คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 105 พวงน้อยหน่า?7,171 ตัวอักษร

ตอนที่ 105 พวงน้อยหน่า?

เสิ่นจงเว่ยตอบทันที

“หากส่งไม่ทัน พวกมันต้องจ่ายค่าชดเชยสามเท่าของมูลค่าสินค้า ส่วนสัญญาอีกเจ็ดฉบับจะครบกำหนดภายในสิบวัน เมื่อผิดนัดพร้อมกันทั้งหมด ตระกูลไป๋จะต้องจ่ายมากกว่าสิบล้านเหรียญวิญญาณ”

จงหยวนกล่าวเสริม

“ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น พรุ่งนี้จะเริ่มมีข่าวแพร่ออกไปว่าตระกูลไป๋กำลังจะล้มละลาย และประมุขเฒ่าใกล้สิ้นอายุขัย แต่ยังไม่ยอมส่งมอบตราประมุขให้ผู้ใด”

“เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป เจ้าหนี้จะพากันมาทวงหนี้ คู่ค้าจะถอนตัว ส่วนร้านค้ารายย่อยที่ฝากเงินไว้กับตระกูลไป๋ก็จะรีบนำตั๋วเงินมาแลกคืน”

เสิ่นจงเว่ยยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์

“ต่อให้ตระกูลไป๋ยังมีทรัพย์สินมากเพียงใด หากถูกถอนเงินพร้อมกันก็ไม่มีทางหาเงินสดมาหมุนเวียนทัน”

“จากนั้นพวกเราจะส่งคนเข้าไปเสนอซื้อร้านค้า โกดัง และเส้นทางการค้าในราคาเพียงสามส่วน หากพวกมันไม่ยอมขาย เจ้าหนี้ที่อยู่ฝ่ายเราก็จะยื่นเรื่องยึดทรัพย์”

เย่อ้าวเทียนถามขึ้น

“แล้วพวกเจ้าจะแบ่งผลประโยชน์กันอย่างไร?”

เสิ่นจงเว่ยคลี่แผนที่เมืองออก ก่อนขีดเส้นแบ่งเขตอย่างชัดเจน

“ตระกูลเสิ่นจะรับช่วงเหมืองแร่ เส้นทางค้าขายทางเหนือ และโกดังหลักทั้งสามแห่ง”

จงหยวนกล่าวต่อ

“ตระกูลจงจะรับร้านค้า โรงหลอม ขบวนขนส่ง และเครือข่ายพ่อค้าของตระกูลไป๋”

“หลังจากนั้นพวกเราจะใช้ทรัพย์สินของตระกูลไป๋ตัดเส้นทางวัตถุดิบของตระกูลลู่ เมื่อสำนักโอสถของพวกมันไม่มีสมุนไพรส่งเข้าไป ย่อมไม่อาจส่งมอบโอสถตามสัญญา”

“เมื่อถึงตอนนั้น ตระกูลลู่ก็จะพบจุดจบไม่ต่างกัน”

ดวงตาของเย่อ้าวเทียนเปล่งประกาย

“ส่วนไป๋หลิงจะตกเป็นของข้า”

เสิ่นจงเว่ยยิ้มออกมา

“แน่นอน เมื่อไป๋หลิงหมดหนทาง ท่านก็เพียงปรากฏตัวในฐานะผู้ช่วยเหลือ เสนอชำระหนี้บางส่วนและช่วยเจรจากับตระกูลเสิ่น”

“เงื่อนไขมีเพียงให้นางแต่งงานกับท่าน”

จงหยวนหัวเราะเบา ๆ

“นางจะคิดว่าท่านยอมเสียสละเพื่อช่วยตระกูล แต่ไม่มีวันรู้ว่าเจ้าหนี้และคู่ค้าทั้งหมดล้วนเป็นคนของพวกเรา”

เย่อ้าวเทียนขมวดคิ้ว

“ไป๋หลิงมีนิสัยหยิ่งทะนง ต่อให้ตระกูลล่มสลาย นางอาจยอมตายมากกว่ายอมแต่งงานกับข้า”

“เพราะเหตุนั้น พวกเราจึงเตรียมแผนที่สองเอาไว้”

เสิ่นจงเว่ยนำแผนที่อีกฉบับออกมาคลี่ บนนั้นปรากฏตำแหน่งของเหมืองร้างแห่งหนึ่งทางตะวันตกของเมือง

“อีกสองวัน จะมีคนนำข่าวไปบอกไป๋หลิงว่า พบหลักฐานเกี่ยวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกักตุนแร่ภายในเหมืองเมฆาดำ”

“ในข่าวจะระบุด้วยว่า หากนางมาช้ากว่าหนึ่งชั่วยาม หลักฐานทั้งหมดจะถูกทำลาย”

จงหยวนใช้นิ้วชี้ไปยังช่องทางแคบกลางภูเขา

“ด้วยนิสัยของไป๋หลิง นางต้องรีบออกไปตรวจสอบ ส่วนหนานอวี้อารมณ์ร้อนและรักพวกพ้อง นางย่อมติดตามไปด้วยอย่างแน่นอน”

“ระหว่างทาง พวกนางจะพบขบวนรถของตระกูลไป๋ที่ถูกโจมตี คนของเราจะปลอมตัวเป็นผู้คุ้มกันบาดเจ็บ ก่อนบอกว่าหัวหน้าพ่อค้าถูกจับเข้าไปในหุบเขา”

“พวกนางย่อมเปลี่ยนเส้นทางเข้าไปช่วยทันที”

เสิ่นจงเว่ยเคาะนิ้วลงบนตำแหน่งหนึ่งของแผนที่

“ภายในหุบเขามีค่ายกลผนึกปราณติดตั้งไว้แล้ว มันไม่อาจหยุดผู้ฝึกตนระดับสูงได้นานนัก แต่เพียงพอทำให้การไหลเวียนของพลังติดขัดประมาณครึ่งก้านธูป”

“เมื่อค่ายกลทำงาน คนของเราจะปล่อยสัตว์อสูรที่ถูกควบคุมเอาไว้ออกมา พร้อมกับกลุ่มโจรซึ่งปลอมตัวเป็นคนของตระกูลจง”

เย่อ้าวเทียนหรี่ตาลง

“แล้วข้าจะปรากฏตัวในตอนที่พวกนางตกอยู่ในอันตรายที่สุด”

“ถูกต้อง”

จงหยวนหยิบขวดหยกใบหนึ่งขึ้นมา

“ท่านจะได้รับยาถอนผลของค่ายกลไว้ล่วงหน้า เมื่อเข้าไป พลังของท่านจะไม่ได้รับผลกระทบ”

“สัตว์อสูรทุกตัวถูกฝังตราควบคุมเอาไว้แล้ว ทันทีที่ท่านชักกระบี่ พวกมันจะเผยจุดอ่อนโดยตั้งใจ ส่วนกลุ่มโจรก็จะแสร้งต่อสู้ก่อนล่าถอยตามเส้นทางที่เตรียมไว้”

เสิ่นจงเว่ยกล่าวเสริมอย่างละเอียด

“ท่านต้องปล่อยให้ตนเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยด้วย หากเอาชนะง่ายเกินไป พวกนางอาจเกิดความสงสัย”

“บาดแผลควรอยู่บริเวณไหล่หรือแผ่นหลัง เพื่อให้ดูเหมือนท่านยอมใช้ร่างกายปกป้องพวกนาง แต่ต้องไม่กระทบต่อการเคลื่อนไหว”

“หลังช่วยทั้งสองออกมา ท่านจะพบหลักฐานปลอมซึ่งบ่งชี้ว่าการกักตุนแร่เป็นการกระทำของพ่อค้ารายย่อย ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเสิ่นหรือตระกูลจง”

จงหยวนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“จากนั้นท่านก็พาพวกนางกลับเมืองด้วยสภาพบาดเจ็บ”

“ข่าวที่ว่าท่านยอมเสี่ยงชีวิตช่วยไป๋หลิงจะถูกเผยแพร่ออกไปภายในคืนนั้น ผู้คนทั่วเมืองจะยกย่องท่านว่าเป็นวีรบุรุษผู้เปี่ยมคุณธรรม”

เสิ่นจงเว่ยกล่าวต่อ

“เมื่อถึงวันที่ตระกูลไป๋ล้มละลาย ทุกคนจะสนับสนุนให้ไป๋หลิงแต่งงานกับท่านเพื่อรักษาตระกูล”

“หากนางปฏิเสธ ผู้คนจะมองว่านางอกตัญญู ไม่รู้จักตอบแทนบุญคุณผู้ช่วยชีวิต”

เย่อ้าวเทียนหลับตา จินตนาการถึงภาพตนเองยืนอยู่ท่ามกลางซากสัตว์อสูร เสื้อคลุมเปื้อนเลือด ขณะที่ไป๋หลิงกับหนานอวี้มองเขาด้วยสายตาซาบซึ้ง

มุมปากของเขาค่อย ๆ ยกขึ้น

“แล้วหนานอวี้เล่า?”

“หากนางประทับใจท่านด้วยก็ยิ่งดี”

จงหยวนตอบพร้อมรอยยิ้ม

“หลังไป๋หลิงแต่งงานกับท่าน หนานอวี้ย่อมต้องไปมาหาสู่ เมื่อเวลาผ่านไป ท่านค่อยใช้บุญคุณช่วยชีวิตผูกมัดนางอีกชั้นหนึ่ง”

เสิ่นจงเว่ยหัวเราะ

“ในคราวเดียว ท่านจะได้ทั้งหญิงงามสองคน ส่วนพวกเราก็ได้ทรัพย์สินของตระกูลไป๋ นับว่าทุกฝ่ายล้วนได้รับสิ่งที่ต้องการ”

เย่อ้าวเทียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนยกถ้วยชาขึ้น

“แผนนี้ละเอียดรอบคอบ ไม่มีช่องโหว่”

เสิ่นจงเว่ยกับจงหยวนยกถ้วยขึ้นชนกับเขา

“ขอแสดงความยินดีกับพี่เย่ล่วงหน้า”

“อีกไม่นาน ทั้งไป๋หลิงและตระกูลไป๋จะตกอยู่ในกำมือของพวกเรา”

ทั้งสามหัวเราะออกมาพร้อมกัน ราวกับมองเห็นชัยชนะวางอยู่ตรงหน้าแล้ว

พวกเขากว้านซื้อวัตถุดิบเอาไว้จนเต็มโกดัง วางกำลังเฝ้ายามทุกเส้นทาง ซื้อตัวพ่อค้า เจ้าหน้าที่ และเจ้าหนี้ ตลอดจนเตรียมค่ายกล สัตว์อสูร และกลุ่มโจรปลอมเอาไว้อย่างรัดกุม

แผนการทุกขั้นถูกคำนวณมาอย่างละเอียดเสียจนแทบไม่มีช่องว่างให้เกิดความผิดพลาด

น่าเสียดายที่ทั้งสามยังไม่รู้เลยว่า ขณะนี้ยูรันกำลังให้ตาแก่จางเดินนับจำนวนและขนาดของโกดังเหล่านั้นทีละแห่ง เพื่อคำนวณว่าควรใช้น้อยหน่ากี่ลูก

แผนที่พวกเขาวางมาอย่างดิบดี สุดท้ายกำลังจะโดนยูรันระเบิดโกดังทิ้งทั้งหมด

ตัดภาพกลับมายังคฤหาสน์ตระกูลไป๋

ยามค่ำคืน ห้องทำงานภายในคฤหาสน์ยังคงสว่างไสวด้วยแสงจากตะเกียงวิญญาณ

ลู่เหยียนหนิง ลู่ชิงถาน หนานอวี้ และองครักษ์จางนั่งรออยู่ภายในห้องมานานแล้ว ไม่นานนัก ไป๋จิ้งเหวินกับไป๋หลิงก็เดินเข้ามาสมทบ

สีหน้าของสองแม่ลูกยังคงมีร่องรอยจากการร้องไห้ ทว่าความหม่นหมองซึ่งเคยปกคลุมใบหน้ากลับจางหายไปมาก ราวกับในที่สุดพวกนางก็สามารถวางภาระบางอย่างที่แบกรับมานานหลายสิบปีลงได้

หนานอวี้เหลือบมองไปด้านหลัง แต่กลับไม่เห็นเงาร่างที่คุ้นเคย

“ศิษย์น้องยังไม่กลับมาอีกหรือ?”

ลู่เหยียนหนิงส่ายหน้า

“เขาบอกว่าจะออกไปตรวจสอบอะไรบางอย่างทางเหมืองร้างฝั่งตะวันตก ใช้เวลาไม่นานก็กลับมา”

ไป๋หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เหมืองร้างฝั่งตะวันตก? เวลาดึกเช่นนี้เขาไปตรวจสอบอะไรที่นั่น?”

ไม่มีผู้ใดตอบได้ ทุกคนจึงทำได้เพียงนั่งรอต่อไป

เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกจากด้านนอก

ยูรันเดินเข้ามาด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับเพิ่งออกไปเดินเล่นรับลมยามค่ำคืน ไม่ได้บุกเข้าไปตรวจสอบสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยค่ายกลและผู้ฝึกตนที่ซุ่มซ่อนอยู่เลยแม้แต่น้อย

“อ้าว ท่านแม่ไป๋กับศิษย์พี่รองก็อยู่ด้วยหรือ?”

ลู่เหยียนหนิงลุกขึ้นเป็นคนแรก ก่อนเดินเข้าไปหาเขาอย่างเป็นห่วง

“เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่? พบสิ่งใดที่เหมืองร้างหรือเปล่า?”

ลู่ชิงถานซึ่งกำลังจะลุกตามชะงักค้างอยู่กับที่

นางมองมารดาของตนสำรวจยูรันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะค่อย ๆ นั่งกลับลงไปด้วยความน้อยใจ

[ท่านแม่...]

[ข้าต่างหากที่เป็นบุตรสาวของท่าน เหตุใดท่านจึงไม่เคยรีบร้อนเช่นนี้เวลาเห็นข้ากลับบ้านบ้าง?]

ยูรันปล่อยให้ลู่เหยียนหนิงตรวจดูจนพอใจ ก่อนกล่าวขึ้น

“ข้าไม่เป็นอะไร ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ข้ามีข่าวดีหนึ่งเรื่องกับข่าวร้ายอีกหนึ่งเรื่อง”

บรรยากาศภายในห้องพลันจริงจังขึ้นทันที

ไป๋จิ้งเหวินถามอย่างร้อนใจ

“ข่าวดีคืออะไร?”

“หลังจากแอบตรวจดูโกดังของตระกูลเสิ่นกับตระกูลจงมาหลายแห่ง ข้าตัดสินใจเปลี่ยนแผนแล้ว”

ยูรันชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว

“เดิมทีข้าคิดจะสร้างน้อยหน่าลูกเล็ก ๆ ให้ศิษย์พี่สามนำไปโยนเล่น แต่โกดังของพวกมันทั้งใหญ่ทั้งแข็งแรง หากใช้ทีละลูกคงไม่อลังการเท่าไร”

หนานอวี้ตาเป็นประกายทันที

“ดังนั้นเล่า?”

“ข้าจะเปลี่ยนเป็นพวงน้อยหน่าขนาดใหญ่แทน”

“พวงน้อยหน่า?”

“อืม ลูกหนึ่งแตกออกเป็นอีกหลายลูก พอหล่นลงไปก็ระเบิดพร้อมกันทั้งหมด”