คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 1425,614 ตัวอักษร

ตอนที่ 142

หลานชิงอวี้รวบรวมความกล้าถามต่ออย่างไม่คิดอ้อมค้อม แม้ใบหน้าจะเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ

“ศิษย์พี่ การบำเพ็ญคู่สามารถช่วยหล่อเลี้ยงกายาได้จริงหรือเจ้าคะ?”

หลิงเยวี่ยซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างยังคงรักษาสีหน้าสงบนิ่ง แต่กลับตั้งใจฟังคำตอบมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

“หากยึดตามทฤษฎี ย่อมทำได้แน่นอน”

ยูรันเริ่มอธิบายอย่างจริงจัง

“การหล่อเลี้ยงครรภ์แห่งดวงดาวด้วยตัวเองก็คล้ายกับการบำเพ็ญเพียงลำพัง ความเร็วและโอกาสสำเร็จล้วนขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของคนผู้นั้น”

“แต่หากมีคนเข้ามาช่วยบำเพ็ญคู่ ตบะก็ย่อมก้าวหน้าได้รวดเร็วขึ้นมิใช่หรือ? หลักการของการหล่อเลี้ยงกายาก็คล้ายกัน”

เขากางมือออก

“หากทำคนเดียวไม่สำเร็จ ก็หาคนที่ทำเป็นมาช่วยเสียก็สิ้นเรื่อง”

“โดยเฉพาะการสร้างครรภ์แห่งดวงดาว พวกเจ้าไม่เคยหล่อเลี้ยงมันมาก่อน ทุกขั้นตอนจึงยากลำบากมากถึงมากที่สุด”

“แต่หากมีคนซึ่งเคยทำสำเร็จมาแล้วอย่างข้าคอยช่วยเหลือ ข้าก็สามารถอุดรอยรั่ว ควบคุมพลังที่ขาดหาย และประคองกระบวนการหล่อเลี้ยงไม่ให้ผิดพลาดได้”

“ขอเพียงมีพลังงานมากพอส่งเข้าไปในครรภ์แห่งดวงดาว แล้วให้ข้าช่วยหล่อเลี้ยงระหว่างการบำเพ็ญคู่ ทุกอย่างก็จบ”

ยูรันนิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนเหมือนจะพบคำตอบบางอย่าง

“อีกอย่าง ข้านึกออกแล้วว่ามีพลังชนิดใดซึ่งพบได้ทั่วไป แต่มีความเข้มข้นสูงมากพอจะใช้หล่อเลี้ยงทารก”

ดวงตาของหลานชิงอวี้สว่างวาบ

“ว้าว! มันคือพลังอะไรหรือเจ้าคะ?”

“ทัณฑ์สวรรค์ไง”

“...”

ยูรันตอบด้วยสีหน้าจริงจังอย่างยิ่ง

“ปล่อยให้สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ฟาดลงมาสักเปรี้ยงสองเปรี้ยง ข้ารับรองว่าทารกจะได้รับพลังงานเพียงพออย่างแน่นอน”

“หากยังไม่พอ พวกเราก็รอข้ามทัณฑ์พร้อมกัน”

เขาพยักหน้าให้กับแผนการของตนเอง

“เมื่อมีผู้ข้ามทัณฑ์หลายคนอยู่พร้อมกัน ความรุนแรงของทัณฑ์สวรรค์ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ พลังงานย่อมมากพอแน่”

ประกายในดวงตาของหลานชิงอวี้แข็งค้างทันที

เฮยหลิงยกมือขึ้นอย่างลังเล

“เอ่อ นายท่านขอรับ...”

“ว่า?”

“หากข้ามทัณฑ์พร้อมกัน ทัณฑ์สวรรค์จะทวีความรุนแรงขึ้นหลายเท่าจริง แต่ไม่ใช่ว่าผู้ที่อยู่ภายในพิธีจะถูกสายฟ้าผ่าตายก่อนทารกถือกำเนิดหรือขอรับ?”

ยูรันนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นตบหน้าผากตนเอง

“ชิบหาย จริงด้วย”

เขาถอนหายใจยาว

“ข้าลืมเรื่องนั้นไปเสียสนิท”

ประกายในดวงตาของหลานชิงอวี้ดับลงอย่างสมบูรณ์

ยูรันกำลังครุ่นคิดแก้ไขแผนการเดิม ทว่าพลันนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้อีกครั้ง

“พูดถึงทัณฑ์สวรรค์แล้ว ข้านึกเรื่องหนึ่งออก”

เขาตบมือลงบนโต๊ะ

“เรื่องนี้สำคัญมาก เกือบลืมบอกไปแล้วไหมเล่า ทุกคนตั้งใจฟังให้ดี”

“...”

ทุกคนรีบตั้งใจฟังทันที แม้จะเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าเรื่องสำคัญในความหมายของยูรันจะน่ากลัวเพียงใด

“การข้ามทัณฑ์ของผู้บำเพ็ญเทพแตกต่างจากผู้บำเพ็ญทั่วไปอยู่มาก”

หลานชิงอวี้ถามด้วยความสงสัย

“แตกต่างอย่างไรหรือเจ้าคะ?”

“ก็เพราะมันเป็นการบำเพ็ญเพื่อจุติกลายเป็นเทพเจ้า”

ยูรันอธิบายอย่างจริงจัง

“เส้นทางนี้ก้าวข้ามหน้าข้ามตาวิถีสวรรค์ซึ่งควบคุมการบำเพ็ญเซียนโดยตรง ทัณฑ์สวรรค์ที่ลงมาจึงรุนแรงและมีจำนวนชั้นมากกว่าปกติ”

“อย่างต่ำที่สุดก็สามชั้น และแต่ละชั้นต้องเป็นทัณฑ์ระดับนิมิตรุนแรงด้วย”

ทุกคนเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา

“จากนั้นจำนวนทัณฑ์จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณตามความแข็งแกร่งของผู้ข้ามทัณฑ์”

ยูรันเริ่มนับนิ้ว

“จากสามเป็นหก จากหกเป็นสิบสอง จากนั้นก็ยี่สิบสี่ สี่สิบแปด เก้าสิบหก...ประมาณนั้น”

“ยิ่งผู้ข้ามทัณฑ์แข็งแกร่ง ทัณฑ์สวรรค์ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนและทวีความรุนแรงขึ้น”

เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสริม

“และหากมีหลายคนข้ามทัณฑ์พร้อมกัน ความรุนแรงจะยิ่งทวีคูณซ้อนขึ้นไปอีก”

“...”

สีหน้าของทุกคนค่อย ๆ ซีดลงพร้อมกัน

แผนใช้ทัณฑ์สวรรค์หล่อเลี้ยงทารกเมื่อครู่ ฟังดูไม่ต่างจากการรวมกลุ่มกันไปตายแม้แต่น้อย

ยูรันพลันชะงักไปอีกครั้ง ก่อนยกนิ้วขึ้นราวกับเพิ่งนึกอะไรได้

“โอ๊ะ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”

เขาขมวดคิ้วกับตนเอง

“เหตุใดวันนี้ข้าถึงลืมบ่อยจังนะ?”

ทุกคนมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า

[นี่เพิ่งรู้ตัวหรือ?!]

ยูรันไม่สนใจสายตาเหล่านั้น ก่อนอธิบายต่อ

“ยังมีอีกวิธีหนึ่ง นั่นคือดึงพลังจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมาหล่อเลี้ยงครรภ์แห่งดวงดาว”

“วิธีนี้น่าจะง่ายที่สุดแล้วสำหรับผู้บำเพ็ญ”

เขาเริ่มยกตัวอย่างด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“ไฟป่า น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด หรือภัยพิบัติอื่นซึ่งปลดปล่อยพลังงานปริมาณมหาศาล ล้วนสามารถนำมาใช้หล่อเลี้ยงทารกได้”

ยูรันหันไปมองหลานชิงอวี้ ก่อนยกยิ้มอย่างมีเลศนัย

“แล้วข้ามีวิธีสร้างภัยพิบัติขึ้นมาเองด้วยนะ”

“สนใจหรือไม่ ชิงอวี้?”

หลานชิงอวี้ซึ่งก่อนหน้านี้ยังนั่งห่อเหี่ยว พลันเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าในทันที

“สนใจเจ้าค่ะ!!!”

ยูรันตบมือเบา ๆ เป็นการยุติบทสนทนา

“งั้นเรื่องนี้จบไว้เพียงเท่านี้ก่อน”

“รอให้ข้าหาวิธีสร้างสุริยุปราคาจำลองได้สำเร็จ แล้วพวกเราค่อยกลับมาคุยกันอีกครั้ง”

เขาครุ่นคิดถึงปัญหาซึ่งยังเหลืออยู่

“หากคิดจะย้ายวิถีจริง ๆ ก็ต้องเตรียมรับมือนิมิตและทัณฑ์สวรรค์ให้ดีด้วย”

“วิธีที่ดีที่สุดคงเป็นการสร้างครรภ์แห่งดวงดาวเอาไว้ล่วงหน้า แล้วหล่อเลี้ยงทารกซึ่งสามารถกลืนกินพลังจากทัณฑ์สวรรค์แทนผู้ข้ามทัณฑ์”

“เช่นนี้ผู้เปลี่ยนวิถีจะได้ไม่ต้องลำบากรับทัณฑ์ทั้งหมดด้วยตนเอง”

ยูรันถอนหายใจ

“แต่ต้องหาสายเลือดของกายาพิเศษซึ่งเหมาะสมกับหน้าที่นี้มาใช้ด้วย”

“เฮ้อ ยุ่งยากแท้ ๆ”

จากนั้นเขาก็หันไปทางเฮยหลิงกับเยว่หลิน

“พวกแกสองตัวเก็บโต๊ะแล้วนำจานไปล้างเสีย”

“เสร็จแล้วก็เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราต้องออกไปตรวจดูงานรอบ ๆ และดูว่าหลุมขุดไปถึงไหนแล้ว”

เฮยหลิงกับเยว่หลินรีบลุกขึ้นรับคำสั่ง

“ขอรับนายท่าน!”

“เจ้าค่ะนายท่าน!”

หลานชิงอวี้พลันนึกถึงจุดประสงค์แรกของตนเองขึ้นมาได้ จึงรีบร้องเรียก

“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะศิษย์พี่!”

ยูรันหันกลับมามอง

“มีอะไรอีก?”

“ท่านยังไม่ได้สอนก้าวพริบตากับเหยียบเวหาให้ข้าเลยนะเจ้าคะ!”

“โอ๊ะ จริงด้วย”

ยูรันชะงัก ก่อนยื่นมือออกไปให้นาง

“เช่นนั้นก็มาเริ่มกันเลย ข้าจะพาเจ้าเดินด้วยก้าวพริบตาสักสองสามรอบ ให้เจ้าจดจำความรู้สึกเอาไว้”

“หลังจากนั้นก็ไปฝึกต่อด้วยตนเองนะ”

“ได้เจ้าค่ะ!”

หลานชิงอวี้รีบจับมือเขาด้วยความยินดี

หลิงเยวี่ยมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ

แม้นางเองก็ต้องการเรียนทั้งก้าวพริบตาและเหยียบเวหา แต่ในฐานะอาจารย์ นางยังคงรักษาศักดิ์ศรีของตนเองเอาไว้ ไม่มีทางเอ่ยปากร้องขอให้ลูกศิษย์สอนอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม สายตาของนางกลับจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของยูรันอย่างตั้งใจ ไม่ยอมปล่อยให้รายละเอียดใดหลุดรอดไปแม้แต่น้อย

[ข้าเป็นถึงอาจารย์ของเขา]

[เพียงตั้งใจดูให้ดี ช่วงบ่ายข้าต้องฝึกสำเร็จได้ด้วยตนเองแน่นอน]