คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 96 กระอักจริง ๆ ด้วย! แถมยังตั้งสามครั้ง8,669 ตัวอักษร

ตอนที่ 96 กระอักจริง ๆ ด้วย! แถมยังตั้งสามครั้ง

ทุกคนบนโต๊ะต่างคิดเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย

[ง่ายตรงไหนกัน?]

[มีเพียงเจ้าเท่านั้นแหละที่มองเรื่องเช่นนี้ออกอย่างง่ายดาย!]

แต่ไม่มีผู้ใดพูดความคิดนั้นออกมา

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบ

“อืม เอาเถอะ เรื่องนี้พักไว้ก่อน หลังกินข้าวเสร็จ ข้ายังมีเรื่องสำคัญมากต้องทำ”

หนานอวี้ถามทันที

“เรื่องสัตว์อสูรหรือ?”

“จะใช่ได้อย่างไร”

ยูรันตอบราวกับอีกฝ่ายถามเรื่องไร้สาระ

“ข้าต้องพาลู่ชิงถานไปแกล้งเป็นคนรักของข้าต่อหน้าศิษย์พี่เย่ เพื่อทำให้เขากระอักเลือดต่างหาก”

“...”

“คราวก่อนข้าทำสำเร็จไปครั้งหนึ่ง สนุกมาก รอบนี้จึงคิดจะทำอีก”

หนานอวี้ตบโต๊ะดังปัง

“เดี๋ยวก่อน! แล้วหญิงสาวที่เจ้าพาไปแนะนำว่าเป็นคนรักคราวก่อนเล่า? คนที่ชื่อเยว่หลีนั่นน่ะ!”

ลู่ชิงถานชะงักเล็กน้อย

[เยว่หลี?]

[ยังมีหญิงสาวอีกคนด้วยหรือ?]

ไป๋หลิงเองก็หรี่ตามองยูรัน

“ใช่ ข้าเองก็อยากรู้เรื่องนี้ เย่อ้าวเทียนมาฟ้องว่าเจ้าไม่ยอมทำภารกิจ เอาแต่พาสตรีจากพรรคมารเที่ยวเล่นไปทั่วเมือง”

ลู่เหยียนหนิงกับองครักษ์จางนั่งฟังอย่างออกรส ทั้งสองเงียบลงพร้อมกันราวกับกลัวว่าจะพลาดรายละเอียดสำคัญ

ยูรันโบกมือ

“เพ้อเจ้อ ด้วยนิสัยของศิษย์พี่เย่ เขาก็แค่ใส่ร้ายป้ายสีข้าเท่านั้น”

“แล้วเยว่หลีคือใคร?” หนานอวี้ไล่ถาม

“นางชื่อเต็มว่าเซี่ยเยว่หลี มาจากพรรคมารอัสดง และยังเป็นหลานสาวของรัชทายาทเซี่ยหลานอิง”

ยูรันเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้น

“ข้าพบนางตอนเข้าไปหาข้อมูลในหอนางโลม ตอนนั้นนางกำลังใช้มีดแทงสหายของเจ้าเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเหตุของเหตุการณ์สัตว์อสูรคลั่งพอดี”

“จากนั้นเล่า?”

“ข้าก็กระทืบนาง แล้วขู่นิดหน่อยว่าจะจับส่งให้ศิษย์พี่เย่ นางจึงยอมตกลงช่วยแสดงละครเป็นคนรักของข้า”

ทั้งโต๊ะเงียบไปชั่วขณะ

หนานอวี้กุมหน้าผาก

“คนปกติที่ไหนเขาเริ่มทำความรู้จักหญิงสาวด้วยการกระทืบแล้วข่มขู่กัน?”

“อย่างน้อยพวกเราก็เป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่หรือ?”

“เล่าต่อไปเถอะ!”

ยูรันจึงเล่าต่อ

“หลังจากแกล้งศิษย์พี่เย่จนกระอักเลือด ข้าก็กลับไปช่วยศิษย์พี่สามกับชิงอวี้ซึ่งถูกยาปลุกกำหนัด ข้าดูดพิษออกให้พวกนางแล้วจึงออกจากเมืองไปพร้อมเยว่หลี”

สายตาของหญิงสาวทั้งสามจับจ้องมาที่เขาพร้อมกัน

ยูรันสัมผัสได้ถึงบรรยากาศผิดปกติจึงรีบกล่าวเสริม

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ร่างกายข้าต้านยาปลุกกำหนัดได้ อย่าคิดไปไกล”

หญิงสาวทั้งสามยังคงเงียบ รอฟังคำอธิบายต่อ

“หลังจากนั้นข้าก็เดินทางไปพรรคมารอัสดงกับนาง สืบเรื่องราชวงศ์อยู่เล็กน้อย แล้วบังเอิญพบผู้ที่ใช้ผลึกชนิดเดียวกับต้นเหตุของเหตุการณ์สัตว์อสูรคลั่ง”

“พอจัดการปัญหาที่นั่นเสร็จ ข้าก็กลับยอดเขาจันทรา แต่เมื่อรู้ว่าศิษย์พี่รองกับศิษย์พี่สามเดินทางมายังเมืองหลอมศิลาแล้ว ข้าจึงทำอาหารให้อาจารย์กับชิงอวี้กินหนึ่งมื้อ ก่อนรีบตามมา”

ยูรันถอนหายใจ

“จากนั้นข้าก็หลงทางอยู่ครึ่งวัน จนบังเอิญมาพบลู่ชิงถานถูกดักปล้นนั่นแหละ เรื่องราวทั้งหมดมีเพียงเท่านี้”

“อ๋อออออออออออออออ...”

ไป๋หลิง หนานอวี้ และลู่ชิงถานต่างลากเสียงออกมาพร้อมกัน

สีหน้าตึงเครียดของทั้งสามผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

[หมายความว่าเขายังบริสุทธิ์อยู่!]

หนานอวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไป๋หลิงยกถ้วยชาขึ้นปิดบังรอยยิ้ม ส่วนลู่ชิงถานก็มีสีหน้าสดใสขึ้นทันที

ลู่เหยียนหนิงมองปฏิกิริยาของหญิงสาวทั้งสามสลับกัน ก่อนยกมือปิดปากด้วยความไม่อยากเชื่อ

[ลูกสาวข้ายังพอเข้าใจ...]

[แต่เหตุใดศิษย์พี่ทั้งสองของเขาจึงดูโล่งใจถึงเพียงนั้น?]

[หรือว่าพวกนางเองก็...]

ยูรันวางถ้วยชาลง

“เอาล่ะ เรื่องนี้เอาไว้เท่านี้ก่อน แล้วศิษย์พี่รองกับศิษย์พี่สามจะไปด้วยกันหรือไม่?”

หนานอวี้ถามอย่างสงสัย

“ไปหอสัตว์อสูรน่ะหรือ?”

ยูรันนิ่งไปครู่หนึ่ง

“เมื่อครู่ข้าเพิ่งบอกว่าจะพาลู่ชิงถานไปทำให้ศิษย์พี่เย่กระอักเลือดไม่ใช่หรือ?”

“...”

“ส่วนหอสัตว์อสูรเอาไว้ไปช่วงบ่าย วันนี้ข้าชวนท่านแม่ลู่ออกมาเที่ยวผ่อนคลายด้วย เรื่องสนุกเช่นนี้จะพลาดได้อย่างไร”

ลู่เหยียนหนิงยกมือปิดปากหัวเราะเบา ๆ

“แม่เองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเจ้าจะทำให้เย่อ้าวเทียนกระอักเลือดได้อย่างไร”

หนานอวี้รีบตอบทันที

“ข้าไป!”

นางเหลือบมองลู่ชิงถาน ก่อนกล่าวเสริม

“ข้าจะไปดูด้วยตาตนเองว่านางจะแสดงเป็นคนรักของศิษย์น้องอย่างไร”

ลู่ชิงถานสบตากับนางโดยไม่หลบ ก่อนขยับเข้าใกล้ยูรันขึ้นอีกเล็กน้อย

ไป๋หลิงเห็นบรรยากาศระหว่างทั้งสองก็ถอนหายใจ

“ข้าไปด้วยแล้วกัน อย่างน้อยจะได้คอยห้ามไม่ให้หนานอวี้ก่อเรื่อง”

“เหตุใดต้องห้ามข้าด้วย!”

“เพราะคนที่มีโอกาสก่อเรื่องมากที่สุดก็คือเจ้า”

หนานอวี้คิดจะโต้เถียง แต่กลับหาคำปฏิเสธไม่ได้

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ หลังกินข้าวเสร็จ พวกเราไปหาเรื่องสนุกทำกันก่อน แล้วช่วงบ่ายค่อยไปเลือกสัตว์อสูร”

องครักษ์จางซึ่งนั่งเงียบมานานพลันรู้สึกขึ้นมาว่า จุดประสงค์หลักของการออกจากคฤหาสน์วันนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์แล้ว

จากการเข้าร่วมงานประมูล กลายเป็นการพาฮูหยินออกมาเที่ยวชมคนกระอักเลือดเสียอย่างนั้น

เมื่อถึงช่วงเที่ยง การประมูลก็หยุดพักชั่วคราวหนึ่งชั่วยาม

แขกภายในห้องรับรองต่างทยอยออกมาพักผ่อน บางส่วนไปยังห้องอาหาร ขณะที่บางส่วนใช้โอกาสนี้พูดคุยเจรจากับตระกูลอื่น

เย่อ้าวเทียนออกจากห้องรับรองพร้อมกับคุณชายเสิ่น ก่อนพากันไปพูดคุยที่เรือนรับรองด้านข้าง

ตรงมุมทางเดินซึ่งอยู่ไม่ไกล ยูรันกับลู่ชิงถานกำลังแอบรออยู่ก่อนแล้ว

เมื่อสัมผัสได้ว่าเย่อ้าวเทียนกำลังเดินเข้ามา ยูรันก็รีบกระซิบบอกหญิงสาวข้างกาย

“มาแล้ว ๆ เจ้าพร้อมหรือยัง?”

ลู่ชิงถานสูดหายใจลึก ก่อนพยักหน้าอย่างตื่นเต้น

“พร้อมเจ้าค่ะ”

“ทำให้เป็นธรรมชาติก็พอ หากตื่นเต้นจนพูดไม่ออกก็ยืนอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวข้าจัดการเอง”

“อืม”

ยูรันพาลู่ชิงถานเดินออกจากมุมทางเดิน ก่อนมุ่งตรงไปหาเย่อ้าวเทียน

ส่วนลู่เหยียนหนิง ไป๋หลิง หนานอวี้ และองครักษ์จางต่างแอบมองเหตุการณ์จากระเบียงชั้นบน

หนานอวี้เกาะขอบระเบียงด้วยความตื่นเต้น

“เริ่มแล้ว ๆ!”

ไป๋หลิงรีบดึงนางให้ก้มลง

“เงียบหน่อยหนานอวี้ เดี๋ยวพวกเขาก็รู้ตัวหรอก”

เย่อ้าวเทียนกำลังพูดคุยกับคุณชายเสิ่น ทว่าทันทีที่เห็นยูรันเดินเข้ามาพร้อมลู่ชิงถาน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ

หญิงสาวไม่เพียงเดินอยู่ข้างยูรัน แต่ยังอยู่ใกล้ชิดจนหัวไหล่แทบแนบกัน

ยูรันหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนประสานมือคารวะ

“คารวะศิษย์พี่เย่ พวกเราได้พบกันอีกแล้ว ข้าจึงคิดว่าควรเข้ามาทักทายท่านสักหน่อย”

เย่อ้าวเทียนสูดหายใจลึก ก่อนหันไปทางคุณชายเสิ่น

“นายน้อยเสิ่น เรื่องของพวกเราเอาไว้ค่อยหารือกันต่อ ข้าขอพูดคุยกับศิษย์น้องสักครู่”

คุณชายเสิ่นพยักหน้า ก่อนเดินแยกออกไปโดยไม่คิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในสำนักของทั้งสอง

เย่อ้าวเทียนจึงหันกลับมามองยูรัน

“เจ้ามีธุระอะไร?”

“ข้าอยากทักทายศิษย์พี่ จำเป็นต้องมีธุระด้วยหรือ?”

ยูรันเอียงคอเล็กน้อย

“ข้าเป็นศิษย์น้องของท่าน หากข้าไม่มาคารวะ แล้วจะให้หมาตัวไหนมาคารวะท่านกัน? หรือท่านกำลังรอให้ศิษย์พี่รองมาคารวะ?”

เส้นเลือดตรงขมับของเย่อ้าวเทียนปูดขึ้นทันที

[อดทนไว้...]

[ข้าต้องอดทนไว้!]

เขาฝืนยิ้มออกมา

“นั่นสิ ศิษย์น้องพูดถูกแล้ว”

สายตาของเย่อ้าวเทียนเลื่อนไปยังลู่ชิงถาน ก่อนกวาดมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ย

“แล้วแม่นางผู้นี้คือ?”

ลู่ชิงถานสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกมองเช่นนั้น นางรีบขยับเข้าไปควงแขนยูรันเอาไว้แน่น ก่อนกล่าวตามบทบาทที่เตรียมมา

“สวัสดีเจ้าค่ะ ข้ามีนามว่าลู่ชิงถาน”

เย่อ้าวเทียนชะงักเล็กน้อย

“ลู่ชิงถาน? ใช่คุณหนูลู่แห่งตระกูลลู่หรือไม่?”

“ใช่เจ้าค่ะ”

“แล้วแม่นางลู่รู้จักกับศิษย์น้องของข้าได้อย่างไร?”

ลู่ชิงถานกระชับแขนยูรันแน่นขึ้น

“พอดีท่านพี่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้เจ้าค่ะ”

เย่อ้าวเทียนคิ้วกระตุก

[ท่านพี่? ช่วยชีวิต?]

“เหตุใดแม่นางลู่จึงเรียกศิษย์น้องของข้าว่าท่านพี่เล่า?”

ใบหน้าของลู่ชิงถานเริ่มแดงขึ้นมา คราวนี้ไม่รู้ว่าเกิดจากการแสดงหรือความรู้สึกจริงกันแน่

“เพราะข้าเป็นคนรักของท่านพี่เจ้าค่ะ”

เส้นเลือดตรงขมับของเย่อ้าวเทียนปูดขึ้นมากกว่าเดิมถึงสามเท่า ราวกับพร้อมจะแตกออกมาได้ทุกเมื่อ

เขาฝืนยิ้มพลางกล่าว

“แม่นางลู่คงกำลังล้อเล่น ศิษย์น้องของข้ามีคนรักอยู่แล้ว นางชื่อเยว่หลี”

“ข้ารู้อยู่แล้วเจ้าค่ะ”

ลู่ชิงถานตอบโดยไม่ลังเล

“ข้ารับได้ หากต้องเป็นคนรักคนที่สองของท่านพี่”

เย่อ้าวเทียนรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นกลางหน้าอก ขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่

ยูรันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้าพานางมาแนะนำให้ศิษย์พี่รู้จัก เพราะอย่างไรพวกเราก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน หากท่านไม่รู้เรื่องอะไรเลย ข้าคงรู้สึกผิดแย่”

เขาประสานมือคารวะอีกครั้ง

“เช่นนั้นข้ากับน้องหญิงชิงถานขอตัวก่อน ขอให้ศิษย์พี่รักษาสุขภาพด้วย”

กล่าวจบ ยูรันก็รีบพาลู่ชิงถานเดินจากไป

เย่อ้าวเทียนยืนมองทั้งสองเดินเคียงข้างกันหวานจนมดขึ้นลูกตา จนทั้งสองเดินพ้นสายตา ความอิจฉาริษยาและความคับแค้นที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้พลันระเบิดออกมาพร้อมกัน

พรวด!

เขากระอักเลือดออกมาคำโต

พรวด!

เลือดคำที่สองพุ่งตามออกมา

พรวด!

หลังจากกระอักเลือดเป็นครั้งที่สาม ร่างของเย่อ้าวเทียนก็ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสดไหลนองอยู่เบื้องหน้า

[ทำไม...]

[ทำไมไอ้สารเลวนั่นถึงมีหญิงงามอยู่ข้างกายถึงสองคน!]

อีกด้านหนึ่ง หลังพ้นมุมทางเดิน ยูรันก็หยุดฝีเท้าและตั้งใจฟังเสียงจากด้านหลัง

“หนึ่ง... สอง... สาม”

ลู่ชิงถานถามอย่างตื่นเต้น

“สำเร็จหรือไม่เจ้าคะ?”

ยูรันพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“สำเร็จเกินคาด กระอักเลือดตั้งสามครั้ง เจ้าแสดงได้ดีมาก”

ลู่ชิงถานยิ้มออกมาทันที

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

คนที่แอบดูอยู่บนระเบียงเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน

หนานอวี้ชะโงกหน้ามองเย่อ้าวเทียนซึ่งนอนจมกองเลือด ก่อนหันมาพูดกับคนอื่นด้วยความตื่นเต้น

“กระอักจริง ๆ ด้วย! แถมยังตั้งสามครั้ง!”

ไป๋หลิงยกมือกุมหน้าผาก แม้จะรู้สึกว่าวิธีการนี้ไร้สาระ แต่เมื่อเห็นสภาพของเย่อ้าวเทียน มุมปากของนางก็อดยกขึ้นไม่ได้

ลู่เหยียนหนิงยกแขนเสื้อขึ้นปิดรอยยิ้ม

“ที่แท้สิ่งที่ยูรันเรียกว่าเรื่องสนุกก็คือเช่นนี้เอง”

องครักษ์จางมองเย่อ้าวเทียนสลับกับแผ่นหลังของยูรัน ก่อนกลืนน้ำลายลงคอ

[เพียงพาสตรีไปแนะนำตัว ก็ทำให้คนผู้หนึ่งกระอักเลือดสามครั้งได้...]

[คุณชายยูรันมีพรสวรรค์ด้านการยั่วโทสะผู้คนมากเกินไปแล้ว!]