ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 96 กระอักจริง ๆ ด้วย! แถมยังตั้งสามครั้ง
ทุกคนบนโต๊ะต่างคิดเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย
[ง่ายตรงไหนกัน?]
[มีเพียงเจ้าเท่านั้นแหละที่มองเรื่องเช่นนี้ออกอย่างง่ายดาย!]
แต่ไม่มีผู้ใดพูดความคิดนั้นออกมา
ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบ
“อืม เอาเถอะ เรื่องนี้พักไว้ก่อน หลังกินข้าวเสร็จ ข้ายังมีเรื่องสำคัญมากต้องทำ”
หนานอวี้ถามทันที
“เรื่องสัตว์อสูรหรือ?”
“จะใช่ได้อย่างไร”
ยูรันตอบราวกับอีกฝ่ายถามเรื่องไร้สาระ
“ข้าต้องพาลู่ชิงถานไปแกล้งเป็นคนรักของข้าต่อหน้าศิษย์พี่เย่ เพื่อทำให้เขากระอักเลือดต่างหาก”
“...”
“คราวก่อนข้าทำสำเร็จไปครั้งหนึ่ง สนุกมาก รอบนี้จึงคิดจะทำอีก”
หนานอวี้ตบโต๊ะดังปัง
“เดี๋ยวก่อน! แล้วหญิงสาวที่เจ้าพาไปแนะนำว่าเป็นคนรักคราวก่อนเล่า? คนที่ชื่อเยว่หลีนั่นน่ะ!”
ลู่ชิงถานชะงักเล็กน้อย
[เยว่หลี?]
[ยังมีหญิงสาวอีกคนด้วยหรือ?]
ไป๋หลิงเองก็หรี่ตามองยูรัน
“ใช่ ข้าเองก็อยากรู้เรื่องนี้ เย่อ้าวเทียนมาฟ้องว่าเจ้าไม่ยอมทำภารกิจ เอาแต่พาสตรีจากพรรคมารเที่ยวเล่นไปทั่วเมือง”
ลู่เหยียนหนิงกับองครักษ์จางนั่งฟังอย่างออกรส ทั้งสองเงียบลงพร้อมกันราวกับกลัวว่าจะพลาดรายละเอียดสำคัญ
ยูรันโบกมือ
“เพ้อเจ้อ ด้วยนิสัยของศิษย์พี่เย่ เขาก็แค่ใส่ร้ายป้ายสีข้าเท่านั้น”
“แล้วเยว่หลีคือใคร?” หนานอวี้ไล่ถาม
“นางชื่อเต็มว่าเซี่ยเยว่หลี มาจากพรรคมารอัสดง และยังเป็นหลานสาวของรัชทายาทเซี่ยหลานอิง”
ยูรันเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้น
“ข้าพบนางตอนเข้าไปหาข้อมูลในหอนางโลม ตอนนั้นนางกำลังใช้มีดแทงสหายของเจ้าเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเหตุของเหตุการณ์สัตว์อสูรคลั่งพอดี”
“จากนั้นเล่า?”
“ข้าก็กระทืบนาง แล้วขู่นิดหน่อยว่าจะจับส่งให้ศิษย์พี่เย่ นางจึงยอมตกลงช่วยแสดงละครเป็นคนรักของข้า”
ทั้งโต๊ะเงียบไปชั่วขณะ
หนานอวี้กุมหน้าผาก
“คนปกติที่ไหนเขาเริ่มทำความรู้จักหญิงสาวด้วยการกระทืบแล้วข่มขู่กัน?”
“อย่างน้อยพวกเราก็เป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่หรือ?”
“เล่าต่อไปเถอะ!”
ยูรันจึงเล่าต่อ
“หลังจากแกล้งศิษย์พี่เย่จนกระอักเลือด ข้าก็กลับไปช่วยศิษย์พี่สามกับชิงอวี้ซึ่งถูกยาปลุกกำหนัด ข้าดูดพิษออกให้พวกนางแล้วจึงออกจากเมืองไปพร้อมเยว่หลี”
สายตาของหญิงสาวทั้งสามจับจ้องมาที่เขาพร้อมกัน
ยูรันสัมผัสได้ถึงบรรยากาศผิดปกติจึงรีบกล่าวเสริม
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ร่างกายข้าต้านยาปลุกกำหนัดได้ อย่าคิดไปไกล”
หญิงสาวทั้งสามยังคงเงียบ รอฟังคำอธิบายต่อ
“หลังจากนั้นข้าก็เดินทางไปพรรคมารอัสดงกับนาง สืบเรื่องราชวงศ์อยู่เล็กน้อย แล้วบังเอิญพบผู้ที่ใช้ผลึกชนิดเดียวกับต้นเหตุของเหตุการณ์สัตว์อสูรคลั่ง”
“พอจัดการปัญหาที่นั่นเสร็จ ข้าก็กลับยอดเขาจันทรา แต่เมื่อรู้ว่าศิษย์พี่รองกับศิษย์พี่สามเดินทางมายังเมืองหลอมศิลาแล้ว ข้าจึงทำอาหารให้อาจารย์กับชิงอวี้กินหนึ่งมื้อ ก่อนรีบตามมา”
ยูรันถอนหายใจ
“จากนั้นข้าก็หลงทางอยู่ครึ่งวัน จนบังเอิญมาพบลู่ชิงถานถูกดักปล้นนั่นแหละ เรื่องราวทั้งหมดมีเพียงเท่านี้”
“อ๋อออออออออออออออ...”
ไป๋หลิง หนานอวี้ และลู่ชิงถานต่างลากเสียงออกมาพร้อมกัน
สีหน้าตึงเครียดของทั้งสามผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
[หมายความว่าเขายังบริสุทธิ์อยู่!]
หนานอวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไป๋หลิงยกถ้วยชาขึ้นปิดบังรอยยิ้ม ส่วนลู่ชิงถานก็มีสีหน้าสดใสขึ้นทันที
ลู่เหยียนหนิงมองปฏิกิริยาของหญิงสาวทั้งสามสลับกัน ก่อนยกมือปิดปากด้วยความไม่อยากเชื่อ
[ลูกสาวข้ายังพอเข้าใจ...]
[แต่เหตุใดศิษย์พี่ทั้งสองของเขาจึงดูโล่งใจถึงเพียงนั้น?]
[หรือว่าพวกนางเองก็...]
ยูรันวางถ้วยชาลง
“เอาล่ะ เรื่องนี้เอาไว้เท่านี้ก่อน แล้วศิษย์พี่รองกับศิษย์พี่สามจะไปด้วยกันหรือไม่?”
หนานอวี้ถามอย่างสงสัย
“ไปหอสัตว์อสูรน่ะหรือ?”
ยูรันนิ่งไปครู่หนึ่ง
“เมื่อครู่ข้าเพิ่งบอกว่าจะพาลู่ชิงถานไปทำให้ศิษย์พี่เย่กระอักเลือดไม่ใช่หรือ?”
“...”
“ส่วนหอสัตว์อสูรเอาไว้ไปช่วงบ่าย วันนี้ข้าชวนท่านแม่ลู่ออกมาเที่ยวผ่อนคลายด้วย เรื่องสนุกเช่นนี้จะพลาดได้อย่างไร”
ลู่เหยียนหนิงยกมือปิดปากหัวเราะเบา ๆ
“แม่เองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเจ้าจะทำให้เย่อ้าวเทียนกระอักเลือดได้อย่างไร”
หนานอวี้รีบตอบทันที
“ข้าไป!”
นางเหลือบมองลู่ชิงถาน ก่อนกล่าวเสริม
“ข้าจะไปดูด้วยตาตนเองว่านางจะแสดงเป็นคนรักของศิษย์น้องอย่างไร”
ลู่ชิงถานสบตากับนางโดยไม่หลบ ก่อนขยับเข้าใกล้ยูรันขึ้นอีกเล็กน้อย
ไป๋หลิงเห็นบรรยากาศระหว่างทั้งสองก็ถอนหายใจ
“ข้าไปด้วยแล้วกัน อย่างน้อยจะได้คอยห้ามไม่ให้หนานอวี้ก่อเรื่อง”
“เหตุใดต้องห้ามข้าด้วย!”
“เพราะคนที่มีโอกาสก่อเรื่องมากที่สุดก็คือเจ้า”
หนานอวี้คิดจะโต้เถียง แต่กลับหาคำปฏิเสธไม่ได้
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ หลังกินข้าวเสร็จ พวกเราไปหาเรื่องสนุกทำกันก่อน แล้วช่วงบ่ายค่อยไปเลือกสัตว์อสูร”
องครักษ์จางซึ่งนั่งเงียบมานานพลันรู้สึกขึ้นมาว่า จุดประสงค์หลักของการออกจากคฤหาสน์วันนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์แล้ว
จากการเข้าร่วมงานประมูล กลายเป็นการพาฮูหยินออกมาเที่ยวชมคนกระอักเลือดเสียอย่างนั้น
เมื่อถึงช่วงเที่ยง การประมูลก็หยุดพักชั่วคราวหนึ่งชั่วยาม
แขกภายในห้องรับรองต่างทยอยออกมาพักผ่อน บางส่วนไปยังห้องอาหาร ขณะที่บางส่วนใช้โอกาสนี้พูดคุยเจรจากับตระกูลอื่น
เย่อ้าวเทียนออกจากห้องรับรองพร้อมกับคุณชายเสิ่น ก่อนพากันไปพูดคุยที่เรือนรับรองด้านข้าง
ตรงมุมทางเดินซึ่งอยู่ไม่ไกล ยูรันกับลู่ชิงถานกำลังแอบรออยู่ก่อนแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ว่าเย่อ้าวเทียนกำลังเดินเข้ามา ยูรันก็รีบกระซิบบอกหญิงสาวข้างกาย
“มาแล้ว ๆ เจ้าพร้อมหรือยัง?”
ลู่ชิงถานสูดหายใจลึก ก่อนพยักหน้าอย่างตื่นเต้น
“พร้อมเจ้าค่ะ”
“ทำให้เป็นธรรมชาติก็พอ หากตื่นเต้นจนพูดไม่ออกก็ยืนอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวข้าจัดการเอง”
“อืม”
ยูรันพาลู่ชิงถานเดินออกจากมุมทางเดิน ก่อนมุ่งตรงไปหาเย่อ้าวเทียน
ส่วนลู่เหยียนหนิง ไป๋หลิง หนานอวี้ และองครักษ์จางต่างแอบมองเหตุการณ์จากระเบียงชั้นบน
หนานอวี้เกาะขอบระเบียงด้วยความตื่นเต้น
“เริ่มแล้ว ๆ!”
ไป๋หลิงรีบดึงนางให้ก้มลง
“เงียบหน่อยหนานอวี้ เดี๋ยวพวกเขาก็รู้ตัวหรอก”
เย่อ้าวเทียนกำลังพูดคุยกับคุณชายเสิ่น ทว่าทันทีที่เห็นยูรันเดินเข้ามาพร้อมลู่ชิงถาน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ
หญิงสาวไม่เพียงเดินอยู่ข้างยูรัน แต่ยังอยู่ใกล้ชิดจนหัวไหล่แทบแนบกัน
ยูรันหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนประสานมือคารวะ
“คารวะศิษย์พี่เย่ พวกเราได้พบกันอีกแล้ว ข้าจึงคิดว่าควรเข้ามาทักทายท่านสักหน่อย”
เย่อ้าวเทียนสูดหายใจลึก ก่อนหันไปทางคุณชายเสิ่น
“นายน้อยเสิ่น เรื่องของพวกเราเอาไว้ค่อยหารือกันต่อ ข้าขอพูดคุยกับศิษย์น้องสักครู่”
คุณชายเสิ่นพยักหน้า ก่อนเดินแยกออกไปโดยไม่คิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในสำนักของทั้งสอง
เย่อ้าวเทียนจึงหันกลับมามองยูรัน
“เจ้ามีธุระอะไร?”
“ข้าอยากทักทายศิษย์พี่ จำเป็นต้องมีธุระด้วยหรือ?”
ยูรันเอียงคอเล็กน้อย
“ข้าเป็นศิษย์น้องของท่าน หากข้าไม่มาคารวะ แล้วจะให้หมาตัวไหนมาคารวะท่านกัน? หรือท่านกำลังรอให้ศิษย์พี่รองมาคารวะ?”
เส้นเลือดตรงขมับของเย่อ้าวเทียนปูดขึ้นทันที
[อดทนไว้...]
[ข้าต้องอดทนไว้!]
เขาฝืนยิ้มออกมา
“นั่นสิ ศิษย์น้องพูดถูกแล้ว”
สายตาของเย่อ้าวเทียนเลื่อนไปยังลู่ชิงถาน ก่อนกวาดมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ย
“แล้วแม่นางผู้นี้คือ?”
ลู่ชิงถานสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกมองเช่นนั้น นางรีบขยับเข้าไปควงแขนยูรันเอาไว้แน่น ก่อนกล่าวตามบทบาทที่เตรียมมา
“สวัสดีเจ้าค่ะ ข้ามีนามว่าลู่ชิงถาน”
เย่อ้าวเทียนชะงักเล็กน้อย
“ลู่ชิงถาน? ใช่คุณหนูลู่แห่งตระกูลลู่หรือไม่?”
“ใช่เจ้าค่ะ”
“แล้วแม่นางลู่รู้จักกับศิษย์น้องของข้าได้อย่างไร?”
ลู่ชิงถานกระชับแขนยูรันแน่นขึ้น
“พอดีท่านพี่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้เจ้าค่ะ”
เย่อ้าวเทียนคิ้วกระตุก
[ท่านพี่? ช่วยชีวิต?]
“เหตุใดแม่นางลู่จึงเรียกศิษย์น้องของข้าว่าท่านพี่เล่า?”
ใบหน้าของลู่ชิงถานเริ่มแดงขึ้นมา คราวนี้ไม่รู้ว่าเกิดจากการแสดงหรือความรู้สึกจริงกันแน่
“เพราะข้าเป็นคนรักของท่านพี่เจ้าค่ะ”
เส้นเลือดตรงขมับของเย่อ้าวเทียนปูดขึ้นมากกว่าเดิมถึงสามเท่า ราวกับพร้อมจะแตกออกมาได้ทุกเมื่อ
เขาฝืนยิ้มพลางกล่าว
“แม่นางลู่คงกำลังล้อเล่น ศิษย์น้องของข้ามีคนรักอยู่แล้ว นางชื่อเยว่หลี”
“ข้ารู้อยู่แล้วเจ้าค่ะ”
ลู่ชิงถานตอบโดยไม่ลังเล
“ข้ารับได้ หากต้องเป็นคนรักคนที่สองของท่านพี่”
เย่อ้าวเทียนรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นกลางหน้าอก ขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่
ยูรันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าพานางมาแนะนำให้ศิษย์พี่รู้จัก เพราะอย่างไรพวกเราก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน หากท่านไม่รู้เรื่องอะไรเลย ข้าคงรู้สึกผิดแย่”
เขาประสานมือคารวะอีกครั้ง
“เช่นนั้นข้ากับน้องหญิงชิงถานขอตัวก่อน ขอให้ศิษย์พี่รักษาสุขภาพด้วย”
กล่าวจบ ยูรันก็รีบพาลู่ชิงถานเดินจากไป
เย่อ้าวเทียนยืนมองทั้งสองเดินเคียงข้างกันหวานจนมดขึ้นลูกตา จนทั้งสองเดินพ้นสายตา ความอิจฉาริษยาและความคับแค้นที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้พลันระเบิดออกมาพร้อมกัน
พรวด!
เขากระอักเลือดออกมาคำโต
พรวด!
เลือดคำที่สองพุ่งตามออกมา
พรวด!
หลังจากกระอักเลือดเป็นครั้งที่สาม ร่างของเย่อ้าวเทียนก็ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสดไหลนองอยู่เบื้องหน้า
[ทำไม...]
[ทำไมไอ้สารเลวนั่นถึงมีหญิงงามอยู่ข้างกายถึงสองคน!]
อีกด้านหนึ่ง หลังพ้นมุมทางเดิน ยูรันก็หยุดฝีเท้าและตั้งใจฟังเสียงจากด้านหลัง
“หนึ่ง... สอง... สาม”
ลู่ชิงถานถามอย่างตื่นเต้น
“สำเร็จหรือไม่เจ้าคะ?”
ยูรันพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“สำเร็จเกินคาด กระอักเลือดตั้งสามครั้ง เจ้าแสดงได้ดีมาก”
ลู่ชิงถานยิ้มออกมาทันที
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
คนที่แอบดูอยู่บนระเบียงเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
หนานอวี้ชะโงกหน้ามองเย่อ้าวเทียนซึ่งนอนจมกองเลือด ก่อนหันมาพูดกับคนอื่นด้วยความตื่นเต้น
“กระอักจริง ๆ ด้วย! แถมยังตั้งสามครั้ง!”
ไป๋หลิงยกมือกุมหน้าผาก แม้จะรู้สึกว่าวิธีการนี้ไร้สาระ แต่เมื่อเห็นสภาพของเย่อ้าวเทียน มุมปากของนางก็อดยกขึ้นไม่ได้
ลู่เหยียนหนิงยกแขนเสื้อขึ้นปิดรอยยิ้ม
“ที่แท้สิ่งที่ยูรันเรียกว่าเรื่องสนุกก็คือเช่นนี้เอง”
องครักษ์จางมองเย่อ้าวเทียนสลับกับแผ่นหลังของยูรัน ก่อนกลืนน้ำลายลงคอ
[เพียงพาสตรีไปแนะนำตัว ก็ทำให้คนผู้หนึ่งกระอักเลือดสามครั้งได้...]
[คุณชายยูรันมีพรสวรรค์ด้านการยั่วโทสะผู้คนมากเกินไปแล้ว!]