ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 149 ข้าจะจับเจ้ามัดเอาไว้ แล้วให้ยืนดูอยู่ทั้งคืน
หลังจากปล่อยให้หญิงสาวทั้งสองจับแก้มอยู่พักใหญ่ ยูรันจึงเอ่ยถามทารก
“ว่าแต่แกโผล่มาถึงที่นี่เพราะอะไร?”
“คงไม่ได้เพิ่งตื่นขึ้นมา แล้วคิดจะออกไปหาดาวสักดวงระเบิดเล่นหรอกนะ?”
ทารกส่ายหน้า
“บู้!”
“หืม? แกบอกว่าอยากช่วย?”
“บู้!”
“แค่นั้นหรือ?”
ทารกพยักหน้ารัว ๆ
“บู้!”
ยูรันจ้องมันอย่างไม่ค่อยเชื่อใจนัก แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้า
“เช่นนั้นก็พาไป”
ทารกดาราสวรรค์ยกมือเล็ก ๆ ขึ้น ก่อนควบคุมภาพดาราจักรโดยรอบให้เคลื่อนผ่านหมู่ดาวด้วยความเร็วสูง
ไม่นานนัก วิสัยทัศน์ของทั้งสามก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าระบบดาวแห่งหนึ่ง
เมื่อมองจากระยะไกล ระบบแห่งนี้ดูคล้ายจะสมบูรณ์ แต่กลับมีบางอย่างขาดหายไป ภายในมีดาวเคราะห์เพียงสี่ดวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ขนาดมหึมา และไม่มีดวงจันทร์อยู่เลยแม้แต่ดวงเดียว
ยูรันพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง
“อืม เท่านี้ก็น่าจะใช้ได้”
เขาชี้ไปยังดวงอาทิตย์ตรงกลาง
“ดวงอาทิตย์ดวงนี้กำลังจะดับสูญ ดาวเคราะห์ก็มีเพียงสี่ดวง แถมไม่มีดวงจันทร์อีกต่างหาก”
จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปยังดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง
“แต่ดาวดวงนี้มีชั้นบรรยากาศค่อนข้างสมบูรณ์ และสามารถใช้ดาวเคราะห์อีกดวงซึ่งอยู่ด้านหลังมาบดบังดวงอาทิตย์แทนได้”
“นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีห่าอะไรเลย”
ยูรันยักไหล่ ก่อนหันไปหาหญิงสาวทั้งสอง
“เอาเถอะ หลิงเอ๋อร์ ศิษย์พี่สาม พวกท่านตั้งใจดูให้ดี ข้าจะใช้ภาพตรงหน้าจำลองการเกิดสุริยุปราคา”
เป๊าะ!
เมื่อยูรันดีดนิ้ว วิสัยทัศน์ของทั้งสามก็ถูกดึงลงไปยังพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนั้น กลายเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่งราวกับกำลังยืนอยู่บนพื้นดินจริง ๆ
เหนือศีรษะคือดวงอาทิตย์ขนาดมหึมา ซึ่งส่องแสงเจิดจ้าครอบคลุมท้องฟ้าเกือบทั้งหมด
“เตรียมตัวให้พร้อม”
ยูรันยกมือขึ้นอีกครั้ง
“ข้าจะเร่งเวลาให้ดาวอีกดวงเคลื่อนเข้ามาบดบังดวงอาทิตย์”
เป๊าะ! เป๊าะ!
กาลเวลาภายในภาพจำลองเร่งเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน เงามืดของดาวเคราะห์อีกดวงค่อย ๆ เคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์ จนแสงสว่างทั่วทั้งโลกเริ่มดับลง
ไม่นาน สุริยุปราคาจำลองก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาอย่างสมบูรณ์
ยูรันหันไปบอกหญิงสาวทั้งสอง
“จดจำระบบดาวเมื่อครู่เอาไว้ แล้วใช้มันเป็นรากฐานของจินตภาพภายในหัวใจ”
“หลักการคล้ายกับการสร้างตันเถียน แต่ก่อนอื่น พวกท่านต้องทำให้ภายในหัวใจกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเสียก่อน”
“จากนั้นจึงใช้พลังของสุริยุปราคาเป็นตัวกระตุ้น ก่อให้เกิดการระเบิดขนาดเล็กจำนวนมากภายในพื้นที่แห่งนั้น”
ยูรันยกนิ้วแตะลงบนกลางอกของทั้งสองคนตามลำดับ
“เมื่อการระเบิดเกิดขึ้นแล้ว ให้ใช้พลังปราณกลั่นกรองสิ่งที่หลงเหลือออกมาเป็นฝุ่นและกลุ่มควัน คล้ายกับละอองดาวซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นภายในจักรวาล”
“ไม่ต้องกังวล ข้าจะคอยควบคุมและช่วยเหลืออยู่ด้านข้าง”
ไป๋หลิงกับหนานอวี้พยักหน้า ก่อนหลับตาลงและเริ่มรวบรวมสมาธิตามคำชี้แนะของเขา.
ยูรันสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของทั้งสอง ก่อนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“เริ่มมีบางอย่างก่อตัวขึ้นแล้ว ดูเหมือนว่าวิธีนี้จะใช้ได้จริง”
เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ตอนแรกข้ายังกังวลอยู่ว่าจะจำลองสุริยุปราคาได้อย่างไร หากหาวิธีไม่ได้จริง ๆ ข้าคงต้องสร้างหลอดไฟดวงมหึมาติดเอาไว้ในห้อง แล้วหาอะไรสักอย่างมาบังแทน ฮ่า ๆ ๆ!”
แม้จะพูดติดตลก แต่สายตาของยูรันยังคงจับจ้องการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของหญิงสาวทั้งสองอย่างจริงจัง
“แถมพลังจากการแลกเปลี่ยนตบะยังไม่ลดลงอีกด้วย น่าสนใจจริง ๆ”
ภายในหัวใจของไป๋หลิงกับหนานอวี้ พื้นที่ว่างเปล่าค่อย ๆ ขยายตัว ฝุ่นและกลุ่มควันจำนวนมหาศาลถือกำเนิดขึ้นจากการระเบิดขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะรวมตัวกลายเป็นดาราจักรของแต่ละคน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งเลยเวลาอาหารกลางวันโดยไม่มีผู้ใดรู้ตัว
ดาราจักรทั้งสองเริ่มกลืนกินตบะเดิมของเจ้าของร่าง พลังปราณซึ่งสั่งสมมานานหลายปีถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานสำหรับหล่อเลี้ยงดาราจักรในหัวใจแทน
กระบวนการของทั้งสองไม่ได้เหมือนกันอย่างสมบูรณ์ การระเบิดภายในดาราจักรเกิดขึ้นด้วยความถี่และความรุนแรงแตกต่างกัน ทว่าพลังงานซึ่งถูกปลดปล่อยออกมากลับมหาศาลไม่แพ้กัน
ไป๋หลิงกับหนานอวี้มีสีหน้าเหนื่อยล้า เหงื่อไหลชุ่มไปทั่วร่าง หากไม่มียูรันคอยประคองกระบวนการเอาไว้ พวกนางคงไม่สามารถดำเนินมาถึงขั้นนี้ได้
“ใกล้แล้ว อดทนไว้อีกหน่อย”
“บู้!”
ทารกดาราสวรรค์ส่งเสียงขึ้นมาจากด้านข้าง
ยูรันเหลือบมองมัน ก่อนโบกมือไล่
“โอเค ผลออกมาแล้ว แกกลับไปนอนต่อได้แล้ว เป็นเด็กเป็นเล็กไม่รู้จักหลับจักนอน ตื่นออกมาวิ่งเล่นทำไมกัน?”
ทารกทำแก้มป่องใส่เขา ก่อนร่างเล็กจะหายวับกลับเข้าไปในส่วนลึกของดาราจักร
ขณะเดียวกัน ระดับพลังของหญิงสาวทั้งสองก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลอมรวมละอองดาว!
ก่อวงโคจรดารา!
ก่อแกนเอกภพ!
เมื่อการแลกเปลี่ยนตบะใกล้เสร็จสิ้น ทั้งสองก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อแกนเอกภพอย่างสมบูรณ์ ดาราจักรภายในหัวใจขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
แม้ยังไม่อาจเทียบกับดาราจักรของยูรันซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวิถีได้ แต่ก็นับว่ามีขนาดใหญ่และมั่นคงไม่น้อย
“อืม ขนาดยังไม่ใหญ่มากนัก แต่ภายหลังสามารถค่อย ๆ ขยายเพิ่มเติมได้”
ทว่าเพียงสิ้นเสียงของยูรัน ดาราจักรภายในหัวใจของทั้งสองกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ครืน!
กลุ่มดาวและฝุ่นควันเริ่มปั่นป่วน พลังงานจำนวนมหาศาลอัดแน่นอยู่ภายในพื้นที่จำกัด ราวกับพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
“หืม?”
ยูรันตรวจสอบความผิดปกติ ก่อนเข้าใจสาเหตุอย่างรวดเร็ว
“ที่แท้ความเสี่ยงของวิธีนี้ก็คือ หากไม่ได้สร้างบิ๊กแบงที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ดาราจักรจะมีขนาดเล็กเกินกว่าจะรองรับตบะเดิมทั้งหมด”
“เมื่อถูกบังคับให้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มันจึงเริ่มพังทลายและกำลังจะระเบิด”
วิธีแก้มีอยู่สองทาง
ทางแรกคือลดระดับพลังของทั้งสองให้กลับไปเหลือเพียงขอบเขตก่อวงโคจรดารา แล้วปล่อยให้พวกนางค่อย ๆ บำเพ็ญขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง
ส่วนอีกทางหนึ่ง...
“ก็ให้ข้าช่วยขยายมันเสียตอนนี้”
ยูรันยกมุมปากขึ้น
“การระเบิดเพียงเท่านี้ไม่นับเป็นอะไรหรอก”
ใบหน้าของไป๋หลิงกับหนานอวี้กลับซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บปวดจากดาราจักรที่กำลังฉีกขยายแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายและจิตวิญญาณ
“สามี...มันเจ็บมาก”
“ศิษย์น้อง...”
“ไม่ต้องกังวล อดทนไว้อีกหน่อย”
ยูรันวางมือลงบนแผ่นหลังของทั้งสอง
“แลกเปลี่ยนตบะให้เสร็จเสียก่อน ที่เหลือปล่อยให้ข้าจัดการ”
“ได้...”
หญิงสาวทั้งสองกัดฟัน ก่อนรวบรวมสมาธิดำเนินกระบวนการต่อ
ทันใดนั้น หัวใจของพวกนางก็เรืองแสงเจิดจ้า พลังงานมหาศาลทะลักออกมาจนพื้นที่โดยรอบเริ่มบิดเบี้ยว
“อึก!”
ทั้งสองส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด ขณะที่ยูรันต้องใช้พลังจิตจำนวนมหาศาลควบคุมดาราจักรสองแห่งพร้อมกัน
เมื่อสัมผัสได้ว่าการระเบิดไม่อาจหลีกเลี่ยง ยูรันจึงรีบโบกมือเก็บโต๊ะ โซฟา ตู้ และข้าวของทั้งหมดภายในห้องเข้าไปในช่องเก็บของ
“เกือบลืม หากปล่อยเอาไว้คงระเบิดหายหมดแน่”
วินาทีต่อมา ดาราจักรภายในหัวใจของไป๋หลิงกับหนานอวี้ก็ระเบิดออกพร้อมกัน
ตูมมมมมมมมม!!
แรงระเบิดมหาศาลกวาดออกไปทั่วทั้งห้อง แม้จะมีม่านพลังคอยปิดกั้นเอาไว้ แต่อาคารทั้งหลังก็ยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ครืน!
หลังคลื่นพลังค่อย ๆ สงบลง ไป๋หลิงกับหนานอวี้ก็ทรุดตัวลงพร้อมกัน ทั้งสองหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าซีดขาวและทั่วร่างชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
ยูรันรีบเข้าไปตรวจสอบอาการของพวกนางทันที
ตั้งแต่ร่างกาย วิญญาณ ไปจนถึงดาราจักรภายในหัวใจ ทุกอย่างยังคงสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บหรือความเสียหายหลงเหลืออยู่
เมื่อแน่ใจว่าทั้งสองปลอดภัย เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ดูเหมือนวิธีนี้จะต้องหาแหล่งพลังงานหรือบางสิ่งที่แข็งแกร่งพอมาช่วยรองรับการระเบิด”
ยูรันลูบคางพลางวิเคราะห์ผลการทดลอง
“คนธรรมดาคงใช้ไม่ได้แน่ หากฝืนทำโดยไม่มีผู้ใดคอยควบคุม มีหวังตายห่าตั้งแต่ดาราจักรเริ่มขยายตัว”
ไป๋หลิงกับหนานอวี้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ทว่าเมื่อสายตาปรับเข้ากับสภาพภายในห้องได้ชัดเจน ทั้งสองก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ยูรันซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าพวกนางมีเลือดอาบไปทั่วร่าง
“สามี!”
“ศิษย์น้อง!”
ทั้งสองร้องออกมาพร้อมกัน ก่อนรีบพุ่งเข้าไปหาเขาโดยไม่สนใจความเหนื่อยล้าของตนเอง
“ข้ารักษาตัวเองเรียบร้อยแล้ว ไม่เป็นอะไร”
ยูรันยกมือห้ามหญิงสาวทั้งสองซึ่งกำลังแตกตื่น
“ข้ามีผนึกร้อยชีวิต พวกท่านเลิกกระโตกกระตากเหมือนหนูติดจั่นได้แล้ว”
เขานำเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาวางตรงหน้า
“เอ้า รีบสวมเสื้อผ้าเสีย ตอนเริ่มทดลองพวกเราไม่ได้สวมอะไรเลยไม่ใช่หรือ? นี่ก็ใกล้จะบ่ายสามแล้ว ขึ้นไปบนดาดฟ้าก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
ยูรันดีดนิ้วทำความสะอาดคราบเลือดและฝุ่นละอองทั่วทั้งห้อง ก่อนนำข้าวของกลับมาจัดวางแล้วซ่อมแซมส่วนที่ได้รับความเสียหาย
จากนั้นเขาจึงตรวจสอบอย่างละเอียด ตั้งแต่พื้น ผนัง เพดาน ไปจนถึงโครงสร้างภายนอกอาคาร เมื่อแน่ใจว่าแรงระเบิดไม่ได้ทิ้งรอยแตกร้าวหรือพลังงานตกค้างเอาไว้ เขาจึงวางใจลงได้
ทั้งสามรีบสวมเสื้อผ้าและจัดระเบียบตนเองให้เรียบร้อย
ระหว่างนั้น ไป๋หลิงพลันหันไปหาหนานอวี้
“จริงสิ หนานอวี้ ส่วนเรื่องคำเรียกของเจ้า ไม่ต้องคิดจะขอเชียว”
หนานอวี้ชะงัก
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้นเล่า ศิษย์พี่รอง?”
“หึ ไม่มีข้อโต้แย้ง”
ไป๋หลิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ปล่อยให้สามีเรียกเจ้าว่าศิษย์พี่สามต่อไปนั่นแหละ หากยังกล้าร้องขออีก ข้าจะจับเจ้ามัดเอาไว้ แล้วให้ยืนดูอยู่ทั้งคืน”
หนานอวี้สะดุ้งเฮือก
[ไม่ได้นะ!]
[เพียงครึ่งชั่วยามข้าก็แทบลงแดงแล้ว หากต้องยืนดูตลอดทั้งคืน ข้าคงดับไฟในตัวเองไม่ได้จนตายแน่!]
“ขะ...เข้าใจแล้ว”
ยูรันมองหญิงสาวทั้งสอง ก่อนถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ
“พวกท่านนี่จริง ๆ เลย...”
เขาเดินไปเปิดประตูห้อง ทว่าทันทีที่ประตูเปิดออกก็พบหลิงเยวี่ย หลานชิงอวี้ เฮยหลง และเยว่หลินยืนรออยู่ด้านนอกก่อนแล้ว
ทั้งสี่ต่างจ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด.