ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 93 ที่แท้เขาก็เป็นห่วงข้า
บนเวที หญิงสาวผู้ดำเนินการประมูลยกมือขึ้น ก่อนม่านผลึกขนาดใหญ่ด้านหลังจะส่องแสงสว่าง รายการสมบัติยี่สิบชิ้นแรกค่อย ๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาตื่นเต้นของผู้คน
“เพื่อไม่ให้แขกผู้มีเกียรติต้องเสียเวลา ข้าจะขอเปิดเผยรายการประมูลยี่สิบชิ้นแรกพร้อมกันเจ้าค่ะ!”
- กระบี่เพลิงเมฆา กระบี่ระดับสี่ สามารถเพิ่มอานุภาพวิชาอัคคีได้สามส่วน ราคาเริ่มต้นหนึ่งแสนเหรียญวิญญาณ
- โอสถประสานชีพจรสามเม็ด รักษาเส้นชีพจรที่ฉีกขาดและอาการธาตุไฟเข้าแทรก ราคาเริ่มต้นหนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญวิญญาณ
- เกราะเกล็ดวารีดำ สามารถรับการโจมตีเต็มกำลังจากผู้ฝึกตนขอบเขตแปลงจิตวิญญาณได้หนึ่งครั้ง ราคาเริ่มต้นสองแสนเหรียญวิญญาณ
- หญ้ารัตติกาลพันปี สมุนไพรหายากสำหรับหลอมโอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณ ราคาเริ่มต้นสองแสนหกหมื่นเหรียญวิญญาณ
- แก่นอสูรหมาป่าอัสนี มาจากสัตว์อสูรระดับแปลงจิตวิญญาณ เหมาะสำหรับหลอมอาวุธสายฟ้าหรือดูดซับพลัง ราคาเริ่มต้นสามแสนห้าหมื่นเหรียญวิญญาณ
- แผ่นค่ายกลรวมปราณเจ็ดชั้น เพิ่มความหนาแน่นของพลังวิญญาณภายในพื้นที่ได้ห้าเท่า ราคาเริ่มต้นสี่แสนห้าหมื่นเหรียญวิญญาณ
- เตาหลอมอัคคีคราม เตาหลอมโอสถและอาวุธระดับเจ็ด สามารถลดโอกาสการหลอมล้มเหลวได้สองส่วน ราคาเริ่มต้นหกแสนเหรียญวิญญาณ
- คัมภีร์เงาทะยานพันลี้ วิชาตัวเบาระดับห้า ฝึกสำเร็จสามารถเพิ่มความเร็วได้หลายเท่า ราคาเริ่มต้นแปดแสนเหรียญวิญญาณ
- ไข่เหยี่ยววายุคราม สัตว์อสูรซึ่งมีสายเลือดราชันวิหค หากเลี้ยงดูจนโตเต็มวัยอาจเข้าสู่ขอบเขตแปลงจิตวิญญาณ ราคาเริ่มต้นหนึ่งล้านเหรียญวิญญาณ
- น้ำค้างจันทราพันปีหนึ่งขวด ช่วยบำรุงจิตวิญญาณและลดโอกาสธาตุไฟเข้าแทรกขณะทะลวงขอบเขต ราคาเริ่มต้นหนึ่งล้านสามแสนเหรียญวิญญาณ
- โลหิตมังกรปฐพีสามหยด สามารถชำระไขกระดูก กระตุ้นกายาพิเศษประเภทโลหิต และเพิ่มโอกาสทะลวงขอบเขตวิญญาณทารก ราคาเริ่มต้นหนึ่งล้านหกแสนเหรียญวิญญา
- ไข่มุกประสานวิญญาณ สามารถฟื้นฟูจุดตันเถียนและเส้นชีพจรที่เสียหายอย่างหนักได้หนึ่งครั้ง ราคาเริ่มต้นสองล้านเหรียญวิญญาณ
- หุ่นเชิดเกราะทอง มีพลังต่อสู้เทียบเท่าขอบเขตแปลงจิตวิญญาณขั้นต้น และสามารถควบคุมได้ด้วยจิตสัมผัส ราคาเริ่มต้นสองล้านห้าแสนเหรียญวิญญาณ
- ศิลามิติสามก้อน วัตถุดิบสำคัญสำหรับสร้างแหวนมิติขนาดใหญ่และค่ายกลเคลื่อนย้าย ราคาเริ่มต้นสามล้านเหรียญวิญญาณ
- คัมภีร์กายาดาราเก้าหมุนเวียน วิชาฝึกกายระดับเ กล่าวกันว่าเมื่อฝึกสำเร็จ กายเนื้อจะทัดเทียมอาวุธวิญญาณ ราคาเริ่มต้นสามล้านแปดแสนเหรียญวิญญาณ
- ดอกบัวเพลิงเหมันต์สามพันปี สมุนไพรหายากซึ่งมีพลังอัคคีและเหมันต์อยู่ร่วมกัน ใช้หลอมโอสถทะลวงขอบเขตได้ ราคาเริ่มต้นห้าล้านเหรียญวิญญาณ
- เศษกระบี่เซียนโบราณ แม้เหลือเพียงครึ่งเล่ม แต่ภายในยังมีเจตจำนงกระบี่หลงเหลืออยู่ ราคาเริ่มต้นหกล้านห้าแสนเหรียญวิญญาณ
- หัวใจอัคคีพิภพ ต้นกำเนิดเปลวเพลิงใต้พิภพ สามารถใช้เพิ่มระดับเตาหลอม หลอมรวมกับวิชาอัคคี หรือสร้างแหล่งพลังให้ตระกูล ราคาเริ่มต้นแปดล้านเหรียญวิญญาณ
- แผนที่และกุญแจแดนลับราชันศิลา นำทางไปยังแดนลับซึ่งยังไม่เคยถูกสำรวจอย่างสมบูรณ์ ราคาเริ่มต้นสิบล้านเหรียญวิญญาณ
- ผลึกสุญญตา ภายในบรรจุความเข้าใจเกี่ยวกับมิติและความว่างเปล่า สามารถเพิ่มโอกาสก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมสุญญตาได้หนึ่งส่วน ราคาเริ่มต้นสิบห้าล้านเหรียญวิญญาณ
เมื่อรายการสุดท้ายปรากฏขึ้น ทั่วทั้งหอประมูลก็ระเบิดเสียงฮือฮาดังสนั่น
เพียงยี่สิบรายการแรก ราคาก็สูงจนผู้ฝึกตนทั่วไปต้องทำงานหลายชั่วชีวิตจึงจะซื้อได้สักชิ้น โดยเฉพาะสามรายการท้าย แม้แต่ผู้นำตระกูลใหญ่ยังต้องมีสีหน้าเคร่งเครียด
ท่ามกลางความตื่นเต้นของผู้คนทั่วทั้งหอประมูล ยูรันกลับเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนหาวออกมาอย่างเบื่อหน่าย
“อืม... มีแต่ขยะ”
พนักงานต้อนรับซึ่งยืนอยู่ด้านข้างคิ้วกระตุกทันที
ยูรันหันไปทางลู่เหยียนหนิง
“ท่านแม่อยากได้ชิ้นใดก็บอกข้าได้เลยนะ หัวใจอัคคีพิภพนั่นก็ไม่เลว เอากลับไปทำเตาผิงช่วงหน้าหนาวได้พอดี”
“...”
พนักงานต้อนรับแทบสำลักลมหายใจ
หัวใจอัคคีพิภพซึ่งมีราคาเริ่มต้นแปดล้านเหรียญวิญญาณ เป็นเปลวเพลิงที่เหล่านักหลอมอาวุธใฝ่ฝันอยากครอบครอง แต่ชายผู้นี้กลับคิดจะนำไปทำเตาผิง!
ลู่เหยียนหนิงไม่ได้สนใจเรื่องนั้น นางมองรายการประมูลด้วยสีหน้ากังวล ก่อนหันไปถามยูรัน
“ยูรัน เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่จำเป็นต้องใช้ของในนี้รักษาชิงถาน? ไข่มุกวิญญาณอะไรนั่นดูเหมือนจะเป็นวัตถุดิบสำหรับฟื้นฟูร่างกายไม่ใช่หรือ?”
“ท่านแม่ มันเรียกว่าไข่มุกประสานวิญญาณ”
ยูรันแก้ชื่อให้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“หากท่านแม่ชอบ ข้าประมูลมาแล้วทำเป็นต่างหูให้ท่านสวมก็ได้ แต่หากจะนำมารักษาชิงถาน มันยังไม่มีประโยชน์เท่ากับน้ำสะอาดหนึ่งถ้วยเลย”
เขาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“ของพวกนี้เป็นเพียงขยะทั้งนั้น”
ลู่ชิงถานมองไข่มุกประสานวิญญาณซึ่งมีราคาเริ่มต้นถึงสองล้านเหรียญวิญญาณ ก่อนหันกลับมามองยูรัน
สมบัติล้ำค่าที่สามารถฟื้นฟูจุดตันเถียนและเส้นชีพจร กลับมีค่าเพียงพอสำหรับทำต่างหูให้มารดาของนางเท่านั้น
พนักงานต้อนรับยืนฟังคำว่า ‘ขยะ’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมุมปากกระตุกไม่หยุด
[ชายผู้นี้ไม่เห็นสมบัติชิ้นใดอยู่ในสายตาเลยหรืออย่างไร?]
[หากประมูลมาแล้วคิดว่าเป็นขยะนัก ก็เอามาให้ข้าเถอะ! ข้ายินดีเก็บขยะราคาแปดล้านให้เอง!]
หญิงสาวบนเวทียกมือขึ้น ก่อนพนักงานสองคนจะนำกล่องไม้ยาวออกมาวางบนแท่นประมูล
เมื่อฝากล่องเปิดออก กระบี่สีแดงเข้มเล่มหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตาของทุกคน ไอร้อนแผ่ออกมาจากคมกระบี่จนภาพโดยรอบสั่นไหวเล็กน้อย
“สมบัติชิ้นแรก กระบี่เพลิงเมฆา อาวุธระดับสี่ สามารถเพิ่มอานุภาพวิชาอัคคีได้สามส่วน”
หญิงสาวกวาดตามองไปทั่วโถง
“ราคาเริ่มต้นหนึ่งแสนเหรียญวิญญาณ ทุกครั้งที่เสนอราคาต้องเพิ่มไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญวิญญาณ เริ่มประมูลได้เจ้าค่ะ!”
“หนึ่งแสนหนึ่งหมื่น!”
“หนึ่งแสนสามหมื่น!”
“หนึ่งแสนห้าหมื่น!”
เสียงเสนอราคาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่นานราคาก็เพิ่มสูงถึงสองแสนเหรียญวิญญาณ
จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังมาจากห้องของตระกูลเสิ่น
“สองแสนห้าหมื่น”
ผู้เสนอราคาคือเย่อ้าวเทียน
ผู้คนด้านล่างพากันเงียบเสียงลงชั่วขณะ ด้วยราคานี้ กระบี่เพลิงเมฆาก็แทบไม่มีช่องว่างให้ทำกำไรอีกแล้ว
ยูรันได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็ยกยิ้มมุมปาก
“โอ้ ศิษย์พี่เย่ช่างร่ำรวยจริง ๆ มีขาใหญ่ให้เกาะถึงกับกล้าเสนอราคาสองแสนห้าหมื่นเหรียญวิญญาณ”
เขายกป้ายเสนอราคาขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
“ห้าแสน”
ทั่วทั้งหอประมูลเงียบลงทันที
เย่อ้าวเทียนชะงัก ก่อนหันขวับไปทางต้นเสียง
เมื่อเห็นยูรันนั่งอยู่ระหว่างลู่เหยียนหนิงกับลู่ชิงถาน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เส้นเลือดตรงขมับปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
[ไอ้สารเลวยูรัน!]
ยูรันหันหน้าไปทางห้องของตระกูลเสิ่น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
“อ้าว ศิษย์พี่เย่ ท่านก็อยากได้เหมือนกันหรือ? หากท่านเสนอราคาสักหนึ่งล้าน ข้าจะยอมถอยให้ก็ได้นะ”
เย่อ้าวเทียนกำหมัดแน่น เตรียมจะเพิ่มราคาอีกครั้ง แต่คุณชายตระกูลเสิ่นซึ่งนั่งอยู่ข้างกันยกมือห้ามไว้
“พอเถอะพี่เย่ กระบี่เล่มนี้ไม่ได้มีค่าถึงห้าแสนเหรียญวิญญาณ ปล่อยให้เขาเสียเงินไป”
เย่อ้าวเทียนจ้องยูรันอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเงียบเสียงลง
หญิงสาวบนเวทีรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเริ่มนับ
“ห้าแสนเหรียญวิญญาณครั้งที่หนึ่ง”
“ห้าแสนเหรียญวิญญาณครั้งที่สอง”
“ห้าแสนเหรียญวิญญาณครั้งที่สาม!”
ปัง!
“ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกียรติจากห้องตระกูลลู่ กระบี่เพลิงเมฆาตกเป็นของท่านเจ้าค่ะ!”
ภายในห้องฝั่งตรงข้าม หนานอวี้แทบกระโดดขึ้นจากเก้าอี้
“ศิษย์พี่รอง! ศิษย์น้องได้กระบี่เล่มนั้นไปแล้ว! หากข้าไปขอจากเขา เขาจะยกให้ข้าหรือไม่นะ?”
ไป๋หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญคือศิษย์น้องประมูลกระบี่เล่มนั้นไปทำไม แล้วเขาเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากที่ใดต่างหาก”
“แต่ข้าสะใจชะมัดที่ศิษย์น้องประมูลชนะไอ้สารเลวนั่น!”
ไป๋หลิงพยักหน้าโดยไม่ลังเล
“เรื่องนั้นข้าเห็นด้วย”
ภายในห้องของตระกูลลู่ ยูรันหยิบถุงเก็บเงินออกมาวางบนโต๊ะ
“จ่ายไปเลย แล้วนำกระบี่มาให้ข้าดูด้วย”
พนักงานรีบรับเงินไปจัดการ ไม่นานนัก กระบี่เพลิงเมฆาก็ถูกนำเข้ามาส่งถึงภายในห้อง
ยูรันรับกระบี่มาถือ ก่อนใช้จิตสัมผัสตรวจสอบตั้งแต่ด้ามจรดปลายกระบี่
“ขยะจริง ๆ”
เขาพลิกกระบี่ไปมาเล็กน้อย
“เอาไปทำโคมไฟตั้งไว้หน้าตำหนักก็พอใช้ได้อยู่ ถึงจะไม่ค่อยสวยก็เถอะ”
องครักษ์จางขยี้ตาตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ
[เอาจริงหรือ?]
[คุณชายผู้นี้ประมูลกระบี่มาห้าแสนเหรียญวิญญาณ เพื่อนำไปตั้งเป็นโคมไฟหน้าตำหนักเนี่ยนะ?!]
แม้แต่ลู่เหยียนหนิงยังอดสงสัยไม่ได้
“ยูรัน เจ้าจะนำมันไปทำเป็นโคมไฟจริง ๆ หรือ?”
“จริงสิท่านแม่ลู่ ข้าไม่เห็นประโยชน์อย่างอื่นจากกระบี่ขยะ ๆ เล่มนี้เลยสักนิด”
ลู่ชิงถานเหลือบมององครักษ์จาง ก่อนเสนอขึ้นมา
“ถ้าเช่นนั้นยกให้องครักษ์จางใช้ไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ?”
หูขององครักษ์จางผึ่งขึ้นทันที ดวงตาจับจ้องกระบี่เพลิงเมฆาอย่างคาดหวัง
ยูรันกลับส่ายหน้า
“จะให้เขาทำไม? ตาแก่จางใช้วิชาอัคคีได้หรือ?”
องครักษ์จางชะงัก
“เอ่อ... ไม่ได้ขอรับ”
“ถ้าใช้ไม่ได้ กระบี่เล่มนี้ก็ไม่มีประโยชน์กับเขา ต่อให้ใช้ได้ แต่ควบคุมเปลวไฟไม่ดี ระหว่างต่อสู้เกิดไฟกระเด็นมาโดนเจ้าขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
ลู่ชิงถานนิ่งไปเล็กน้อย
นางไม่ได้ยินคำอธิบายส่วนอื่นอีกแล้ว ภายในหัวเหลือเพียงประโยคเดียวเท่านั้น
[หากไฟกระเด็นมาโดนเจ้าขึ้นมาจะทำอย่างไร...]
[ที่แท้เขาก็เป็นห่วงข้า]
ใบหน้าของนางแดงขึ้นเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างว่าง่าย
“อืม คุณชายพูดถูกแล้วเจ้าค่ะ”
องครักษ์จางมองคุณหนูของตนสลับกับกระบี่เพลิงเมฆา ก่อนก้มหน้าลงอย่างหมดอาลัย
[แล้วเหตุใดจึงไม่มีผู้ใดถามความเห็นข้าบ้างเลย...]