publish/chapter
Novel Reader
ตอนที่ 1: ลืมตาตื่น (1)
ห้องไม้เก่า ๆ เพดานต่ำ เตียงแข็ง กลิ่นฝุ่นจาง ๆ และลมหายใจของร่างมนุษย์ที่ยังไม่คุ้นเคย ลมยามเย็นลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างไม้เข้ามาเบา ๆ พัดม่านเก่าสีซีดให้ขยับไหวอยู่ตรงมุมห้อง ทุกอย่างธรรมดามาก... ธรรมดาจนแทบไม่น่าเป็นฉากเริ่มต้นของการมีอยู่ครั้งใหม่
ชายคนหนึ่งลืมตาขึ้นมา เขาแปลกใจเล็กน้อย พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง
"ข้านิพพาน แล้วก็ดับสูบไปแล้วนี่ เกิดอะไรขึ้นกันนะ"
ในขณะที่กำลัง ค.ว.ย (คิด วิเคราะห์ แยกแยะ) อยู่ ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังสะท้อนขึ้นในหัว พร้อมหน้าจอสีฟ้าที่คุ้นเคย
[ ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง]
[ สวัสดีโฮสต์ที่รัก นี่คือระบบเองจ้า]
"โอ้? Cosplay เป็นระบบซะด้วย เลิกเล่นซะ แล้วเข้าเรื่อง"
[ติ๊ง ?]
[โฮสต์รู้ได้ยังไงคะ?]
ชายคนนี้ขมวดคิ้ว "พวกเจ้าเรียกข้ากลับมา ก็ต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างสิ แล้ว Cosplay เป็นระบบนี่คิดว่าอยู่ในนิยายรึไง"
-กล่องบรรยายผู้เขียน- ก็นี่มันนิยายนะเห้ย (꒪⌓꒪) ...
ชายคนนี้พูดต่อ "เรื่องนี้จริงจังไม่ใช่รึไง มีอะไรก็รีบพูดมา ข้าจะไม่พูดซ้ำเป็นครั้งที่ 3"
[ติ๊ง]
[ขออภัยค่ะ ดิฉันขอแนะนำตัวเอง ท่านจะเรียกพวกเราว่า -ระบบ- เหมือนเดิมก็ได้ค่ะ]
[พวกเราเรียกท่านกลับมา เพราะว่ามีคนบอกพวกเรามาว่ามีเพียงท่านเท่านั้นที่จะช่วยเหลือได้]
ยูรันรีบพูดขึ้น "ใคร?"
[พวกเราไม่ทราบค่ะ พวกเราแค่ได้ยินมาก่อนที่พวกเราจะดับสูญค่ะ]
"เป็นผู้หญิงที่ดูหลอนๆ แล้วเวลาพูดจะมีเอฟเฟคเสียงสะท้อนเอคโค่ (echo) แล้วมันซ้อนกันจนได้ยินแค่คำว่า -....ของข้า .....ของข้า ......ของข้า- ใช่รึเปล่า?"
[ใช่ค่ะ ท่านรู้ได้ยังไงอีกคะ?]
"เอาเป็นว่าข้าแค่รู้จัก พูดต่อเถอะ"
[พวกเราพ่ายแพ้ และล่มสลายค่ะ นางระบุชื่อมาเลยค่ะว่าเป็นท่าน "ยูรัน"]
[พวกเราค้นหาชื่อนี้มานานมาก นับตั้งแต่การล่มสลายของเอกภพของพวกเราแต่ก็ไม่พบชื่อของท่านเลยแม้แต่นิดเดียว]
[ข้อมูล ประวัติศาสตร์ ทุกอย่างเกี่ยวกับท่านเราไม่รู้อะไรเลยสักนิดเดียว]
ยูรันรีบพูดขึ้นประหนึ่งอ่านความคิดของระบบออก "ข้าขอเดานะ หลังจากพยายามค้นหาอยู่หลายล้านปี พวกเจ้าก็คิดได้ว่า หรือว่าจะเป็นชื่อของเอกภพก่อนหน้า"
[ใช่ค่ะ นี่ท่านอ่านใจคนอื่นได้รึเปล่าคะ?]
"ถ้าไม่โง่เกินเยียวยา แค่ฟังมาถึงตรงนี้ก็พอเดาได้รึเปล่าวะ" พร้อมยักไหล่ ╮(︶▽︶)╭
[อะ... เอ่อ ขออภัยค่ะ ( (⊙口⊙) ใครมันจะไปรู้ขนาดนั้นวะค่ะ)]
"เอาเถอะ ข้าเรียกมันว่าแบบนี้ เอกภพที่ข้าอยู่ข้าไม่รู้หรอกว่าจริงๆ เริ่มรอบวัฎจักรที่เท่าไร"
"แต่ในเมื่อเป็นคนเดียว เหมือนที่นางบอก ข้าจะเริ่มนับว่าเอกภพของข้ามันคือ เอกภพที่ 1 แล้วกัน"
"ส่วนของพวกเจ้าน่าจะน่าจะต่อจากเอกภพของข้าเลย เป็นเอกภพที่ 2 แล้วตอนนี้ก็เป็นเอกภพต่อมาคือเอกภพที่ 3 "
"ข้าพูดถูกไหม?"
[ใช่ค่ะ ท่านพูดถูกอีกแล้ว สมแล้วที่เป็นท่านแค่ข้อมูลนิดเดียวก็รู้ถึงขนาดนี้แล้ว]
"พอๆ เลิกชมสักที มัวแต่ชมเมื่อไรจะจบ (¬_¬)"
[ค่ะๆ สรุปก็คือพวกเราหลังจากรู้ประวัติของท่าน ก่อนที่เอกภพที่ 2 จะล่มสลายลง พวกเราก็ซ่อนตัวอยู่ในมิติพิเศษ]
[และได้สะสมพลังนับตั้งแต่นั้นมาจนถึงตอนนี้ เพื่อเรียกท่านให้หวนคืนกลับมาจากนิพพานค่ะ]
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง"
"แล้วจะให้ข้าทำอะไรมิทราบ ?"
[พวกเราอยากให้ท่านช่วยค่ะ]
[ประมาณว่า ช่วยโลกอะไรแบบนั้นอะค่ะ]
"ไร้สาระ ข้าขี้เกียจ ข้านิพพานไปแล้วนะ หมายความว่าอะไร หมายความว่า โลกนี้จะระเบิด ดวงดาวล่มสลาย จักรวาลเละเป็นจุล เอกภพดับสูญ ข้าก็ไม่สนใจไงหละ ( ̄ー ̄)"
[แต่ว่าท่านยูรัน ดิฉันทราบมาว่าท่านมี เปลแห่งดวงดาว]
"อ่าห๊ะ แล้ว?"
[ท่านลองดูสักนิดนึงไหมคะ? แม้ว่าดิฉันจะไม่มี เปลแห่งดวงดาว แต่ว่าท่านต้องสนใจแน่นอนเลยค่ะ]
"โอ้ รู้จักซะด้วย น่าสนใจ รอแปปหนึ่งแล้วกัน ข้าขอดูก่อน"
ยูรันหลับตาลงสัมผัสถึงเปลแห่งดวงดาวกลับผมว่ามีพันธะ โชคชะตา เลือดเนื้อทางจิตวิญญาณ อยู่ถึงอย่างละ 4 อัน เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนพูดว่า
"ตกลงข้าจะจัดการให้"
[ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง]
[จริงเหรอคะ?]
"จริง"
"แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าจะข้าจะเจออะไรในเปลแห่งดวงดาว"
[ตอนที่พวกเราปลุกพวกนางขึ้นมาเมื่อประมาณ 300 ปีก่อน พวกนางก็ปฏิเสธเหมือนท่านเลยค่ะ]
[พวกเราได้บอกพวกนางว่ายังไงท่านก็กลับมาด้วยค่ะ พวกนางเลยตกลง]
"ประมาณนั้นแหละ เรื่องของข้าเอาไว้เท่านี้ ต่อไปเรื่องของโลกนี้ง่ายๆ แล้วกัน"
[โลกนี้เป็นโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นเซียนค่ะ ]
[แม้จะไม่เท่ากับโลกเดิมของท่านที่==วิท==ยาการทาง==วิท==ยาศาสตร์ขึ้นสู่จุดสูงสุด และท่านก็ใช้มันร่วมกับการบำเพ็ญเพียร]
[ขนาดโลกของพวกเรา==วิท==ยาการและองค์ความรู้ก็สู้โลกของท่านไม่ได้ค่ะ]
[โลกนี้มีการแบ่งระดับออกเป็น 10 ระดับค่ะ]
[ 1.หลอมรวมปราณ (Qi Condensation) 2.สร้างรากฐาน (Foundation Establishment) 3.แก่นทองคำ (Golden Core) 4.ก่อวิญญาณทารก (Nascent Soul) 5.แปลงจิตวิญญาณ (Transformation Spirit) 6.หวนคืนสู่ความว่างเปล่า (Void Refinement) 7.หลอมรวมเต๋า (Tao Integration) 8.มหายาน (Mahayana) 9.นักบุญ (Saint / Sage) 10.เทพ (God) ]
[ในแต่ละระดับแบ่งออกเป็น 3 ระดับย่อยค่ะ ขั้นตั้น (Initial) ขั้นกลาง (Intermediate) ขั้นสูง (Advanced) และในทุกๆการเลื่อนระดับใหญ่จพเป็นจะต้องข้ามทัณฑ์สวรรค์เสมอค่ะ]
[ส่วนค่าเงิน ใช้เป็นเหรียญวิญญาณค่ะ]
"ไม่ใช่หินวิญญาณ? แปลกชะมัดในนิยายจีน นิยมใช้หินวิญญาณกันนะ"
[ท่านค่ะ ท่านพึ่งพูดว่านี่มันไม่ใช่นิยายไม่ใช่เหรอคะ?]
....(;一_一)
ยูรันรีบไอแก้เขิน "แค่กๆ อะแฮ่ม ลืมตัวไปหน่อย ต่อได้เลย"
[เท่านี้แหละค่ะ ท่านอยากรู้อะไรเพิ่มเติมไหมคะ?]
"งั้นไม่ต้องอะพอแล้ว เดี๋ยวอันอื่นข้าหาข้อมูลเองแล้วกัน"
[งั้นท่านต้องการให้พวกเราช่วยอะไรเพิ่มไหมคะ อย่างเช่น รากปราณพิเศษ กายพิเศษ ทักษะระดับสวรรค์---]
"พอๆ หยุดอยู่ตรงนั้น เลิกมโนแล้วคิดว่ามันพิเศษสักที มีสมองก็รู้ว่ามันแค่ทำให้อะไรๆ เร็วขึ้น อย่างพวกกายาเบญจธาตุห่าหอกเหวอะไรที่งอกร่างกายใหม่ ขยายยืดหดได้ กันความร้อน แค่รู้โครงสร้างร่างกายแล้วใช้ปราณควบคุมเซลล์ เองก็ทำได้เหมือนกันไหม ข้าไม่ค่อยแปลกใจนักทำไหมถึงมีแต่พวกโง่เต็มไปหมด"
[ ติ๊ง (°ー°〃) ]
[ พวกเราขออภัยที่ไร้ความสามารถค่ะ ]
[ แล้วท่านต้องการสิ่งใดคะ? ]
"เอาเงินมาก็พอสักล้านล้านล้านเหรียญ? กับพวกของจิปาถะทุกอย่างเป็นไง เช่น ไม้ อิฐ หิน ดิน ปูน ตะปู หม้อ กระทะ เนื้อต่างๆ ขอแบบไม่เน่าถาวรนะ เยอะๆ เลย แค่นี้น่าจะเสกได้ใช่ไหม"
"อ้อ เกือบลืม ช่องเก็บของด้วยนะ อุส่า Cosplay เหมือนระบบในเกมก็น่าจะมีนะ"
[ ได้ค่ะ ขอเวลาสักครู่ ]
.
.
.
[ ติ๊ง เรียบร้อยค่ะ ดิฉันขอจำศีลก่อนนะคะ ใช้พลังมากกว่าที่คิด ]
"อ่อนแอซะจริง เสกของแค่นี้ทำเป็นพลังหมด"
[ ขออภัยค่ะ ถ้าอย่างงั้น---]
"เดี๋ยวก่อน"
[คะ?]
"พักสักหน่อยเถอะ พยายามมาหลายล้านปีแล้วนี่ ดูข้าเหมือนดูซีรี่ส์เรื่องนึงแล้วกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ"
ระบบเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบกลับ
[ขอบคุณ สำหรับความช่วยเหลือค่ะ ท่านยูรัน]
หลังสิ้นเสียง ระบบก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือเพียงช่องเก็บของ กับจำนวนเงินอันมหาศาลและของใช้จิปาถะทั่วๆไป
ห้องไม้เก่ากลับมาเงียบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง และกลิ่นฝุ่นจาง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ยูรันนั่งอยู่บนเตียงอีกครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองดูหมู่บ้านเล็ก ๆ เชิงเขา ถนนดินแคบ ๆ มีผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบ พร้อมคิดในใจเรื่อยเปื่อย
'ระบบพลัง ระดับน้อยมาก นิยายปกตินี่ต้องมีแดนสวรรค์ นรก แดนเซียนเยอะแยะวุ่นวาย แต่ก็ดีโลกนี้ดูมีเหตุผลมากกว่านิดหน่อยนะ แถมยังล้าหลังอีกต่างหาก'
'ช่างแม่ง วันนี้นอนเพิ่มอีกหน่อย แล้วพรุ่งนี้ค่อยลองทดสอบอะไรหลายๆ อย่าง'
คิดเสร็จเขาก็ล้มตัวลงนอน ห่มผ้าให้ตัวเองแล้วหลับอย่างรวดเร็ว ปล่อยเวลาผ่านไปแบบนั้น หลับยาวจนกระทั่งเช้าวันใหม่
อีกด้านหนึ่ง หญิงสาวทั้งสี่กำลังนั่งจ้องหน้ากันอย่างเงียบงัน ส่วนคนรับใช้ทั้งแปดยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ไม่ไกล แม้จะยืนปะปนกันเป็นแถวเดียว แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าตนสังกัดนายหญิงคนใด เพราะหญิงสาวทั้งสี่ล้วนมีคนรับใช้ประจำตัวคนละสองคนพอดี บรรยากาศกดดันจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง พวกนางไม่รู้ว่าสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด รู้เพียงว่า หากเผลอหลุดปากพูดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ศีรษะของตนอาจหลุดจากบ่าได้ทันที
จนกระทั่งหญิงสาวคนที่สี่เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
“พวกพี่เองก็สัมผัสได้เหมือนกันใช่ไหม เปลแห่งดวงดาวมีการเคลื่อนไหว”
หญิงสาวที่ดูคล้ายพี่ใหญ่ที่สุดพยักหน้าเบา ๆ
“ใช่ ข้ารู้แล้ว”
หญิงสาวที่ดูเหมือนเป็นคนรองถอนหายใจเล็กน้อย
“ใช้เวลานานกว่าที่คิดเสียอีก”
ส่วนหญิงสาวคนที่สามหลุบตาลง ราวกับนึกถึงวันเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา
“ใช่... ยี่สิบปี”
หญิงสาวคนที่สี่กำมือแน่น ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“ตอนนี้พวกเรายังไปหาท่านไม่ได้ พวกเรายังไม่พร้อม”
หญิงสาวคนรองหลุบตาลงเล็กน้อย
“แต่ในเมื่อเปลแห่งดวงดาวมีการเคลื่อนไหว ท่านพ่อต้องรู้แล้วแน่ๆ”
หญิงสาวคนที่สามเงยหน้าขึ้น แววตานิ่งสนิท
“แบบนั้นก็รอข่าวจากท่านได้เลย”
ท้ายที่สุด หญิงสาวที่ดูคล้ายพี่ใหญ่ที่สุดจึงกล่าวเสียงเรียบ แต่หนักแน่น
“อืม ฟื้นฟูต้นกำเนิดรอท่านพ่อเถอะ”
สิ้นเสียงนั้น คนรับใช้ทั้งแปดที่ยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ไม่ไกลต่างก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิมโดยไม่ได้นัดหมาย เหงื่อเย็นผุดซึมตามขมับ ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ราวกับเพียงรับรู้คำว่า “ท่านพ่อ” ก็เพียงพอให้พวกนางเข้าไปแตะต้องความลับที่ไม่สมควรรู้แล้ว
เปลแห่งดวงดาว คล้ายสิ่งที่เชื่อมกันด้วยอะไรบางอย่างผ่านดวงดาว เช่น ความคิดที่เชื่อมถถึงกัน จิตวิญญาณ เลือดเนื้อเชื้อไข โชคชะตา ที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างยอมรับหรือฝ่ายที่มีสถานะอำนาจมากกว่าเชื่อมต่อเอง สามารถสื่อสาร สัมผัสถึงกัน หรือแม้แต่ส่งของให้กันได้เพราะรู้ถึงที่อยู่หรือพิกัดนั่นเอง
ต้นกำเนิด สิ่งที่ขัดต่อกฏเกณฑ์ของโลกบางอย่างที่เหล่าดวงดาวอนุญาตให้ใช้ หมายถึง ผู้ที่คนทั่วไปยอมรับในสิ่งหนึ่ง เช่น ราชาเป็นราชา เพราะประชาชนเรียกว่า ราชา