คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 94 บางทีอาจสร้างกิเลนขึ้นมาได้7,074 ตัวอักษร

ตอนที่ 94 บางทีอาจสร้างกิเลนขึ้นมาได้

หลังจากส่งมอบกระบี่เพลิงเมฆาเรียบร้อย การประมูลก็ดำเนินต่อไป

โอสถประสานชีพจร เกราะเกล็ดวารีดำ และหญ้ารัตติกาลพันปีถูกนำขึ้นประมูลตามลำดับ ยูรันไม่สนใจเสนอราคา ปล่อยให้ผู้ฝึกตนและตระกูลอื่นแข่งขันกันไปตามปกติ

กระทั่งสมบัติชิ้นที่ห้าถูกนำขึ้นมาบนเวที

ภายในกล่องผลึกปรากฏแก่นอสูรสีม่วงเข้ม สายฟ้าเส้นเล็กแล่นไปมาตามพื้นผิว ส่งเสียงเปรี๊ยะดังไม่ขาดสาย

“สมบัติชิ้นที่ห้า แก่นอสูรหมาป่าอัสนีระดับแปลงจิตวิญญาณ ราคาเริ่มต้นสามแสนห้าหมื่นเหรียญวิญญาณเจ้าค่ะ!”

เย่อ้าวเทียนเสนอราคาขึ้นมาก่อน

“ห้าแสน”

“หนึ่งล้าน”

เสียงของยูรันดังตามมาติด ๆ

เย่อ้าวเทียนกัดฟัน ก่อนเพิ่มราคา

“หนึ่งล้านหนึ่งแสน!”

“สองล้าน”

เย่อ้าวเทียนหันไปจ้องห้องตระกูลลู่ทันที ทว่าคุณชายเสิ่นกลับยกมือห้ามเขาไว้อีกครั้ง

สุดท้าย แก่นอสูรหมาป่าอัสนีก็ตกเป็นของยูรันด้วยราคาสองล้านเหรียญวิญญาณ

ลู่ชิงถานมองแก่นอสูรซึ่งเต็มไปด้วยสายฟ้า ก่อนถามอย่างสงสัย

“คุณชายต้องการแก่นอสูรชิ้นนี้ไปทำอะไรหรือเจ้าคะ?”

“เอาไปทำสายล่อฟ้า”

“...”

ยูรันกล่าวต่ออย่างจริงจัง

“ปักไว้บนหลังคาตำหนัก เวลาฝนตกจะได้ไม่ต้องกังวลว่าฟ้าผ่าลงมา”

องครักษ์จางมองแก่นอสูรราคาสองล้านเหรียญวิญญาณ ก่อนตัดสินใจเงียบไว้ดีกว่า

สมบัติชิ้นที่หกผ่านไปโดยยูรันไม่ได้สนใจ กระทั่งเตาหลอมอัคคีครามถูกนำขึ้นมาบนเวทีเป็นลำดับที่เจ็ด

ลู่เหยียนหนิงพิจารณาเตาหลอมอยู่ครู่หนึ่ง

“ยูรัน เตาหลอมใบนี้ดูน่าสนใจไม่น้อย ตระกูลลู่มีผู้ที่เชี่ยวชาญการหลอมโอสถอยู่หลายคน เจ้าคิดว่าพวกเราควรประมูลไว้หรือไม่?”

“ไม่จำเป็นหรอกท่านแม่”

ยูรันตอบทันที

“ข้าหลอมโอสถได้สมบูรณ์แบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีทางหลอมล้มเหลวอยู่แล้ว จะเอาเตาหลอมขยะ ๆ เช่นนั้นมาทำไม?”

เขาหันหน้าไปทางลู่เหยียนหนิง

“ท่านแม่เองก็อย่าใช้เลย หากเตาหลอมไม่ได้มาตรฐานแล้วเกิดระเบิดใส่ใบหน้าท่านขึ้นมาจะทำอย่างไร?”

ลู่เหยียนหนิงได้ยินดังนั้นก็เลิกสนใจทันที

“เช่นนั้นก็ไม่เอา”

ลู่ชิงถานซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างหมดคำจะพูด

[ตามใจกันเข้าไป ข้าน้อยใจจริงๆ แล้วนะ...]

เตาหลอมอัคคีครามจึงตกเป็นของตระกูลเสิ่นไป

ทว่าตั้งแต่สมบัติชิ้นที่แปดเป็นต้นมา สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อเย่อ้าวเทียนเสนอราคาคัมภีร์เงาทะยานพันลี้ ยูรันก็ยกป้ายเสนอราคาทับทันที ก่อนคว้าคัมภีร์มาได้ในราคาหนึ่งล้านหกแสนเหรียญวิญญาณ

เมื่อเย่อ้าวเทียนต้องการไข่เหยี่ยววายุคราม ยูรันก็แย่งมาในราคาสองล้านเหรียญวิญญาณ

น้ำค้างจันทราพันปีหนึ่งขวดตกเป็นของยูรันด้วยราคาสองล้านหกแสนเหรียญวิญญาณ

กระทั่งสมบัติชิ้นที่สิบเอ็ดถูกนำออกมา บรรยากาศภายในห้องของตระกูลเสิ่นก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

“โลหิตมังกรปฐพีสามหยด สามารถชำระไขกระดูก กระตุ้นกายาพิเศษประเภทโลหิต และเพิ่มโอกาสทะลวงขอบเขตวิญญาณทารก ราคาเริ่มต้นหนึ่งล้านหกแสนเหรียญวิญญาณเจ้าค่ะ!”

เย่อ้าวเทียนลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที

โลหิตมังกรปฐพีเข้ากันได้อย่างยิ่งกับกายาทรราชโลหิตคลั่งของเขา หากได้มันมา โอกาสทะลวงเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณทารกจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

“สามล้าน!”

“ห้าล้าน”

ยูรันเสนอราคาทับโดยไม่ลังเล

“ห้าล้านหนึ่งแสน!”

“แปดล้าน”

สีหน้าของเย่อ้าวเทียนมืดมนจนแทบหยดน้ำออกมาได้ แต่เมื่อคุณชายเสิ่นปฏิเสธที่จะสนับสนุนเงินเพิ่ม เขาก็ทำได้เพียงมองโลหิตมังกรปฐพีตกไปอยู่ในมือของยูรัน

รายการที่สิบสองถึงสิบห้าดำเนินต่อไปตามปกติ ยูรันไม่ได้สนใจเสนอราคา แม้เย่อ้าวเทียนจะเข้าร่วมแข่งขันบางรายการ เขาก็ปล่อยผ่านไปโดยไม่ใส่ใจ

ของเหล่านั้นต่อให้ตกไปอยู่ในมือเย่อ้าวเทียนก็ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงมากนัก ในสายตาของยูรัน พวกมันยังคงเป็นเพียงขยะ

แต่เมื่อดอกบัวเพลิงเหมันต์สามพันปีปรากฏขึ้นเป็นรายการที่สิบหก และเย่อ้าวเทียนยกป้ายเสนอราคา ยูรันก็กลับเข้าร่วมทันที

ท้ายที่สุด ดอกบัวเพลิงเหมันต์ก็ตกเป็นของยูรันด้วยราคาสูงถึงเก้าล้านเหรียญวิญญาณ

เศษกระบี่เซียนโบราณในรายการที่สิบเจ็ด ยูรันไม่แม้แต่จะชายตามอง

กระทั่งรายการที่สิบแปด หัวใจอัคคีพิภพถูกนำขึ้นเวที เปลวเพลิงสีแดงทองก็ส่องสว่างไปทั่วทั้งหอประมูล

ทั้งตระกูลเสิ่นและเย่อ้าวเทียนต่างต้องการมันอย่างมาก ทว่ายูรันยังคงเสนอราคาทับทุกครั้ง จนสุดท้ายคว้ามาได้ด้วยราคาสิบสี่ล้านเหรียญวิญญาณ

เมื่อแผนที่กับกุญแจแดนลับราชันศิลาถูกนำขึ้นประมูล ยูรันกลับไม่แสดงความสนใจแม้แต่น้อย

“แดนลับนั่นเคยมีคนเข้าไปสำรวจแล้วไม่ใช่หรือ? จะมีสิ่งใดดีอยู่ในแดนลับโง่ ๆ ง่อย ๆ เช่นนั้นกัน”

เขาพลิกหน้ารายการผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ

“ต่อให้ข้าเข้าไปเอง ของทั้งหมดที่เหลืออยู่ข้างในก็คงเป็นขยะอยู่ดี”

รายการอื่น ๆ รวมถึงผลึกสุญญตาถูกปล่อยให้ผู้คนแย่งชิงกันตามปกติ ยูรันไม่คิดเสียเงินกับของที่ไม่มีประโยชน์ต่อตน

แต่ของทุกชิ้นที่เย่อ้าวเทียนต้องการอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์เงาทะยานพันลี้ ไข่เหยี่ยววายุคราม น้ำค้างจันทราพันปี โลหิตมังกรปฐพี ดอกบัวเพลิงเหมันต์ หรือหัวใจอัคคีพิภพ ล้วนตกไปอยู่ในมือของยูรันทั้งหมด

เย่อ้าวเทียนนั่งอยู่ภายในห้องตระกูลเสิ่นด้วยสีหน้าดำทะมึน

นอกจากกระบี่เพลิงเมฆาแล้ว เขายังไม่ได้ของที่หมายตาไว้อีกแม้แต่ชิ้นเดียว!

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ขณะตรวจสอบสมบัติที่ประมูลมาได้ทั้งหมด

หลังพิจารณาซ้ำอีกรอบ เขาก็ยังคงสรุปได้เพียงคำเดียว

“ขยะ”

ทว่าสายตาจิตสัมผัสของเขากลับหยุดอยู่ที่ไข่เหยี่ยววายุครามนานกว่าสิ่งอื่นเล็กน้อย

“ยกเว้นไข่ใบนี้ หากกระตุ้นให้สายเลือดวิวัฒนาการได้ มันน่าจะกลายเป็นนกเทพสายฟ้า”

ยูรันใช้ปลายนิ้วเคาะเปลือกไข่เบา ๆ

“แต่สภาพเช่นนี้คงทนทัณฑ์สวรรค์ไม่ไหว ต่อให้บังคับวิวัฒนาการ สุดท้ายก็คงถูกสายฟ้าผ่าตายก่อน”

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพึมพำกับตนเอง

“ถ้าเช่นนั้นก็ดัดแปลงสายเลือด แล้วผสมกับสิงโตสายฟ้าเสียเลย หัวเป็นเหยี่ยว ร่างกายเป็นสิงโต มีธาตุสายฟ้าเหมือนกัน... เรียกว่ากริฟฟอนสายฟ้า หรือเหล่ยจิ้วซือก็น่าจะได้”

ยูรันถอนหายใจออกมา

“แปลว่าข้าต้องไปหาสิงโตสายฟ้ามาอีกตัว ยุ่งยากชะมัด”

เขาหันไปทางพนักงานต้อนรับ

“ที่นี่มีสัตว์อสูรประเภทแมวซึ่งมีธาตุสายฟ้าหรือไม่?”

พนักงานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรีบตอบ

“น่าจะมีเจ้าค่ะ โปรดรอสักครู่ ข้าจะตรวจสอบรายการของหอสัตว์อสูรให้”

นางหยิบแผ่นหยกสื่อสารออกมา ก่อนส่งข้อความไปสอบถามทันที

ภายในห้องฝั่งตรงข้าม หนานอวี้กำลังมองสมบัติที่ยูรันประมูลมาได้ด้วยดวงตาเป็นประกาย

“ศิษย์พี่รอง ดูสิ! ข้าจะไปอ้อนขอสมบัติจากศิษย์น้องสักชิ้น หัวใจอัคคีพิภพนั่นน่าจะช่วยกระตุ้นสายเลือดของข้าได้ไม่น้อยเลย”

ไป๋หลิงเหลือบมองหัวใจอัคคีพิภพ ก่อนกล่าวอย่างไม่แน่ใจ

“เจ้าแน่ใจหรือว่าเขาจะยกให้? ข้าว่าเขาน่าจะนำมันไปทำเป็นผนังให้ความร้อนมากกว่า”

หนานอวี้ชะงัก

เมื่อนึกถึงนิสัยของยูรัน นางก็พบว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก

“เหมือนจะจริง...”

นางลุกขึ้นยืนทันที

“ไม่ได้การ พอถึงช่วงพักเที่ยง พวกเรารีบไปหาเขากันเถอะ หากช้ากว่านี้ ศิษย์น้องอาจเอามันไปฝังในผนังจริง ๆ!”

ขณะเดียวกัน พนักงานต้อนรับก็ได้รับคำตอบจากหอสัตว์อสูร

“เรียนคุณชาย มีสิงโตอัสนีอ่อนวัยอยู่หนึ่งตัวเจ้าค่ะ เพียงแต่สายเลือดของมันค่อนข้างเจือจาง ต่อให้เติบโตเต็มที่ ตบะก็คงหยุดอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานเท่านั้น”

“แค่นั้นก็ใช้ได้แล้ว”

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“แล้วมีสัตว์อสูรชนิดอื่นอีกหรือไม่? ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่ง ขอเพียงมีสายเลือดหรือลักษณะพิเศษน่าสนใจก็พอ”

“โปรดรอสักครู่เจ้าค่ะ”

พนักงานรีบก้มหน้าค้นหารายการต่อทันที

ลู่ชิงถานอดสงสัยไม่ได้ จึงเอ่ยถามขึ้น

“คุณชายจะนำสัตว์อสูรเหล่านั้นไปทำอะไรหรือเจ้าคะ?”

“ข้าจะสร้างสัตว์อสูรชนิดใหม่จากการผสมสายเลือด”

“สร้างสัตว์อสูรชนิดใหม่?”

“อืม หากหาสายเลือดที่เข้ากันได้หลายชนิด บางทีอาจสร้างกิเลนขึ้นมาได้”

ยูรันชี้ไปยังไข่เหยี่ยววายุคราม

“ส่วนไข่เหยี่ยวใบนี้ หากผสมกับสิงโตอัสนีได้สำเร็จ มันก็น่าจะกลายเป็นกริฟฟอนสายฟ้า มีหัวและปีกของเหยี่ยว ร่างกายของสิงโต ทั้งสองฝ่ายมีธาตุสายฟ้าเหมือนกัน การหลอมรวมจึงไม่น่ายากเกินไป”

เขากล่าวอย่างสบายอารมณ์

“ชื่อของมันก็ใช้ว่าเหล่ยจิ้วซือ”

ทุกคนภายในห้องนิ่งอึ้งไปพร้อมกัน

ไม่ว่าองครักษ์จาง ลู่ชิงถาน หรือลู่เหยียนหนิง ต่างมองยูรันราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องเหนือจินตนาการ

ชายผู้นี้ไม่ได้คิดจะเลี้ยงสัตว์อสูร

เขากำลังคิดจะสร้างสัตว์เทพชนิดใหม่ขึ้นมาด้วยตนเอง!

[บ้าไปแล้ว...]

[สัตว์เทพเป็นสิ่งที่คนคนหนึ่งอยากสร้างก็สร้างขึ้นมาได้ด้วยหรือ?!]