำตัวเอง ท่านจะเรียกพวกเราว่า -ระบบ- เหมือนเดิมก็ได้ค่ะ] [พวกเราเรียกท่านกลับมา เพราะว่ามีคนบอกพวกเรามาว่ามีเพียงท่านเท่านั้นที่จะช่วยเหลือได้] ยูรันรีบพูดขึ้น “ใคร?” [พวกเราไม่ทราบค่ะ พวกเราแค่ได้ยินมาก่อนที่พวกเราจะดับสูญค่ะ] “เป็นผู้หญิงที่ดูหลอนๆ แล้วเวลาพูดจะมีเอฟเฟคเสียงสะท้อนเอคโค่ (echo) แล้วมันซ้อนกันจนได้ยินแค่คำว่า -....ของข้า .....ของข้า ......ของข้า- ใช่รึเปล่า?” [ใช่ค่ะ ท่านรู้ได้ยังไงอีกคะ?] “เอาเป็นว่าข้าแค่รู้จัก พูดต่อเถอะ” [พวกเราพ่ายแพ้ และล่มสลายค่ะ นางระบุชื่อมาเลยค่ะว่าเป็นท่าน "ยูรัน"] [พวกเราค้นหาชื่อนี้มานานมาก นับตั้งแต่การล่มสลายของเอกภพของพวกเราแต่ก็ไม่พบชื่อของท่านเลยแม้แต่นิดเดียว] [ข้อมูล ประวัติศาสตร์ ทุกอย่างเกี่ยวกับท่านเราไม่รู้อะไรเลยสักนิดเดียว] ยูรันรีบพูดขึ้นประหนึ่งอ่านความคิดของระบบออก “ข้าขอเดานะ หลังจากพยายามค้นหาอยู่หลายล้านปี พวกเจ้าก็คิดได้ว่า หรือว่าจะเป็นชื่อของเอกภพก่อนหน้า” [ใช่ค่ะ นี่ท่านอ่านใจคนอื่นได้รึเปล่าคะ?] “ถ้าไม่โง่เกินเยียวยา แค่ฟังมาถึงตรงนี้ก็พอเดาได้รึเปล่าวะ” พร้อมยักไหล่ ╮(︶▽︶)╭ [อะ... เอ่อ ขออภัยค่ะ ( (⊙口⊙) ใครมันจะไปรู้ขนาดนั้นวะค่ะ)] “เอาเถอะ ข้าเรียกมันว่าแบบนี้ เอกภพที่ข้าอยู่ข้าไม่รู้หรอกว่าจริงๆ เริ่มรอบวัฎจักรที่เท่าไร” “แต่ในเมื่อเป็นคนเดียว เหมือนที่นางบอก ข้าจะเริ่มนับว่าเอกภพของข้ามันคือ เอกภพที่ 1 แล้วกัน” “ส่วนของพวกเจ้าน่าจะน่าจะต่อจากเอกภพของข้าเลย เป็นเอกภพที่ 2 แล้วตอนนี้ก็เป็นเอกภพต่อมาคือเอกภพที่ 3 ” “ข้าพูดถูกไหม?” [ใช่ค่ะ ท่านพูดถูกอีกแล้ว สมแล้วที่เป็นท่านแค่ข้อมูลนิดเดียวก็รู้ถึงขนาดนี้แล้ว] “พอๆ เลิกชมสักที มัวแต่ชมเมื่อไรจะจบ (¬_¬)” [ค่ะๆ สรุปก็คือพวกเราหลังจากรู้ประวัติของท่าน ก่อนที่เอกภพที่ 2 จะล่มสลายลง พวกเราก็ซ่อนตัวอยู่ในมิติพิเศษ] [และได้สะสมพลังนับตั้งแต่นั้นมาจนถึงตอนนี้ เพื่อเรียกท่านให้หวนคืนกลับมาจากนิพพานค่ะ] “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” “แล้วจะให้ข้าทำอะไรมิทราบ ?” [พวกเราอยากให้ท่านช่วยค่ะ] [ประมาณว่า ช่วยโลกอะไรแบบนั้นอะค่ะ] “ไร้สาระ ข้าขี้เกียจ ข้านิพพานไปแล้วนะ หมายความว่าอะไร หมายความว่า โลกนี้จะระเบิด ดวงดาวล่มสลาย จักรวาลเละเป็นจุล เอกภพดับสูญ ข้าก็ไม่สนใจไงหละ ( ̄ー ̄)” [แต่ว่าท่านยูรัน ดิฉันทราบมาว่าท่านมี เปลแห่งดวงดาว] “อ่าห๊ะ แล้ว?” [ท่านลองดูสักนิดนึงไหมคะ? แม้ว่าดิฉันจะไม่มี เปลแห่งดวงดาว แต่ว่าท่านต้องสนใจแน่นอนเลยค่ะ] “โอ้ รู้จักซะด้วย น่าสนใจ รอแปปหนึ่งแล้วกัน ข้าขอดูก่อน” ยูรันหลับตาลงสัมผัสถึงเปลแห่งดวงดาว กลับพบว่ามีพันธะ โชคชะตา และเลือดเนื้อทางจิตวิญญาณอยู่อย่างละ 4 สาย เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนพูดว่า “ตกลงข้าจะจัดการให้” [ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง] [จริงเหรอคะ?] “จริง” “แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าจะข้าจะเจออะไรในเปลแห่งดวงดาว” [ตอนที่พวกเราปลุกพวกนางขึ้นมาเมื่อประมาณ 300 ปีก่อน พวกนางก็ปฏิเสธเหมือนท่านเลยค่ะ] [พวกเราได้บอกพวกนางว่ายังไงท่านก็กลับมาด้วยค่ะ พวกนางเลยตกลง] “ประมาณนั้นแหละ เรื่องของข้าเอาไว้เท่านี้ ต่อไปเรื่องของโลกนี้ง่ายๆ แล้วกัน” [โลกนี้เป็นโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นเซียนค่ะ ] [โลกนี้มีการแบ่งระดับออกเป็น 10 ระดับค่ะ] [ 1.หลอมรวมปราณ (Qi Condensation) 2.สร้างรากฐาน (Foundation Establishment) 3.แก่นทองคำ (Golden Core) 4.ก่อวิญญาณทารก (Nascent Soul) 5.แปลงจิตวิญญาณเทพ (Transformation Spirit) 6.หลอมสุญญตา (Void Refinement) 7.หลอมรวมเต๋า (Tao Integration) 8.มหายาน (Mahayana) 9.นักบุญ (Saint / Sage) 10.เทพ (God) ] [ในแต่ละระดับแบ่งออกเป็น 3 ระดับย่อยค่ะ ขั้นต้น (Initial) ขั้นกลาง (Intermediate) ขั้นสูง (Advanced) และทุกการเลื่อนระดับใหญ่จำเป็นต้องข้ามทัณฑ์สวรรค์เสมอค่ะ] [ส่วนค่าเงิน ใช้เป็นเหรียญวิญญาณค่ะ] “ไม่ใช่หินวิญญาณ? แปลกชะมัดในนิยายจีน นิยมใช้หินวิญญาณกันนะ” [ท่านค่ะ นี่มันไม่ใช่นิยาย ไม่ใช่เหรอคะ?] ....(;一_一) ยูรันรีบไอแก้เขิน “แค่กๆ อะแฮ่ม ลืมตัวไปหน่อย ต่อได้เลย” [เท่านี้แหละค่ะ ท่านอยากรู้อะไรเพิ่มเติมไหมคะ?] “งั้นไม่ต้องอะพอแล้ว เดี๋ยวอันอื่นข้าหาข้อมูลเองแล้วกัน” [งั้นท่านต้องการให้พวกเราช่วยอะไรเพิ่มไหมคะ อย่างเช่น รากปราณพิเศษ กายพิเศษ ทักษะระดับสวรรค์---] “พอๆ หยุดอยู่ตรงนั้น เลิกมโนแล้วคิดว่ามันพิเศษสักที มีสมองก็รู้ว่ามันแค่ทำให้อะไรๆ เร็วขึ้น อย่างพวกกายาเบญจธาตุห่าหอกเหวอะไรที่งอกร่างกายใหม่ ขยายยืดหดได้ กันความร้อน แค่รู้โครงสร้างร่างกายแล้วใช้ปราณควบคุมเซลล์เองก็ทำได้เหมือนกันไหม ข้าไม่ค่อยแปลกใจนักว่าทำไมถึงมีแต่พวกโง่เต็มไปหมด” [ ติ๊ง (°ー°〃) ] [ พวกเราขออภัยที่ไร้ความสามารถค่ะ ] [ แล้วท่านต้องการสิ่งใดคะ? ] “เอาเงินมาก็พอสักล้านล้านล้านเหรียญ? กับพวกของจิปาถะทุกอย่างเป็นไง เช่น ไม้ อิฐ หิน ดิน ปูน ตะปู หม้อ กระทะ เนื้อต่างๆ ขอแบบไม่เน่าถาวรนะ เยอะๆ เลย แค่นี้น่าจะเสกได้ใช่ไหม” “อ้อ เกือบลืม ช่องเก็บของด้วยนะ อุตส่าห์ Cosplay เหมือนระบบในเกมก็น่าจะมีนะ” [ ได้ค่ะ ขอเวลาสักครู่ ] . . . [ ติ๊ง เรียบร้อยค่ะ ดิฉันขอจำศีลก่อนนะคะ ใช้พลังมากกว่าที่คิด ] “อ่อนแอซะจริง เสกของแค่นี้ทำเป็นพลังหมด” [ ขออภัยค่ะ ถ้าอย่างงั้น---] “พักสักหน่อยเถอะ พยายามมาหลายล้านปีแล้วนี่ ดูข้าเหมือนดูซีรีส์เรื่องหนึ่งแล้วกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ” ระบบเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบกลับ [ขอบคุณ สำหรับความช่วยเหลือค่ะ ท่านยูรัน] หลังสิ้นเสียง ระบบก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือเพียงช่องเก็บของ กับจำนวนเงินอันมหาศาลและของใช้จิปาถะทั่วๆไป ห้องไม้เก่ากลับมาเงียบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง และกลิ่นฝุ่นจาง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ยูรันนั่งอยู่บนเตียงอีกครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองดูหมู่บ้านเล็ก ๆ เชิงเขา ถนนดินแคบ ๆ มีผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบ พร้อมคิดในใจเรื่อยเปื่อย 'ระบบพลัง ระดับน้อยมาก นิยายปกตินี่ต้องมีแดนสวรรค์ นรก แดนเซียนเยอะแยะวุ่นวาย แต่ก็ดีโลกนี้ดูมีเหตุผลมากกว่านิดหน่อยนะ แถมยังล้าหลังอีกต่างหาก' 'ช่างแม่ง วันนี้นอนเพิ่มอีกหน่อย แล้วพรุ่งนี้ค่อยลองทดสอบอะไรหลายๆ อย่าง' คิดเสร็จเขาก็ล้มตัวลงนอน ห่มผ้าให้ตัวเองแล้วหลับอย่างรวดเร็ว ปล่อยเวลาผ่านไปแบบนั้น หลับยาวจนกระทั่งเช้าวันใหม่ อีกด้านหนึ่ง หญิงสาวทั้งสี่กำลังนั่งจ้องหน้ากันอย่างเงียบงัน ส่วนคนรับใช้ทั้งแปดยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ไม่ไกล แม้จะยืนปะปนกันเป็นแถวเดียว แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าตนสังกัดนายหญิงคนใด เพราะหญิงสาวทั้งสี่ล้วนมีคนรับใช้ประจำตัวคนละสองคนพอดี บรรยากาศกดดันจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง พวกนางไม่รู้ว่าสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด รู้เพียงว่า หากเผลอหลุดปากพูดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ศีรษะของตนอาจหลุดจากบ่าได้ทันที จนกระทั่งหญิงสาวคนที่สี่เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “พวกพี่เองก็สัมผัสได้เหมือนกันใช่ไหม เปลแห่งดวงดาวมีการเคลื่อนไหว” หญิงสาวที่ดูคล้ายพี่ใหญ่ที่สุดพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ ข้ารู้แล้ว” หญิงสาวที่ดูเหมือนเป็นคนรองถอนหายใจเล็กน้อย “ใช้เวลานานกว่าที่คิดเสียอีก” ส่วนหญิงสาวคนที่สามหลุบตาลง ราวกับนึกถึงวันเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา “ใช่... ยี่สิบปี” หญิงสาวคนที่สี่กำมือแน่น ก่อนเอ่ยเสียงเบา “ตอนนี้พวกเรายังไปหาท่านไม่ได้ พวกเรายังไม่พร้อม” หญิงสาวคนรองหลุบตาลงเล็กน้อย “แต่ในเมื่อเปลแห่งดวงดาวมีการเคลื่อนไหว ท่านพ่อต้องรู้แล้วแน่ๆ” หญิงสาวคนที่สามเงยหน้าขึ้น แววตานิ่งสนิท “แบบนั้นก็รอข่าวจากท่านได้เลย” ท้ายที่สุด หญิงสาวที่ดูคล้ายพี่ใหญ่ที่สุดจึงกล่าวเสียงเรียบ แต่หนักแน่น “อืม ฟื้นฟูต้นกำเนิดรอท่านพ่อเถอะ” สิ้นเสียงนั้น คนรับใช้ทั้งแปดต่างก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิมโดยไม่ได้นัดหมาย ราวกับเพียงรับรู้คำว่า “ท่านพ่อ” ก็เพียงพอให้พวกนางแตะต้องความลับที่ไม่สมควรรู้แล้ว ตอนก่อนหน้าไม่มีตอนก่อนหน้าตอนต่อไปตอนที่ 2 ตรวจสอบพลังและรอสอบเข้า