ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 127 ตบอาจารย์ให้คว่ำ?
ทุกคนครุ่นคิดตามอยู่พักใหญ่ แม้เรื่องราวทั้งหมดจะเกินกว่าสามัญสำนึก แต่หลังจากเห็นสิ่งที่ยูรันทำมาด้วยตาตนเอง พวกเขาก็เริ่มยอมรับว่ามันอาจเป็นความจริง
ยูรันเห็นว่าไม่มีผู้ใดถามต่อ จึงตบมือเบา ๆ
“เอาละ ในเมื่อเข้าใจเรื่องปลายทางแล้ว ต่อไปข้าจะอธิบายเกี่ยวกับระดับพลังของวิถีนี้”
เขายกนิ้วขึ้นวาดเส้นแสงกลางอากาศ ก่อนประกายดวงดาวจะเรียงตัวเป็นเส้นทางทอดยาว
“วิถีนี้คือเส้นทางซึ่งนำไปสู่การจุติเป็นเทพเจ้า ข้าเรียกมันว่า ‘เส้นทางดารา’”
“ส่วนปลายทางสูงสุดของเส้นทางนี้คือวิถีสวรรค์”
ยูรันเว้นจังหวะ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“มีคนผู้หนึ่งเคยพูดเอาไว้...”
“ไม่สิ ท่านย่าของข้าเคยกล่าวเอาไว้ว่า”
เขายกมือขึ้นชี้ฟ้า
“ก้าวเดินไปบนวิถีแห่งสวรรค์ เพื่อปกครองทุกสิ่ง”
ยูรันพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“อืม โคตรเท่”
“...”
ทุกคนมองเขาอย่างหมดคำจะกล่าว
“เอ่อ...”
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดตอบรับ ยูรันจึงกระแอมเบา ๆ แล้วกลับเข้าประเด็น
“อะแฮ่ม ระดับพลังภายในเส้นทางดาราแบ่งออกเป็นสิบระดับ”
“ระดับหนึ่ง ‘หลอมรวมละอองดาว’ เทียบเท่าขอบเขตหลอมรวมปราณ”
“ระดับสอง ‘ก่อวงโคจรดารา’ เทียบเท่าขอบเขตสร้างรากฐาน”
“ระดับสาม ‘ก่อแกนเอกภพ’ เทียบเท่าขอบเขตแก่นทองคำ”
“ระดับสี่ ‘ดาราแรกกำเนิด’ เทียบเท่าขอบเขตก่อวิญญาณทารก”
“ระดับห้า ‘แปลงแสงดารา’ เทียบเท่าขอบเขตแปลงจิตวิญญาณ”
“ระดับหก ‘ทะลวงห้วงสุญตา’ เทียบเท่าขอบเขตหลอมสุญญตา”
“ระดับเจ็ด ‘รวมห้วงดารา’ เทียบเท่าขอบเขตหลอมรวมเต๋า”
“ระดับแปด ‘ดาราจักรสมบูรณ์’ เทียบเท่าขอบเขตมหายาน”
“ระดับเก้า ‘เทพดารา’ เทียบเท่าขอบเขตนักบุญ”
“ระดับสิบ ‘ต้นกำเนิดดารา’ เทียบเท่าขอบเขตเทพที่แท้จริง”
ประกายดาวทั้งสิบกลุ่มส่องสว่างขึ้นตามลำดับ ก่อนรวมตัวเป็นเส้นทางมุ่งสู่แสงสว่างเหนือศีรษะของทุกคน
“เมื่อก้าวข้ามระดับต้นกำเนิดดาราและเดินไปถึงปลายทางของวิถีสวรรค์ จึงจะสามารถจุติและกลายเป็นเทพเจ้าอย่างสมบูรณ์”
ยูรันหรี่ตาครุ่นคิด ก่อนกล่าวเสริม
“แต่จากที่ข้าตรวจสอบมา ระบบพลังของโลกใบนี้ยังมีเงื่อนงำบางอย่างอยู่”
“หลังขอบเขตมหายานกลับก้าวข้ามไปสู่นักบุญทันที โครงสร้างเช่นนี้ดูไม่สมบูรณ์และผิดธรรมชาติอย่างมาก”
“อาจเป็นเพราะประวัติศาสตร์บางส่วนถูกดัดแปลง หรือไม่ก็สูญหายไปตามกาลเวลา จนระดับพลังบางขั้นถูกลบออกจากความรับรู้ของผู้คน”
“ข้าคงต้องค้นหาความจริงให้แน่ชัด แล้วจึงค่อยปรับปรุงระบบพลังของเส้นทางดาราอีกครั้ง”
ยูรันกวาดมองทุกคน ก่อนถามเสียงสูงเล็กน้อย
“เข้าใจ๊?”
ทุกคนเงียบครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนพยักหน้าตามอย่างช้า ๆ
แม้จะยังไม่เข้าใจรายละเอียดทั้งหมด แต่พวกเขาก็พอจดจำลำดับของเส้นทางดาราและปลายทางของวิถีได้แล้ว
ลู่ชิงถานลองสัมผัสพลังภายในร่างกาย ก่อนถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ท่านพี่ ในเมื่อพวกเราเข้าสู่เส้นทางดาราแล้ว เช่นนั้นตอนนี้ข้ากับท่านแม่ทั้งสองอยู่ในระดับใดหรือเจ้าคะ?”
ยูรันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนดีดนิ้วดังเป๊าะ
“โอ้ ฉลาดมากชิงถาน!”
เขากล่าวด้วยสีหน้าชื่นชม
“หากเจ้าไม่ถาม ข้าคงลืมเรื่องนี้ไปแล้วจริง ๆ”
“...”
ทั้งสามคนซึ่งเพิ่งเข้าสู่วิถีใหม่ต่างมองเขาอย่างหมดคำจะกล่าว เรื่องสำคัญถึงเพียงนี้ยังลืมได้ด้วยหรือ?
ยูรันกลับอธิบายต่ออย่างไม่รู้สึกผิด
“ตอนนี้พวกเจ้าทั้งสามอยู่ระดับหนึ่ง ‘หลอมรวมละอองดาวขั้นต้น’ เทียบเท่ากับขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นต้น”
“แต่เส้นทางดารามีความพิเศษอยู่เล็กน้อย”
เขาชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
“แม้ระดับพลังของพวกเจ้าจะเทียบเท่าหลอมรวมปราณขั้นต้น แต่พลังต่อสู้ซึ่งสามารถสำแดงออกมาได้จริง จะเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น”
ทุกคนชะงักไปพร้อมกัน โดยเฉพาะไป๋หลิงกับหนานอวี้ซึ่งเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองขอบเขตเป็นอย่างดี
“กล่าวโดยง่าย ผู้ที่เดินบนเส้นทางดาราจะแข็งแกร่งกว่าผู้บำเพ็ญทั่วไปในระดับเดียวกันหนึ่งขอบเขตใหญ่”
“ส่วนผู้ที่เดิมทีมีความสามารถต่อสู้ข้ามหนึ่งขอบเขตใหญ่อยู่แล้ว หากเปลี่ยนมาเดินบนเส้นทางดารา ก็จะสามารถต่อสู้ข้ามได้ถึงสองขอบเขตใหญ่”
ยูรันยืดอกเล็กน้อย ก่อนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“เป็นไง? เจ๋งใช่ไหมล่ะ?”
หนานอวี้กำหมัดแน่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
[โกงเกินไปแล้ว!]
[ตอนนี้ข้าอยู่ขอบเขตแก่นทองคำ หากเปลี่ยนมาเดินบนเส้นทางดารา พลังต่อสู้ของข้าก็จะเทียบเท่าขอบเขตวิญญาณทารกทันทีไม่ใช่หรือ?!]
นางยิ่งคิด ดวงตาก็ยิ่งเปล่งประกาย
[ทั้งที่ระดับพลังยังเท่าเดิม แต่กลับต่อสู้ข้ามขอบเขตใหญ่ได้...]
[โคตรโกงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!]
หนานอวี้ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่อาจระงับความตื่นเต้นได้
นางพุ่งเข้าไปหายูรัน ก่อนคว้าแขนของเขามากอดเอาไว้แน่น สีหน้าดุดันเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นออดอ้อนในพริบตา
“ศิษย์น้องงงง...”
น้ำเสียงหวานผิดธรรมชาติทำให้คนทั้งห้องขนลุกขึ้นมาพร้อมกัน
ยูรันขยับตัวถอยเล็กน้อย
“ศิษย์พี่สาม ท่านเป็นอะไรไป?”
“ไม่มีอะไร”
หนานอวี้ส่ายหน้า ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ข้าเพียงคิดว่าศิษย์น้องของข้าทั้งหล่อเหลา ใจดี และมีความสามารถที่สุดในโลกเท่านั้นเอง”
“เมื่อครู่ท่านยังบีบคอข้าอยู่เลยนะ”
“เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไปเถอะ”
หนานอวี้โบกมือปัดอย่างรวดเร็ว ก่อนกลับมากอดแขนเขาแน่นกว่าเดิม
“ศิษย์น้อง ช่วยเปลี่ยนวิถีให้ข้าด้วยนะ”
“ข้าตัดสินใจแล้ว นับจากวันนี้ข้าจะเดินบนเส้นทางดารากับเจ้า!”
นางเขย่าแขนเขาเบา ๆ พร้อมกล่าวอ้อนวอน
“นะ ศิษย์น้องนะ...ช่วยข้าด้วยเถอะ”
ทุกคนมองการเปลี่ยนสีหน้าของหนานอวี้ด้วยความตกตะลึง
เมื่อครู่นางยังอยากบีบคอยูรันให้ตายอยู่เลย แต่หลังได้ยินว่าเส้นทางดาราสามารถต่อสู้ข้ามขอบเขตได้ นางกลับกลายเป็นศิษย์พี่ผู้อ่อนโยนขึ้นมาทันทีอย่างไร้ยางอายที่สุด
“ไม่เอา”
ยูรันปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด
หนานอวี้ชะงัก
“ทำไมเล่า?!”
“ท่านโลภเกินไป”
ยูรันพยายามดึงแขนของตนกลับมา
“หากข้าเปลี่ยนวิถีให้ท่าน ข้าก็ต้องเปลี่ยนให้คนอื่นด้วยมิใช่หรือ? จะบ้าหรืออย่างไร ข้าไม่เอาด้วยหรอก”
“แต่ข้าเป็นศิษย์พี่ของเจ้านะ!”
“ศิษย์พี่รองก็เป็นศิษย์พี่ของข้าเหมือนกัน”
ยูรันพยักหน้าไปทางไป๋หลิง
“หากข้าเปลี่ยนวิถีให้ท่านเพียงคนเดียว ดูจากสถานการณ์แล้ว คนที่จะเข้ามาบีบคอข้าเป็นรายต่อไปคงเป็นศิษย์พี่รอง”
เขาเว้นจังหวะ ก่อนมองหนานอวี้อย่างเห็นอกเห็นใจ
“เผลอ ๆ คราวนี้ท่านกับข้าอาจถูกบีบคอคู่กันด้วย”
ไป๋หลิงกอดอก ก่อนแค่นเสียงอย่างเย็นชา
“หึ รู้ตัวก็ดี”
ยูรันรีบหันกลับมาหาหนานอวี้ แล้วชี้ไปทางไป๋หลิงทันที
“เห็นปะ?”
ยูรันตบไหล่หนานอวี้เบา ๆ ราวกับกำลังให้กำลังใจ
“ศิษย์พี่สาม ท่านก็พยายามฝึกฝนให้สามารถต่อสู้ข้ามหนึ่งขอบเขตใหญ่ด้วยตนเองเสียก่อน แค่นี้ก็เทียบเท่ากับผู้ที่เดินบนเส้นทางดาราทั่วไปแล้ว”
หนานอวี้ยังคงกอดแขนเขาไม่ยอมปล่อย
“แต่มันไม่เหมือนกันนี่!”
“หรือว่าจริง ๆ แล้วท่านต้องการใช้สูตรโกงของเส้นทางดารา เพื่อให้ตนเองต่อสู้ข้ามได้ถึงสองขอบเขตใหญ่?”
ยูรันทำท่าครุ่นคิด ก่อนถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“อย่างเช่น...เอ่อ...”
“ตบอาจารย์ให้คว่ำ?”
“...”
หนานอวี้นิ่งค้าง ภายในหัวเผลอปรากฏภาพตนเองกำลังตบหลิงเยวี่ยจนล้มลงกับพื้น
นางรีบส่ายหน้าแรง ๆ เพื่อขับไล่ภาพอันอันตรายนั้นออกไป
“จะบ้าหรือ?! ใครจะกล้าทำเรื่องเช่นนั้นกัน!”
ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ “นั่นสินะ”
ยูรันปล่อยให้หนานอวี้บ่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับเข้าสู่บทเรียน
“ต่อไป พวกท่านทั้งสามลองหลับตา แล้วสัมผัสพลังซึ่งรวมตัวอยู่ภายในหัวใจ”
“อย่าใช้วิธีเดียวกับการค้นหาตันเถียน เพราะผู้เดินบนเส้นทางดาราไม่มีตันเถียน พลังและวิถีทั้งหมดของพวกเราจะเชื่อมโยงอยู่กับหัวใจ”
ลู่ชิงถาน ลู่เหยียนหนิง และไป๋จิ้งเหวินทำตามอย่างว่าง่าย
เมื่อจิตสำนึกของทั้งสามสัมผัสหัวใจ ภาพซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อนก็เปิดออกภายในจิตใจ
มันมีลักษณะคล้ายห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่
ทว่าในตอนนี้ จักรวาลของพวกนางยังไม่มีดวงดาว ไม่มีดาวเคราะห์ และไม่มีวงโคจรใดถือกำเนิดขึ้น
มีเพียงกลุ่มฝุ่นดารากับก๊าซจำนวนมหาศาลลอยกระจายอยู่ท่ามกลางความมืด ประกายแสงเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนส่องสว่างอยู่ภายในกลุ่มเมฆเหล่านั้น ก่อนเคลื่อนตัวเข้าหากันอย่างเชื่องช้า
แม้จะยังไม่มีสิ่งใดก่อกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ แต่ภาพตรงหน้ากลับงดงามจนทั้งสามแทบลืมหายใจ
มันคือจักรวาลซึ่งยังว่างเปล่า
และในขณะเดียวกัน มันก็คือจักรวาลซึ่งเต็มไปด้วยความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน
“สิ่งที่พวกท่านกำลังเห็นคือเส้นทางดาราภายในตนเอง”
เสียงของยูรันดังขึ้นภายในจิตสำนึกของทั้งสาม
“ตอนนี้พวกท่านอยู่ระดับหลอมรวมละอองดาว จึงมองเห็นเพียงฝุ่นดาราและกลุ่มก๊าซซึ่งยังไม่ก่อกำเนิดเป็นสิ่งใด”
“หน้าที่ของระดับนี้คือรวบรวมละอองดาวให้มากพอ และควบแน่นพวกมันจนพร้อมสำหรับการสร้างศูนย์กลางกับวงโคจรในระดับถัดไป”
ทั้งสามค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ยูรันยกมือแตะหัวใจของตนเอง
“ส่วนของข้า ตอนนี้เป็นเช่นนี้”
เขาดึงภาพของเส้นทางดาราภายในออกมาสำแดงภายนอก
ครืน!
ห้องทั้งห้องพลันมืดลง ก่อนภาพห้วงจักรวาลจะขยายออกเหนือศีรษะของทุกคน
เส้นทางดาราของยูรันกว้างใหญ่กว่าของทั้งสามอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มฝุ่นและก๊าซจำนวนมหาศาลไม่ได้ล่องลอยอย่างไร้ทิศทางอีกต่อไป แต่กำลังหมุนวนรอบศูนย์กลางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบ
ณ ใจกลางนั้น แกนแสงดวงหนึ่งกำลังก่อกำเนิดขึ้น
แม้มันยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นดวงดาวโดยสมบูรณ์ แต่แสงและความร้อนซึ่งแผ่ออกมาก็เริ่มดึงดูดฝุ่นดารารอบข้างเข้าหาตนเอง
วงแหวนหลายชั้นทอดตัวล้อมรอบแกนแสง แต่ละวงหมุนไปตามเส้นทางของตนโดยไม่ชนกัน
ภายในวงโคจรเหล่านั้น เศษแสงกับฝุ่นดาราบางส่วนเริ่มจับตัวเป็นกลุ่มก้อนเล็ก ๆ ราวกับเมล็ดพันธุ์ของดาวเคราะห์ซึ่งกำลังรอวันถือกำเนิด
นี่คือความแตกต่างระหว่างหลอมรวมละอองดาวกับก่อวงโคจรดารา
ระดับแรกมีเพียงวัตถุดิบของจักรวาล
ส่วนระดับที่สองเริ่มกำหนดศูนย์กลาง ทิศทาง และกฎการเคลื่อนไหวให้แก่ทุกสิ่ง
ลึกเข้าไปภายในเส้นทางดารา ยังปรากฏเปลแห่งดวงดาวซึ่งสร้างขึ้นจากแสงนับไม่ถ้วน
ทารกสวรรค์แรกกำเนิดกำลังนอนหลับอยู่ภายในอย่างสงบ ลมหายใจแต่ละครั้งสอดคล้องกับการหมุนเวียนของวงโคจรทั้งหมด
หนานอวี้เงยหน้ามองภาพจักรวาลด้วยดวงตาเป็นประกาย
“นี่คือสิ่งที่อยู่ภายในตัวเจ้าจริงหรือ?”
“ใช่”
ยูรันสะบัดมือเบา ๆ ก่อนภาพเส้นทางดาราของเขาจะลดขนาดลงและลอยอยู่เหนือฝ่ามือ
“พวกท่านเองก็ทำได้ เพียงใช้จิตสัมผัสเชื่อมต่อกับหัวใจ แล้วสะท้อนภาพของเส้นทางดาราออกมาภายนอก”
ลู่ชิงถานเป็นคนแรกที่ลองทำตาม
กลุ่มแสงค่อย ๆ รวมตัวเหนือฝ่ามือของนาง ก่อนขยายออกเป็นภาพห้วงอวกาศขนาดเล็ก ภายในเต็มไปด้วยละอองดาวและกลุ่มก๊าซสีทองแดงซึ่งหมุนวนอย่างอิสระ
“ข้าทำได้แล้ว!”
ลู่เหยียนหนิงยกมือขึ้นบ้าง ไม่นานภาพจักรวาลของนางก็ปรากฏออกมา กลุ่มฝุ่นดาราภายในเปล่งประกายสีขาวเงิน ให้ความรู้สึกเย็นสงบคล้ายแสงจันทร์
ส่วนจักรวาลของไป๋จิ้งเหวินเต็มไปด้วยละอองดาวสีขาวบริสุทธิ์ ประกายทุกจุดชัดเจนและเป็นระเบียบอย่างน่าประหลาด ราวกับไม่มีฝุ่นดาราเม็ดใดสามารถซ่อนตัวจากการรับรู้ของนางได้
ภาพจักรวาลทั้งสามลอยอยู่เคียงกันกลางห้อง
แม้พวกมันจะยังมีเพียงฝุ่นดารากับกลุ่มก๊าซ และยังไม่มีดวงดาวถือกำเนิดขึ้นแม้แต่ดวงเดียว แต่ความงดงามกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน
นี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางดารา
จักรวาลภายในซึ่งจะเติบโตไปพร้อมกับผู้ครอบครอง จนถึงวันที่พวกนางก้าวไปถึงปลายทางและจุติเป็นเทพเจ้าอย่างแท้จริง