คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 117 กายาเตาหลอมศักดิ์สิทธิ์8,241 ตัวอักษร

ตอนที่ 117 กายาเตาหลอมศักดิ์สิทธิ์

ยูรันกวาดจิตสัมผัสตรวจสอบสัตว์อสูรทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนหันไปทางทุกคน

“พวกท่านช่วยกันตรวจสอบหน่อยสิ ลองดูว่าสุขภาพแข็งแรงดีหรือไม่ มีตัวใดบาดเจ็บหรือมีนิสัยผิดปกติหรือเปล่า”

หนานอวี้มองกรงสัตว์อสูรจำนวนมาก

“ให้พวกเราเข้าไปจับพวกมันเลยหรือ?”

“อืม ลองสัมผัสร่างกาย ตรวจเกล็ด ขน ปีก และเขาของพวกมันดูด้วย”

ยูรันกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“ไม่ต้องกลัว หากตัวใดกล้ากัด เดี๋ยวข้าจับลงหม้อทำเป็นซุปบำรุงให้พวกท่านกินเอง”

“...”

บรรยากาศทั่วทั้งลานเงียบลงทันที

ไม่ใช่เพียงคนเท่านั้นที่ได้ยิน

สัตว์อสูรทุกตัวภายในขบวนเองก็ได้ยินอย่างชัดเจนเช่นกัน

ลูกสิงโตอัสนีซึ่งกำลังแยกเขี้ยวขู่คนดูแลพลันหุบปากลง ก่อนนอนหมอบแล้วใช้อุ้งเท้าปิดจมูกตนเอง

อสรพิษเกล็ดทองที่กำลังชูคอเตรียมฉกค่อย ๆ ลดศีรษะลง จากนั้นม้วนตัวเป็นวงอย่างเรียบร้อยราวกับไม่เคยคิดทำร้ายผู้ใดมาก่อน

แม้แต่พยัคฆ์เพลิงครามซึ่งเอาแต่คำรามตลอดทาง ยังรีบเก็บเปลวเพลิงรอบกายแล้วนอนหงายเผยหน้าท้องเพื่อแสดงว่าตนไม่มีเจตนาร้าย

จินอวี้หรงมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ

“เหตุใดพวกมันจึงเชื่อฟังขึ้นมาพร้อมกันเช่นนี้?”

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ดูเหมือนพวกมันจะฉลาดดีนะ”

หนานอวี้เดินเข้าไปเปิดกรงของลูกสิงโตอัสนี ก่อนยื่นมือไปลูบศีรษะมันอย่างระมัดระวัง

ลูกสิงโตตัวน้อยตัวสั่นเล็กน้อย แต่ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย

“มันไม่กัดจริง ๆ ด้วย”

ยูรันยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง

“กัดก็ดี คืนนี้จะได้มีซุปสิงโตอัสนีบำรุงร่างกาย”

ลูกสิงโตอัสนีรีบแลบลิ้นเลียมือหนานอวี้ทันที

“ศิษย์น้อง เจ้าหยุดขู่มันเถอะ ดูสิ ตัวสั่นไปหมดแล้ว”

“ข้าแค่บอกผลลัพธ์ล่วงหน้า จะได้ไม่มีใครเข้าใจผิดภายหลัง”

ลู่เหยียนหนิงกับไป๋จิ้งเหวินเดินไปตรวจดูกวางวิญญาณหลายตัว ส่วนลู่ชิงถานเข้าไปลูบขนของม้าขาววิญญาณอย่างสนใจ

ไป๋หลิงตรวจสอบไข่สัตว์อสูรภายในกล่องควบคุมอุณหภูมิ ก่อนกล่าวขึ้น

“ไข่พวกนี้มีพลังชีวิตสมบูรณ์ ไม่มีรอยแตกร้าว ส่วนสัตว์อสูรตัวอื่นก็ดูแข็งแรงดี”

จินอวี้หรงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“สัตว์ทุกตัวผ่านการตรวจสอบจากผู้ดูแลของหอแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่บางตัวมีนิสัยดุร้ายตามธรรมชาติ ข้าจึงกังวลว่าพวกมันอาจทำร้ายคนของคุณชาย”

ยูรันมองสัตว์อสูรซึ่งกำลังนอนนิ่งเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ

“ตอนนี้คงไม่มีปัญหาแล้ว”

ราวกับเข้าใจถ้อยคำนั้น สัตว์อสูรทุกตัวพยักหน้าพร้อมกันทันที

ภาพดังกล่าวทำให้ทุกคนภายในลานเงียบงัน

เห็นได้ชัดว่าระหว่างการถูกดัดแปลงสายเลือดกับการถูกจับลงหม้อ พวกมันล้วนรู้ดีว่าควรเลือกสิ่งใด

ยูรันรอจนทุกคนตรวจสอบสัตว์อสูรครบถ้วน ก่อนตบมือเรียกความสนใจ

“เอาละ ในเมื่อตรวจสอบกันเสร็จแล้ว พวกเราก็ไปเตรียมตัวกันเถอะ”

“กระจก เก็บสัตว์ทั้งหมดเข้าไปเหมือนเดิม แยกพวกมันตามประเภท สายเลือด และธาตุด้วย อย่าให้สัตว์นักล่าอยู่ใกล้กับพวกที่เป็นเหยื่อ เดี๋ยวข้ากลับไปแล้วเหลือแต่กระดูก”

เสียงของกระจกดังขึ้นภายในจิตใจ

[รับทราบขอรับนายท่าน]

วูบ!

กระจกบานใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนแสงสีเงินจะสาดส่องออกมาปกคลุมขบวนรถทั้งหมด

กรงสัตว์ กล่องบรรจุไข่ และภาชนะมิติสำหรับสัตว์น้ำค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้น จากนั้นจึงถูกดูดหายเข้าไปภายในกระจกทีละส่วน

ผู้ดูแลจากหอสัตว์อสูรมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เพียงไม่กี่ลมหายใจ สัตว์อสูรจำนวนมหาศาลก็หายไปจนหมด เหลือเพียงรถขนส่งกับกรงเปล่าวางเรียงรายอยู่ทั่วลาน

จินอวี้หรงมองกระจกด้วยความสนใจ แต่รู้ดีว่านั่นเป็นความลับของผู้ซื้อจึงไม่ได้เอ่ยถาม

หนานอวี้กลับสนใจคำพูดก่อนหน้านี้มากกว่า

“เดี๋ยวก่อน ศิษย์น้อง เจ้าบอกให้พวกเราเตรียมตัวทำอะไร?”

ยูรันหันไปมองลู่ชิงถาน

“ได้เวลารักษาชิงถานแล้ว”

ลู่ชิงถานยืนแข็งค้างอยู่กับที่

แม้นางจะรู้มาตลอดว่ายูรันสามารถรักษาตนได้ และเฝ้ารอวันนี้มาหลายวัน แต่เมื่อได้ยินว่าเวลานั้นมาถึงจริง หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก

ลู่เหยียนหนิงรีบเดินเข้ามาหายูรัน

“เจ้าหมายถึงจะเริ่มรักษาวันนี้เลยหรือ?”

“อืม เรื่องภายในเมืองจัดการเรียบร้อยแล้ว สัตว์อสูรชุดแรกก็มาถึง ข้าไม่มีเหตุผลต้องเลื่อนออกไปอีก”

ยูรันกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติ

“หากออกไปเที่ยวกันก่อน เดี๋ยวข้าพาท่านแม่ทั้งสองเที่ยวจนเพลิน แล้วพวกเราลืมเรื่องรักษาชิงถานกันพอดี”

ลู่ชิงถานมองยูรัน ก่อนถามด้วยเสียงแผ่วเบา

“แล้วข้าต้องเตรียมสิ่งใดบ้างเจ้าคะ? สมุนไพร โอสถ หรือของวิเศษชนิดใดหรือไม่?”

ยูรันส่ายหน้า

“สิ่งของที่จำเป็น ข้าเตรียมเอาไว้หมดแล้ว”

“สิ่งที่เจ้าต้องเตรียมมีเพียงสองอย่าง”

ลู่ชิงถานตั้งใจฟังทันที

“สองอย่างใดเจ้าคะ?”

“เตรียมกายกับเตรียมใจ”

ยูรันตอบอย่างเรียบง่าย

“ทำร่างกายให้ผ่อนคลาย อย่าปล่อยให้ความกลัวรบกวนจิตใจ และไม่ว่าเจ้าจะเห็นหรือรู้สึกถึงสิ่งใดระหว่างการรักษา จงเชื่อใจข้า”

ลู่ชิงถานกำชายเสื้อของตนแน่นเล็กน้อย

“การรักษาจะอันตรายมากหรือเจ้าคะ?”

“หากเป็นผู้อื่นรักษา อันตราย”

ยูรันยื่นมือออกไปวางบนศีรษะของนาง

“แต่คนที่รักษาเจ้าคือข้า เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดมาก”

น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งเสียจนความกังวลภายในใจของลู่ชิงถานค่อย ๆ จางหายไป

นางสูดหายใจลึก ก่อนพยักหน้าอย่างหนักแน่น

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

“ข้าจะเตรียมกายและใจให้พร้อม”

ยูรันพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว”

ยูรันถอนมือออกจากศีรษะของลู่ชิงถาน ก่อนหันไปมองคนรอบข้าง

“เอาละ เท่านั้นก็พอ”

เขาหันกลับไปทางหญิงสาว

“ตอนนี้พวกเราไปหาห้องว่างที่ไม่มีผู้ใดรบกวนสักห้อง ข้าจะอธิบายให้ฟังก่อนว่าการรักษามีกี่ขั้นตอน และข้าจะทำอะไรกับร่างกายของเจ้าบ้าง”

ลู่เหยียนหนิงรีบถาม

“ข้ากับคนอื่นเข้าไปฟังด้วยได้หรือไม่?”

“ได้สิ เรื่องนี้ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง พวกท่านควรรู้เอาไว้ด้วย หากเกิดอะไรขึ้นระหว่างการรักษาจะได้ไม่ตกใจจนเข้ามาขัดขวางข้า”

จากนั้นยูรันจึงหันไปทางจินอวี้หรง

“สำหรับสัตว์อสูรชุดนี้ ข้าตรวจรับเรียบร้อยแล้ว เจ้าของหอจินดำเนินการรวบรวมส่วนที่เหลือต่อได้เลย”

จินอวี้หรงประสานมือคารวะ

“รับทราบเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าไม่รบกวนคุณชายกับทุกท่านแล้ว”

หลังจินอวี้หรงพาคนของหอสัตว์อสูรกลับไป ไป๋จิ้งเหวินก็พาทุกคนมายังห้องฝึกซึ่งไม่มีผู้ใช้งานอยู่บริเวณด้านในของคฤหาสน์

ห้องแห่งนี้กว้างขวาง เงียบสงบ และแยกออกจากเรือนพักส่วนอื่นอย่างชัดเจน

ยูรันตรวจสอบภายในห้องอย่างละเอียด ก่อนปิดประตูและวางม่านพลังป้องกันการรบกวนจากภายนอก

ทุกคนนั่งล้อมรอบเขาด้วยสีหน้าจริงจัง

ลู่ชิงถานนั่งอยู่ด้านหน้า ขณะที่ลู่เหยียนหนิงจับมือนางเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

ยูรันกวาดมองทุกคน ก่อนกล่าวขึ้น

“การรักษาไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก่อนอื่นพวกท่านต้องเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายชิงถานเสียก่อน”

เขาหันไปทางลู่ชิงถาน

“ร่างกายของนางไม่สามารถกักเก็บพลังปราณหรือพลังชนิดใดเอาไว้ได้เลย”

ลู่เหยียนหนิงขมวดคิ้ว

“แต่ร่างกายของนางดูดซับพลังปราณได้ไม่ใช่หรือ?”

“ดูดซับได้ แต่กักเก็บไม่ได้”

ยูรันยกมือขึ้น ก่อนสร้างภาพจำลองของภาชนะใบหนึ่งกลางอากาศ

“ร่างกายของคนทั่วไปเปรียบเสมือนภาชนะ เมื่อดูดซับพลังปราณเข้ามา พลังจะถูกเก็บไว้ภายในจุดตันเถียนและหมุนเวียนไปตามเส้นลมปราณ”

“แต่ร่างกายของชิงถานแตกต่างออกไป”

ภาชนะในภาพจำลองพลันไร้ก้น พลังซึ่งไหลเข้าไปด้านบนจึงไหลทะลุออกมาด้านล่างอย่างต่อเนื่อง

“นางสามารถดึงพลังปราณจากธรรมชาติเข้ามาได้ในปริมาณมหาศาล แต่ไม่มีสิ่งใดภายในร่างกายสามารถกักเก็บหรือควบคุมพลังเหล่านั้น”

“พลังจึงไหลผ่านร่างกายแล้วถูกปล่อยออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีวันหยุด”

“นี่จึงเป็นเหตุผลที่หมอทุกคนบอกว่านางรักษาไม่ได้”

ยูรันหันไปทางลู่เหยียนหนิง

“เพราะร่างกายของชิงถานไม่ได้เจ็บป่วย สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นผลจากกายาพิเศษของนาง”

“เมื่อไม่ได้เป็นโรค ต่อให้หมอเก่งกาจเพียงใดก็ไม่มีสิ่งใดให้รักษา พวกเขาทำได้เพียงใช้โอสถบรรเทาอาการและยื้อชีวิตออกไปเท่านั้น”

ไป๋หลิงเริ่มเข้าใจ

“เท่ากับว่าร่างกายของนางกำลังรับพลังปราณเข้ามาตลอดเวลา แม้นางไม่ได้ตั้งใจฝึกตน?”

“ถูกต้อง”

ยูรันพยักหน้า

“ปัญหาคือความเร็วในการดูดซับจะเพิ่มขึ้นตามอายุและการเติบโตของร่างกาย”

เขาทำให้พลังภายในภาพจำลองไหลแรงขึ้นเรื่อย ๆ

“เมื่อปริมาณพลังที่ถูกดึงเข้ามามากเกินกว่าร่างกายจะระบายออกได้ทัน แรงดันภายในเส้นลมปราณและหลอดเลือดก็จะเพิ่มสูงขึ้น”

รอยแตกร้าวเริ่มปรากฏบนภาชนะจำลอง

“ขั้นแรก เส้นเลือดใต้ผิวหนังจะปริแตก ร่างกายจะอ่อนแรง เจ็บปวด และมีเลือดออกโดยไม่มีสาเหตุ”

“หลังจากนั้นอวัยวะภายในกับเส้นลมปราณจะเริ่มฉีกขาดทีละส่วน”

สีหน้าของลู่เหยียนหนิงซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

ยูรันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“หากใช้โอสถยื้อชีวิตเอาไว้ บาดแผลภายในอาจสมานตัวชั่วคราว แต่มันไม่ได้แก้ไขต้นเหตุ พลังปราณยังคงถูกดูดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง”

“ยิ่งใช้โอสถยื้อชีวิตนานเท่าไร พลังที่สะสมและแรงดันภายในร่างกายก็ยิ่งรุนแรงขึ้น”

ภาชนะจำลองสั่นสะเทือน ก่อนระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“เมื่อถึงจุดที่ร่างกายรับไม่ไหว นางจะระเบิดออกจากภายใน กลายเป็นเศษเนื้อโดยไม่มีทางช่วยเหลือได้อีก”

ลู่เหยียนหนิงกำมือบุตรสาวแน่นขึ้นทันที ขณะที่องครักษ์จางมีใบหน้าซีดเผือด

ลู่ชิงถานเองก็มองภาพจำลองตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว แม้นางรู้มานานว่าตนมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ไม่เคยรู้ว่าจุดจบจะน่าสยดสยองถึงเพียงนี้

ยูรันสลายภาพจำลอง ก่อนกล่าวต่อ

“สำหรับผู้ฝึกตนซึ่งนิยมใช้มนุษย์เป็นเตาหลอม ร่างกายเช่นนี้มีชื่อเรียกว่า ‘กายาเตาหลอมศักดิ์สิทธิ์’”

“เพราะมันสามารถดึงพลังปราณจากธรรมชาติเข้ามาได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ผู้ที่เชื่อมต่อกับร่างกายของนางจึงสามารถนำพลังเหล่านั้นไปใช้ฝึกฝนตนเองได้”

“กล่าวอีกอย่างคือ ชิงถานต้องรับภาระในการดูดพลังเข้ามา ส่วนคนที่ใช้นางเป็นเตาหลอมจะคอยนำพลังส่วนเกินออกไป”

หนานอวี้กำหมัดแน่น

“ดังนั้นหากมีคนใช้นางเป็นเตาหลอมอย่างต่อเนื่อง นางก็จะยังมีชีวิตอยู่?”

“ถูกต้อง”