คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 79 ไม่มียาพิษแน่นอน7,210 ตัวอักษร

ตอนที่ 79 ไม่มียาพิษแน่นอน

ยูรันมองเซี่ยเยว่หลีอย่างไม่เข้าใจ

“ข้าบอกว่าพอใช้ได้สำหรับข้า ข้าไม่ได้บอกว่าอร่อยเสียหน่อย”

เหล่าสาวใช้ไม่รู้ว่าควรโล่งใจหรือเสียใจก่อนดี

เซี่ยเยว่หลีผลักจานอาหารออกห่าง ก่อนเกาะแขนยูรันแน่น

“ข้าไม่กิน เจ้าทำให้ข้ากินใหม่เลย”

น้ำเสียงออดอ้อนของนางทำให้ทุกคนภายในห้องอาหารแข็งค้าง

เซี่ยชางหมิงเบิกตากว้าง

[ลูกรักของข้า... กำลังอ้อนบุรุษ?]

มู่เฉิงยกมือขยี้ตาตนเองอย่างแรง ส่วนเหล่าสาวใช้ต่างหันมองหน้ากันด้วยความไม่อยากเชื่อ

[นี่ไม่ใช่คุณหนูใหญ่ของพวกเราแน่!]

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปบอกเหล่าสาวใช้

“ก็ได้อยู่หรอก พวกเจ้าไปเตรียมห้องครัวให้ข้า ส่วนคนอื่นก็นั่งรอสักครู่แล้วกัน”

เซี่ยเยว่หลียิ้มออกมาทันที

“อื้ม!”

พรูด!

เซี่ยชางหมิงกระอักเลือดออกมาอีกคำ

มู่เฉิงรีบเข้าไปประคองเขาอย่างคุ้นเคย

“ท่านเจ้าสำนัก ท่านกระอักเลือดอีกแล้ว!”

“ข้าเป็นคนกระอักเลือด ข้าต้องรู้อยู่แล้ว! เจ้าไม่ต้องรายงานทุกครั้งก็ได้!”

ยูรันหันไปประสานมือคารวะเซี่ยชางหมิงและเหล่าผู้อาวุโส

“ทำให้ผู้อาวุโสทุกท่านขายหน้าแล้ว อาหารของข้าเองก็พอใช้ได้เท่านั้น หวังว่าพวกท่านจะไม่เก็บคำพูดของเยว่หลีมาคิดมาก”

เหล่าผู้อาวุโสรีบโบกมือปฏิเสธ

“ไม่เป็นไร ๆ!”

“พวกเราไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้หรอก”

“ท่านรีบไปทำอาหารเถอะ!”

ยูรันพยักหน้า ก่อนเดินตามสาวใช้ไปยังห้องครัว

ระหว่างรออาหาร เซี่ยชางหมิงจึงหันมาสอบถามบุตรสาว

“ลูกรัก เจ้าไปพบเขาที่ใด แล้วเหตุใดจึงเดินทางกลับมาด้วยกัน?”

เซี่ยเยว่หลีเล่าเรื่องที่ตนพบยูรันในเมืองทิวาเมฆา รวมถึงการเดินทางไปยังเมืองท่าชลวารีอย่างคร่าว ๆ

“เขาชื่อยูรัน เป็นศิษย์ของสำนักเมฆาจันทร์ ยอดเขาจันทราเจ้าค่ะ”

เซี่ยชางหมิงชะงักทันที

“อะไรนะ? เขาเป็นศิษย์ของหลิงเยวี่ยหรือ?”

“ท่านพ่อรู้จักอาจารย์ของเขาด้วยหรือเจ้าคะ?”

“รู้จักสิ ในโลกผู้บำเพ็ญแถบนี้ มีผู้ใดบ้างไม่รู้จักธิดาจันทราแห่งสำนักเมฆาจันทร์”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้า ก่อนเล่าต่อว่ายูรันสอนก้าวพริบตาและเหยียบเวหาให้แก่นาง

เมื่อเห็นสีหน้าไม่อยากเชื่อของทุกคน นางจึงลุกขึ้นสาธิตให้ดู

พรึ่บ!

ร่างของเซี่ยเยว่หลีหายไปจากตำแหน่งเดิม ก่อนปรากฏขึ้นอีกครั้งห่างออกไปหลายเมตรโดยไม่มีการเปิดประตูมิติ

จากนั้นนางก้าวขึ้นไปบนอากาศ แม้จะลอยสูงจากพื้นได้เพียงเล็กน้อยและยังยืนได้ไม่มั่นคงนัก แต่นั่นก็เพียงพอให้ทุกคนภายในห้องอาหารตกตะลึง

เซี่ยชางหมิงลุกพรวดขึ้น

“นี่... เจ้าอยู่เพียงขอบเขตแก่นทองคำ แต่กลับเคลื่อนที่ข้ามระยะโดยไม่เปิดประตูมิติ ทั้งยังเหยียบอากาศได้ด้วยหรือ?!”

เขารีบเข้าไปตรวจสอบบุตรสาว ก่อนถามด้วยความตื่นเต้น

“นี่เป็นวิชาตัวเบาชนิดใดกัน? เขาเรียกร้องสิ่งใดจากเจ้าเป็นการแลกเปลี่ยนหรือไม่?”

เซี่ยเยว่หลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า

“ไม่มีเจ้าค่ะ เขาไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย”

“ยูรันบอกว่าเขาไม่หวงวิชา หากข้าอยากเรียนก็มีตำราให้อ่าน เพียงแต่ตำราพวกนั้นมีประมาณหนึ่งร้อยเล่ม”

“แต่หากให้เขาสอนเอง ใช้เวลาเพียงครู่เดียวข้าก็ทำได้แล้ว เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ชำนาญเท่านั้น”

เซี่ยชางหมิงยืนอ้าปากค้าง

[วิชาอะไรกันถึงมีตำรามากถึงหนึ่งร้อยเล่ม?!]

เหล่าผู้อาวุโสเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน หนึ่งในนั้นรีบถามขึ้น

“คุณหนูใหญ่ แล้วคุณชายยูรันรับศิษย์หรือไม่?”

“ใช่ ๆ หากขอฝากตัวเป็นศิษย์ เขาจะยอมสอนวิชานี้ให้พวกเราหรือเปล่า?”

แม้แต่เหล่าศิษย์พรรคมารที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เริ่มอดรนทนไม่ไหว

“คุณหนูใหญ่ ช่วยถามแทนพวกเราหน่อยได้หรือไม่?”

“ข้าเองก็อยากเรียน!”

“ข้าก็ด้วย!”

ทางด้านห้องครัว

ยูรันยืนอยู่หน้าเตาไฟโดยมีผ้าสีดำปิดดวงตาเช่นเดิม มือข้างหนึ่งจับกระทะ ส่วนอีกข้างใช้ตะหลิวพลิกวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว

ฉ่า!

เปลวไฟลุกโชนขึ้นจากขอบกระทะ ก่อนกลิ่นหอมเข้มข้นจะฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องครัว

เหล่าสาวใช้หลายคนยืนเรียงกันอยู่ด้านหลัง เดิมทีพวกนางตั้งใจเข้ามาช่วยเตรียมวัตถุดิบ แต่สุดท้ายกลับไม่มีผู้ใดได้ลงมือทำอะไรเลย

ยูรันเพียงสัมผัสวัตถุดิบครั้งเดียวก็รู้ว่าควรใช้ส่วนใด มือที่ถือมีดเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบมองตามไม่ทัน เนื้อสัตว์และผักทุกชิ้นถูกหั่นออกมาในขนาดเท่ากันอย่างแม่นยำ

ทั้งที่ดวงตาของเขามองไม่เห็น

“เขาตาบอดจริงหรือ?”

สาวใช้คนหนึ่งกระซิบถาม

“เจ้าลองปิดตาหั่นผักแบบนั้นดูสิ พรุ่งนี้พวกเราคงต้องช่วยกันตามหานิ้วของเจ้าในหม้อ”

“แต่กลิ่นนี่มันอะไรกัน... ข้ายังไม่เคยเห็นอาหารจานไหนหอมถึงเพียงนี้เลย”

“เพียงได้กลิ่น ข้าก็ไม่อยากกลับไปกินอาหารที่พวกเราทำแล้ว”

ยูรันเติมเครื่องปรุงลงในกระทะ ก่อนสะบัดข้อมือเบา ๆ

พรึ่บ!

วัตถุดิบทั้งหมดลอยขึ้นจากกระทะพร้อมกัน เปลวไฟโอบล้อมพวกมันเพียงชั่วขณะ ก่อนตกกลับลงมาอย่างแม่นยำ

กลิ่นหอมที่รุนแรงกว่าเดิมระเบิดออกมาทันที

เหล่าสาวใช้พากันกลืนน้ำลายเสียงดัง

“หอมเกินไปแล้ว...”

“ตอนคุณหนูใหญ่บอกว่าอาหารของพวกเราเหมือนอาหารหมา ข้ายังรู้สึกเสียใจอยู่เลย”

“แล้วตอนนี้เล่า?”

“ตอนนี้ข้าเริ่มคิดว่านางอาจพูดถูก...”

“หากได้กินอาหารแบบนี้ทุกวัน ต่อให้ต้องกราบเขาเป็นอาจารย์ ข้าก็ยอม!”

ยูรันวางอาหารจานแรกลงบนโต๊ะ ก่อนกล่าวขึ้นโดยไม่หันกลับมา

“พวกเจ้าชอบยืนซุบซิบกันจริง ๆ นะ”

สาวใช้ทั้งหมดสะดุ้งเฮือก ก่อนรีบยืนตัวตรง

“บะ... บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ!”

ยูรันหยิบวัตถุดิบชุดต่อไปขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ

“อยากพูดอะไรก็พูดมาตรง ๆ ข้าได้ยินหมดแล้ว”

เหล่าสาวใช้หันมองหน้ากันไปมา สุดท้ายสาวใช้คนหนึ่งก็ตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้า

นางคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนประสานมือคารวะอย่างจริงจัง

“คุณชาย ได้โปรดรับพวกเราเป็นศิษย์และสอนทำอาหารด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”

สาวใช้คนอื่นเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าตามทันที

“ได้โปรดสอนพวกเราด้วยเจ้าค่ะ!”

“ต่อให้ต้องเริ่มเรียนใหม่ตั้งแต่จับมีด พวกเราก็ยอม!”

“ขอเพียงไม่ต้องทำอาหารหมาให้คุณหนูใหญ่อีก พวกเรายอมทำทุกอย่างเจ้าค่ะ!”

ยูรันส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล

“ไม่เอา ข้าไม่สอนหรอก”

เหล่าสาวใช้ชะงักไปพร้อมกัน

“ทะ... ทำไมล่ะเจ้าคะ?”

ยูรันหันกลับมาทางพวกนาง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“ข้าชอบฟังพวกเจ้าซุบซิบกันมากกว่า มันสนุกดีนะ”

พูดจบ เขาก็หันกลับไปทำอาหารต่อ ทิ้งให้เหล่าสาวใช้คุกเข่านิ่งอยู่กับพื้นด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม อาหารจำนวนมากก็ถูกจัดเตรียมจนเสร็จเรียบร้อย

จานอาหารหลากหลายชนิดถูกเหล่าสาวใช้ทยอยยกเข้ามาวางบนโต๊ะอย่างต่อเนื่อง มากเสียจนแทบไม่มีพื้นที่เหลือ บางส่วนถึงกับต้องนำโต๊ะมาต่อเพิ่มอีกหลายตัว

ปริมาณทั้งหมดเพียงพอให้ทุกคนกินกันจนพุงกางได้ตลอดทั้งคืน

ทันทีที่อาหารถูกยกเข้ามา กลิ่นหอมเข้มข้นก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องอาหาร

ทุกสายตาพลันจับจ้องไปยังอาหารบนโต๊ะอย่างพร้อมเพรียง

หอม...

หอมมาก...

มันจะหอมเกินไปแล้ว!

ศิษย์คนหนึ่งกลืนน้ำลายเสียงดัง ก่อนเผลอโพล่งขึ้นมา

“ข้าไม่แปลกใจแล้วว่าเหตุใดคุณหนูใหญ่ถึงบอกว่าอาหารก่อนหน้านี้เหมือนอาหารหมา”

เหล่าสาวใช้ซึ่งเป็นคนเตรียมอาหารชุดก่อนหน้าคิ้วกระตุกพร้อมกัน

ศิษย์คนนั้นไม่ได้สังเกตเห็น ยังคงจ้องอาหารตาไม่กะพริบ

“ขนาดผู้ฝึกตนที่ละเว้นอาหารไปแล้วอย่างข้า ยังรู้สึกอยากกินจนแทบทนไม่ไหว เพียงได้กลิ่นก็เหมือนกระเพาะกลับมาทำงานอีกครั้งแล้ว!”

แม้แต่เซี่ยชางหมิงยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้

หลังจากอาหารทุกจานถูกจัดวางเรียบร้อย ยูรันก็กลับมานั่งลงข้างเซี่ยเยว่หลี ก่อนหันไปทางเหล่าสาวใช้ที่กำลังยืนรอรับคำสั่ง

“พวกเจ้าก็นั่งลงกินพร้อมกันสิ”

เหล่าสาวใช้ชะงักไปพร้อมกัน

“เจ้าค่ะ แต่ว่า...”

สาวใช้คนหนึ่งเหลือบมองเซี่ยชางหมิงและเหล่าผู้อาวุโสอย่างลังเล

ยูรันจึงหันไปมองเซี่ยเยว่หลี

นางมีสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะเห็นว่าพวกนางเป็นเพียงสาวใช้และไม่มีสิทธิ์ร่วมโต๊ะ แต่เพราะสาวใช้เหล่านี้ล้วนเป็นสตรีทั้งสิ้น!

เซี่ยเยว่หลีกอดแขนยูรันแน่นขึ้น ก่อนกล่าวอย่างไม่เต็มใจ

“นั่งลง”

“เจ้าค่ะ!”

เหล่าสาวใช้รีบเลือกที่นั่งซึ่งอยู่ห่างจากยูรันมากที่สุดอย่างรู้หน้าที่

ยูรันประสานมือไปทางเซี่ยชางหมิงและเหล่าผู้อาวุโส

“เชิญผู้อาวุโสทุกท่านเริ่มก่อนได้เลย ไม่มียาพิษแน่นอน”

ทุกคนกำลังจะหยิบตะเกียบ แต่ยูรันกลับกล่าวต่ออย่างสบายอารมณ์

“หากมีก็คงมีเพียงข้าที่รอด เพราะร่างกายของข้าต้านพิษได้ทุกชนิด”

“...”

มือของทุกคนหยุดค้างอยู่กลางอากาศพร้อมกัน

เหล่าผู้อาวุโสมองอาหารตรงหน้า ก่อนหันกลับไปมองยูรันด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

[เมื่อครู่เขากำลังรับรองว่าอาหารไม่มีพิษ หรือกำลังข่มขู่พวกเรากันแน่?]

มู่เฉิงซึ่งกำลังจะคีบเนื้อเข้าปากถึงกับค่อย ๆ วางมันกลับลงในจาน

เหล่าสาวใช้หน้าซีดเผือด

[คุณชาย เหตุใดจึงต้องพูดประโยคหลังออกมาด้วยเจ้าคะ?!]