คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 10 ป้ายหยก 37,154 ตัวอักษร

ตอนที่ 10 ป้ายหยก 3

ความเงียบแปลกประหลาดค้างอยู่ริมสระมรกตอยู่นานหลายลมหายใจ

หนานอวี้แทบคลั่ง "กรี๊ดดดด เจ้ารีบบอกข้าสักที ข้าอยากรู้จนจะลงแดงตายอยู่แล้วเนี่ย"

ยูรันเหลือบมองนาง ก่อนถอนหายใจเหมือนคนหมดหวังกับโลกใบนี้

"ข้าผิดหวังมากในตัวศิษย์พี่รอง ท่านอาจารย์ไม่เท่าไร เพราะวัน ๆ เอาแต่นอน ส่วนศิษย์พี่สาม เอ่อ ช่างมันละกัน"

ไป๋หลิง "..."

หลิงเยวี่ย "..."

หนานอวี้ "..."

ยูรันหันไปมองไป๋หลิงด้วยสีหน้าจริงจัง

"เพราะท่านเป็นคนตรวจบัญชี แต่กลับไม่คิดอะไรเลยสักอย่าง ข้าว่าท่านไม่เหมาะกับการทำบัญชีหรอก เปลี่ยนคนดีกว่าไหม"

ไป๋หลิงกำหมัดแน่น สีหน้าเย็นชาของนางเริ่มมีรอยร้าวอย่างเห็นได้ชัด

"ก็รีบ ๆ พูดมาสักที"

ยูรันส่ายหน้าเบา ๆ

"เฮ้อ จนท้ายที่สุดก็ยังไม่คิดก็ได้ ข้าถามชิงอวี้กับศิษย์พี่สามว่า ข้าเก่งรึเปล่าที่ขโมยมาได้ พอคิดออกยัง?"

หลานชิงอวี้ครุ่นคิดทันที

หนานอวี้คิดยังไงก็คิดไม่ออก เพราะในหัวของนางยังวนเวียนอยู่กับกลิ่นหมูปิ้งและรสข้าวเหนียวเมื่อครู่

ไป๋หลิงรีบจัดเรียงข้อมูลทั้งหมดในหัวอีกครั้ง

หลิงเยวี่ยเองก็คิดตามเหมือนกัน แต่คำว่าเก่งหรือไม่เก่งยังดูไม่เกี่ยวกับเรื่องขโมยหยกแม้แต่น้อย

เย่อ้าวเทียนเห็นสีหน้าของทุกคนเริ่มเปลี่ยนไป จึงรีบพูดดักก่อนจะแย่ไปกว่านี้

"ศิษย์น้อง..."

"ข้าคิดไม่ออก" หลิงเยวี่ยขัดขึ้นเสียงเรียบ "สรุปแล้วเกี่ยวอะไรกับที่เจ้าเก่งไม่เก่ง"

ยูรันเอียงคอเล็กน้อย

"ก็ข้ายังไม่มีปราณนะ? ไม่เก่งเหรอ?"

หลานชิงอวี้ชะงักทันที ไม่มีปราณ เก่ง ไม่เก่ง

คำเหล่านั้นหมุนวนอยู่ในหัวของนางอย่างรวดเร็ว เหมือนมีบางอย่างกำลังจะต่อเข้าที่ แต่ยังขาดอีกเพียงเสี้ยวเดียว

ยูรันยกมือขึ้นเล็กน้อย

"อะ ๆ ข้าใบ้ให้อีกหน่อย พวกท่านจะได้ใช้สมองคิดบ้าง"

เขาเหลือบมองเย่อ้าวเทียนแวบหนึ่ง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย

"ศิษย์พี่เย่อยู่ครึ่งก้าวสู่ก่อกำเนิดวิญญาณทารกนะ"

เปรี๊ยะ

ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางความคิดของหลานชิงอวี้

นางเบิกตากว้าง ก่อนหันขวับไปมองเย่อ้าวเทียน

"ใช่... ศิษย์พี่ยูไม่มีรากปราณ จะขโมยของจากศิษย์พี่เย่ที่ใกล้จะขึ้นก่อกำเนิดวิญญาณทารกได้ยังไง"

นางพูดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

"ถ้าคนข้างนอกได้ยินเข้า พวกเขาจะไม่คิดว่าศิษย์พี่เย่อ่อนแอถึงขนาดให้คนธรรมดามาขโมยของส่วนตัวได้หรอกหรือ"

ริมสระมรกตเงียบลงทันที

หนานอวี้ที่ยังคาบหมูปิ้งอยู่ถึงกับชะงัก ดวงตาของนางค่อย ๆ เบิกกว้าง

"เออจริงด้วย..."

นางรีบกลืนหมูปิ้งลงคอ ก่อนหันไปมองเย่อ้าวเทียนด้วยสีหน้าประหลาด

"ศิษย์น้องเย้่ ถ้าเป็นแบบนั้น เจ้าก็เสียหน้ามากเลยนะ"

ไป๋หลิงสีหน้าเย็นลงทันที เมื่อถูกหลานชิงอวี้ชี้ออกมาตรง ๆ นางก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองมองข้ามจุดง่ายที่สุดไป

ยูรันไม่มีรากปราณ เย่อ้าวเทียนอยู่ครึ่งก้าวสู่ก่อกำเนิดวิญญาณทารก

ระยะห่างของทั้งสองคนไม่ใช่แค่หนึ่งขั้น แต่แทบเป็นคนละโลก

หากยูรันขโมยได้จริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ยูรันเป็นขโมยเพียงอย่างเดียว

แต่ยังหมายความว่าเย่อ้าวเทียนปล่อยให้คนธรรมดาเข้าใกล้ของสำคัญของตนได้โดยไม่รู้ตัว

ดวงตาของหลิงเยวี่ยนิ่งลึกลงกว่าเดิม

แรงกดดันที่เพิ่งเก็บไปเมื่อครู่ไม่ได้กลับมา แต่บรรยากาศรอบตัวนางกลับเย็นขึ้นอย่างประหลาด

"เย่อ้าวเทียน"

เสียงของนางเบามาก "เจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าเรื่องนี้ฟังดูแปลกเพียงใด"

เย่อ้าวเทียนหน้าแข็งไปชั่วขณะ

มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำแน่นขึ้นทันที

เขาคิดไว้แล้วว่ายูรันอาจปฏิเสธ

คิดไว้แล้วว่าอาจมีคนสงสัย

แต่ไม่คิดว่าประเด็นจะถูกพลิกกลับมาที่ระดับพลังของเขาเร็วขนาดนี้

หากยืนยันต่อว่าโดนยูรันขโมยจริง เขาก็เท่ากับยอมรับว่าตนเองไร้ความสามารถจนคนไร้ปราณยังขโมยของไปได้

แต่หากปฏิเสธตอนนี้ แผนที่วางไว้ก็พังทันที

เย่อ้าวเทียนสูดลมหายใจลึก พยายามรักษารอยยิ้มสุภาพไว้

"ศิษย์เองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกันขอรับ"

เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย

"แต่ของหายไปจริง และหยกก็อยู่ในมือศิษย์น้องยูรันจริง นั่นคือเหตุผลที่ศิษย์อยากตรวจสอบให้ชัด"

หนานอวี้หรี่ตามองเขา

"ตรวจสอบให้ชัด หรือโยนเรื่องให้เขากันแน่"

เย่อ้าวเทียนชะงักไปเล็กน้อย

ไป๋หลิงไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาของนางเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว

ส่วนหลิงเยวี่ยเพียงมองยูรัน

"พูดต่อ"

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง ก่อนกล่าวอย่างสบายอารมณ์

"แต่จะตรวจสอบไปทำไม ในเมื่อข้ายอมรับแล้วว่าเอาไป นี่ไม่กลายเป็นว่า ข้าได้หน้าหรอกเหรอ?"

ทุกคนชะงักไปพร้อมกัน

หนานอวี้กะพริบตา "ได้หน้า?"

ยูรันพยักหน้า "ใช่ ข้าคนธรรมดา ไม่มีรากปราณ ไม่มีพลังปราณ แต่กลับขโมยหยกจันทราส่องประกายจากศิษย์พี่เย่ที่อยู่ครึ่งก้าวสู่ก่อกำเนิดวิญญาณทารกได้"

เขาหมุนหยกในมือเล่นอย่างไม่ทุกข์ร้อน

"ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป คนอื่นจะพูดถึงข้ายังไง"

ยูรันยิ้มบาง ๆ "คงบอกว่าข้าเก่งมาก"

ริมสระมรกตเงียบลงอีกครั้ง

ไป๋หลิงหลุบตาลงเล็กน้อย

ใช่

ถ้ามองจากมุมนี้ ต่อให้ยูรันถูกลงโทษ เขาก็ยังได้ชื่อว่าขโมยของจากศิษย์เอกครึ่งก้าวก่อกำเนิดวิญญาณทารกได้

ส่วนคนเสียหน้าที่สุด ไม่ใช่ขโมย

แต่คือเจ้าของหยก

หนานอวี้หันขวับไปมองเย่อ้าวเทียน "ศิษย์น้องเย่ แบบนี้ไม่ใช่ว่าเจ้าเสียหายกว่าเขาอีกเหรอ"

เย่อ้าวเทียนสีหน้าแข็งไปทันที

ยูรันพูดต่อด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย "ขโมยถูกจับได้ยังดูแย่"

เขาเหลือบมองเย่อ้าวเทียนแวบหนึ่ง

"แต่เจ้าของของที่ถูกคนธรรมดาขโมยของสำคัญไปได้ ทั้งที่ระดับพลังห่างกันขนาดนี้... อันนั้นดูแย่กว่าไหมนะ"

หลานชิงอวี้เม้มปาก กลั้นสีหน้าตื่นเต้นของตนไว้แทบไม่อยู่

[ใช่ นี่แหละ ประเด็นจริง ๆ]

หลิงเยวี่ยมองเย่อ้าวเทียนนิ่ง ๆ

"เจ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่"

ยูรันยกมือขึ้นเล็กน้อย

"เดี๋ยวก่อน ส่วนเรื่องได้หน้าไม่ได้หน้า นั้นไม่ค่อยสำคัญ มันมีอันอื่นที่สำคัญกว่าสองเรื่อง"

ไป๋หลิงชะงักไปทันที

นางรู้ตัวแล้วว่าตนมองพลาดตั้งแต่แรก จึงรีบถามเสียงขรึม

"มีอะไรอีก"

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวอย่างไม่รีบร้อน

"ก็แหม ศิษย์พี่เย่บอกว่านี่เป็นของสำคัญที่อาจารย์ให้มาไม่ใช่เหรอ ถ้าเกิดท่านเอาไปประกาศว่า ข้าเป็นคนขโมยของสำคัญที่อาจารย์ให้ท่านเป็นของขวัญมาได้ เรื่องนี้มันไม่น่าใช่แค่ว่าข้าเก่งไม่เก่งนะ"

หลานชิงอวี้เบิกตากว้าง

ความคิดที่ติดค้างอยู่ในหัวเมื่อครู่พลันต่อเข้าที่ทันที

"ใช่จริงด้วย ศิษย์พี่เย่อยู่ครึ่งก้าวสู่ก่อกำเนิดวิญญาณทารก นอกจากจะปล่อยให้คนธรรมดาขโมยของได้แล้ว ยังทำให้อาจารย์เสียหน้าอีก"

นางหันไปมองเย่อ้าวเทียนอย่างรวดเร็ว

"คนข้างนอกจะไม่คิดหรือว่า ท่านอาจารย์สั่งสอนลูกศิษย์ออกมาได้อ่อนถึงขนาดโดนคนธรรมดาขโมยของสำคัญไปได้"

เปรี๊ยง

ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางความคิดของทุกคน

เย่อ้าวเทียนเหงื่อผุดขึ้นทันที

หลานชิงอวี้รีบถามต่อทันที

"ศิษย์พี่ยู แล้วอีกเรื่องหนึ่งล่ะ"

ยูรันเลิกคิ้วเล็กน้อย

"อ้อ เรื่องหยกน่ะ"

หลิงเยวี่ยหันมามองเขา

"หยกมันทำไม"

ยูรันไม่ได้ตอบทันที

เขาหมุนหยกจันทราส่องประกายในมือหนึ่งรอบ ก่อนหันไปมองเย่อ้าวเทียนด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

"ของปลอมรึเปล่าศิษย์พี่เย่"

สิ้นเสียงนั้น ปลายนิ้วของยูรันก็บีบลงเบา ๆ

กร๊อบ

หยกจันทราส่องประกายในมือแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ต่อหน้าทุกคน

ยูรันโยนเศษหยกไปให้หลิงเยวี่ยดูอย่างไม่ทุกข์ร้อน

"เนื้อหยกแม่งโคตรขยะ ข้านึกว่าท่านไปติดหนี้ใครเข้า เลยเอาหยกของจริงไปขาย แล้วทำของปลอมมาเป็นไม้กันหมาซะอีก"

หลิงเยวี่ยยกมือขึ้นเบา ๆ

เศษหยกที่กระจายอยู่บนพื้นลอยขึ้นมารวมกันกลางอากาศ ก่อนค่อย ๆ หมุนช้า ๆ อยู่ตรงหน้านาง

ดวงตาของหลิงเยวี่ยเย็นลงทีละนิด

ภายนอก หยกชิ้นนี้เหมือนหยกจันทราส่องประกายแทบทุกส่วน ทั้งลายเมฆบาง ๆ สีผิวหยก และกลิ่นอายที่เลียนแบบมาอย่างประณีต

แต่เมื่อดูเนื้อในหลังแตกออกแล้ว นางก็รู้ทันที

ไม่ใช่

หยกจันทราส่องประกายของจริงไม่มีทางมีเนื้อหยาบและพร่าเช่นนี้

นี่เป็นของปลอม

โทสะเย็นเยียบพลันแล่นผ่านดวงตาของหลิงเยวี่ย

แรงกดดันที่เพิ่งเก็บไปเมื่อครู่ปะทุขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้กดลงบนยูรัน แต่พุ่งตรงไปยังเย่อ้าวเทียนเพียงผู้เดียว

"นี่มันเรื่องอะไรกัน เย่อ้าวเทียน"

เย่อ้าวเทียนหน้าซีดลงทันที

หลิงเยวี่ยมองศิษย์เอกของตนด้วยสายตาที่ลึกกว่าความโกรธ

นางคิดไม่ถึงเลย ศิษย์ที่นางเคยเอ็นดูและเชื่อใจ จะกล้านำของปลอมมาใช้เล่นแผนต่อหน้านางเช่นนี้

ไป๋หลิงเองก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ สีหน้าเย็นชาของนางซีดลงเล็กน้อย

นางเข้าใจแล้ว เข้าใจช้าเกินไปด้วย

บัญชี รายละเอียด ของสำคัญ หลักฐาน คำรับสารภาพ ทุกอย่างอยู่ตรงหน้า แต่นางกลับปล่อยให้อารมณ์และคำพูดของเย่อ้าวเทียนลากความคิดไปก่อน

ความหมดอาลัยตายอยากแล่นขึ้นมาในอกของไป๋หลิงอย่างหนักหน่วง

[ข้าพลาดง่าย ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร]