ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 152 ข้านอนดูทั้งวันยังได้เลย
ยูรันมองทารกซึ่งกำลังนอนสบายอยู่ในอ้อมกอดของหลิงเยวี่ย ก่อนเอ่ยเตือน
“เฮ้ ทำงานก่อน”
“สรุปแล้วครรภ์แห่งดวงดาวนี่เป็นอย่างไร ลองว่ามาสิว่าจะตรงกับที่ข้าคิดเอาไว้หรือไม่”
ทารกเหลือบมองครรภ์ภายในดาราจักรของหนานอวี้อีกครั้ง
“บู้!”
หนานอวี้รีบหันมาถาม
“ศิษย์น้อง มันว่าอย่างไร?”
“อืม...มันบอกว่าครรภ์นี่กินได้ แต่มีพลังงานน้อยไปหน่อย”
“...”
ทุกคนหันไปมองทารกพร้อมกัน ที่แท้มันตรวจดูสิ่งตรงหน้าในฐานะอาหารหรอกหรือ?
ยูรันกล่าวต่อโดยไม่สนใจปฏิกิริยาของคนอื่น
“นอกจากนี้มันยังบอกว่า ก่อนตัวอ่อนจะถือกำเนิด หากนำสายเลือดของผู้มีกายาพิเศษใส่เข้าไป แล้วปล่อยให้หลอมรวมกับสายเลือดฟีนิกซ์ของท่าน สายเลือดทั้งสองจะรวมเข้ากับกายาและยกระดับไปพร้อมกัน”
เขาลูบคางอย่างครุ่นคิด
“อืม น่าสนใจ...”
“แทนที่สายเลือดทั้งสองจะขัดแย้งกันจนทำให้อ่อนแอลง กลับสามารถหลอมรวมและยกระดับซึ่งกันและกันได้”
ดวงตาของยูรันเริ่มเปล่งประกายด้วยความสนใจ
“หมายความว่า หากหาสายเลือดจากกายาธาตุไฟโง่ ๆ มาสักอย่าง แล้วนำมาหลอมรวมกับสายเลือดฟีนิกซ์...”
“สุดท้ายอาจถือกำเนิดเป็นกายาเทพวิหคเพลิงดาราสวรรค์ หรือกายารูปแบบอื่นซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกันก็ได้”
“น่าสนใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสนใจ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนนึกถึงข้อสงสัยอีกอย่าง
“แต่หากจุติกลายเป็นเทพเจ้าแล้ว กายาพิเศษก็จะถูกยกระดับให้กลายเป็นกายาที่แข็งแกร่งที่สุดในสายนั้นอยู่แล้วมิใช่หรือ?”
“บู้!”
ยูรันพยักหน้า
“โอเค แสดงว่าข้าเข้าใจถูกแล้ว”
“ไม่ว่าจะใช้กายาใดเป็นจุดเริ่มต้น เมื่อเดินไปถึงปลายทาง มันก็จะวิวัฒนาการจนกลายเป็นกายาระดับสูงสุดของสายนั้นอยู่ดี”
เขาหันกลับไปทางหนานอวี้
“เอาตามนี้แหละศิษย์พี่”
“ตอนนี้ท่านต้องประคองครรภ์แห่งดวงดาวเอาไว้ก่อน อย่าปล่อยให้ตัวอ่อนถือกำเนิดขึ้นมาจนกว่าพวกเราจะหาสายเลือดกายาพิเศษที่เหมาะสมได้”
“อาจลำบากอยู่บ้าง เพราะท่านต้องคอยตรวจสอบมันตลอดเวลา”
หนานอวี้พยักหน้าอย่างจริงจัง
“เข้าใจแล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้ตัวอ่อนถือกำเนิดก่อนพวกเราจะเตรียมทุกอย่างพร้อม”
“อืม เช่นนั้นก็ดี”
ยูรันตบมือเบา ๆ ก่อนหันไปหาหลานชิงอวี้
“เอาละ ต่อไปก็ถึงตาของชิงอวี้แล้ว เปลี่ยนวิถีกันเถอะ”
หลานชิงอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาจะเปล่งประกายขึ้นมาทันที
“ตอนนี้เลยหรือเจ้าคะ?”
“อืม ตอนนี้ยังเช้าอยู่ หากไม่มีปัญหาอะไร กว่าจะแลกเปลี่ยนตบะเสร็จก็น่าจะเที่ยงพอดี”
ยูรันหันไปทางไป๋หลิง
“หลิงเอ๋อร์ เปิดดาราจักรของเจ้าด้วย”
“ครั้งก่อนข้าต้องเสียเวลาค้นหาระบบดาวที่เหมาะสมภายในดาราจักรของตนเองอยู่นาน รอบนี้ลองใช้ดาราจักรทั้งสามแห่งพร้อมกันดู บางทีอาจหาได้รวดเร็วขึ้น”
เขาชี้ไปทางหนานอวี้
“ตบะของเจ้ากับศิษย์พี่สามสูงกว่าข้า ระบบดาวซึ่งถือกำเนิดขึ้นภายในดาราจักรของพวกเจ้าน่าจะพัฒนาไปไกลกว่าและมีโครงสร้างสมบูรณ์กว่า”
“เดี๋ยวให้ทารกช่วยค้นหาอีกแรง น่าจะเจอระบบที่เหมาะสำหรับจำลองสุริยุปราคาได้ไม่ยาก”
ไป๋หลิงพยักหน้า
“ได้”
“เย้!”
หลานชิงอวี้ชูกำปั้นขึ้นด้วยความดีใจ ในที่สุดก็ถึงคราวของนางเสียที
ยูรันลุกขึ้น ก่อนสะบัดมือวางค่ายกลหลายชั้นปกคลุมไปทั่วทุกที่
อักขระจำนวนมากแทรกซึมลงไปตามพื้น ผนัง เสา และโครงสร้างของตำหนัก เสริมความแข็งแกร่งให้อาคารทั้งหลัง พร้อมสร้างม่านพลังสำหรับกักเก็บแรงระเบิดไม่ให้กระจายออกไปภายนอก
“ครั้งก่อนข้าไม่รู้ว่าจะเกิดระเบิด จึงไม่ได้เตรียมการเอาไว้”
“คราวนี้ต่อให้เกิดขึ้นอีก อย่างน้อยตำหนักก็คงไม่สั่นไปทั้งหลัง”
ทุกคนแยกย้ายไปยืนรอบค่ายกล ก่อนตั้งใจเฝ้ามองพิธีอย่างใจจดใจจ่อ
โดยเฉพาะวิธีที่ยูรันใช้ควบคุมพลังระหว่างการแลกเปลี่ยนตบะ หากพวกเขาสามารถจดจำและเรียนรู้เอาไว้ได้ ภายหน้าก็จะช่วยแบ่งเบาภาระของยูรันลงได้มาก ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้เขารับมือทุกอย่างเพียงลำพังอีกต่อไป
หลังจากทุกคนเตรียมตัวเรียบร้อย พิธีเปลี่ยนวิถีของหลานชิงอวี้ก็เริ่มต้นขึ้น
ยูรัน ไป๋หลิง และหนานอวี้สำแดงดาราจักรของตนเองออกมาพร้อมกัน ก่อนปล่อยให้ทารกดาราสวรรค์เดินทางเข้าไปค้นหาระบบดาวซึ่งเหมาะสม
ครั้งนี้ทุกอย่างรวดเร็วกว่าครั้งก่อนมาก
ดาราจักรของไป๋หลิงกับหนานอวี้เกิดจากตบะระดับก่อแกนเอกภพขั้นกลาง ระบบดาวภายในจึงมีจำนวนมากกว่าและพัฒนาไปไกลกว่าดาราจักรของยูรันอย่างเห็นได้ชัด
ใช้เวลาไม่นาน ทารกก็พบระบบดาวที่สมบูรณ์สามแห่ง
แต่ละแห่งมีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ซึ่งมีชั้นบรรยากาศเหมาะสม ตำแหน่งวงโคจรเองก็สามารถจำลองสุริยุปราคาได้โดยไม่ต้องดัดแปลงมากนัก
ยูรันจึงดึงภาพจากระบบดาวทั้งสามออกมา ก่อนจัดวางเอาไว้รอบตัวหลานชิงอวี้เป็นรูปสามเหลี่ยม
สุริยุปราคาสามวงปรากฏขึ้นจากสามมุมมอง
แสงสว่างกับความมืดจากทั้งสามทิศซ้อนทับกันตรงตำแหน่งหัวใจของหลานชิงอวี้อย่างพอดิบพอดี ก่อนก่อตัวเป็นสะพานเชื่อมระหว่างวิถีเดิมกับเส้นทางดารา
“เริ่มได้”
หลานชิงอวี้หลับตาลง ก่อนทำตามคำชี้แนะของยูรันทีละขั้น
นางเริ่มสลายพลังปราณภายในตันเถียนอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงเคลื่อนย้ายพลังทั้งหมดไปยังพื้นที่ว่างเปล่าซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นภายในหัวใจ
สุริยุปราคาทั้งสามวงเริ่มหมุนเวียน
พลังจากวิถีเดิมถูกดึงออกจากตันเถียน ผ่านการกลั่นกรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนเปลี่ยนสภาพกลายเป็นละอองฝุ่นและหมอกควันซึ่งลอยกระจายอยู่ภายในความว่างเปล่า
ระเบิดขนาดเล็กเริ่มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตูม!
ตูม!
ตูม!
ทุกครั้งที่แรงระเบิดแผ่กระจาย พื้นที่ภายในหัวใจของหลานชิงอวี้ก็ขยายใหญ่ขึ้น ขณะที่ละอองดาวจำนวนมากค่อย ๆ ถือกำเนิดและรวมตัวกันหนาแน่นกว่าเดิม
ยูรันคอยควบคุมเสถียรภาพของดาราจักรอยู่ด้านนอก
ไป๋หลิงกับหนานอวี้เองก็ตั้งใจสังเกตทุกขั้นตอน โดยเฉพาะจังหวะซึ่งยูรันแบ่งพลัง ควบคุมการระเบิด และประคองพื้นที่ภายในหัวใจไม่ให้พังทลาย
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
เมื่อตบะเดิมส่วนสุดท้ายถูกเปลี่ยนเป็นพลังของเส้นทางดารา ดาราจักรแรกกำเนิดภายในหัวใจของหลานชิงอวี้ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ตูมมมม!
แรงระเบิดพุ่งออกจากร่างของนาง แต่คราวนี้กลับไม่รุนแรงเท่าการเปลี่ยนวิถีของไป๋หลิงกับหนานอวี้
นอกจากมีเพียงคนเดียวแล้ว ตบะเดิมของหลานชิงอวี้ยังอยู่ต่ำกว่าขอบเขตสร้างรากฐาน พลังซึ่งต้องแลกเปลี่ยนจึงมีปริมาณไม่มากนัก
เมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ หลานชิงอวี้จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ภายในหัวใจของนางปรากฏห้วงอวกาศกว้างใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยละอองดาวและหมอกควันส่องประกาย แม้ยังไม่มีดาวหรือวงโคจรถือกำเนิดขึ้น แต่ความหนาแน่นของพลังกลับสูงกว่าผู้เริ่มต้นทั่วไปอย่างชัดเจน
หลานชิงอวี้เปลี่ยนวิถีสำเร็จ และก้าวเข้าสู่ขอบเขต
หลอมรวมละอองดาวขั้นสูง
ยูรันเหลือบมองแสงอาทิตย์ด้านนอก ก่อนพยักหน้าอย่างพอใจ
“อืม เสร็จก่อนเที่ยงพอดี”
เขาหันกลับมาหาหลานชิงอวี้
“ยินดีด้วยนะชิงอวี้”
“เดี๋ยวข้าจะออกไปตรวจงานส่วนอื่นต่อ พวกแกสองตัวเตรียมวัตถุดิบเอาไว้ให้เรียบร้อย ไว้ข้ากลับมาค่อยช่วยกันทำอาหารกลางวัน”
เฮยหลงกับเยว่หลินยังไม่ทันรับคำ ร่างของยูรันก็หายวับไปจากห้องเสียแล้ว
“...”
หลานชิงอวี้ไม่สนใจว่าศิษย์พี่จากไปแล้ว นางรีบหลับตาสัมผัสพลังภายในหัวใจ ก่อนสำแดงดาราจักรแรกกำเนิดของตนเองออกมากลางห้อง
ห้วงอวกาศขนาดเล็กซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นและหมอกดาราปรากฏขึ้นตรงหน้า แสงจากละอองดาวส่องประกายระยิบระยับราวกับมหาสมุทรแห่งดวงดาว แม้ยังไม่มีสิ่งใดเป็นรูปร่างชัดเจน แต่กลับงดงามจนยากจะละสายตา
ดวงตาของหลานชิงอวี้เปล่งประกายเจิดจ้า
“โคตรสวย...”
นางหมุนภาพดาราจักรไปมา ก่อนขยายดูละอองดาวแต่ละบริเวณด้วยความตื่นเต้น
“ข้านอนดูทั้งวันยังได้เลย!”
ไป๋หลิงกับหนานอวี้มองท่าทางเห่อพลังใหม่ของนาง ก่อนนึกถึงสภาพของตนเองในวันแรกขึ้นมาแล้วไม่คิดกล่าวล้อเลียน
ส่วนหลิงเยวี่ยยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
นางเผลอยกมือขึ้นมากัดปลายเล็บ ดวงตาจับจ้องดาราจักรของลูกศิษย์โดยไม่ยอมละไปไหน
[แม้แต่ชิงอวี้ก็เปลี่ยนวิถีสำเร็จแล้ว...]
[แต่ข้าซึ่งเป็นอาจารย์กลับยังใช้ก้าวพริบตาไม่ได้ด้วยซ้ำ!]
ทางด้านเฮยหลงกับเยว่หลินเองก็จ้องดาราจักรตรงหน้าด้วยความอิจฉาจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
[หากตบะต่ำกว่านี้ พวกเราก็คงได้เปลี่ยนวิถีไปแล้วเช่นกัน!]