คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 80 พวกท่านคิดจะแย่งตำแหน่งสาวใช้ของพวกเราด้วยหรือ8,192 ตัวอักษร

ตอนที่ 80 พวกท่านคิดจะแย่งตำแหน่งสาวใช้ของพวกเราด้วยหรือ

มีเพียงเซี่ยเยว่หลีที่เข้าใจนิสัยของยูรัน นางอมยิ้มกับมุกตลกของเขา ก่อนคีบอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่อาหารสัมผัสปลายลิ้น ดวงตาของนางก็เป็นประกาย

เมื่อเห็นว่านางกินเข้าไปโดยไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทุกคนจึงค่อยวางใจและเริ่มคีบอาหารตาม

จากนั้นทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

เซี่ยชางหมิงเบิกตากว้าง มือที่ถือตะเกียบหยุดค้างอยู่กลางอากาศ

เหล่าผู้อาวุโสต่างก้มลงมองอาหารในจาน ราวกับกำลังสงสัยว่าสิ่งที่เพิ่งกินเข้าไปคืออาหารจากโลกมนุษย์จริงหรือไม่

มู่เฉิงรีบคีบคำที่สองเข้าปากทันที จากนั้นก็คีบคำที่สามและสี่ตามไปโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนอีก

ศิษย์คนเดิมถึงกับมีน้ำตาคลอเบ้า

“คุณหนูใหญ่พูดถูกแล้ว...”

สาวใช้คนหนึ่งถามอย่างงุนงง

“เรื่องอะไร?”

“อาหารที่พวกเรากินก่อนหน้านี้ มันคืออาหารหมาจริง ๆ!”

เหล่าสาวใช้ที่เคยรับผิดชอบทำอาหารให้พรรคมารคิ้วกระตุกพร้อมกัน

ก่อนที่พวกนางจะทันได้โต้แย้ง ผู้อาวุโสคนหนึ่งก็ตบโต๊ะดังปัง ก่อนลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าสะเทือนใจ

“เจ้าพูดถูก!”

เขาก้มมองอาหารในจาน แล้วคีบเข้าปากอีกคำ น้ำตาแทบไหลออกมาจากหางตา

“ข้ามีชีวิตมาเกินหนึ่งร้อยปี แต่กลับเพิ่งรู้วันนี้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้ากินอาหารหมามาโดยตลอด!”

ผู้อาวุโสอีกคนลุกตามทันที

“นี่สิถึงจะเรียกว่าอาหาร!”

“ถูกต้อง! ของที่พวกเรากินก่อนหน้านี้จะนับเป็นอาหารได้อย่างไร!”

“ข้าฝึกตนมาเกือบสองร้อยปี คิดว่าตนมองเห็นโลกมามากพอแล้ว ที่แท้ข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาหารที่แท้จริงมีรสชาติอย่างไร!”

เหล่าศิษย์และผู้ภักดีต่างยกตะเกียบขึ้นโห่ร้องเห็นด้วย

“เหล่าผู้อาวุโสกล่าวได้ถูกต้อง!”

“นี่สิถึงจะเรียกว่าอาหาร!”

“ที่ผ่านมาพวกเรากินอาหารหมาจริง ๆ!”

เสียงเห็นด้วยดังกึกก้องไปทั่วห้องอาหาร ราวกับทุกคนกำลังร่วมกันประกาศสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ของโลกผู้บำเพ็ญ

เหล่าสาวใช้ผู้รับผิดชอบห้องครัวยืนหน้าซีดอยู่ตรงมุมห้อง

พวกนางไม่คิดเลยว่าเพียงอาหารมื้อเดียว ชื่อเสียงจากการทำงานมาหลายสิบปีจะพังพินาศจนไม่เหลือชิ้นดี.

เซี่ยชางหมิงกลืนอาหารลงไป ก่อนเหลือบมองยูรันด้วยสีหน้าซับซ้อน

[ทำอาหารอร่อยถึงเพียงนี้ ทั้งยสอนวิชาล้ำค่าให้ลูกรักโดยไม่เรียกร้องสิ่งใด...]

[หรือว่าการมีเขาเป็นบุตรเขยจะไม่เลวจริง ๆ?]

ความคิดนั้นเพิ่งปรากฏขึ้น เซี่ยชางหมิงก็รีบส่ายหน้าอย่างรุนแรง

[ไม่ได้! ข้าจะยกลูกสาวให้ผู้อื่นเพียงเพราะอาหารไม่ได้เด็ดขาด!]

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนคีบอาหารเข้าปากอีกคำ

[แต่หากได้กินเช่นนี้ทุกวัน...]

[บางทีอาจพอเจรจากันได้]

หลังจากเสียงโห่ร้องยินดีสงบลง ทุกคนก็กลับมากินอาหารกันตามปกติ

ระหว่างนั้น ยูรันกล่าวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“พรุ่งนี้เช้าข้าต้องกลับแล้ว”

เซี่ยเยว่หลีหยุดตะเกียบทันที

“อะไรนะ? เหตุใดต้องรีบกลับด้วย เจ้าเพิ่งมาถึงเอง อยู่ต่ออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ?”

“คงไม่ได้หรอก งานของข้ามีเยอะ ข้าออกมานานเกินไปแล้ว หากช้ากว่านี้คงทำงานไม่ทัน”

พูดจบ ยูรันก็หยิบตำราเล่มหนาเตอะออกมาวางบนโต๊ะ

ตุบ!

สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังตำราเล่มนั้นทันที

ผู้อาวุโสคนหนึ่งลุกพรวดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“หรือว่า... นี่คือตำราวิชาก้าวพริบตา?!”

ผู้คนภายในห้องอาหารแตกตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

“ตำราก้าวพริบตาหรือ?”

“วิชาที่ทำให้ขอบเขตแก่นทองคำเคลื่อนที่ข้ามระยะได้โดยไม่ต้องเปิดประตูมิติ!”

“คุณชายจะมอบให้พรรคมารอัสดงจริงหรือ?”

ยูรันหันไปทางเซี่ยเยว่หลี

“เจ้าบอกเรื่องนี้กับพวกเขาแล้วหรือ?”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้า

ยูรันจึงหันกลับมาทางทุกคน

“ถ้าเช่นนั้นก็แน่นอนว่า...”

เหล่าศิษย์โน้มตัวเข้ามาฟังพร้อมกัน

“แน่นอนว่าอะไร?”

“ก็ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว”

“...”

ยูรันเคาะนิ้วลงบนปกตำรา

“นางไม่ได้บอกพวกท่านหรือว่าตำราวิชานั้นมีประมาณหนึ่งร้อยเล่ม? หนังสือเล่มเดียว ต่อให้หนาเพียงใดก็ดูไม่เหมือนหนึ่งร้อยเล่มอยู่ดีไม่ใช่รึไง?”

ทุกคนชะงัก ก่อนพยักหน้าตามอย่างไม่อาจโต้แย้ง

[เอ่อ... ก็จริง]

เซี่ยเยว่หลีมองตำราบนโต๊ะด้วยความสงสัย

“แล้วนี่คือตำราอะไร?”

“ตำราทำอาหารที่ข้าเขียนขึ้น”

ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ตำราทำอาหาร’ หูของเหล่าสาวใช้แทบจะตั้งขึ้นพร้อมกัน

ยูรันกล่าวต่อ

“ตอนที่ข้าเข้าแดนลับครั้งแรก ข้าพบงูสองตัวจึงจับพวกมันกลับมาด้วย อาจารย์ของข้าตั้งชื่อให้ตัวผู้ว่าเฮยหลง มีตบะครึ่งก้าวสู่หลอมสุญญตา ส่วนตัวเมียชื่อเยว่หลิน อยู่ขอบเขตหลอมสุญญตาขั้นกลาง”

เซี่ยชางหมิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ที่แท้อาจารย์ของเจ้าจับสัตว์อสูรระดับนั้นกลับมาเป็นสัตว์พิทักษ์ยอดเขา”

“...”

ยูรันนิ่งไปครู่หนึ่ง

“เมื่อครู่ข้าบอกหรือว่าอาจารย์เป็นคนจับ?”

เซี่ยชางหมิงชะงัก

“ไม่ใช่หรือ?”

“ข้าบอกว่าข้าเป็นคนจับกลับมาต่างหาก”

ยูรันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติ

“แล้วพวกมันก็ไม่ใช่สัตว์พิทักษ์ยอดเขาด้วย เป็นคนรับใช้ที่ข้าจับมาฝึกทำอาหาร เผื่อเวลาข้าไม่อยู่จะได้มีคนทำอาหารแทน ข้าจึงเขียนตำราเล่มนี้ขึ้นมาให้พวกมันศึกษา ตอนนี้น่าจะกำลังฝึกกันอยู่”

ทั่วทั้งห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

เซี่ยชางหมิงมองยูรันราวกับกำลังมองตัวประหลาด

“เจ้าจับสัตว์อสูรครึ่งก้าวสู่หลอมสุญญตากับหลอมสุญญตาขั้นกลางมาเป็นคนรับใช้ เพียงเพื่อให้พวกมันทำอาหารอย่างนั้นหรือ?”

“อืม”

“แล้วเจ้าจับพวกมันได้อย่างไร?”

“อ๋อ ข้าเพียงบอกว่า หากยอมกลับมาทำอาหารให้ ข้าจะไม่เอาพวกมันไปตุ๋น”

ยูรันตอบอย่างเป็นธรรมชาติ

“ตอนนั้นศิษย์พี่ของข้าอยากกินงูตุ๋นอยู่พอดี พวกมันคงกลัวจึงยอมตามกลับมาอย่างว่าง่าย”

“...”

ทุกคนภายในห้องอาหารมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า

[ไม่ใช่แล้ว คุณชาย!]

[สัตว์อสูรระดับหลอมสุญญตาจะยอมเป็นคนรับใช้ เพียงเพราะถูกขู่ว่าจะเอาไปตุ๋นได้อย่างไร!]

ไม่มีผู้ใดเชื่อคำอธิบายนั้นแม้แต่คนเดียว แต่เมื่อนึกถึงพลังที่ยูรันแสดงออกมาในโถงวิหาร ก็ไม่มีใครกล้าถามต่อเช่นกัน

ยูรันหยิบตำราขึ้นมา ก่อนยื่นให้สาวใช้คนเดิม

“เอาไปสิ”

สาวใช้รับตำรามาถือไว้ด้วยมือสั่นเทา

“มะ... มอบให้พวกบ่าวหรือเจ้าคะ?”

“อืม ข้าไม่อยู่แล้ว เยว่หลีคงกินอาหารที่พวกเจ้าทำไม่ลง หากยังทำรสชาติแบบเดิมออกมาอีก นางอาจสั่งตัดหัวพวกเจ้าทิ้งก็ได้”

ยูรันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ถึงตอนนั้นข้าคงช่วยพวกเจ้าไม่ได้”

เหล่าสาวใช้หน้าซีดเผือด ก่อนกอดตำราทำอาหารเอาไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติช่วยชีวิต

เซี่ยเยว่หลีกลับมีสีหน้าไม่พอใจ

“ทำไมต้องช่วยพวกนางด้วย? สาวใช้จะหาใหม่เมื่อไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ”

โป๊ก!

“โอ๊ย! เจ้าดีดหน้าผากข้าทำไม?”

เซี่ยเยว่หลียกมือกุมหน้าผาก ก่อนถลึงตาใส่ยูรันอย่างขุ่นเคือง

ยูรันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“สาวใช้ก็เป็นคนเหมือนกัน อย่าแกล้งพวกนางให้มากนักสิ”

คำพูดนั้นไม่ต่างจากประกาศิตช่วยชีวิตสำหรับเหล่าสาวใช้

พวกนางมองยูรันด้วยความซาบซึ้งจนแทบหลั่งน้ำตา หากไม่ได้อยู่ท่ามกลางงานเลี้ยง เกรงว่าคงคุกเข่าโขกศีรษะเรียกเขาว่าผู้มีพระคุณไปแล้ว

ผู้อาวุโสคนหนึ่งยังคงจ้องตำราทำอาหารในมือสาวใช้ ก่อนนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

“คุณชาย แล้ววิชาก้าวพริบตากับเหยียบเวหาเล่า? ท่านพอจะรับคนชราอย่างข้าเป็นศิษย์ได้หรือไม่ ข้าพร้อมกราบท่านเป็นอาจารย์!”

ผู้อาวุโสอีกคนรีบยกมือขึ้นทันที

“ข้าด้วย!”

“ข้าก็เหมือนกัน!”

“ข้ายินดีกราบท่านเป็นอาจารย์เช่นกัน!”

ยูรันตอบอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด

“ไม่สอน”

เหล่าผู้อาวุโสแข็งค้างไปพร้อมกัน

ผู้อาวุโสคนแรกประสานมือถามอย่างไม่ยอมแพ้

“ข้าน้อยขอทราบได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด?”

“คุณหนูใหญ่ของพวกท่านสอนได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ข้าสอนด้วยตัวเอง”

ยูรันชี้ไปทางเซี่ยเยว่หลี

“หากอยากเรียนให้เร็วขึ้น ก็ช่วยให้นางฝึกสำเร็จเสียก่อน เช่น เตรียมอาหารอร่อย ๆ เอาไว้เยียวยาจิตใจและร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการฝึกฝน”

พูดจบ เขาก็เหลือบหน้าไปทางเหล่าสาวใช้

สาวใช้ทุกคนสะดุ้งโหยง ก่อนรีบกอดตำราทำอาหารแน่นขึ้น

“พะ... พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ!”

“นอกจากอาหารแล้ว สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับฝึกฝนก็สำคัญเช่นกัน”

ยูรันกล่าวต่ออย่างสบายอารมณ์

“ตอนนี้นางพัฒนาขึ้นมากแล้ว ทั้งที่เพิ่งเริ่มเรียนเมื่อเช้าวานนี้ แต่หนึ่งก้าวสามารถเคลื่อนที่ได้ไกลประมาณห้าลี้ หากเป็นคนทั่วไป คงต้องใช้เวลาฝึกสักหนึ่งร้อยปีกว่าจะไปถึงระดับเดียวกับนาง”

ทั่วทั้งห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบ

“หนึ่งร้อยปี...”

ผู้อาวุโสคนหนึ่งพึมพำด้วยสีหน้าเลื่อนลอย

“คนทั่วไปต้องใช้เวลาหนึ่งร้อยปีจึงจะก้าวได้ไกลห้าลี้ แต่คุณชายกลับสอนคุณหนูใหญ่ได้ภายในวันเดียว?”

สายตาของทุกคนที่มองเซี่ยเยว่หลีพลันเปลี่ยนไป

ยูรันพยักหน้า

“หากนางก้าวได้ไกลประมาณสามสิบลี้ในครั้งเดียว และสามารถใช้ต่อเนื่องได้ครึ่งวันโดยไม่เหนื่อยล้า ถึงตอนนั้นก็น่าจะถือว่าบรรลุเป้าหมาย และพร้อมสอนพวกท่านได้แล้ว”

เหล่าผู้อาวุโสสูดหายใจเข้าลึก ดวงตาเริ่มเปล่งประกายด้วยความหวัง

ยูรันเหลือบมองตำราทำอาหารในมือสาวใช้อีกครั้ง

“ส่วนเรื่องอาหาร ข้าไม่ได้บอกว่าต้องให้สาวใช้เป็นคนทำเสียหน่อย ไม่ว่าใคร หากทำอาหารอร่อยและช่วยให้นางฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าได้เร็วขึ้น ย่อมเป็นผลดีต่อการฝึกของนางทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?”

ศิษย์หัวไวคนหนึ่งเบิกตากว้าง ก่อนตบโต๊ะลุกพรวดขึ้น

“จริงด้วย!”

เขาหันไปมองตำราทำอาหารด้วยแววตามุ่งมั่น

“คืนนี้ข้าจะคัดลอกตำรา แล้วเริ่มฝึกทำอาหารทันที!”

เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสคนอื่น ๆ พลันเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่

หากอยากเรียนก้าวพริบตาและเหยียบเวหาให้เร็วที่สุด พวกเขาก็ต้องช่วยกันเลี้ยงดูคุณหนูใหญ่ให้อิ่มหนำและฝึกสำเร็จโดยเร็ว!

“ข้าจะเรียนทำอาหารด้วย!”

“ข้ามีประสบการณ์ควบคุมเพลิงโอสถ การควบคุมไฟย่อมไม่เป็นปัญหา!”

“ข้ารับผิดชอบจัดหาวัตถุดิบชั้นเลิศเอง!”

เหล่าสาวใช้มองกลุ่มผู้อาวุโสและศิษย์ที่กำลังแย่งงานในห้องครัวของพวกนาง ก่อนรีบกอดตำราต้นฉบับแน่นกว่าเดิม

[พวกท่านคิดจะแย่งตำแหน่งสาวใช้ของพวกเราด้วยหรือ?!]