คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 88 ข้าสามารถนวดให้ท่านได้นะเจ้าคะ7,242 ตัวอักษร

ตอนที่ 88 ข้าสามารถนวดให้ท่านได้นะเจ้าคะ

ยูรันยกนิ้วขึ้น ก่อนอธิบายอย่างใจเย็น

“ตอนนี้เมืองหลอมศิลามีสี่ตระกูลใหญ่ ได้แก่ ตระกูลเสิ่น ตระกูลจง ตระกูลไป๋ และตระกูลลู่ของเจ้า”

“จากสถานการณ์ในเวลานี้ ตระกูลเสิ่นกับตระกูลจงน่าจะร่วมมือกันแล้ว มิฉะนั้นคงไม่กล้าส่งคนมาชิงป้ายหยกกระจอก ๆ นั่นจากเจ้า”

องครักษ์จางหันกลับมาทันที

“เป็นไปไม่ได้ขอรับ! ตระกูลเสิ่นกับตระกูลจงขัดแย้งกันมาหลายสิบปี ทั้งสองฝ่ายไม่มีทางร่วมมือกันได้”

ยูรันเอนหลังพิงเบาะ

“สิ่งที่พวกท่านมองเห็น คือสิ่งที่พวกมันอยากให้เห็นต่างหาก”

เขาชี้ไปทางด้านหลังรถม้าซึ่งมีโจรทั้งห้าถูกลากตามมา

“โจรขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายห้าคนไม่สนใจเงินทอง แต่เจาะจงเอาเพียงป้ายหยก หากไม่มีตระกูลใหญ่หนุนหลัง พวกมันจะกล้าลงมือใกล้ประตูเมืองเช่นนี้หรือ?”

องครักษ์จางเงียบลงทันที

ลู่ชิงถานขมวดคิ้ว

“แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตระกูลไป๋อย่างไรเจ้าคะ?”

“หากสองตระกูลนั้นร่วมมือกัน พวกมันย่อมไม่หยุดเพียงแค่ตระกูลลู่”

ยูรันตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“พวกมันจะลากตระกูลไป๋เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ศิษย์พี่รองของข้าจะถูกจับไปทำเป็นเตาหลอม ส่วนเจ้าก็จะมีจุดจบไม่ต่างจากนาง”

ลู่ชิงถานชี้เข้าหาตนเองด้วยความตกใจ

“ข้าด้วยหรือเจ้าคะ?”

“ใช่”

ยูรันพยักหน้า

“ร่างกายของเจ้ามีความพิเศษ สำหรับผู้บำเพ็ญแล้ว เจ้าเป็นเตาหลอมชั้นยอดที่มีค่ายิ่งกว่าผู้ครอบครองกายาหยินบริสุทธิ์เสียอีก ส่วนในสายตาของคนธรรมดา ร่างกายของนางก็ไม่ต่างจากยาอายุวัฒนะ หากนำไปใช้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง สามารถยืดอายุขัยของคนผู้หนึ่งได้หลายร้อยปี”

ใบหน้าของลู่ชิงถานค่อย ๆ ซีดลง

องครักษ์จางกำบังเหียนแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้น

“หรือว่าเหตุผลที่พวกมันต้องการป้ายหยก เป็นเพราะต้องการเปิดทางเข้าสู่พื้นที่ต้องห้ามของตระกูล...”

เขาหยุดพูดกลางคัน ราวกับเพิ่งนึกถึงบางอย่างที่น่ากลัวขึ้นมาได้

ยูรันไม่ได้ซักถาม เพียงกล่าวต่ออย่างสบายอารมณ์

“ลองคิดดู หากตระกูลไป๋ล่มสลาย ทรัพย์สินและอำนาจส่วนใหญ่ย่อมตกไปอยู่ในมือตระกูลเสิ่นกับตระกูลจง”

“เมื่อถึงตอนนั้นจะเหลือตระกูลลู่เพียงลำพัง พวกท่านคิดว่าจะต้านทานสองตระกูลซึ่งร่วมมือกันได้หรือ?”

องครักษ์จางกัดฟัน ก่อนส่ายหน้าอย่างไม่เต็มใจ

“ไม่ได้ขอรับ หากทั้งสองตระกูลร่วมมือกันจริง ต่อให้ตระกูลลู่ทุ่มกำลังทั้งหมดก็คงต้านไว้ได้ไม่นาน”

“ถูกต้อง”

ยูรันพยักหน้า

“สุดท้าย สี่ตระกูลใหญ่จะเหลือเพียงตระกูลเสิ่นกับตระกูลจง”

“ส่วนลู่ชิงถานกับศิษย์พี่รองของข้า จะถูกพวกมันนำไปทำเป็นเตาหลอมอย่างแน่นอน”

ยูรันกลับไปเอนหลังพิงเบาะ ก่อนกล่าวสรุปอย่างไม่ใส่ใจ

“ข้าเดินทางมาเพื่อช่วยศิษย์พี่รอง ส่วนเจ้าก็บังเอิญพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วยเท่านั้นแหละ”

องครักษ์จางหน้าเปลี่ยนสี ก่อนรีบเอ่ยขึ้น

“ช้าก่อนขอรับ! ข้ายังมีเรื่องสงสัย คุณชายทราบเรื่องร่างกายของคุณหนูได้อย่างไร?”

เขาหันไปมองลู่ชิงถานด้วยความกังวล

“คุณหนูได้รับการตรวจร่างกายมาตั้งแต่เด็ก แม้สุขภาพจะอ่อนแอกว่าคนทั่วไปอยู่บ้าง แต่ไม่เคยมีผู้ใดตรวจพบกายาพิเศษเลยนะขอรับ”

“นั่นคือเหตุผลที่จุดประสงค์ของข้าเพิ่มจากสองข้อเป็นสามข้อ”

ยูรันยกนิ้วขึ้น

“ข้อแรกคือช่วยศิษย์พี่รอง ข้อที่สองเป็นธุระส่วนตัวของข้า ส่วนข้อที่สามซึ่งเพิ่งเพิ่มเข้ามา...”

เขาชี้ไปทางลู่ชิงถาน

“คือรักษาเจ้า”

ลู่ชิงถานยกมือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ

องครักษ์จางเองก็แทบทำบังเหียนหลุดมือ

“คุณหนูของข้ามีทางรักษาด้วยหรือขอรับ?”

“มีอยู่สองวิธี”

ยูรันยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว

“วิธีแรกคือให้นางกลายเป็นเตาหลอม ระบายพลังส่วนเกินและสิ่งที่สะสมอยู่ภายในร่างออกไป แบบนั้นนางจะยังมีชีวิตอยู่ต่อได้”

องครักษ์จางรีบถามขึ้นทันที

“เดี๋ยวก่อนนะขอรับคุณชาย! วิธีที่สองคงไม่ใช่ให้คุณหนูของข้าไปเป็นเตาหลอมของท่านหรอกนะ?”

ลู่ชิงถานกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

เส้นเลือดตรงขมับของยูรันปูดขึ้นทันที

[ไอ้แก่นี่มันโง่ หรือมันโง่มากกันแน่?]

เพียะ!

เสียงตบดังสนั่นไปทั่วรถม้า

ก่อนองครักษ์จางจะทันตั้งตัว ฝ่ามือของยูรันก็ตามมาอีกหลายครั้ง

เพียะ! เพียะ! เพียะ!

“ตาแก่ สมองหมาหรือไง!”

ยูรันคว้าคอเสื้อองครักษ์จาง ก่อนตบจนใบหน้าของอีกฝ่ายบวมปูด

“หากวิธีที่สองยังเป็นการจับนางไปทำเตาหลอม แล้วมันจะแตกต่างจากวิธีแรกตรงไหน?”

เพียะ!

“ถ้ามันเหมือนกัน ข้าจะบอกว่ามีสองวิธีทำไม?”

เพียะ!

“ในหัวของแกมีแต่เรื่องเตาหลอมหรือไง ไอ้โง่เอ๊ย!”

หลังกล่าวจบ องครักษ์จางยังถูกทุบซ้ำอีกหลายครั้ง จนใบหน้าบวมเป่งและพูดแทบไม่รู้เรื่อง

ยูรันจึงยอมปล่อยมือ ก่อนกลับไปนั่งตามเดิมราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

“ส่วนวิธีที่สองคือให้ข้ารักษานาง ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นเตาหลอมให้ผู้ใดทั้งนั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวล”

ลู่ชิงถานถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ทว่าในขณะเดียวกัน ภายในใจของนางกลับรู้สึกผิดหวังอย่างแปลกประหลาด

[เหตุใดข้าจึงรู้สึกแย่ เมื่อได้ยินว่าตนเองไม่ต้องเป็นเตาหลอมของเขากัน?]

ลู่ชิงถานนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ ก่อนถามต่อด้วยความสงสัย

“แล้วจุดประสงค์อีกข้อที่เหลือคืออะไรหรือเจ้าคะ?”

“อ๋อ เรื่องนั้น...”

ยูรันขยับตัวนั่งตรงขึ้นเล็กน้อย

“ข้อตกลงเมื่อครู่ยังมีผลอยู่ใช่ไหม ที่เจ้าบอกว่าจะมอบร่างกายให้ข้าน่ะ?”

ใบหน้าของลู่ชิงถานแดงขึ้นทันที

“ยังมีผลอยู่เจ้าค่ะ”

“ดี”

ยูรันพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนถามขึ้น

“ว่าแต่งานประมูลยังไม่เริ่มใช่หรือไม่?”

“ยังไม่เริ่มเจ้าค่ะ จะเริ่มในอีกสองวัน”

“นั่นแหละ จุดประสงค์ข้อที่สองของข้า”

ยูรันยกยิ้มมุมปาก

“ข้าได้ยินว่าศิษย์พี่เย่อ้าวเทียนกำลังจะเข้าร่วมงานประมูล ข้าจึงตั้งใจไปประมูลตัดหน้า แย่งของที่เขาต้องการมาสักสองสามชิ้น”

“แล้วระหว่างนั้น ข้าอยากให้เจ้าช่วยแสดงละครเป็นคนรักของข้าด้วย”

ลู่ชิงถานเบิกตากว้าง

“คะ... คะ... คนรักหรือเจ้าคะ?”

“ใช่”

ยูรันพยักหน้าราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

“ศิษย์พี่ของข้าเป็นพวกคลั่งไคล้สตรีงดงาม หากเขาเห็นหญิงงามอย่างเจ้าอยู่ข้างกายข้า แถมยังแสดงตัวว่าเป็นคนรักของข้า เขาต้องโกรธจนกระอักเลือดออกมาแน่”

น้ำเสียงของยูรันเต็มไปด้วยความคาดหวัง

“ข้าเลยอยากแกล้งเขาเล่นสักหน่อย”

ลู่ชิงถานนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ถ้าอย่างนั้น ร่างกายที่คุณชายต้องการจากข้า... หมายถึงให้ข้าช่วยแสดงละครเป็นคนรักของท่านเท่านั้นหรือเจ้าคะ?”

“ใช่สิ ข้าต้องการเพียงเท่านั้น”

ยูรันเอียงคออย่างไม่เข้าใจ

“แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะต้องการอะไรอีก?”

“...”

ลู่ชิงถานเม้มริมฝีปาก ก่อนหลุบตาลงเพื่อซ่อนความผิดหวังที่ปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว

[ชายผู้นี้ไม่ได้คิดอะไรกับข้าเลยสินะ...]

[มีเพียงข้าที่คิดไปไกลอยู่ฝ่ายเดียว]

ยูรันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงดีดนิ้วเบา ๆ

“โอ้ ยังมีอีกเรื่อง ข้าเกือบลืมไปเลย”

“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”

“งานประมูลต้องมีหนังสือเชิญหรือลงชื่อในนามขุมกำลังใดสักแห่งไม่ใช่หรือ?”

ยูรันเอียงคอ

“ข้าเพิ่งมาถึงเมืองนี้ ไม่มีทั้งหนังสือเชิญและผู้รับรอง ข้าขอเข้าร่วมในนามตระกูลลู่ได้หรือเปล่า? ช่วยลงชื่อให้ข้าหน่อยได้ไหม?”

ลู่ชิงถานตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

“หากคุณชายต้องการ ย่อมได้เจ้าค่ะ ข้าจะจัดการเรื่องหนังสือรับรองและที่นั่งในงานประมูลให้เอง”

“ขอบใจมาก”

“คุณชายช่วยชีวิตพวกเราทั้งหมด เรื่องเพียงเท่านี้ไม่ถือว่าเป็นสิ่งใดเลยเจ้าค่ะ”

ลู่ชิงถานกล่าวต่อ

“งานประมูลจะเริ่มขึ้นในอีกสองวัน หากคุณชายยังไม่มีที่พัก เชิญไปพักที่คฤหาสน์ของข้าดีหรือไม่เจ้าคะ?”

ยูรันส่ายหน้าทันที

“ไม่เอา คืนนี้ข้าจะไปนอนที่หอนางโลม”

“หอนางโลม?”

ลู่ชิงถานชะงักไปเล็กน้อย

“อืม เดี๋ยวค่อยให้พวกนางช่วยนวดคอให้สักหน่อย เดินทางมาตั้งนาน รู้สึกเมื่อยอยู่เหมือนกัน”

ยูรันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“โรงเตี๊ยมทั่วไปไม่น่ามีบริการนวดคอให้ด้วย”

ลู่ชิงถานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบกล่าวขึ้น

“เอ่อ... ข้าเองก็พอรู้วิธีนวดอยู่บ้าง หากคุณชายไม่รังเกียจ ข้าสามารถนวดให้ท่านได้นะเจ้าคะ”

“จริงหรือ?”

ยูรันมีสีหน้าสนใจขึ้นมาทันที

“ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะได้ ข้าไปพักที่คฤหาสน์ของเจ้าก็แล้วกัน”

ดวงตาของลู่ชิงถานเป็นประกายขึ้น

“เจ้าค่ะ!”

นางรีบสั่งให้องครักษ์จางมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ตระกูลลู่ทันที

ระหว่างทาง ลู่ชิงถานกับยูรันพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ไปเรื่อยเปื่อย บรรยากาศภายในรถม้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนโจรทั้งห้าซึ่งถูกมัดและลากอยู่ด้านหลัง กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนตลอดเส้นทาง

“คนพวกนั้นไปทำอะไรมา?”

“ได้ยินว่าเป็นโจรดักปล้นคุณหนูลู่ใกล้ประตูเมือง”

“สมควรแล้ว!”

“ลากให้หน้าครูดพื้นหนักกว่าเดิมเลย!”

เมื่อรู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นโจร ผู้คนริมถนนไม่เพียงไม่สงสาร ยังพากันชี้หน้าสมน้ำหน้าตลอดทางจนถึงคฤหาสน์ตระกูลลู่