คลังนิยายสัตย์สาบานแห่งดวงดาวอ่านล่าสุด

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 131 เหมือนเมื่อคืน7,051 ตัวอักษร

ตอนที่ 131 เหมือนเมื่อคืน

หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ทุกคนจึงเริ่มหารือเรื่องงานซึ่งยังหลงเหลืออยู่

เมื่อมารดาทั้งสองเริ่มจัดการงาน หนานอวี้ก็หาโอกาสเรียกยูรันออกไปพูดคุยตามลำพัง

นางตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้ ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“เรื่องเมื่อคืน...ข้าอยากให้เก็บเป็นความลับไปก่อน”

ยูรันเอียงศีรษะเล็กน้อย

“เหตุใดต้องปิดด้วย?”

“ข้ายังไม่พร้อมให้ทุกคนรู้”

ยูรันครุ่นคิด ก่อนส่ายหน้า

“หากเป็นข้า ข้าคงบอกออกไปตรง ๆ เลย ท่านจะกลัวอะไร?”

“ศิษย์พี่รองกับชิงถานยอมรับเรื่องที่ข้ามีคนรักหลายคนได้อยู่แล้ว ต่อให้รู้เรื่องของพวกเรา พวกนางก็คงไม่ทำอะไรท่านหรอก”

เขาชี้กลับไปทางห้องอาหาร

“ส่วนท่านแม่ลู่กับท่านแม่ไป๋ ดูจากปฏิกิริยาเมื่อเช้า พวกท่านน่าจะเดาออกหมดแล้ว”

ใบหน้าของหนานอวี้แดงขึ้นอีกครั้ง

“ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังไม่อยากบอกตอนนี้!”

“ขอเวลาให้ข้าทำใจก่อนไม่ได้หรืออย่างไร?”

ยูรันมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้

“เอาเถอะ ตามใจท่าน”

“ข้าจะไม่เป็นฝ่ายพูดออกไปก่อน แต่ท่านคงปิดเรื่องนี้ได้ไม่นานนักหรอก”

หนานอวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“แค่นั้นก็พอแล้ว”

“ไม่ใช่”

ยูรันกล่าวแทรกทันที

“ข้าหมายความว่า หากท่านยังปิดเรื่องนี้ต่อไปนานกว่านี้ ท่านได้ตายแน่”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหนานอวี้แข็งค้าง

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

“ศิษย์พี่รองกับชิงถานอาจยอมรับเรื่องที่ข้ามีคนรักหลายคนได้ แต่การยอมรับกับการมารู้ภายหลังว่าพวกเราแอบทำเรื่องเช่นนั้นแล้วร่วมมือกันปิดบัง เป็นคนละเรื่องกัน”

ยูรันยกมือขึ้นทำท่าบีบคอ

“ยิ่งพวกนางรู้ช้าเท่าไร ท่านก็ยิ่งถูกบีบคอแรงขึ้นเท่านั้น”

ใบหน้าของหนานอวี้ซีดลงเล็กน้อย

“แล้วเหตุใดเจ้าถึงยังยอมช่วยข้าปิด?”

ยูรันยักไหล่

“ข้าช่วยท่านตรงไหนกัน?”

“หากไม่มีผู้ใดถาม ข้าก็เพียงไม่ได้พูดออกไปเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าข้ากำลังช่วยท่านปิดบังเสียหน่อย”

เขาตบไหล่นางเบา ๆ ราวกับกำลังให้กำลังใจ

“ท่านเตรียมตัวถูกศิษย์พี่รองเชือดได้เลย”

“นางคงไม่พอใจอย่างมากที่ท่านแย่งครั้งแรกของข้าไปก่อน”

หนานอวี้นิ่งค้าง ก่อนใบหน้าจะเปลี่ยนจากซีดเผือดเป็นแดงก่ำในพริบตา

“คะ...ครั้งแรกของเจ้าหรือ?”

“ใช่สิ”

ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน

แม้หนานอวี้จะรู้อยู่แล้วว่ายูรันยังไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้ใด แต่เมื่อได้ยินเขายืนยันออกมาตรง ๆ หัวใจของนางก็ยังเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่

ความยินดีเล็ก ๆ ผุดขึ้นภายในใจ ก่อนจะถูกภาพสีหน้าเย็นชาของไป๋หลิงกลบหายไปอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของหนานอวี้จึงกลับมาซีดลงอีกครั้ง

ดูเหมือนสิ่งที่นางควรกังวลในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องว่าจะเก็บความลับได้นานเพียงใด

แต่เป็นวันที่ไป๋หลิงค้นพบความจริงต่างหาก

ช่วงบ่าย ทุกคนมารวมตัวกันภายในห้องประชุมของตระกูลไป๋อีกครั้ง

บนโต๊ะกลางห้องเต็มไปด้วยเอกสารสิทธิ์ สมุดบัญชี และรายชื่อกิจการซึ่งยึดมาจากตระกูลเสิ่นกับตระกูลจง

ไป๋จิ้งเหวินวางเอกสารฉบับสุดท้ายลง ก่อนกล่าวสรุป

“ทรัพย์สินของทั้งสองตระกูลถูกตรวจสอบเกือบทั้งหมดแล้ว ร้านค้า เส้นทางขนส่ง เหมือง และกิจการซึ่งยังดำเนินต่อได้ จะถูกแบ่งไปชดเชยความเสียหายของตระกูลไป๋กับตระกูลลู่”

ลู่เหยียนหนิงกล่าวต่อ

“ส่วนทรัพย์สินซึ่งไม่เหมาะจะเก็บเอาไว้จะถูกขายออก แล้วนำเงินมาใช้ฟื้นฟูกิจการกับซื้อสินค้าจากนอกเมือง”

“หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิด ภายในไม่กี่วันทุกอย่างน่าจะกลับมาเป็นปกติ”

ยูรันพยักหน้าขณะพลิกเอกสารผ่าน ๆ

“เช่นนั้นก็ดี เรื่องพวกนี้ท่านแม่ทั้งสองจัดการกันเองเถอะ ข้าเห็นตัวเลขเยอะแล้วปวดหัว”

ลู่เหยียนหนิงกับไป๋จิ้งเหวินสบตากัน ก่อนฝ่ายหลังจะประกาศเรื่องสำคัญอีกเรื่อง

“นอกจากนี้ พวกเราทั้งสองคนได้หารือกันแล้ว”

“นับจากวันนี้ ตระกูลไป๋กับตระกูลลู่จะรวมตัวกันเป็นครอบครัวเดียว”

ไป๋หลิงกับลู่ชิงถานชะงักเล็กน้อย

ลู่เหยียนหนิงจึงอธิบายต่อ

“แม้จะรวมเป็นตระกูลเดียวกัน แต่พวกเราจะยังคงแยกออกเป็นสองสาขา ใช้แซ่เดิมและดูแลกิจการของตนตามปกติ”

“ตระกูลไป๋จะเป็นสาขาที่รับผิดชอบการค้า การขนส่ง และการจัดการทรัพย์สิน ส่วนตระกูลลู่จะดูแลกิจการกับทรัพยากรของตนเอง”

“หากฝ่ายใดประสบปัญหา อีกฝ่ายจะต้องให้ความช่วยเหลือโดยถือว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวเดียวกัน”

ไป๋จิ้งเหวินพยักหน้า

“หลังผ่านเรื่องครั้งนี้ พวกเราเห็นชัดแล้วว่าการแยกกันรับมือทำให้ถูกโจมตีได้ง่ายเกินไป เมื่อรวมกำลังกัน ต่อให้มีผู้ใดคิดใช้แผนเดิมอีกก็ไม่อาจทำได้โดยง่าย”

ไป๋หลิงกับลู่ชิงถานมองหน้ากัน ก่อนพยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของมารดา

ยูรันวางเอกสารในมือลง

“ในเมื่อท่านแม่ทั้งสองตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ข้าก็ไม่มีสิ่งใดต้องคัดค้าน”

เขากวาดมองคนภายในห้อง

“ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องให้ข้าจัดการอีกหรือไม่?”

ทุกคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่มีผู้ใดกล่าวสิ่งใดออกมา

“เช่นนั้นก็ตามนี้”

ยูรันลุกขึ้นจากที่นั่ง

“พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางกลับสำนักแล้ว”

“ข้ากลับกับเจ้าด้วย”

หนานอวี้ตอบทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด

ทุกคนหันมามองนางพร้อมกัน ทำให้หนานอวี้ชะงักไปเล็กน้อย

ไป๋หลิงสังเกตเห็นว่านางตอบรวดเร็วผิดปกติ ดวงตาจึงหรี่ลงเล็กน้อย

“เช่นนั้นข้าก็จะกลับพร้อมกัน”

หนานอวี้รีบหันไปมอง

“ศิษย์พี่รองไม่อยู่ช่วยท่านแม่จัดการเรื่องตระกูลต่อหรือ?”

“ท่านแม่กับท่านแม่ลู่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าอยู่ต่อไปก็ไม่มีสิ่งใดต้องทำ”

ไป๋หลิงตอบอย่างสงบนิ่ง ก่อนเหลือบมองหนานอวี้

“หรือเจ้ามีเหตุผลบางอย่างที่ไม่อยากให้ข้ากลับไปด้วย?”

“จะมีได้อย่างไร!”

หนานอวี้รีบปฏิเสธ

ยูรันพยักหน้าสรุปโดยไม่สนใจสายตาของทั้งสอง

“ตกลง พรุ่งนี้พวกเราสามคนเดินทางกลับสำนักพร้อมกัน จบตามนี้”

คืนนั้น หลังจากทุกคนแยกย้ายกลับไปพักผ่อน หนานอวี้กลับนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงโดยไม่อาจข่มตาหลับได้

ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ย้อนกลับเข้ามาในความคิด จนใบหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

[พรุ่งนี้ก็ต้องกลับสำนักแล้ว...]

[หากกลับไปถึงยอดเขา คงไม่มีโอกาสอยู่กับศิษย์น้องตามลำพังง่าย ๆ เช่นนี้อีก]

หนานอวี้พยายามอดทนอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม แต่สุดท้ายก็ทนต่อไปไม่ไหว

นางลุกจากเตียง สวมเสื้อคลุมทับชุดนอน ก่อนแอบออกจากห้องและมุ่งตรงไปยังเรือนพักของยูรันอีกครั้ง

คราวนี้นางไม่เสียเวลาเดินวนอยู่หน้าประตู เพียงยกมือขึ้นเคาะเบา ๆ สามครั้ง

ประตูห้องเปิดออกแทบจะทันที

ยูรันยืนพิงกรอบประตู ก่อนถามด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย

“ศิษย์พี่สาม เมื่อคืนยังไม่พออีกหรือ?”

ใบหน้าของหนานอวี้แดงก่ำขึ้นมาทันที แต่คราวนี้นางไม่ได้ปฏิเสธเหมือนที่ผ่านมา

“พรุ่งนี้พวกเราก็ต้องกลับสำนักแล้ว...”

นางขยับเข้าไปจับแขนเสื้อของเขา ก่อนกล่าวอ้อนวอน

“คืนนี้ขออีกคืนเถอะนะ นะ...นะ”

ยูรันมองนางอย่างเหลือเชื่อ

“ศิษย์พี่ ไม่เพียงท่านจะแย่งครั้งแรกของข้าไปแล้ว ตอนนี้ยังทำท่าจะเสพติดอีกหรือ?”

เขาโน้มตัวเข้าไปกระซิบ

“หากศิษย์พี่รองรู้เข้า คราวนี้ท่านคงไม่ได้หยุดอยู่แค่ถูกเชือดแล้วกระมัง”

หนานอวี้ชะงักไปทันที ก่อนยกมือขึ้นแตะลำคอของตนเองอย่างไม่รู้ตัว

ภายในความคิดปรากฏภาพไป๋หลิงถือกระบี่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเย็นชา จนร่างกายของนางสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย

ทว่าหลังจากลังเลอยู่ไม่กี่อึดใจ นางกลับกัดฟันแล้วขยับเข้าไปกอดแขนยูรันแน่นกว่าเดิม

“เช่นนั้นเจ้าก็อย่าให้นางรู้สิ”

ยูรันเลิกคิ้ว

“ท่านไม่กลัวถูกเชือดแล้วหรือ?”

“กลัวสิ!”

หนานอวี้ตอบทันที ก่อนหันไปตรวจสอบทางเดินด้านหลังว่ามีผู้ใดแอบตามมาหรือไม่

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใคร นางจึงรีบดันยูรันกลับเข้าไปภายในห้อง

“แต่เรื่องถูกเชือดเป็นเรื่องของวันหน้า”

นางก้าวตามเข้าไป ก่อนปิดประตูด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ส่วนคืนนี้ก็คือคืนนี้!”

ยูรันมองนางด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย

“ท่านนี่ใจกล้าจริง ๆ”

เขาขยับเข้าไปใกล้ ก่อนกระซิบถาม

“แล้วคืนนี้อยากให้ข้าทำอะไรบ้าง หรือจะเอาเหมือนเมื่อคืนทั้งหมด ข้างหน้า ข้างหลัง ปาก?”

“จะ...เจ้า!”

หนานอวี้หน้าแดงก่ำ

“เจ้าคนลามก!”

“สรุปว่า?”

นางหลบสายตา ก่อนตอบเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“เหมือนเมื่อคืน...”

ยูรันเลิกคิ้ว

“ทุกอย่าง ทุกที่ และทุกแบบเหมือนเมื่อคืนเลยสินะ?”

“ไอ้คนป่าเถื่อน!”

“แล้วท่านไม่ชอบรึไง?”

“ขะ...ข้าไม่ได้ไม่ชอบเสียหน่อย!”

ยูรันยิ้มออกมาโดยไม่กล่าวสิ่งใดต่อ ก่อนสะบัดมือกางม่านกั้นเสียงปกคลุมทั่วทั้งห้อง

ไม่นานนัก แสงจากตะเกียงก็ค่อย ๆ ดับลง

ค่ำคืนสุดท้ายก่อนเดินทางกลับสำนักผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า กระทั่งทั้งสองหลับใหลอยู่เคียงข้างกันในช่วงใกล้รุ่ง