ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 151 อืม เด็กก็คือเด็ก
เช้าวันถัดมา ทุกคนยังคงมารวมตัวรับประทานอาหารด้วยกันตามปกติ
ระหว่างนั้น หนานอวี้พลันวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ
“ศิษย์น้องงงงงงงงงงง!”
ยูรันเงยหน้าขึ้นจากชามอาหาร
“หืม?”
“ดูนี่ ๆ!”
หนานอวี้รีบสำแดงดาราจักรภายในหัวใจออกมาให้ทุกคนเห็น
ยูรันจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง
“เอ่อ...”
ไป๋หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าจะให้พวกเราดูอะไร?”
หลานชิงอวี้มองดาราจักรตรงหน้า ก่อนกล่าวอย่างจนใจ
“ศิษย์พี่สาม ข้าเข้าใจว่าท่านกำลังเห่อพลังใหม่ แต่แบบนี้ออกจะเกินไปหน่อยนะเจ้าคะ”
หลิงเยวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย
“นั่นสิ”
“ไม่ใช่!”
หนานอวี้รีบชี้เข้าไปภายในดาราจักร
“ทุกคนดูให้ดี ๆ สิ ตรงนี้อย่างไรเล่า!”
หลานชิงอวี้เพ่งมองตามปลายนิ้วของนางอยู่นาน
“ก็ไม่เห็นมีสิ่งใดนี่เจ้าคะ”
“อืม ไม่เห็นมีอะไร”
หลิงเยวี่ยกล่าวสนับสนุนอีกคน
“โถ่...อาจารรรรรรรย์!”
ไป๋หลิงขมวดคิ้ว ก่อนหันไปมองยูรันราวกับเริ่มเข้าใจบางอย่าง
ยูรันถอนหายใจเบา ๆ
“ศิษย์พี่สาม ท่านกำลังทำให้ตัวเองมีปัญหาแล้วนะ”
หนานอวี้หันมามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“หมายความว่าอย่างไร?”
ยูรันถอนหายใจยาวเหยียด
“เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ...”
ทุกคนบนโต๊ะเงียบลง รอฟังคำอธิบายจากเขา
“กายาพิเศษนับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย จึงต้องใช้ครรภ์แห่งดวงดาวในการหล่อเลี้ยง”
ยูรันชี้เข้าไปยังจุดเล็ก ๆ ภายในดาราจักรของหนานอวี้
“แต่พลังซึ่งถือกำเนิดจากสายเลือดเหมือนกันที่ใดเล่า?”
“สายเลือดของท่านคือฟีนิกซ์ ทำให้ท่านควบคุมและใช้พลังเพลิงได้ดีกว่าคนทั่วไป”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ
“แต่มันเป็นนกนะ”
“แล้วทำไมต้องเป็นครรภ์แห่งดวงดาวด้วย? ทำเป็นไข่แห่งดวงดาวแทนไม่ได้หรืออย่างไร?”
ทั้งโต๊ะตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ยูรันกล่าวต่อด้วยสีหน้าจริงจัง
“ปัญหาอีกอย่างคือ ท่านสร้างครรภ์ซึ่งมีหลักการหล่อเลี้ยงเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทั้งที่ต้นกำเนิดสายเลือดของท่านเป็นนก”
“เมื่อสิ่งที่อยู่ภายในถือกำเนิดออกมา มันจะกลายเป็นอะไรก็ไม่มีผู้ใดรู้ คนที่มีหัวเป็นนก หรือนกที่มีหัวเป็นคน?”
“...”
สีหน้าของหนานอวี้แข็งค้างทันที
ยูรันไม่สนใจและอธิบายต่อ
“หลักการของการตั้งครรภ์คือการรับสารอาหารจากภายนอก ส่งเข้าไปหล่อเลี้ยงสิ่งที่อยู่ภายในครรภ์อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถือกำเนิด”
“แต่ไข่ไม่เหมือนกัน”
เขายกนิ้วขึ้นเคาะอากาศเบา ๆ
“ภายในไข่ต้องมีพลังงานกับสารอาหารเตรียมพร้อมเอาไว้ตั้งแต่แรก สิ่งที่อยู่ภายในเพียงดูดกลืนพลังเหล่านั้นเพื่อเติบโต ก่อนฟักออกมาในภายหลัง”
“นั่นหมายความว่า ก่อนสร้างไข่แห่งดวงดาว ท่านต้องรวบรวมพลังให้เพียงพอเสียก่อน เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงสามารถปล่อยให้มันฟักด้วยตัวเองได้”
“ข้อดีคือท่านไม่จำเป็นต้องคอยส่งพลังเข้าไปหล่อเลี้ยงตลอดเวลาเหมือนครรภ์แห่งดวงดาว”
หนานอวี้ฟังจนเริ่มปวดศีรษะ
“แล้วแบบนี้ข้าต้องทำอย่างไรเล่า?”
“ข้าไม่รู้”
ยูรันตอบทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?”
“อ้าว?!”
“แล้วท่านลืมเรื่องเมื่อวานไปแล้วหรือ? ทารกของข้าเพิ่งตื่นขึ้นมาก็งอแงเรียกร้องพลังงานทันที”
ยูรันชี้ไปยังครรภ์แห่งดวงดาวของหนานอวี้
“ท่านรีบสร้างมันขึ้นมาโดยไม่เตรียมอะไรเอาไว้ หากสิ่งที่อยู่ภายในถือกำเนิดแล้วร้องอยากกินเปลวเพลิงพิเศษ ท่านจะไปหามาจากที่ใด?”
“หากมันต้องการเพียงไฟธรรมดายังพอว่า แต่ถ้ามันเลือกกินเฉพาะเปลวเพลิงดอกบัวแดง หรือเปลวเพลิงดอกบัวเขียวขึ้นมาเล่า?”
“ท่านจะสร้างเปลวเพลิงเหล่านั้นออกมาจากอากาศได้รึไง?”
ใบหน้าของหนานอวี้ค่อย ๆ ซีดลง
ยูรันยังคงกล่าวต่ออย่างไม่ไว้หน้า
“ส่วนทารกของข้า ข้ายังสามารถออกคำสั่งให้มันเชื่อฟังได้”
“ต่อให้สั่งไม่ได้ ข้าก็ระเบิดทิ้งแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ อย่างไรมันก็ขัดข้าไม่ได้อยู่แล้ว”
เขากวาดตามองทุกคนรอบโต๊ะ ก่อนแก้คำพูด
“แต่ของท่าน...ไม่สิ ของทุกคนต่างหาก”
“คิดจะระเบิดทิ้งแล้วสร้างใหม่ง่าย ๆ จริงหรือ?”
หนานอวี้รีบยกมือกุมหน้าอกของตนเอง ราวกับกลัวว่าครรภ์แห่งดวงดาวจะเกิดปัญหาขึ้นมาเดี๋ยวนั้น
“แล้วของข้าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ต้องตรวจดูก่อน”
คำตอบของยูรันทำให้ใบหน้าของนางซีดลงกว่าเดิม
ไป๋หลิงขมวดคิ้วพลางเพ่งมองสิ่งเล็กจิ๋วภายในดาราจักรของหนานอวี้
“หากเพิ่งเริ่มก่อตัว ยังสามารถแก้ไขได้หรือไม่?”
“น่าจะได้”
ยูรันตอบหลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ตอนนี้มันยังเป็นเพียงโครงสร้างพลังงานแรกเริ่ม ยังไม่มีรูปร่างสมบูรณ์และยังไม่ถือกำเนิดจิตสำนึก หากหาวิธีที่ถูกต้องได้ ก็น่าจะเปลี่ยนรูปแบบของมันได้ทัน”
หลานชิงอวี้ก้มมองหน้าอกของตนเองโดยไม่รู้ตัว
“หมายความว่าก่อนหล่อเลี้ยงกายา พวกเราต้องรู้ก่อนว่าสิ่งนั้นควรเติบโตอยู่ภายในครรภ์ ไข่ เมล็ดพันธุ์ หรือภาชนะชนิดอื่นใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
“ถูกต้อง”
ยูรันพยักหน้า
“นอกจากรูปแบบแล้ว ยังต้องเตรียมพลังงานซึ่งสอดคล้องกับต้นกำเนิดของมันเอาไว้ด้วย ไม่เช่นนั้นต่อให้สร้างภาชนะถูกต้อง สิ่งที่อยู่ภายในก็อาจไม่มีพลังเพียงพอให้ถือกำเนิด”
เฮยหลงกับเยว่หลินชะงัก ก่อนหันมามองหน้ากัน
เฮยหลงอดถามไม่ได้
“เช่นนั้น หากภายหลังข้าหล่อเลี้ยงกายาเทพมังกร ข้าก็ควรสร้างไข่แห่งดวงดาวหรือขอรับ?”
“ไม่ใช่”
ยูรันส่ายหน้าทันที
“หากเป็นกายาพิเศษ ข้ามั่นใจว่าต้องใช้ครรภ์แห่งดวงดาว เพราะรากฐานของกายาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์”
“แต่หากเป็นพลังซึ่งติดมากับสายเลือดแท้ของตนเอง หรือเป็นสายเลือดที่เพิ่งตื่นขึ้นมา ก็ต้องเลือกวิธีหล่อเลี้ยงตามความเหมาะสม”
เขายกนิ้วขึ้นอธิบาย
“หากเป็นสายเลือดของสัตว์ปีกก็ควรใช้ไข่ หากเป็นสายเลือดนักรบโบราณซึ่งมีต้นกำเนิดจากมนุษย์ ก็ควรใช้ครรภ์”
“ส่วนของศิษย์พี่สาม ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ต้องเป็นไข่อย่างแน่นอน”
ยูรันชี้ไปทางหนานอวี้
“ก็มันเป็นนกนี่หว่า”
ฉึก!
หนานอวี้รู้สึกเหมือนถูกแทงซ้ำอีกครั้ง แต่กลับไม่อาจหาเหตุผลมาโต้แย้งได้
หลิงเยวี่ยมองครรภ์แห่งดวงดาวอย่างพิจารณา ก่อนถามคำถามสำคัญ
“หากปล่อยเอาไว้โดยไม่แก้ไข จะเกิดสิ่งใดขึ้น?”
“ข้าก็ไม่แน่ใจนัก”
ยูรันตอบตามตรง
“นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ข้ายังไม่มีข้อมูลมากพอจะสรุปผล”
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปทางหนานอวี้
“ศิษย์พี่สาม ท่านลองตรวจดูภายในครรภ์ก่อนสิ ตอนนี้มีตัวอ่อนเกิดขึ้นแล้วหรือยัง?”
“ยัง”
หนานอวี้ตอบทันที
“ข้าเพิ่งสร้างครรภ์แห่งดวงดาวขึ้นมา ยังไม่ได้เริ่มหล่อเลี้ยงสิ่งใดเลย”
“อืม...”
ยูรันใช้นิ้วลูบคาง ก่อนนึกวิธีหนึ่งขึ้นมาได้
“บางทีอาจลองถามจากผู้มีประสบการณ์โดยตรงดูก็ได้”
เป๊าะ!
สิ้นเสียงดีดนิ้ว ดาราจักรภายในหัวใจของยูรันพลันสำแดงออกมากลางอากาศ
ภาพเบื้องหน้าค่อย ๆ เคลื่อนผ่านหมู่ดาวจำนวนมหาศาล ก่อนหยุดลงตรงร่างของทารกดาราสวรรค์ซึ่งกำลังหลับสนิทและดูดนิ้วของตนเองอยู่เงียบ ๆ
ทารกดาราสวรรค์มองหลานชิงอวี้ด้วยสีหน้าไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายก็ยอมลอยเข้าไปใกล้นาง
หลานชิงอวี้ตาลุกวาว รีบยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มของมันอย่างระมัดระวัง
“นุ่มมากเลยเจ้าค่ะ!”
ทารกปล่อยให้นางจับอยู่พักหนึ่ง ระหว่างนั้นก็มองเข้าไปภายในดาราจักรของหนานอวี้ เพื่อตรวจดูครรภ์แห่งดวงดาวตามที่ยูรันสั่ง
แต่ก่อนที่มันจะแสดงผลลัพธ์ใดออกมา สายตากลับเหลือบไปเห็นหลิงเยวี่ยซึ่งนั่งสงบนิ่งอยู่ด้านข้าง
ดวงตากลมโตของมันพลันเบิกกว้าง
“บุ๊!”
ทารกรีบสะบัดก้นหนีจากมือของหลานชิงอวี้ ก่อนลอยพุ่งตรงไปหาหลิงเยวี่ย แล้วซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของนางอย่างเป็นธรรมชาติ
จากนั้นมันก็หลับตาลงและกลับไปดูดนิ้วของตนเองต่อ ราวกับพบสถานที่พักผ่อนซึ่งถูกใจแล้ว
“...”
ทุกคนรอบโต๊ะตกอยู่ในความเงียบ
หลานชิงอวี้ยังคงยื่นมือค้างอยู่กลางอากาศ
ยูรันมองภาพตรงหน้า ก่อนพยักหน้าเหมือนเข้าใจบางอย่าง
“อืม...สงสัยมันคงชอบคนที่ไม่ค่อยพูด”
หลิงเยวี่ยก้มมองทารกซึ่งกำลังนอนอยู่ภายในอ้อมกอดของตนเอง
[นุ่มนิ่มน่ารักจัง...]
นางค่อย ๆ ยกมือขึ้น ก่อนใช้นิ้วสัมผัสแก้มป่องของมันอย่างแผ่วเบา
[อืม นุ่มมากจริง ๆ ด้วย]
แทนที่ทารกจะทำหน้ารังเกียจเหมือนตอนถูกคนอื่นสัมผัส มันกลับยิ้มกว้างจนดวงตาหยีลงเป็นเส้น ทั้งยังขยับใบหน้าถูไถกับปลายนิ้วของหลิงเยวี่ยอย่างอารมณ์ดี
หลานชิงอวี้เห็นภาพนั้นก็ชี้นิ้วประท้วงทันที
“สองมาตรฐาน! นี่มันสองมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัดเลยเจ้าค่ะ!”
หนานอวี้พยักหน้าสนับสนุน
“ใช่! เมื่อวานตอนข้ากับศิษย์พี่รองจับแก้ม มันยังทำหน้ายุ่งใส่พวกเราอยู่เลย!”
ไป๋หลิงมองทารกซึ่งกำลังนอนยิ้มอยู่ในอ้อมกอดของอาจารย์ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“อืม เด็กก็คือเด็ก”