คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 108 ข้าพร้อมแล้ว7,311 ตัวอักษร

ตอนที่ 108 ข้าพร้อมแล้ว

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด กระแสความทรงจำอันยาวนานจึงค่อย ๆ สิ้นสุดลง

ภาพทั้งหมดภายในกระจกเลือนหาย ก่อนห้องนอนอันเงียบสงบของคฤหาสน์ตระกูลไป๋จะกลับคืนมาอีกครั้ง

หญิงชราค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

หยาดน้ำตาไหลลงมาตามร่องแก้มเหี่ยวย่น ดวงตาที่มองยูรันไม่เหลือความสงสัยอีกต่อไป มีเพียงความสงสาร ความเคารพ และความรู้สึกหนักอึ้งจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำ

“เจ้าต่างหาก... คือผู้ที่เจ็บปวดจากการสูญเสียมากที่สุด”

เสียงของนางสั่นเครือ

“เจ้าสูญเสียทุกสิ่ง ทุกคนที่รัก ทุกสิ่งที่พยายามปกป้อง แม้แต่โลกที่เคยเรียกว่าบ้านก็ไม่เหลืออยู่”

หญิงชราส่ายหน้าอย่างช้า ๆ

“ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าเจ้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้รู้เรื่องราวมากกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย ข้ายังคิดว่าตนเองผ่านความทุกข์มามากพอจะมองผู้คนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง”

นางหัวเราะเยาะตนเองทั้งน้ำตา

“แต่ข้าใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเพียงเพื่อยอมรับการจากไปของสามี และปล่อยวางความผิดที่ตนเองก่อขึ้น”

“ส่วนเจ้า... เจ้าใช้เวลาเกือบสิบล้านปีจึงจะก้าวผ่านทุกสิ่งเหล่านั้นมาได้”

หญิงชราบีบมือของตนแน่น

“ตลอดช่วงเวลาอันยาวนานนั้น เจ้าต้องทุกข์ทรมานมากเพียงใดกัน?”

ยูรันนิ่งเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มบาง

“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ไม่มีการฝืนเข้มแข็งหรือหลบซ่อนความเจ็บปวด

“เพราะข้ายอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและก้าวผ่านมันมาแล้ว อดีตไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้”

“ตอนนี้ข้ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่"

หญิงชรามองชายหนุ่มตรงหน้าอยู่เนิ่นนาน ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

“ข้าอยากให้เจ้า...”

นางชะงัก ก่อนเปลี่ยนคำเรียกเสียใหม่

“ไม่สิ ข้าอยากให้ท่านช่วยส่งวิญญาณของข้าได้หรือไม่?”

ยูรันยื่นมือออกไปกุมมืออันเย็นเฉียบของหญิงชราเอาไว้

“ได้แน่นอน ท่านยายไป๋”

“เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะอยู่ข้างท่านเอง ท่านไม่ต้องหวาดกลัว และจะไม่ต้องจากไปเพียงลำพัง”

หญิงชราหลับตาลงด้วยความโล่งใจ รอยยิ้มสงบปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ชั่วชีวิตนี้ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ข้าได้พบท่าน... ท่านยูรัน”

“อย่าพูดเช่นนั้นเลย ท่านยายไป๋”

ยูรันส่ายหน้าเบา ๆ

“ตอนนี้ข้าไม่ได้สูงส่งเหมือนในอดีตแล้ว”

หญิงชราอมยิ้ม

“อย่างนั้นหรือ?”

แววตาของนางพลันปรากฏความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเล็กน้อย

“ถ้าเช่นนั้น หลังจากส่งวิญญาณของข้าแล้ว ข้ามีคำขออีกเรื่องหนึ่ง”

“ท่านยายกล่าวมาได้เลย”

“ข้าอยากให้ท่านพาลูกสาวของข้าไปกดระเบิด เพื่อส่งวิญญาณข้าเป็นครั้งสุดท้าย”

ยูรันชะงักไปครู่หนึ่ง

หญิงชรากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง แต่เด็ดขาด

“ให้ผู้ที่คิดปองร้ายตระกูลไป๋ ได้ชดใช้สิ่งที่พวกมันกำลังจะทำเสียบ้าง”

มุมปากของยูรันยกขึ้นทันที

“ย่อมได้”

เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง

“เช่นนั้นข้าจะไปเรียกทุกคนเข้ามา แล้วให้ท่านยายแจ้งเรื่องระเบิดกับท่านแม่ไป๋ด้วยตัวเองดีกว่า นางจะได้ไม่มีข้ออ้างปฏิเสธในภายหลัง”

“ฮ่า ๆ...”

หญิงชราหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ผ่านเรื่องราวมาถึงเพียงนั้น ท่านยังรักษาอารมณ์ขันเอาไว้ได้ ข้าถูกใจจริง ๆ”

นางมองเขาด้วยความเสียดายอีกครั้ง

“น่าเสียดายนักที่ข้าไม่อาจอยู่ดูวันแต่งงานของท่านกับหลานสาวของข้าได้”

“แค่ก ๆ!”

ยูรันสำลักทันที ก่อนรีบปล่อยมือหญิงชราแล้วลุกขึ้นยืน

“ท่านยายพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าจะไปเรียกทุกคนเข้ามาเดี๋ยวนี้”

เขารีบหันหลังเดินไปทางประตู ราวกับกลัวว่าหญิงชราจะกล่าวฝากฝังเรื่องแต่งงานออกมาอีก

เสียงหัวเราะอันอ่อนแรงแต่เปี่ยมด้วยความสุขของหญิงชรา ดังไล่หลังเขาไปจนถึงหน้าประตู

ยูรันเปิดประตูออกมา ก่อนสลายม่านพลังซึ่งปิดกั้นเสียงภายในห้อง

“ทุกคนเข้ามาเถอะ ท่านยายไป๋มีเรื่องจะกล่าว”

ไป๋จิ้งเหวินกับไป๋หลิงรีบเดินเข้าไปเป็นกลุ่มแรก ตามด้วยลู่เหยียนหนิง ลู่ชิงถาน และหนานอวี้

องครักษ์จางซึ่งยืนอยู่ท้ายสุดชี้นิ้วเข้าหาตนเอง

“ข้าต้องเข้าไปด้วยหรือขอรับ?”

“ท่านยายบอกให้เรียกทุกคน ตาแก่ก็ต้องเข้าไปด้วยสิ”

“ขอรับ ๆ”

เมื่อทุกคนเข้ามาครบแล้ว ห้องนอนซึ่งไม่ได้กว้างขวางมากนักจึงดูคับแคบขึ้นมาทันที

ไป๋จิ้งเหวินกลับไปนั่งลงข้างเตียง ก่อนกุมมือของมารดาเอาไว้

“ท่านแม่ พวกเรามากันครบแล้ว”

หญิงชราค่อย ๆ ลืมตาขึ้น กวาดมองใบหน้าของทุกคนอย่างเชื่องช้า ก่อนเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

“ดีแล้ว... ข้ามีเรื่องสุดท้ายที่ต้องการแจ้งให้ทุกคนรับรู้”

นางหันไปมองยูรัน

“เมื่อข้าสิ้นลม ข้าต้องการให้ยูรันเป็นผู้ส่งวิญญาณของข้าด้วยตนเอง”

ทุกคนภายในห้องชะงักไปเล็กน้อย

ไป๋จิ้งเหวินถามอย่างสงสัย

“เหตุใดจึงต้องเป็นยูรันหรือเจ้าคะ?”

หญิงชราไม่ได้อธิบาย เพียงมองบุตรสาวด้วยสายตาลึกซึ้ง

“เมื่อถึงเวลา พวกเจ้าจะเข้าใจเอง”

นางหันไปทางยูรันอีกครั้ง

“ท่านรับปากข้าแล้ว ห้ามคืนคำ”

การเปลี่ยนคำเรียกจาก ‘เจ้า’ เป็น ‘ท่าน’ ทำให้ไป๋หลิงขมวดคิ้วทันที ทว่าก่อนนางจะได้ถาม ยูรันก็พยักหน้ารับ

“ข้าจะเป็นผู้ส่งวิญญาณของท่านด้วยตนเอง ท่านยายโปรดวางใจ”

“ดี”

หญิงชราหลับตาลงอย่างโล่งใจครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ

“หลังจากส่งวิญญาณของข้าเรียบร้อยแล้ว พวกเจ้าจงไปกดระเบิด”

“...”

บรรยากาศอันเศร้าหมองภายในห้องหยุดชะงักทันที

ไป๋จิ้งเหวินกะพริบตาหลายครั้ง

“ท่านแม่หมายถึงโกดังของตระกูลเสิ่นกับตระกูลจงหรือเจ้าคะ?”

“ยังจะมีโกดังใดอีก?”

หญิงชราตอบอย่างเป็นธรรมชาติ

“พวกมันคิดทำลายกิจการของตระกูลเรา บีบบังคับหลิงเอ๋อร์ให้แต่งงาน และยังคิดปองร้ายตระกูลลู่ หากยังปล่อยเอาไว้ วันหน้าพวกมันก็จะกลับมาทำเรื่องเช่นนี้อีก”

นางบีบมือบุตรสาวเบา ๆ

“กดให้เต็มแรง ถือว่าเสียงระเบิดเหล่านั้นเป็นเสียงส่งวิญญาณของแม่”

ไป๋จิ้งเหวินเม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าทั้งน้ำตา

“ข้ารับปากเจ้าค่ะ ข้าจะกดด้วยตัวเอง”

“ดีมาก”

มุมปากของหญิงชรายกขึ้นอย่างพอใจ

“ได้ยินว่ากลุ่มควันจะกลายเป็นรูปเห็ดด้วย ข้าคงไม่มีโอกาสได้เห็น แต่พวกเจ้าต้องดูแทนข้าให้ดี”

หนานอวี้รีบพยักหน้า

“นายหญิงเฒ่าวางใจเถอะ ข้าจะตะโกนว่า ‘ศิลปะคือการระเบิด’ ให้ดังไปทั่วทั้งเมืองเอง!”

“รบกวนเจ้าด้วย”

หญิงชรากล่าวอย่างจริงจัง ราวกับกำลังฝากฝังภารกิจสำคัญของตระกูล

หลังจากจัดการเรื่องส่งวิญญาณและระเบิดโกดังเรียบร้อยแล้ว สายตาของนางจึงเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ไป๋หลิง

“ส่วนเรื่องสุดท้าย คือการแต่งงานของหลิงเอ๋อร์”

“ท่านยาย...”

ไป๋หลิงรู้สึกถึงลางร้ายขึ้นมาทันที

หญิงชรายกมือขึ้นห้าม ไม่เปิดโอกาสให้หลานสาวปฏิเสธ

“ยายคิดมาดีแล้ว ชาตินี้ยายจะยอมรับหลานเขยเพียงคนเดียวเท่านั้น”

นางยกนิ้วขึ้นชี้ไปทางยูรัน

“และคนผู้นั้นต้องเป็นยูรัน”

“แค่ก ๆ!”

ยูรันสำลักลมหายใจทันที

ใบหน้าของไป๋หลิงแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ท่านยาย! เรื่องแต่งงานจะตัดสินใจเช่นนี้ไม่ได้ ข้ากับศิษย์น้องไม่ได้มีความสัมพันธ์เช่นนั้น!”

“ตอนนี้ยังไม่มีก็สร้างขึ้นมาเสีย”

หญิงชราตอบอย่างเด็ดขาด

“แต่ท่านยาย...”

“ไม่มีแต่”

นางมองหลานสาวด้วยสีหน้าจริงจังที่สุดในชีวิต

“หากเจ้าไม่คิดแต่งงาน ยายจะไม่บังคับ แต่หากวันหนึ่งเจ้าคิดจะแต่งกับบุรุษอื่นที่ไม่ใช่ยูรัน...”

หญิงชราหยุดหายใจเล็กน้อย ก่อนประกาศคำขาด

“ยายจะลุกออกมาจากหลุม แล้วตามหลอกหลอนพวกเจ้าไปชั่วชีวิต!”

ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน

ไป๋หลิงอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าควรตอบคำสั่งเสียเช่นนี้อย่างไร

หญิงชราพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนเอนศีรษะกลับลงบนหมอน

“ดี เช่นนั้นข้าก็ไม่มีเรื่องใดค้างคาใจอีกแล้ว”

ยูรันมองนางอย่างสงบนิ่ง

“เช่นนั้น ท่านยายไป๋... ท่านพร้อมแล้วใช่หรือไม่?”

หญิงชราพยักหน้าช้า ๆ โดยไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในดวงตา

“ข้าพร้อมแล้ว”

ทุกคนภายในห้องเงียบลง สายตาทั้งหมดจับจ้องไปยังยูรัน อยากรู้ว่าเขาจะส่งวิญญาณของหญิงชราด้วยวิธีใด

ยูรันยื่นมือเข้าไปในพื้นที่เก็บของ ก่อนหยิบสายลูกประคำโบราณเส้นหนึ่งออกมา

ลูกประคำแต่ละเม็ดมีสีดำสนิทราวกับท้องฟ้ายามไร้แสง ทว่าภายในกลับปรากฏประกายดาราเล็ก ๆ เคลื่อนไหวอยู่ไม่หยุด

บริเวณปลายสายห้อยเครื่องรางรูปกางเขนกลับหัว ฐานของมันถูกโอบล้อมด้วยเสี้ยวพระจันทร์ ขณะที่ส่วนยอดประดับด้วยดวงอาทิตย์สีทอง

ดวงตะวัน เสี้ยวจันทร์ และกางเขนซึ่งกลับหัวล้วนดูขัดแย้งกันอย่างประหลาด ทว่าเมื่อรวมอยู่บนเครื่องรางชิ้นเดียวกัน กลับให้ความรู้สึกสมบูรณ์ราวกับเป็นสิ่งที่ควรดำรงอยู่เช่นนี้มาตั้งแต่แรก

ทันทีที่เครื่องรางปรากฏขึ้น ตะเกียงวิญญาณทั่วทั้งห้องก็ดับลงพร้อมกัน

แต่ภายในห้องกลับไม่ได้มืดมิด

แสงจากดวงอาทิตย์และเสี้ยวจันทร์บนเครื่องรางค่อย ๆ ส่องสว่างขึ้น ขณะที่ประกายภายในลูกประคำลอยออกมา กลายเป็นหมู่ดาวนับไม่ถ้วนเหนือศีรษะของทุกคน

ไม่มีแรงกดดัน ไม่มีพลังวิญญาณ และไม่มีปราณชนิดใดแผ่ออกมา

ถึงกระนั้น วิญญาณของทุกคนกลับสั่นสะท้านโดยพร้อมเพรียง ราวกับสิ่งที่ยูรันถืออยู่ไม่ได้เป็นสมบัติวิเศษ หากเป็นสัญลักษณ์ของบางสิ่งซึ่งเก่าแก่ยิ่งกว่าสวรรค์และผืนพิภพเสียอีก.