ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 16 หลักฐานที่กินได้
หลังจากชิมหลักฐานแล้ว ยูรันก็วางถ้วยชาลง แล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงบ
"เป็นอย่างไรบ้างครับ?"
อาจารย์กลืนหมึกย่างลงไปช้า ๆ
นางเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบสั้น ๆ
"ดี"
ไป๋หลิงเองก็วางตะเกียบลง
สายตาของนางยังคงมองจานกุ้งผัดอยู่เล็กน้อย
"ขายได้"
คำตอบของทั้งสองคนสั้นมาก
แต่สำหรับยูรัน เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว
เขาพยักหน้าเบา ๆ
"พวกท่านชอบก็ดีแล้ว"
หนานอวี้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทำสีหน้าราวกับอยากบอกว่า "เห็นไหม ข้าบอกแล้ว" แต่เพราะในปากยังมีกุ้งอยู่ จึงพูดอะไรไม่ได้
หลานชิงอวี้จิบชาเงียบ ๆ ทว่าแววตาของนางดูอ่อนลงเล็กน้อย
หลังจากบรรยากาศบนโต๊ะผ่อนคลายลง ยูรันก็หยิบกิ่งไม้ขึ้นมาเคาะแผนผังบนพื้นเบา ๆ
"ส่วนเรื่องขุดบ่อ วันนี้น่าจะเสร็จ"
อาจารย์หันมามองเขา
ยูรันชี้วงกลมที่ขีดไว้รอบสระมรกต
"ช่วงแรกมีสิบเก้าบ่อ ทำมาสองวันได้แล้วสิบสี่บ่อ เหลืออีกห้าบ่อเท่านั้น ถ้าวันนี้เก็บงานให้ครบ ระบบน้ำก็น่าจะพร้อมพอดี"
ไป๋หลิงมองบ่อรอบสระอย่างประเมิน
"สิบสี่บ่อในสองวัน..."
นางเหลือบมองหนานอวี้กับหลานชิงอวี้
"พวกเจ้าขุดกันเองจริงหรือ"
หนานอวี้ยืดอกทันที
"แน่นอนเจ้าค่ะ!"
หลานชิงอวี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
"จริง"
ยูรันกล่าวต่อ
"หลังจากบ่อเสร็จ ข้า ชิงอวี้ แล้วก็ศิษย์พี่สาม จะไปเมืองท่า หาซื้อสัตว์น้ำชุดแรก แล้วก็จะแวะตกหมึกด้วย"
คำว่า ตกหมึก ทำให้หนานอวี้กับหลานชิงอวี้เงยหน้าขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ยูรันทำเป็นไม่เห็น
เขาหันไปทางอาจารย์กับไป๋หลิง
"พวกท่านจะไปด้วยไหมขอรับ"
อาจารย์เลิกคิ้วเล็กน้อย
ไป๋หลิงเองก็เงยหน้าขึ้น
ยูรันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ข้ากลัวว่าถ้าไม่ชวน อาจจะมีปัญหาภายหลัง"
หนานอวี้กะพริบตา
หลานชิงอวี้นิ่งไปเล็กน้อย
ยูรันหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"แต่ถ้าข้าชวน บางคนก็อาจน้อยใจว่า ของที่ตัวเองตกมาได้กินน้อยลง"
"..."
ทั้งโต๊ะเงียบลงทันที
หนานอวี้ค่อย ๆ หันมามองยูรัน
"ศิษย์น้อง"
"ว่าไงศิษย์พี่?"
"บางคนที่เจ้าว่า หมายถึงใคร"
ยูรันมองนางอย่างสุภาพ
"ข้าพูดไปงั้นแหละ หมายได้หมายถึงใครเป็นพิเศษ"
ไป๋หลิงมองหนานอวี้อย่างเข้าใจขึ้นมาทันที
อาจารย์ถอนหายใจเบา ๆ
"ข้าคิดว่าข้ารู้แล้วว่าใครจะมีปัญหาภายหลัง"
หนานอวี้กอดชามของตัวเองแน่นขึ้น
"ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเสียหน่อย"
ไป๋หลิงวางถ้วยชาลง
"ข้าไป"
คำตอบนั้นรวดเร็วเกินคาดจนหนานอวี้หันไปมอง
ไป๋หลิงกล่าวเสียงเรียบ
"หากจะซื้อสัตว์น้ำจำนวนมาก ต้องมีคนดูราคา คุณภาพ แหล่งที่มา และเงื่อนไขการส่งของ"
ยูรันพยักหน้า
"มีศิษย์พี่รองไปด้วย ข้าก็สบายใจเรื่องเงินมากขึ้น"
ไป๋หลิงเหลือบมองเขา
"เจ้าบอกว่าออกเงินเอง"
"ใช่ แต่ข้าไม่ได้บอกว่าข้าชอบโดนโก่งราคานี่"
ไป๋หลิงพยักหน้าเล็กน้อย
"ถูกต้อง"
หนานอวี้มองไป๋หลิง แล้วมองยูรัน สีหน้าคล้ายอยากค้าน แต่ก็หาข้ออ้างไม่ได้
หลานชิงอวี้จิบชาเงียบ ๆ
[มีศิษย์พี่รองไปด้วยก็ดี อย่างน้อยหากศิษย์พี่ถูกพ่อค้าเอาเปรียบ คงมีคนช่วยดู]
นางหยุดคิดไปครู่หนึ่ง
[ไม่ใช่สิ ศิษย์พี่คงไม่ถูกเอาเปรียบง่าย ๆ อยู่แล้ว]
อาจารย์มองทุกคนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ
"ข้าคงไปด้วยตลอดไม่ได้ อีกเจ็ดวันยังมีการประลอง ต้องจัดการเรื่องในสำนัก"
หนานอวี้ดูโล่งใจเล็กน้อย
ยูรันเห็นแต่ทำเป็นไม่เห็น
อาจารย์กล่าวต่อ
"แต่คืนที่พวกเจ้าไปตกหมึก ข้าจะตามไปดู"
หนานอวี้ชะงัก
"อาจารย์จะตามไปตกหมึกด้วยเหรอเจ้าค่ะ?"
"ข้าแค่ไปดูแลความปลอดภัยเท่านั้น"
อาจารย์ตอบเสียงเรียบ
ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"ครับ ไปดูแลความปลอดภัย"
หลานชิงอวี้จิบชาเงียบ ๆ
หนานอวี้พึมพำเบา ๆ
"ทำไมประโยคนี้แปลก ฟังดูแล้วเหมือนข้ออ้าง..."
อาจารย์เหลือบมองนาง
หนานอวี้รีบก้มหน้ากินกุ้งต่อ
ยูรันรินชาเพิ่มให้ทุกคนอย่างสงบ ก่อนมองไปยังบ่อรอบสระ
"เช่นนั้นวันนี้ต้องทำห้าบ่อสุดท้ายให้เสร็จ พรุ่งนี้ออกเดินทางไปเมืองท่า"
หนานอวี้กลืนกุ้งในปากลงทันที
"เพื่อเมืองท่า"
หลานชิงอวี้วางถ้วยชา
"เพื่อสัตว์น้ำ"
ไป๋หลิงกล่าวเสียงเรียบ
"เพื่อรายรับของยอดเขาจันทรา"
อาจารย์ถอนหายใจ
สุดท้ายหนานอวี้เป็นคนลุกขึ้นก่อน
"ขุดต่อเลย ลุย!"
หลังมื้อเช้า อาจารย์กลับไปจัดการงานของสำนัก ส่วนไป๋หลิงอยู่ช่วยตรวจตำแหน่งทางน้ำและขนาดของบ่อที่เหลือ
หนานอวี้กับหลานชิงอวี้รับหน้าที่ขุดเหมือนเดิม ยูรันถือกิ่งไม้เดินตาม คอยบอกระดับความลึกและตำแหน่งเชื่อมร่องน้ำ ก่อนกลับไปนั่งจิบชาใต้ต้นไผ่ทุกครั้งที่ไม่มีใครมอง
บ่ออนุบาลสามแห่งแรกเสร็จตั้งแต่ช่วงสาย ส่วนสองบ่อสุดท้ายต้องเชื่อมกับร่องน้ำหลัก จึงใช้เวลาปรับระดับพื้นจนถึงบ่าย
เมื่อน้ำจากสระมรกตไหลผ่านร่องกรองและแยกลงสู่บ่อทั้งสิบเก้าแห่ง หนานอวี้ก็ใช้หลังมือปาดเหงื่อ ก่อนมองผลงานตลอดสามวันอย่างพอใจ
"เสร็จเสียที"
หลานชิงอวี้วางจอบลง แม้สีหน้าจะยังเรียบเฉย แต่แววตากลับมีความภูมิใจซ่อนอยู่
ไป๋หลิงเดินตรวจรอบบ่อ ก่อนจดรายการสิ่งที่ยังขาดลงในสมุด
"สัตว์น้ำ พืชน้ำ ภาชนะขนย้าย แล้วก็น้ำทะเล"
"น้ำทะเลข้าจัดการเอง" ยูรันกล่าว "ส่วนสัตว์ต้องเลือกตัวที่แข็งแรงและขยายพันธุ์ได้"
หนานอวี้ถามทันที "แล้วต้องซื้อเท่าไร"
"พอให้ศิษย์พี่กินแล้วไม่หมดบ่อก็ใช้ได้"
ไป๋หลิงปิดสมุดบัญชี "เช่นนั้นต้องซื้อเยอะหน่อย"
"ศิษย์พี่รอง!"
คืนนั้น ไป๋หลิงนำรายการสัตว์น้ำ ราคา และจำนวนตั้งต้นมาวางบนโต๊ะในเรือนของยูรัน
ยูรันกวาดตามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเติมคำว่า ของกินระหว่างทาง ลงตรงมุมกระดาษ
"นี่ไม่ใช่รายการสำคัญ" ไป๋หลิงกล่าว
"สำคัญสิ เดินทางตั้งหนึ่งวัน"
หนานอวี้พยักหน้าเห็นด้วยทันที ส่วนหลานชิงอวี้เลื่อนกระดาษกลับไปทางไป๋หลิง
"เพิ่มไว้ก็ดี"
ไป๋หลิงมองทั้งสามคน ก่อนเขียนจำนวนเงินเพิ่มลงในสมุดอย่างหมดคำพูด
เช้าวันต่อมา ทั้งสี่คนออกจากยอดเขาจันทราตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
ไป๋หลิงรับหน้าที่ตรวจเงินกับรายการซื้อขาย หนานอวี้ตรวจเสบียงระหว่างทาง ส่วนหลานชิงอวี้ตรวจภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับเก็บน้ำและขนสัตว์กลับยอดเขา
มีเพียงยูรันที่ยืนหาวอยู่ด้านข้างเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับการเดินทางครั้งนี้
ไป๋หลิงมองเขา
"เจ้าเป็นคนชวนมา อย่างน้อยก็ช่วยตรวจของหน่อย"
ยูรันกวาดตามองทุกคนอย่างตั้งใจ ก่อนพยักหน้า
"คนมาครบแล้ว"
"ข้าหมายถึงของ"
"ของก็อยู่กับพวกท่านครบ คนก็อยู่ครบ เช่นนั้นออกเดินทางได้แล้ว"
ไป๋หลิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจไม่เสียเวลากับเขาอีก
การเดินทางไปเมืองท่าชลวารีใช้เวลาเกือบหนึ่งวันเต็ม ยูรันยังคงโดยสารกระบี่บินของหนานอวี้เหมือนครั้งก่อน ขณะที่ไป๋หลิงกับหลานชิงอวี้เดินทางตามอยู่ไม่ไกล
ระหว่างทางพวกนางหยุดพักสองครั้ง ครั้งแรกเพื่อปรับลมปราณ ส่วนครั้งที่สองเพราะหนานอวี้ยืนยันว่าคนธรรมดาจำเป็นต้องกินมื้อกลางวันให้ตรงเวลา
ยูรันไม่คิดคัดค้านเหตุผลที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง
หลังพักกินอาหารและเดินทางต่ออีกหลายชั่วยาม กลิ่นชื้นเค็มก็เริ่มปะปนมากับสายลม เสียงนกทะเลดังแว่วมาจากแนวฟ้า ก่อนเมืองขนาดใหญ่จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
สายลมชื้นหอบเอากลิ่นเค็มจาง ๆ ของผืนน้ำกว้างโชยมาปะทะใบหน้า ท้องฟ้าเหนือเมืองท่าชลวารีเป็นสีครามสดใส ตัดกับปุยเมฆสีขาวที่ลอยอยู่เหนือแนวอ่าว
เมืองท่าขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำสายหลักกับอ่าวทะเลทางใต้ของแคว้น เรือสำเภาเสากระโดงสูงจอดเรียงรายตลอดแนวท่า ผู้คนจากหลายเมืองเดินขวักไขว่ปะปนกับพ่อค้าและผู้ฝึกตน เสียงตะโกนขายปลาแห้ง สมุนไพรทะเล และสัตว์วิญญาณดังแข่งกันตลอดสองข้างทาง
เมื่อทั้งสี่คนลงถึงลานนอกประตูเมือง หนานอวี้ก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ดวงตาเป็นประกายทันที
"นี่สินะเมืองท่าชลวารี!"
หลานชิงอวี้มองแนวเรือในอ่าว ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมถนน
"เราจะไปซื้อสัตว์น้ำก่อนใช่ไหม"
"วันนี้เดินทางมาทั้งวันแล้ว" ยูรันตอบ "หาที่พักกับหาอะไรกินก่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มซื้อ"
ไป๋หลิงพยักหน้าเห็นด้วย
"พรุ่งนี้เรามีเวลาหนึ่งวัน ต้องดูราคา แหล่งเพาะพันธุ์ และภาชนะสำหรับขนสัตว์มีชีวิตกลับไปด้วย รีบซื้อโดยไม่ตรวจให้ดีอาจได้สัตว์ป่วยกลับยอดเขา"
หนานอวี้หันกลับมาถาม
"เช่นนั้นวันนี้เราเที่ยวก่อนได้ใช่ไหม"
ยูรันพยักหน้า
"วันนี้เดินตลาด พรุ่งนี้ซื้อสัตว์น้ำกับเก็บน้ำทะเล พอตกค่ำค่อยออกเรือไปตกหมึก อาจารย์น่าจะตามมาถึงตอนนั้นพอดี"
หนานอวี้ชะงักไปเล็กน้อย
"อาจารย์ยังตามมาจริง ๆ สินะ..."
หลานชิงอวี้หันไปมองเรือในท่าเพื่อซ่อนรอยยิ้ม ส่วนไป๋หลิงทำเป็นไม่ได้ยิน ก่อนนำทุกคนไปหาโรงเตี๊ยมใกล้ตลาดสัตว์น้ำ
วันแรกใช้สำหรับเดินทาง วันที่สองซื้อสัตว์น้ำ เก็บน้ำทะเล และตกหมึกในตอนกลางคืน ส่วนวันที่สามจึงออกเดินทางกลับยอดเขาจันทรา
แผนทุกอย่างถูกจัดไว้เรียบร้อย
เหลือเพียงปัญหาแรกหลังเข้าเมือง
หนานอวี้หยุดยืนอยู่หน้าร้านอาหารริมท่า แล้วหันกลับมามองยูรันด้วยสีหน้าจริงจัง
"ศิษย์น้อง เราจะกินร้านไหนก่อนดี"