คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 138 ทารกแรกเกิดหรือเจ้าคะ?7,204 ตัวอักษร

ตอนที่ 138 ทารกแรกเกิดหรือเจ้าคะ?

หลิงเยวี่ยมองบุรุษตรงหน้าด้วยความเลื่อมใสอย่างยิ่ง

เดิมทีนางเพียงตั้งใจฟังคำอธิบาย แต่ยิ่งมองยูรันนานเท่าไร สายตาก็ยิ่งไม่อาจละออกจากตัวเขาได้ ราวกับสามารถนั่งมองเช่นนี้ต่อไปได้โดยไม่รู้เบื่อ ใช่แล้วนางชอบเขาเข้าให้แล้วแค่ยังไม่ยอมรับ

ส่วนเฮยหลิงกับเยว่หลินกลับรู้สึกว่าความคิดของนายท่านเหนือยิ่งกว่าผู้คนฝ่ายธรรมะซึ่งพวกตนเคยพบเห็นเสียอีก

[ทั้งแข็งแกร่ง ทั้งร่ำรวย แถมยังยึดมั่นในหลักการถึงเพียงนี้...]

[พบขาใหญ่เช่นนี้แล้วจะมัวลังเลอะไรอีก?]

[ต้องเกาะให้แน่นและรับใช้ไปจนวันตาย!]

เฮยหลิงพลันนึกคำถามสำคัญขึ้นมาได้

“นายท่านขอรับ หากข้าเปลี่ยนมาบำเพ็ญวิถีเดียวกับนายท่าน แล้วภายหน้าจุติกลายเป็นเทพมังกร...”

เขาหยุดเรียบเรียงคำพูดเล็กน้อย

“นั่นหมายความว่าข้าจะไม่มีวันดับสูญเหมือนเทพเจ้าที่นายท่านกล่าวถึงใช่หรือไม่ขอรับ?”

“ต่อให้ถูกสังหาร ก็เพียงรอถือกำเนิดใหม่ แล้วจุติกลับมาเป็นเทพมังกรอีกครั้ง ใช่หรือไม่ขอรับ?”

ยูรันมองเขาอย่างพึงพอใจ

“ในที่สุดแกก็ถามอะไรที่ฟังดูฉลาดออกมาสักที”

เฮยหลิงยืดอกขึ้นเล็กน้อย

“ถูกต้อง ตามที่แกเข้าใจนั่นแหละ”

ทว่ายูรันพลันนึกบางอย่างขึ้นได้

“โอ้ เกือบลืมไป เรื่องที่ข้าบอกว่าเทพเจ้าไม่มีวันดับสูญนั้นไม่จริงทั้งหมดหรอก”

“...”

เฮยหลิงเพิ่งยืดอกได้ไม่นานก็ชะงักไปทันที

“ยังมีวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้เทพเจ้าดับสูญได้อย่างสมบูรณ์”

[ความจริงมีอยู่สองวิธี]

[แต่อีกวิธีต้องใช้เวลาเตรียมการนานพอสมควร ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาบอก]

เฮยหลิงถามอย่างระมัดระวัง

“มันคือวิธีใดหรือขอรับ?”

ยูรันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย

“ถูกข้าทำให้ดับสูญ”

“...”

เฮยหลิงนิ่งค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนประสานมืออย่างนอบน้อม

“เอ่อ...ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”

[สรุปคือห้ามทรยศนายท่านเด็ดขาดสินะ]

ยูรันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยราวกับเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นได้

“เชี่ยเอ๊ย...”

เขายกมือขึ้นตบหน้าผากตนเอง

“ข้าลืมไปตั้งหลายเรื่องเลยนี่หว่า”

“...”

ทุกคนรอบโต๊ะชะงักพร้อมกัน

[ยังมีเรื่องใหญ่กว่านี้ที่ลืมเล่าอีกหรือ?!]

ยูรันเห็นสายตาของทุกคนก็รีบกระแอมกลบเกลื่อน

“แค่ก ๆ ความจริงข้าไม่ได้ลืมเรื่องสำคัญนะ”

เขาหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนแก้คำพูดของตนเอง

“จะกล่าวว่าข้าลืมเรื่องสำคัญก็ไม่ถูก ต้องบอกว่าข้าลืมเรื่องซึ่งสำคัญสำหรับคนอื่นต่างหาก”

“เรื่องใดที่ไม่สำคัญสำหรับข้า ข้าย่อมลืมเป็นธรรมดา”

ยูรันชี้ไปยังอาหารบนโต๊ะ

“อย่างเช่นในสายตาของข้า เวลากินข้าวสำคัญกว่าเรื่องเหล่านั้น เมื่อกำลังสนใจอาหารอยู่ ข้าจะลืมเรื่องอื่นไปบ้างก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน”

“...”

ทุกคนมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า

[นี่ไม่ใช่คำอธิบายที่ช่วยให้เจ้าดูดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย!]

ยูรันเห็นว่าทุกคนยังคงจ้องตนเองอยู่ จึงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“เอาเถอะ ข้าเคยบอกแล้วว่าต้นกำเนิดพลังของเส้นทางดาราอยู่ภายในหัวใจ เพียงแต่ยังไม่เคยแสดงให้ดู”

“มันสามารถสำแดงออกมาได้เช่นนี้”

ยูรันดีดนิ้ว

เป๊าะ!

ภาพเบื้องหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนแปลงไป

ความมืดมิดของห้วงอวกาศแผ่ขยายออกจากร่างของยูรัน ก่อนเผยให้เห็นดาราจักรซึ่งซ่อนอยู่ภายในหัวใจของเขา

ละอองดาวนับไม่ถ้วนลอยกระจายอยู่ท่ามกลางกลุ่มหมอกดารา บางส่วนกำลังหมุนวนเข้าหากันอย่างช้า ๆ ขณะที่แนวแสงหลายสายก่อรูปเป็นวงโคจรซ้อนทับกันอยู่ภายใน ความเคลื่อนไหวทั้งหมดประสานเข้ากับจังหวะการเต้นของหัวใจยูรันราวกับดาราจักรแห่งนี้มีชีวิตเป็นของตนเอง

“ความสมบูรณ์ของดาราจักรจะแสดงถึงระดับการบำเพ็ญของผู้ครอบครอง”

เสียงของยูรันดังขึ้นท่ามกลางภาพดวงดาว

“หากอยู่ขอบเขตหลอมรวมละอองดาว ภายในนี้จะมีเพียงกลุ่มฝุ่น หมอก และละอองดาราที่ยังไม่ก่อรูปเท่านั้น”

“ส่วนข้าอยู่ขอบเขตก่อวงโคจรดาราแล้ว จึงเริ่มมีวงโคจรและสิ่งต่าง ๆ ก่อตัวขึ้นมาให้เห็นมากหน่อย”

ไม่มีผู้ใดกล่าวอะไรตอบ

หลิงเยวี่ย หลานชิงอวี้ เฮยหลิง และเยว่หลินต่างจ้องมองดาราจักรเบื้องหน้าโดยไม่อาจละสายตาได้แม้แต่น้อย

หลิงเยวี่ยเป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา นางมองดาราจักรเบื้องหน้าด้วยแววตาเหม่อลอย ก่อนเอ่ยออกมาเพียงคำเดียว

“สวย...”

หลานชิงอวี้พยักหน้ารัว ๆ

“มันสวยมากเลยเจ้าค่ะศิษย์พี่!”

นางจ้องมองละอองดาวและวงโคจรภายในภาพด้วยความหลงใหล

“ข้าอยากเปลี่ยนวิถีเสียเดี๋ยวนี้เลย!”

เฮยหลิงกับเยว่หลินเองก็เริ่มหวั่นไหวไม่ต่างกัน

[ข้าเองก็อยากเปลี่ยนแล้วสิ]

[หากเข้าสู่เส้นทางดารา ก็จะสามารถมองดาราจักรเช่นนี้ภายในหัวใจของตนเองได้ตลอดเวลาจริง ๆ หรือ?]

“เอาเถอะ”

ยูรันโบกมือเบา ๆ

“รอให้ข้าทดลองอะไรอีกหลายอย่างจนเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องเปลี่ยนวิถี”

เขาชี้เข้าไปภายในภาพดาราจักร

“ต่อไปคือกายเทพดาราสวรรค์ที่ข้าแลกมา ข้าเคยบอกความสามารถให้ฟังแล้ว แต่ยังไม่ได้แสดงให้พวกท่านดู”

“ตอนนี้มองดูได้เลยนะ”

หลานชิงอวี้กวาดตามองร่างกายของเขาอย่างสับสน

“เอ่อ...ต้องดูอย่างไรหรือเจ้าคะ? ให้มองร่างกายของศิษย์พี่หรือ?”

“ไม่ใช่”

ยูรันชี้เข้าไปในดาราจักรอีกครั้ง

“มันอยู่ในนั้น ลองมองให้ดีสิ”

เขาเลื่อนปลายนิ้วไปยังจุดเล็ก ๆ ซึ่งซ่อนอยู่ท่ามกลางละอองดาว

“เด็กทารกนั่นไง”

ทุกคนเพ่งมองตามทิศทางที่เขาชี้อยู่นาน แต่ไม่ว่าจะพยายามเพียงใดก็ยังมองไม่เห็นสิ่งที่เรียกว่าเด็กทารก

ยูรันมองพวกเขาอย่างไม่เข้าใจ

“มองไม่เห็นได้ยังไง?”

เขาขยับนิ้วขยายภาพส่วนนั้นออก

“เอ้า คราวนี้เห็นหรือยัง?”

ภาพดาราจักรตรงหน้าพลันเคลื่อนเข้ามาใกล้ ก่อนเผยให้เห็นเด็กทารกแรกเกิดผู้หนึ่งกำลังลอยเคว้งอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว

เด็กน้อยมีใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มทั้งสองข้างกลมป่อง ดวงตาหลับพริ้มอย่างสบายใจ ขณะที่ริมฝีปากกำลังดูดนิ้วของตนเองดังจ๊วบ ๆ โดยไม่สนใจสิ่งใดรอบตัว

รูปลักษณ์น่ารักไร้เดียงสานั้นทำให้ผู้ที่พบเห็นอดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้

แม้จะยังเป็นเพียงทารกแรกเกิด แต่เค้าโครงใบหน้ากลับงดงามอย่างยิ่ง หากเติบโตขึ้นมาในภายหน้า คงกลายเป็นบุรุษรูปงามอย่างไม่ต้องสงสัย

หลานชิงอวี้จ้องเด็กทารกซึ่งกำลังดูดนิ้วอยู่ด้วยแววตาเอ็นดู

“ข้าสามารถสัมผัสเขาได้หรือไม่เจ้าคะ?”

“ถ้ายังไม่ตื่นก็น่าจะได้นะ”

ยูรันตอบอย่างไม่แน่ใจนัก

หลานชิงอวี้ชะงักมือ ก่อนหันกลับมาถาม

“แล้วหากเขาตื่นขึ้นมาจะเกิดอะไรหรือเจ้าคะ?”

“อืม...ไม่รู้สิ ข้าไม่เคยลอง”

ยูรันมองทารกภายในดาราจักร

“ปกติทารกดาราสวรรค์จะหลับอยู่เช่นนี้ตลอดช่วงแรก จนกระทั่งค่อย ๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ข้าจึงไม่รู้เหมือนกันว่าหากไปสัมผัสระหว่างที่มันหลับจะเกิดอะไรขึ้น”

ความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะความลังเลในท้ายที่สุด หลานชิงอวี้จึงค่อย ๆ ยื่นมือเข้าไปในภาพดาราจักร ก่อนใช้ปลายนิ้วสัมผัสแก้มป่องของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา

ทันใดนั้น เปลือกตาซึ่งปิดสนิทก็ค่อย ๆ เปิดขึ้น

ดวงตาของเด็กทารกสบเข้ากับสายตาของหลานชิงอวี้โดยตรง

ทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่ชั่วขณะหนึ่ง

จากนั้นใบหน้าจิ้มลิ้มก็ย่นเข้าหากัน ก่อนเด็กทารกจะแผดเสียงร้องออกมาสุดกำลัง

“อุแง้!!!”

ครืน!

เสียงร้องสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตำหนัก พร้อมกับแรงกดดันทางจิตอันมหาศาลซึ่งระเบิดออกไปทุกทิศทาง

ทุกคนรีบยกมือขึ้นปิดหูโดยสัญชาตญาณ

หลิงเยวี่ยกางม่านพลังปิดกั้นเสียงรอบตัวทันที ทว่าแม้แต่ม่านพลังของผู้บำเพ็ญขอบเขตหลอมสุญญตาก็ไม่อาจลดทอนเสียงร้องนั้นลงได้แม้แต่น้อย

“อุแง้! อุแง้!”

“รันเอ๋อร์ทำให้มันหยุดร้อง!”

ยูรันมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดีดนิ้ว

เป๊าะ!

เสียงร้องหยุดลงทันที

เด็กทารกหลับตากลับไปนอนดูดนิ้วดังจ๊วบ ๆ ตามเดิม ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“อืม แบบนี้นี่เอง”

หลานชิงอวี้ยังคงใช้มือปิดหู ก่อนถามด้วยสีหน้าตกตะลึง

“ศิษย์พี่ เหตุใดแรงกดดันของเขาจึงมหาศาลถึงเพียงนี้เจ้าคะ? แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”

“เจ้ากำลังถามว่าเหตุใดเด็กทารกนี่ถึงแข็งแกร่งใช่หรือไม่?”

“ใช่เจ้าค่ะ!”

ยูรันส่ายหน้า

“เด็กทารกไม่ได้แข็งแกร่งหรอก จิตใจของข้าต่างหากที่แข็งแกร่ง”

เขาชี้ไปยังทารกซึ่งกำลังหลับอยู่

“พลังที่ระเบิดออกมาเมื่อครู่ถูกดึงออกมาจากพลังจิตของข้า เด็กคนนี้เป็นเพียงสิ่งที่นำมันออกมาใช้เท่านั้น”

“ทั้งที่ยังเป็นเพียงทารกแรกเกิด กลับสามารถดึงพลังจิตของข้าออกมาได้ถึงเพียงนี้...น่าสนใจจริง ๆ”

หลานชิงอวี้กะพริบตาปริบ ๆ

“ทารกแรกเกิดหรือเจ้าคะ?”

“ใช่สิ”

ยูรันพยักหน้า

“ตอนนี้มันเพิ่งถือกำเนิด หากกายเทพดาราสวรรค์พัฒนาต่อไป มันก็จะค่อย ๆ เติบโตจนเป็นผู้ใหญ่”

“แต่หากข้าไม่พัฒนาต่อ มันก็จะอยู่ในสภาพเด็กทารกเช่นนี้ต่อไปนั่นแหละ”

เฮยหลิงกับเยว่หลินกลืนน้ำลายพร้อมกัน

[จิตใจของนายท่านแข็งแกร่งถึงเพียงใดกัน?]

[เพียงทารกแรกเกิดยังสามารถดึงพลังออกมาได้มหาศาลขนาดนี้...]