คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 148 สามี แก้มของเจ้าตัวน้อยนุ่มมากเลย7,955 ตัวอักษร

ตอนที่ 148 สามี แก้มของเจ้าตัวน้อยนุ่มมากเลย

หนานอวี้ทนรับแรงกดดันต่อไปไม่ไหว นางรีบคุกเข่าลงตรงหน้าไป๋หลิง พร้อมประสานมือร้องขอชีวิต

“ศิษย์พี่รอง ข้าผิดไปแล้ว!”

“ไม่ว่าท่านจะให้ข้าทำสิ่งใด ข้ายอมทุกอย่าง ขอเพียงอย่าเชือดข้าเลยนะ!”

ไป๋หลิงหรี่ตามองศิษย์น้องซึ่งกำลังคุกเข่าตัวสั่น ก่อนครุ่นคิดว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป

“หืม...”

ส่วนยูรันยืนมองทั้งสองอยู่นาน โดยไม่ได้สนใจเรื่องการลงโทษหนานอวี้มากนัก

[เมื่อคืนระหว่างบำเพ็ญคู่กับไป๋หลิง ข้าได้ทดลองไปหลายอย่าง หากลองอีกครั้งก็น่าจะยืนยันผลได้]

[การสร้างดาราจักรภายในหัวใจอาจต้องอาศัยจินตภาพ คล้ายกับตอนสร้างตันเถียน ให้พวกนางค่อย ๆ รวบรวมพลังผ่านภาพซึ่งก่อขึ้นภายในจิตใจ]

[แต่ดาราจักรของข้าดันใช้การระเบิดให้เกิดบิ๊กแบงขึ้นมาโดยตรงนี่สิ...]

[อืม น่าสนใจ]

เมื่อคิดได้ดังนั้น ยูรันจึงเดินเข้าไปโอบไป๋หลิงจากด้านหลัง ก่อนวางคางเกยลงบนไหล่ของนาง

“เอาน่า หลิงเอ๋อร์ ศิษย์พี่สามสำนึกผิดแล้ว เจ้าก็อย่าแกล้งนางต่อเลย”

ไป๋หลิงเหลือบตามองเขา

“เจ้ากำลังช่วยนางอยู่หรือ?”

“เปล่า ข้ากำลังทดลองบางอย่าง”

ยูรันตอบตามตรง

“เมื่อคืนระหว่างบำเพ็ญคู่ ข้าลองสร้างรากฐานของวิถีเอาไว้ภายในร่างกายท่านบางส่วน”

ไป๋หลิงชะงัก ก่อนหันมามองเขาอย่างสนใจ

“แล้วผลเป็นอย่างไร?”

“เจ้าคิดว่ายังไงหละ?”

แทนที่จะตอบ ยูรันกลับก้มลงจุมพิตซอกคอของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนทำให้ลมหายใจของไป๋หลิงเริ่มผิดจังหวะ

“จะ...เจ้าคิดจะทำอะไร?”

นางพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติ

“เมื่อคืนเจ้าก็ไม่รู้จักยั้งมือ หนานอวี้ก็ยังคุกเข่าอยู่ตรงนี้นะ”

“สำคัญด้วยรึไง?”

ยูรันเงยหน้าขึ้นมองนาง ก่อนประทับริมฝีปากลงไป

ไป๋หลิงนิ่งค้างเพียงชั่วขณะ สุดท้ายก็หลับตาแล้วตอบรับจุมพิตของเขา ทั้งสองจูบกันอยู่นานจนแทบลืมไปแล้วว่าภายในห้องยังมีคนอีกผู้หนึ่ง

หนานอวี้ซึ่งยังคุกเข่าอยู่ได้แต่มองภาพตรงหน้าตาค้าง ก่อนกลืนน้ำลายเสียงดัง

เอื๊อก!

[ศิษย์น้องกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?!]

[ตกลงเขาเข้ามาช่วยข้า หรือเข้ามาพลอดรักกับศิษย์พี่รองต่อหน้าข้ากันแน่?!]

ทั้งสองจูบกันอยู่นานกว่าจะยอมผละออก ไป๋หลิงหอบหายใจถี่ ใบหน้าแดงก่ำจนถึงใบหู

“แฮ่ก...เจ้าคนบ้า หนานอวี้ยังมองอยู่นะ”

“ไม่สำคัญ”

ยูรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนคลายสาบเสื้อชั้นนอกของนางแล้วโอบร่างเข้ามาแนบชิด

หนานอวี้เบิกตากว้าง

[อึก! ศิษย์น้องคิดจะทำตรงนี้จริง ๆ หรือ?!]

ไป๋หลิงทนไม่ไหวอีกต่อไป นางผลักยูรันลงบนโซฟา ก่อนสั่งด้วยความอับอาย

“ดับไฟให้ข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

เมื่อแสงสว่างภายในห้องมืดสลัวลง ไป๋หลิงก็ก้มลงซุกไซ้ซอกคอของเขาเป็นการเอาคืน

หนานอวี้กลืนน้ำลายเสียงดัง

[แม้แต่ศิษย์พี่รองก็เอากับเขาด้วย!]

[นี่พวกท่านกำลังจงใจทรมานข้าอยู่ใช่หรือไม่?!]

นางยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม ได้แต่มองเงาร่างของทั้งสองพลอดรักกันท่ามกลางแสงสลัว เวลาผ่านไปเกือบครึ่งสามสิบนาทีโดยไม่มีผู้ใดสนใจปล่อยนางไป

ยูรันจึงเหลือบมองหนานอวี้ ก่อนกระซิบถาม

“หลิงเอ๋อร์ ปล่อยให้ศิษย์พี่สามคุกเข่าดูอยู่เช่นนี้ นับว่าทรมานนางเกินไปหรือไม่?”

“ปล่อยให้นางดูต่อไป”

ไป๋หลิงตอบโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

“นี่คือบทลงโทษที่นางปิดบังข้า”

หนานอวี้ได้ยินดังนั้นก็แทบหลั่งน้ำตา

[อึก...นี่มันทรมานเกินไปแล้ว!]

[ไฟในตัวข้าถูกจุดขึ้นมาเหมือนกัน แล้วข้าจะดับมันอย่างไรเล่า?!]

ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ยูรันเหลือบมองหนานอวี้ ก่อนส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้นางเข้ามาหา

หนานอวี้มองเขาอย่างไม่แน่ใจ

[ห๊ะ? ศิษย์น้องหมายความว่าอย่างไร?]

[เขากำลังชวนข้าเข้าไปร่วมด้วยหรือ?!]

นางยังคงคุกเข่าอยู่กับที่ ไม่กล้าขยับ ยูรันรออยู่นานจนเริ่มหมดความอดทน จึงยกมือกวักเรียกอย่างชัดเจน

[เอาก็เอา! เป็นอย่างไรก็เป็นกัน!]

[ข้าเองก็ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว!]

หนานอวี้รวบรวมความกล้าลุกขึ้น ก่อนเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างโซฟา

ไป๋หลิงหันมามองทันที

“เดี๋ยวก่อน เจ้าเรียกนางเข้ามาทำไม?”

“เอาน่า อย่าแกล้งนางมากเกินไปนักเลย”

ยูรันโอบไป๋หลิงเอาไว้ ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“อีกอย่าง หากให้นางเข้ามาใกล้ ท่านก็จะได้แกล้งนางด้วยตนเองไม่ใช่รึไง? ไม่ดีตรงไหนกัน?”

ไป๋หลิงหรี่ตามองหนานอวี้อยู่ครู่หนึ่ง

“หากนางยินยอม ข้าก็ไม่ขัดข้อง”

“ข้ายินยอม!”

หนานอวี้รีบตอบทันที ราวกับกลัวว่าไป๋หลิงจะเปลี่ยนใจ

เมื่อเห็นศิษย์พี่รองไม่ได้ห้าม นางจึงโน้มตัวเข้าไปจูบยูรันอย่างดูดดื่ม ก่อนที่ไป๋หลิงจะดึงตัวนางเข้ามาร่วมด้วย

หลังทุกอย่างสงบลง ทั้งสามนอนกอดกันอยู่บนโซฟาพักใหญ่

ยูรันนอนกอดทั้งสองอยู่พักหนึ่ง ก่อนเอ่ยถามขึ้น

“เป็นอย่างไรบ้าง พวกท่านสัมผัสถึงวิถีซึ่งข้าสร้างเอาไว้ได้หรือไม่?”

ไป๋หลิงกับหนานอวี้ชะงัก ก่อนหลับตาลงพร้อมกัน ทั้งสองรวบรวมสมาธิแล้วตรวจสอบภายในร่างกายอย่างละเอียด ตั้งแต่ตันเถียน เส้นลมปราณ ไปจนถึงหัวใจ

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ไป๋หลิงจึงลืมตาขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว

“ไม่มี ข้าสัมผัสได้เพียงพลังปราณภายในร่างกายตามปกติ”

หนานอวี้เองก็ส่ายหน้า

“ข้าก็ไม่พบสิ่งใดเช่นกัน ไม่ต้องพูดถึงดาราจักรเลย แม้แต่ละอองดาวสักเม็ดก็ยังไม่มี”

ยูรันนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนใช้ความคิด

“อืม...แปลก”

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้น

“อืม...แล้วหากทำเช่นนี้เล่า?”

เป๊าะ!

เมื่อเขาดีดนิ้ว ภาพดาราจักรภายในหัวใจก็ปรากฏขึ้นกลางห้องอีกครั้ง

ยูรันขยับมือเลื่อนผ่านหมู่ดาวจำนวนมหาศาล พยายามค้นหาระบบดาวซึ่งประกอบด้วยดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการสร้างจินตภาพ

ทว่าไม่ว่าเขาจะค้นผ่านไปกี่แห่ง กลับยังไม่พบสิ่งที่ต้องการเสียที

ไป๋หลิงเฝ้ามองอยู่พักใหญ่ ก่อนอดถามไม่ได้

“เจ้ากำลังค้นหาสิ่งใดอยู่? ข้าเห็นเจ้าเลื่อนภาพไปมาอยู่นานแล้ว”

“อืม สิ่งที่ข้ากำลังหาค่อนข้างถือกำเนิดได้ยาก พูดไปตอนนี้ท่านก็คงไม่รู้จัก”

ยูรันยังคงค้นหาต่อไป

“รอดูไปก่อนเถอะ”

ทว่าผ่านไปอีกพักใหญ่ เขาก็ยังไม่พบระบบดาวที่ต้องการ

“บู้?”

เสียงเล็ก ๆ พลันดังขึ้นตรงหน้า

ยูรันชะงักมือ ก่อนพบว่าทารกดาราสวรรค์กำลังลอยอยู่เบื้องหน้าเขาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ ดวงตากลมโตกำลังจ้องมองเขาด้วยความสงสัย

“หืม?”

ยูรันเลิกคิ้ว

“ปกติไม่เคยเห็นแกตื่นขึ้นมาเอง ตอนนี้ไม่เพียงตื่น แต่ยังโผล่มาถึงที่นี่อีก น่าสนใจ”

หนานอวี้ขยับเข้ามามองทารกใกล้ ๆ

“ปกติเจ้าตัวน้อยไม่เคยปรากฏตัวตรงนี้หรือ?”

“ใช่ ปกติทารกดาราสวรรค์จะหลับอยู่ตลอด จนกว่าอายุประมาณสองถึงสามขวบจึงเริ่มตื่นขึ้นมา”

ยูรันมองตำแหน่งของหมู่ดาวโดยรอบ ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แต่ถึงจะตื่นขึ้นมา มันก็ไม่เคยออกไปไหน”

“ก่อนหน้านี้ข้าเลื่อนภาพผ่านสถานที่จำนวนมาก ตำแหน่งซึ่งทารกหลับอยู่ควรห่างจากที่นี่ไกลมาก มันไม่น่าจะตามมาทันได้”

เขาหันกลับไปมองทารก

“หรือว่าแกสามารถปรากฏตัวที่ใดก็ได้ภายในดาราจักรแห่งนี้?”

ทารกพยักหน้าหงึก ๆ

“บู้?”

“อืม เรื่องนั้นไม่ถือว่าแปลกนัก เพราะอย่างไรแกก็ถือกำเนิดขึ้นภายในร่างกายของข้า”

ยูรันลูบคางอย่างครุ่นคิด

“แต่ที่แปลกคือแกเพิ่งถือกำเนิด เหตุใดถึงเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดได้?”

ทารกเอียงศีรษะเล็กน้อย

“บู้?”

“ดูเหมือนจะเข้าใจจริง ๆ ด้วย”

ยูรันชี้ไปทางหญิงสาวทั้งสอง

“เช่นนั้นให้หลิงเอ๋อร์กับศิษย์พี่สามของข้าลองจับแก้มหน่อยสิ”

ทารกหันไปมองไป๋หลิงกับหนานอวี้ ก่อนย่นจมูกและแสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างชัดเจน

“บู่!”

“...”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวทั้งสองแข็งค้างพร้อมกัน

ยูรันเห็นท่าทางของทารกก็ขมวดคิ้วทันที

“เฮ้ อย่าเรื่องมากนัก เป็นเด็กก็ทำตัวให้สมกับเป็นเด็กหน่อย เพิ่งถือกำเนิดแท้ ๆ กลับรู้จักทำหน้ารังเกียจผู้อื่นแล้วหรือ?”

เขาชี้ไปทางไป๋หลิงกับหนานอวี้

“เร็วเข้า ยอมให้พวกนางจับแก้มเสียดี ๆ หากอยากได้อะไรก็บอก เดี๋ยวข้าหามาให้”

ทารกดาราสวรรค์เอียงศีรษะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนร้องตอบ

“บู้!”

หนานอวี้หันมาถามทันที

“มันกล่าวว่าอะไร?”

“มันบอกว่าหิว”

ยูรันมองทารกด้วยสีหน้าประหลาด

“ทำไม อยากดื่มนม? พวกนางยังไม่ได้ตั้งครรภ์ แล้วจะไปหาน้ำนมจากไหนมาให้แก?”

ใบหน้าของไป๋หลิงกับหนานอวี้แดงก่ำขึ้นพร้อมกัน

“สามี!”

“ศิษย์น้อง!”

ทารกเองก็รีบโบกมือโวยวาย

“บู้! บู้!”

“อ๋อ เช่นนั้นก็แล้วไป”

ยูรันพยักหน้าเมื่อเข้าใจความหมาย

“มันบอกว่าต้องการพลังงาน หากข้าหามาให้ได้ มันก็จะยอมให้พวกเจ้าจับแก้ม”

จากนั้นเขาจึงหันกลับไปต่อรองกับทารก

“แล้วแกจะยอมให้จับก่อนไม่ได้รึไง? อีกไม่นานทัณฑ์สวรรค์ก็น่าจะปรากฏขึ้นแล้ว เดี๋ยวข้าค่อยหาพลังงานมาให้ หรือแกอยากให้ข้าสร้างสายฟ้าขึ้นมาเอง?”

ทารกยกมือแตะคาง ทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง

“บู้?”

“อืม ข้าสร้างให้ได้อยู่ แต่ต้องรอไม่เกินหนึ่งเดือน”

ทารกพลันยิ้มกว้าง ก่อนพยักหน้ารัว ๆ

“บู้!”

ยูรันหันไปบอกหญิงสาวทั้งสอง

“มันยอมให้จับแล้ว แต่มีเงื่อนไขว่าข้าต้องหาพลังงานบางอย่างมาให้มันกินภายในหนึ่งเดือน”

[ยุ่งยากแล้วสิ]

[หมายความว่าหากคิดจะหล่อเลี้ยงกายาซึ่งมีความต้องการสูง แล้วทารกไม่ยอมรับพลังงานที่เตรียมไว้ ทุกอย่างก็อาจจบเห่ได้เลย]

[ของข้ายังพอจัดการได้ แต่หากเป็นทารกภายในร่างกายของผู้อื่น เกิดเจ้าของควบคุมไม่ได้ขึ้นมา คงสร้างปัญหาไม่น้อยแน่]

ไป๋หลิงกับหนานอวี้ไม่ได้สนใจสีหน้าครุ่นคิดของยูรันแม้แต่น้อย ดวงตาของทั้งสองเป็นประกาย ก่อนพร้อมใจกันยื่นมือไปสัมผัสแก้มกลม ๆ ของทารก

ทารกทำหน้าหงอยเล็กน้อย แต่ยังคงยอมอยู่นิ่งตามข้อตกลง

ไป๋หลิงบีบแก้มด้านหนึ่งอย่างทะนุถนอม

“สามี แก้มของเจ้าตัวน้อยนุ่มมากเลย”

หนานอวี้ลองบีบแก้มอีกด้าน ก่อนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“จริงด้วยศิษย์น้อง ทั้งนุ่มทั้งเด้งเหมือนซาลาเปาเลย!”