คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 122 เนตรดาราพิสุทธิ์7,554 ตัวอักษร

ตอนที่ 122 เนตรดาราพิสุทธิ์

ยูรันจึงเปลี่ยนไปอธิบายอีกสิ่งหนึ่ง

“ต่อไปคือกายเทพดาราสวรรค์”

“ความสามารถของกายาชนิดนี้ไม่ได้ซับซ้อน มันจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งอย่างมหาศาล และช่วยให้ผู้ครอบครองเข้าถึงพลังงานได้ทุกชนิด จะอธิบายเช่นนั้นก็ได้”

หนานอวี้เลิกคิ้ว

“มีเพียงเท่านี้หรือ?”

“ประโยชน์หลักก็มีเพียงเท่านี้แหละ”

ยูรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนกล่าวเสริม

“แต่เมื่อบรรลุวิถีของกายเทพดาราสวรรค์จนถึงขีดสูงสุด ด้านหลังของผู้ครอบครองจะปรากฏสิ่งที่เรียกว่า ‘ลูกแก้วนำวิถี’”

“พวกมันมีลักษณะเป็นลูกกลมสีดำสนิท จำนวนประมาณเก้าลูก ลอยอยู่ด้านหลังผู้ครอบครองโดยไม่จำเป็นต้องควบคุมตลอดเวลา”

เขายกนิ้วขึ้นเตือน

“แต่จำไว้ให้ดี หากผู้ใดไม่มีกายาชนิดนี้ หรือไม่สามารถเข้าถึงพลังจากธรรมชาติได้ ห้ามสัมผัสลูกแก้วเหล่านั้นเด็ดขาด”

หนานอวี้ถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“แล้วถ้าเผลอไปแตะเข้าเล่า?”

“ก็ดับสูญ”

ยูรันตอบทันที

“ร่างกายและดวงวิญญาณจะค่อย ๆ แตกสลาย กลายเป็นเถ้าธุลีจนไม่เหลือสิ่งใด”

ทุกคนเงียบลงอีกครั้ง

ยูรันกลับอธิบายต่อด้วยท่าทางกระตือรือร้นกว่าเดิม

“ส่วนความพิเศษที่แท้จริงของกายเทพ คือพลังของมันสามารถนำมาใช้สร้างสิ่งใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ เครื่องป้องกัน หรือสมบัติรูปแบบอื่น”

“สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากกายเทพจะมีจิตวิญญาณเป็นของตนเอง และสามารถเติบโตพัฒนาต่อไปได้”

“เมื่อพัฒนาจนถึงขีดสุด มันจะกลายเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีสถานะเป็นรองเพียงเทพเจ้าเท่านั้น”

ยูรันกางมือทั้งสองข้าง ก่อนถามด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

“เป็นอย่างไร เจ๋งหรือไม่?”

ทุกคนมองเขานิ่ง

หลังจากได้ยินคำว่าแตะแล้วดับสูญ พวกนางไม่แน่ใจว่าควรชื่นชมความยอดเยี่ยม หรือควรกังวลว่าในอนาคตจะเผลอเดินชนลูกแก้วด้านหลังเขาก่อนดี

ลู่ชิงถานยังคงติดใจกับคำเตือนก่อนหน้านี้

“ท่านพี่ ข้ายังไม่เข้าใจเรื่องลูกแก้วนำวิถี เหตุใดเพียงสัมผัสพวกมัน ร่างกายกับดวงวิญญาณจึงต้องดับสูญด้วยเจ้าคะ?”

“มันเป็นคุณสมบัติของลูกแก้วนำวิถี”

ยูรันยกมือขึ้น ก่อนอธิบายอย่างใจเย็น

“เจ้าจะมองว่าพวกมันเป็นตัวแทนของเทพเจ้าก็ได้ หากผู้ใดสัมผัสเทพเจ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต คนผู้นั้นย่อมถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ หลักการก็ประมาณนี้”

“ทันทีที่สัมผัส ลูกแก้วนำวิถีจะสร้างการสั่นสะเทือนต่อดวงวิญญาณโดยตรง ต่อให้เป็นเทพซึ่งมาจากโลกใดก็ตาม หากไม่มีกายเทพชนิดนี้หรือไม่สามารถเข้าถึงพลังจากธรรมชาติได้ ก็ต้องดับสูญอย่างแน่นอน”

ยูรันยกนิ้วขึ้นเตือนอีกครั้ง

“แล้วอย่าคิดว่าตัดแขนหรือตัดมือส่วนที่สัมผัสทิ้งจะรอด เพราะร่างกายเชื่อมโยงกับดวงวิญญาณอยู่ตลอดเวลา”

“ต่อให้ละทิ้งร่างกายแล้วปล่อยให้วิญญาณทารกหลบหนีออกมา ก็ไม่มีประโยชน์”

เมื่อเห็นลู่ชิงถานยังจินตนาการไม่ออก ยูรันจึงสะบัดมือเบา ๆ

ภาพจำลองปรากฏขึ้นกลางอากาศ ชายผู้หนึ่งยื่นมือไปสัมผัสลูกแก้วสีดำ ทันทีที่ปลายนิ้วแตะโดน พลังสั่นสะเทือนก็กระจายไปทั่วร่าง

ปลายนิ้วของชายผู้นั้นเริ่มแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี ก่อนลุกลามผ่านฝ่ามือ แขน ลำตัว และศีรษะอย่างรวดเร็ว

วิญญาณทารกรีบพุ่งออกจากร่างเพื่อหลบหนี ทว่าบนดวงวิญญาณกลับปรากฏรอยแตกร้าว ก่อนจะแตกสลายตามไปจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว

ภาพจำลองค่อย ๆ เลือนหายไป

“เข้าใจหรือยัง ชิงถาน?”

ลู่ชิงถานพยักหน้าอย่างเชื่องช้า

“เรื่องนี้ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

นางเว้นไปเล็กน้อย ก่อนถามต่อ

“แล้วที่ท่านพี่บอกว่าสามารถสร้างสมบัติขึ้นมาจากพลังของกายเทพ หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?”

“อ๋อ เรื่องนั้นง่ายมาก”

ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“ก็นำร่างกายของตนเองมาหลอมเป็นวัตถุดิบ แล้วสร้างสมบัติขึ้นมาอย่างไรเล่า”

“หากข้าได้รับกายเทพดาราสวรรค์ ข้าก็จะตัดแขนของตนเองออกมาหลอมเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์สำหรับรักษาเจ้า”

เขาหันไปทางลู่เหยียนหนิงกับไป๋จิ้งเหวิน

“รวมถึงสร้างสมบัติให้ท่านแม่ทั้งสองใช้เป็นรากฐานสำหรับเข้าสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรด้วย”

“...”

ใบหน้าของลู่ชิงถานซีดเผือด นางรีบกอดแขนยูรันเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะตัดมันทิ้งในวินาทีถัดไป

“ข้าไม่เอาเจ้าค่ะ! หากต้องตัดแขนของท่านพี่มารักษาข้า เช่นนั้นข้ายอมไม่รักษาดีกว่า!”

ลู่เหยียนหนิงเปลี่ยนสีหน้า ก่อนคว้าแขนอีกข้างของเขาเอาไว้

“ยูรัน ก่อนหน้านี้เจ้าบอกเพียงว่าจะเสียประสาทสัมผัสชั่วคราว เหตุใดตอนนี้ถึงกลายเป็นต้องตัดแขนตนเองด้วย?!”

ไป๋จิ้งเหวินเองก็ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

“หากการบำเพ็ญเพียรของพวกเราต้องแลกกับร่างกายของเจ้า ข้าก็ไม่ต้องการเช่นกัน”

ยูรันมองมารดาทั้งสองซึ่งยังจับแขนของตนเอาไว้แน่น ก่อนกล่าวปลอบโยน

“ท่านแม่ทั้งสองอย่าได้กังวล ข้ามีผนึกร้อยชีวิตอยู่ ต่อให้ตัดแขนออกไป มันก็งอกกลับคืนมาใหม่ได้ทันที”

ลู่เหยียนหนิงกับไป๋จิ้งเหวินชะงักพร้อมกัน

“จริงหรือ?”

“จริงสิ ข้าจะโกหกพวกท่านไปทำไม?”

ลู่ชิงถานยังไม่ยอมปล่อยมือ

“แต่ถึงแขนจะงอกกลับมา ท่านพี่ก็ยังต้องเจ็บปวดตอนตัดมันออกไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”

“ไม่เป็นไรหรอก”

ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“แขนเพิ่งขาดก็งอกกลับมาทันทีแล้ว จะเจ็บได้นานสักเท่าไรกัน?”

เขากวาดมองทุกคนภายในห้อง ก่อนประกาศด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“อีกอย่าง ตอนนี้พวกท่านปฏิเสธไม่ทันแล้ว เพราะข้าตัดสินใจเรียบร้อย”

“ยอมรับเสียโดยดีเถอะ”

“...”

ทุกคนภายในห้องยกมือขึ้นกุมขมับพร้อมกัน

หนานอวี้ถอนหายใจยาว ก่อนโบกมืออย่างหมดเรี่ยวแรง

“เอาเถอะ ตามใจเจ้าแล้วกัน ในเมื่อเจ้าบอกว่าไม่เป็นอะไร มันก็คงไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหมือนทุกครั้งนั่นแหละ”

ไป๋หลิงเองก็ถอนหายใจตาม

“เฮ้อ...ดูจากนิสัยของเจ้า ต่อให้พวกเราห้าม เจ้าก็คงหาทางทำอยู่ดี ข้าคงต้องยอมรับแล้ว”

“ตามนั้น”

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนลุกขึ้นยืน

“เช่นนั้นพวกเรามาเริ่มกันดีกว่า ใช้เวลาไม่นานนักหรอก”

“ข้าจะทำการแลกเปลี่ยนให้เสร็จก่อนเริ่ม”

เขายกมือขึ้นระดับอก สีหน้าซึ่งเคยผ่อนคลายกลับกลายเป็นจริงจัง

“พันธะแห่งดวงดาว”

พลังบางอย่างแผ่กระจายออกจากร่างของยูรัน ก่อนก่อตัวเป็นเส้นแสงนับไม่ถ้วนอยู่รอบกาย

“กายเทพดาราสวรรค์ และสิทธิ์เรียกใช้พิธีกรรมแห่งภูมิปัญญาของต้นไม้แห่งดวงดาว อิกดราซิล”

“การดมกลิ่น การรับรู้รสชาติ และความรู้สึกจากการสัมผัส”

ทันทีที่กล่าวจบ แสงสว่างพลันวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง

ทุกคนต้องยกมือขึ้นบดบังดวงตา กระทั่งแสงนั้นจางหายไป ร่างของยูรันก็ยังคงยืนอยู่ตรงเดิม ภายนอกไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

เขาขยับแขนเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า

“อืม แลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ต่อไป...”

ระหว่างที่ยูรันกำลังจะอธิบายขั้นตอนถัดไป ลู่ชิงถานก็แอบเดินอ้อมไปด้านหลัง ก่อนยื่นนิ้วจิ้มแผ่นหลังของเขาเบา ๆ

“ท่านพี่ ท่านรู้สึกหรือไม่ว่าข้ากำลังจิ้มท่านอยู่?”

“รู้”

ยูรันตอบทันที

ลู่ชิงถานยังไม่เชื่อ นางเปลี่ยนไปจิ้มไหล่ซ้ายของเขา

“ไหล่ซ้าย”

นางขยับไปจิ้มบริเวณเอวด้านขวา

“เอวขวา”

จากนั้นจึงลองจิ้มต้นแขน ข้อมือ และกลางแผ่นหลังสลับกันอย่างรวดเร็ว ทว่ายูรันกลับบอกตำแหน่งได้ถูกต้องทุกครั้ง

ลู่ชิงถานค่อย ๆ ลดมือลง ก่อนหันไปมองมารดาของตน

ลู่เหยียนหนิงกับไป๋จิ้งเหวินสบตากัน แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ดูเหมือนจะเป็นความจริง”

“ประสาทสัมผัสของเขาเสียไปก็จริง แต่สำหรับยูรันแล้ว แทบไม่ต่างจากไม่ได้สูญเสียสิ่งใดเลย”

ยูรันหันไปทางลู่ชิงถานกับลู่เหยียนหนิง

“สำหรับชิงถานกับท่านแม่ลู่ ข้าจะสร้างเตาหลอมขึ้นมาคนละหนึ่งใบ แล้วประจุลงในดวงวิญญาณของพวกท่านโดยตรง”

“ของชิงถานมีนามว่า ‘เตาหลอมดาราเทพสุริยัน’”

“ความสามารถของมันคือการหลอมละลายทุกสรรพสิ่งด้วยเปลวเพลิงแห่งสุริยัน เพียงผู้ครอบครองตั้งจิตปรารถนา ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นวัตถุ พลังงาน หรือสิ่งใดก็ตาม ล้วนสามารถถูกเปลวเพลิงของเตาหลอมเผาผลาญและหลอมละลายได้”

ยูรันหันไปทางลู่เหยียนหนิง

“ส่วนของท่านแม่ลู่มีนามว่า ‘เตาหลอมดาราเทพจันทรา’”

“มันสามารถชำระล้างทุกสรรพสิ่งด้วยเปลวเพลิงเย็นแห่งจันทราตามใจปรารถนา ไม่ว่าสิ่งใดถูกนำเข้าไปหลอม สิ่งเจือปนทั้งหมดจะถูกขจัดออกจนบริสุทธิ์ ก่อนจะถูกทำให้ก่อรูปขึ้นใหม่ในสภาพคล้ายถูกแช่แข็ง”

“หากเตาหลอมทั้งสองถูกใช้ร่วมกัน ประสิทธิภาพของพวกมันจะเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสูงสุด สุริยันมีหน้าที่หลอมสลาย ส่วนจันทรามีหน้าที่ชำระล้างและก่อรูป ทั้งสองเปรียบดั่งหยินกับหยางซึ่งเติมเต็มซึ่งกันและกัน”

เขาแตะลงบริเวณหน้าอกของตนเอง

“เพราะเตาหลอมทั้งสองถูกแบ่งออกมาจากต้นกำเนิดของเตาหลอมดาราสวรรค์ของข้า”

จากนั้นยูรันจึงหันกลับไปทางลู่ชิงถาน

“เมื่อเตาหลอมดาราเทพสุริยันถูกประจุลงในดวงวิญญาณของเจ้า มันจะทำหน้าที่รองรับและกักเก็บพลังแทนร่างกาย ปัญหาที่ร่างกายดูดพลังเข้ามาแต่ไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้ก็จะหมดไป”

สุดท้ายเขาจึงหันไปทางไป๋จิ้งเหวิน

“ส่วนของท่านแม่ไป๋ ข้าจะแยกต้นกำเนิดส่วนหนึ่งจากเนตรดาราสวรรค์ของข้า แล้วนำมาสร้างเป็นวิถีใหม่”

“ข้าจะเรียกมันว่า ‘เนตรดาราพิสุทธิ์’”

น้ำเสียงของยูรันจริงจังขึ้นเล็กน้อย

“นับจากวันที่ได้รับเนตรคู่นี้ ท่านแม่จะกลายเป็นต้นกำเนิดแห่งวิถี และเป็นบรรพชนคนแรกของผู้ครอบครองเนตรดาราพิสุทธิ์”

เมื่ออธิบายจบ ยูรันก็กวาดมองทุกคนภายในห้อง

“เอาละ ผู้ใดมีคำถามหรือไม่?”