ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 112 โกดังเก็บสินค้าทั่วทั้งเมืองถูกระเบิด
ทุกคนยืนชมดอกเห็ดยักษ์ซึ่งเบ่งบานอยู่เหนือเมืองหลอมศิลาอีกพักหนึ่ง
เปลวเพลิงหลากสีค่อย ๆ จางลง ลวดลายดวงดาวและวิหคเพลิงแตกสลายเป็นประกายระยิบระยับ ก่อนถูกสายลมยามค่ำคืนพัดพาหายไป
ไม่นาน ท้องฟ้าก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ยูรันตบมือเบา ๆ
“เอาละ เสียเวลากันมามากแล้ว ได้เวลาเข้านอนเสียที”
ทุกคนหันมามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า
โกดังนับสิบแห่งเพิ่งระเบิดไปทั่วเมือง แต่ชายผู้นี้กลับบอกว่าได้เวลาเข้านอนราวกับเพิ่งชมดอกไม้ไฟในงานเทศกาลเสร็จเท่านั้น
ยูรันหันไปทางลู่เหยียนหนิงกับไป๋จิ้งเหวิน
“พรุ่งนี้ท่านแม่ลู่กับท่านแม่ไป๋คงมีเรื่องต้องจัดการอีกมาก”
“อย่างเช่นแสร้งทำเป็นผู้เสียหาย ทำหน้าตกใจให้สมจริง แล้วบอกทุกคนว่าพวกท่านอดหลับอดนอนจัดการความวุ่นวายมาตลอดทั้งคืน”
เขาหยุดเล็กน้อย
“แต่ความจริงไม่ต้องอดนอนหรอก ข้าเองก็ง่วงแล้ว”
ไป๋จิ้งเหวินถามอย่างไม่แน่ใจ
“หมายความว่าให้พวกเราแสดงละครหรือ?”
“ถูกต้อง ท่านแม่ไป๋ต้องทำเหมือนไม่รู้อะไรเลย ยิ่งโกดังของตระกูลไป๋ถูกระเบิดด้วย พวกมันยิ่งไม่มีทางสงสัย”
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจต่อแผนของตน
“พรุ่งนี้เช้า พวกท่านต้องยุ่งมากจนไม่มีเวลากินอาหารต่อหน้าคนภายนอก”
“แต่ก่อนออกไป ข้าจะทำอาหารเช้าให้กินตามปกติ พออิ่มแล้วค่อยออกไปแสดงว่าหิวโซและเหนื่อยล้า”
“...”
ไป๋จิ้งเหวินเริ่มสงสัยว่าตนกำลังร่วมมือกับศิษย์น้องของบุตรสาว หรือกำลังเรียนวิชาหลอกลวงจากปรมาจารย์กันแน่
ยูรันสะบัดมือ ม่านพลังจึงพาทุกคนลดระดับลงสู่ลานคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
หลังจากเท้าแตะพื้น เขายังกำชับอีกครั้ง
“จำไว้นะ พรุ่งนี้ต้องแสดงให้สมจริง โดยเฉพาะท่านแม่ทั้งสอง สีหน้าต้องดูเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน”
ลู่เหยียนหนิงถาม
“แล้วจะทำอย่างไรให้ดูเหนื่อย ในเมื่อพวกเรากำลังจะไปนอนตามปกติ?”
“เรื่องนั้นง่าย เดี๋ยวตอนเช้าข้าช่วยแต่งหน้าให้”
ยูรันเดินเข้าไปประคองแขนของลู่เหยียนหนิงกับไป๋จิ้งเหวินคนละข้าง
“ตอนนี้ท่านแม่ทั้งสองไปพักผ่อนก่อนเถอะ ดึกมากแล้ว”
จากนั้นเขาก็พาทั้งสองกลับไปยังเรือนพัก ทิ้งให้คนที่เหลือยืนมองตามด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ราวกับผู้ที่ออกไปกดระเบิดโกดังทั่วทั้งเมืองเมื่อครู่ไม่ใช่พวกเขาเลยแม้แต่น้อย
ตัดภาพไปยังหอนางโลมอีกฟากหนึ่งของเมือง
ภายในห้องรับรองชั้นบน เย่อ้าวเทียนกำลังดื่มสุราอยู่กับเสิ่นจงเว่ยและจงหยวน ท่ามกลางเหล่าสตรีซึ่งคอยรินสุราและบรรเลงดนตรีอยู่ด้านข้าง
ทั้งสามกำลังพูดคุยถึงความสำเร็จของแผนการด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“อีกไม่นานตระกูลไป๋จะผิดสัญญาส่งมอบสินค้า”
เสิ่นจงเว่ยยกจอกสุราขึ้น
“เมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้พวกมันยอมขายกิจการทั้งหมดก็ไม่มีทางชำระหนี้ได้”
จงหยวนหัวเราะอย่างพึงพอใจ
“ส่วนเรื่องล่อไป๋หลิง พรุ่งนี้ค่อยส่งข่าวออกไปก็ยังไม่สาย ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ไม่มีทางเกิดข้อผิดพลาด”
เย่อ้าวเทียนกำลังจะยกจอกสุราขึ้นดื่ม ทันใดนั้นเสียงระเบิดก็ดังสนั่นมาจากด้านนอก
ตู้ม!
อาคารทั้งหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สุราในมือของทั้งสามกระฉอกออกจากจอก
“เกิดอะไรขึ้น?!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ระเบิดลูกที่สองและสามก็ดังตามมาอย่างต่อเนื่อง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงกรีดร้องดังขึ้นทั่วเมือง แสงจากเปลวเพลิงส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาจนภายในห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง
คนรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามา ใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจจนแทบพูดไม่เป็นคำ
“นะ... นายน้อย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!”
เสิ่นจงเว่ยลุกพรวดขึ้น
“เกิดสิ่งใดขึ้น?”
“โกดังขอรับ! โกดังเก็บสินค้าทั่วทั้งเมืองถูกระเบิด!”
“ว่าอย่างไรนะ?!”
คนรับใช้รีบรายงานต่อ
“โกดังของตระกูลเสิ่นและตระกูลจงทุกแห่งถูกทำลายจนแทบไม่เหลือซาก แร่และสินค้าที่พวกเรากว้านซื้อเอาไว้ทั้งหมดกลายเป็นจุลไปแล้วขอรับ!”
จงหยวนหน้าซีดลงทันที
“ทั้งหมดเลยหรือ?”
“ทั้งหมดขอรับ!”
“เป็นไปไม่ได้!”
เสิ่นจงเว่ยปัดโต๊ะตรงหน้าจนจอกสุราร่วงแตกกระจาย
“โกดังทุกแห่งมีค่ายกลป้องกันและผู้คุ้มกันเฝ้าอยู่ เหตุใดจึงถูกระเบิดพร้อมกันได้?!”
คนรับใช้กลืนน้ำลาย ก่อนกล่าวต่ออย่างหวาดกลัว
“ไม่ใช่เพียงโกดังของพวกเราขอรับ โกดังบางแห่งของตระกูลไป๋กับตระกูลลู่ก็ถูกระเบิดเช่นเดียวกัน ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองกำลังแตกตื่น ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเป็นฝีมือของใคร!”
เย่อ้าวเทียน เสิ่นจงเว่ย และจงหยวนมองหน้ากัน
แผนการซึ่งพวกเขาใช้เวลาหลายเดือนเตรียมพร้อม สินค้าที่ทุ่มเงินกว้านซื้อ และหลักฐานสำหรับเล่นงานตระกูลไป๋ ล้วนหายไปพร้อมกับเสียงระเบิดภายในคืนเดียว
“รีบไป!”
เสิ่นจงเว่ยตะโกนลั่น
“กลับตระกูลเดี๋ยวนี้!”
ทั้งสามผลักเหล่าสตรีซึ่งอยู่รอบกายออก ก่อนรีบวิ่งออกจากหอนางโลมด้วยสภาพแตกตื่น โดยไม่มีผู้ใดเหลือท่าทีผ่อนคลายเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เสิ่นจงเว่ยแทบทรุดลงกับพื้น
โกดังขนาดใหญ่ซึ่งเคยตั้งเรียงรายอยู่ด้านหลังคฤหาสน์หายไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงหลุมลึกกับซากกำแพงดำไหม้ ผู้คุ้มกันหลายสิบคนยืนอยู่รอบบริเวณด้วยใบหน้าซีดเผือด ไม่มีผู้ใดอธิบายได้ว่าระเบิดถูกนำเข้าไปวางตั้งแต่เมื่อใด
สิ่งที่น่าประหลาดยิ่งกว่าคือค่ายกลป้องกันรอบโกดังยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์
ไม่มีร่องรอยการบุกรุก ไม่มีพลังตกค้างของผู้ลงมือ และไม่มีผู้คุ้มกันคนใดเห็นบุคคลน่าสงสัยแม้แต่คนเดียว ราวกับระเบิดเหล่านั้นถือกำเนิดขึ้นกลางกองสินค้าด้วยตนเอง
คนดูแลบัญชีของตระกูลเสิ่นรีบเข้ามาหาด้วยร่างกายสั่นเทา
“นายน้อย พวกเราตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นแล้วขอรับ”
เสิ่นจงเว่ยหันขวับไปหาเขา
“เสียหายเท่าไร?”
“แร่เหล็กดำ ทองแดงเพลิง หินหลอมวิญญาณ และสินค้าที่กว้านซื้อมาจากเมืองโดยรอบถูกทำลายทั้งหมด มูลค่ารวมไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยหกสิบล้านเหรียญวิญญาณขอรับ”
ใบหน้าของเสิ่นจงเว่ยไร้สีเลือดทันที
“แล้วเงินสดที่ยังเหลืออยู่ในตระกูลเล่า?”
คนดูแลบัญชีก้มหน้าต่ำกว่าเดิม
“แทบไม่เหลือแล้วขอรับ เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปกว้านซื้อสินค้า อีกทั้งพวกเรายังค้างชำระเงินกับพ่อค้าจากต่างเมืองอีกประมาณเจ็ดสิบล้านเหรียญวิญญาณ”
“บัดซบ!”
เสิ่นจงเว่ยซัดฝ่ามือลงบนกำแพงข้างกายจนแตกร้าว
ทางด้านจงหยวนเองก็ได้รับรายงานจากคนของตนในเวลาไล่เลี่ยกัน สภาพของตระกูลจงไม่ได้ดีไปกว่ากันแม้แต่น้อย
โกดังสินค้าทุกแห่งถูกทำลาย ขบวนรถและเรือขนส่งซึ่งเตรียมไว้จึงไม่มีสินค้าให้ลำเลียง เงินกู้จำนวนมหาศาลที่นำมาใช้กว้านซื้อแร่กลับกลายเป็นหนี้ซึ่งไม่มีสิ่งใดรองรับ
“ตระกูลจงเสียหายมากกว่าหนึ่งร้อยสามสิบล้านเหรียญวิญญาณ”
จงหยวนกำรายงานในมือจนยับยู่ยี่
“และเรายังมีหนี้ซึ่งต้องชำระภายในสิบวันอีกเกือบเก้าสิบล้าน”
เย่อ้าวเทียนซึ่งยืนฟังอยู่ด้านข้างมีสีหน้าเขียวคล้ำ แม้เขาไม่ได้สูญเสียทรัพย์สินโดยตรง แต่เมื่อสองตระกูลนี้ล้ม แผนการทั้งหมดที่เตรียมไว้ย่อมพังทลายตามไปด้วย
“เรื่องโกดังเอาไว้ตรวจสอบภายหลัง”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“อย่างน้อยแผนที่เหมืองร้างยังดำเนินต่อได้ ขอเพียงล่อไป๋หลิงกับหนานอวี้ออกมา แล้วข้าสร้างบุญคุณช่วยชีวิตพวกนางสำเร็จ พวกเรายังมีโอกาสพลิกสถานการณ์”
เสิ่นจงเว่ยมองเขาราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องเหลวไหล
“จะดำเนินต่ออย่างไร?”
“คนที่จ้างไว้ สัตว์อสูร และค่ายกลล้วนเตรียมพร้อมแล้วไม่ใช่หรือ?”
จงหยวนโยนจดหมายทวงเงินฉบับหนึ่งลงตรงหน้าเย่อ้าวเทียน
“คนเหล่านั้นได้รับเงินล่วงหน้าเพียงครึ่งเดียว ส่วนผู้ควบคุมสัตว์อสูรกับผู้ดูแลค่ายกลยังรอเงินที่เหลืออยู่ หากไม่จ่ายภายในวันนี้ พวกมันจะถอนตัวทั้งหมด”
เขาแค่นเสียงเย็น
“ในเมื่อพี่เย่ต้องการเดินแผนต่อ เช่นนั้นท่านออกเงินสามสิบล้านเหรียญวิญญาณแทนพวกเราดีหรือไม่?”
เย่อ้าวเทียนนิ่งเงียบ
แม้เขาจะมีของวิเศษและทรัพยากรฝึกตนอยู่ไม่น้อย แต่ไม่มีเงินสดมากถึงสามสิบล้านเหรียญวิญญาณ ยิ่งไม่คิดนำสมบัติของตนออกมาขายเพื่อแผนซึ่งยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่
เสิ่นจงเว่ยเห็นเขาไม่ตอบก็แค่นเสียงออกมา
“ในเมื่อไม่มีเงิน แผนที่เหมืองร้างก็ต้องยกเลิก ตอนนี้พวกเราต้องรักษาตระกูลให้รอดก่อน”
เย่อ้าวเทียนกำหมัดแน่น ทว่ายังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด คนรับใช้อีกกลุ่มก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาจากประตูคฤหาสน์
“นายน้อย! เจ้าหนี้กับพ่อค้าจากต่างเมืองมารวมตัวกันอยู่ด้านนอกแล้วขอรับ พวกเขาต้องการให้ตระกูลเสิ่นชำระหนี้และยืนยันวันส่งมอบสินค้าทันที!”
เสิ่นจงเว่ยกับจงหยวนหันมองหน้ากัน
เพียงคืนเดียว จากผู้ล่าที่กำลังรอแบ่งทรัพย์สินของตระกูลไป๋ พวกเขากลับกลายเป็นฝ่ายถูกเจ้าหนี้ล้อมคฤหาสน์เสียเอง