คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 159 สมองของสตรีผู้นี้พังไปแล้วหรือ7,067 ตัวอักษร

ตอนที่ 159 สมองของสตรีผู้นี้พังไปแล้วหรือ

เซี่ยหลานอิงไม่ได้สนใจบรรยากาศอันแปลกประหลาดรอบโต๊ะ นางคีบอาหารเข้าปากคำแล้วคำเล่า หลังจากไม่ได้ลิ้มรสฝีมือของยูรันมานาน ความรู้สึกอิ่มเอมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างปิดไม่มิด

[ในที่สุดข้าก็ได้กินอาหารฝีมือเขาอีกครั้ง...]

เมื่อกินไปได้พักหนึ่ง นางก็วางตะเกียบลง ก่อนตัดเข้าสู่เรื่องสำคัญโดยไม่มีการเกริ่นนำแม้แต่น้อย

“ข้าทูลขอเสด็จน้าเรียบร้อยแล้ว”

“แต่เจ้าต้องเข้าวังไปให้เสด็จน้าทอดพระเนตรเสียก่อน”

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่าทีสบาย ๆ

“ใครนะ?”

“เสด็จน้าของข้า จักรพรรดินีองค์ปัจจุบัน เซี่ยอวิ๋นหลัน”

“อ๋อ”

ยูรันจิบชาอีกคำ ก่อนถามต่อ

“แล้วท่านขอเรื่องอะไรนะ?”

“ขอให้ข้าอภิเษกสมรสกับเจ้า”

พรูด!

น้ำชาในปากของยูรันพุ่งออกมาทันที

“อะไรนะ?!”

เคร้ง!

ตะเกียบในมือของไป๋หลิงหล่นกระทบโต๊ะ

หนานอวี้กับหลานชิงอวี้อ้าปากค้าง ส่วนหลิงเยวี่ยซึ่งกำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบพลันหยุดค้างกลางอากาศ

เฮยหลงกับเยว่หลินรีบก้มหน้าลงพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเย็นเยียบลงในชั่วพริบตา

เซี่ยหลานอิงกลับคีบอาหารเข้าปากอีกคำ ก่อนเคี้ยวอย่างสงบ ราวกับสิ่งที่เพิ่งประกาศออกมาเป็นเพียงเรื่องธรรมดาเท่านั้น

ยูรันยกนิ้วขึ้นแคะหูตนเอง ก่อนถามย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ

“เดี๋ยวนะ เมื่อครู่ท่านบอกว่าอภิเษกสมรสหรือ?”

“ข้าได้ยินถูกหรือเปล่า?”

เซี่ยหลานอิงพยักหน้าอย่างจริงจัง

“เจ้าได้ยินถูกแล้ว”

ปัง!

ไป๋หลิงวางมือลงบนโต๊ะ ก่อนลุกขึ้นยืนทันที

“ไม่ได้!”

เซี่ยหลานอิงหันไปมองนาง

“เหตุใดจะไม่ได้?”

“เพราะเขาเป็นสามีของข้า!”

“อะไรนะ?!”

คราวนี้เป็นเซี่ยหลานอิงที่ตกตะลึง ดวงตาของนางเบิกกว้าง ก่อนหันไปมองยูรันอย่างรวดเร็ว

[เขากลายเป็นสามีของไป๋หลิงแล้ว?]

[อึก...ข้ามาช้าเกินไปหรือ?!]

ส่วนยูรันได้แต่นั่งมองสตรีทั้งสองโต้เถียงกันด้วยสีหน้าว่างเปล่า

[อืม นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?]

[เหตุใดช่วงนี้จึงมีแต่คนอยากแต่งงานนักนะ]

[ข้าเกลียดงานแต่งจริง ๆ...]

เซี่ยหลานอิงพยายามสงบสติอารมณ์ ก่อนหันกลับไปถามไป๋หลิง

“ที่เจ้าบอกว่าเขาเป็นสามีของเจ้า หมายความว่าอย่างไร?”

ไป๋หลิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“สามีของข้าก็คือสามีของข้า”

“จะให้มีความหมายอื่นใดอีก?”

เซี่ยหลานอิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่คิดยอมถอย

“หึ แล้วอย่างไร?”

“เรื่องนี้จะถูกประกาศออกมาเป็นพระราชโองการ เมื่อถึงเวลานั้นพวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

นางเหลือบมองยูรันเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ

“ต่อให้เขาเคยหลับนอนกับสตรีอื่นมาแล้วก็ช่าง ข้าไม่ถือสา”

“ส่วนเจ้า หากต้องการอยู่กับเขาต่อ ข้าจะยอมให้เจ้าเป็นสนมของเขาก็ได้ ข้าไม่ติดขัด”

เซี่ยหลานอิงกล่าวราวกับตนเองใจกว้างอย่างยิ่ง

“เขาเก่งกาจถึงเพียงนี้ จะมีสนมเพิ่มอีกสักหลายคนแล้วเป็นอะไรไป?”

กร๊อบ!

โต๊ะบริเวณใต้ฝ่ามือของไป๋หลิงแตกร้าวทันที

“เขาเก่งกาจน่ะใช่!”

“แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น!”

เซี่ยหลานอิงขมวดคิ้ว

“แล้วประเด็นของเจ้าอยู่ตรงไหน?”

ไป๋หลิงชี้เข้าหาตนเอง ก่อนตอบเสียงดังอย่างไม่คิดรักษาท่าทีอีกต่อไป

“ข้ามาก่อน!”

“เพราะฉะนั้นข้าต้องเป็นภรรยาหลวง!”

เซี่ยหลานอิงหรี่ตาลง

“หรือเจ้าคิดจะขัดพระราชโองการ?”

“ต่อให้เจ้าไม่ยอม แล้วสำนักเมฆาจันทร์ของพวกเจ้าสามารถต่อต้านราชวงศ์ได้หรือ?”

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารหนักอึ้งขึ้นทันที

หนานอวี้กับหลานชิงอวี้มองสตรีทั้งสองสลับกัน ไม่กล้าสอดแทรกแม้แต่คำเดียว ส่วนหลิงเยวี่ยค่อย ๆ วางถ้วยชาลงเมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวพาดพิงถึงสำนัก

ท่ามกลางความตึงเครียด ยูรันกลับนั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจ

[อืม...น่าจะเอาถั่วต้มออกมากินด้วย]

[น่าเสียดายที่ไม่ได้เตรียมมา]

ไป๋หลิงกัดฟันกรอด ภายในใจเริ่มกระวนกระวาย

[สตรีผู้นี้เล่นกันถึงขั้นใช้อำนาจราชวงศ์เลยหรือ?!]

[ข้าจะทำอย่างไรดี หากพระราชโองการถูกประกาศออกมาจริง ๆ สำนักเมฆาจันทร์ย่อมตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก...]

ยูรันมองสีหน้าของไป๋หลิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจภายในใจ

[เอาเถอะ ช่วยนางสักหน่อยแล้วกัน]

เขาวางตะเกียบลง ก่อนหันไปหาเซี่ยหลานอิง

“องค์รัชทายาท ข้ามีเรื่องจะบอก”

ดวงตาของเซี่ยหลานอิงพลันสว่างขึ้น

“ว่ามาสิ เจ้าตกลงจะแต่งงานกับข้าแล้วใช่หรือไม่?”

“แค่ก ๆ!”

ยูรันสำลักทันที

“ไม่ใช่ ข้ามีสามเรื่องที่ต้องพูดให้ชัดเจนก่อน”

เซี่ยหลานอิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ว่ามา”

ยูรันยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว

“ข้อแรก ข้าไม่ชอบที่ท่านใช้อำนาจจากชาติกำเนิดมาข่มขู่ผู้อื่นเช่นนี้”

สีหน้าของเซี่ยหลานอิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงท่านเพียงคนเดียว แต่หมายถึงทุกคน”

ยูรันกวาดตามองสตรีรอบโต๊ะ

“หากท่านยอมรับเรื่องที่ข้าจะมีภรรยาหลายคนได้ พวกเราก็ยังพูดคุยกันต่อได้”

“แต่หากยอมรับไม่ได้ เรื่องนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ ไม่มีสิ่งใดต้องพูดต่อ”

เขายกนิ้วที่สองขึ้น

“ข้อสอง ข้าไม่ชอบคำว่าภรรยาหลวง ภรรยารอง สนม หรือชื่อเรียกอื่นซึ่งใช้แบ่งแยกฐานะ”

“สำหรับข้า ทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน”

“ข้าเป็นเช่นนี้มาตลอด และจะเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงได้”

ไป๋หลิงชะงัก ก่อนค่อย ๆ คลายฝ่ามือซึ่งกำแน่นลง

ยูรันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“หากภายหลังมีผู้ใดใช้อำนาจ ชาติกำเนิด หรือระดับพลังไปข่มขู่อีกฝ่าย เพื่อบังคับให้อีกฝ่ายยอมจำนน ข้าคงไม่อาจยอมรับได้”

“การแย่งชิงกันเองด้วยวิธีเช่นนั้นไม่ยุติธรรมต่อผู้ใดทั้งสิ้น”

สายตาของเขากวาดผ่านทุกคนอีกครั้ง

“หากพวกเจ้าคิดจะเปิดศึกภายใน แล้วใช้อำนาจกดขี่กันเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง เช่นนั้นก็หมายความว่าไม่มีผู้ใดในที่นี้คู่ควรจะอยู่เคียงข้างข้าเลยแม้แต่คนเดียว”

“พวกท่านเข้าใจความหมายของข้าหรือไม่?”

บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบสนิท

เซี่ยหลานอิงเม้มริมฝีปาก ไม่อาจกล่าวโต้แย้งออกมาได้ทันที

ไป๋หลิงเองก็หลบสายตาเล็กน้อย เพราะคำพูดของยูรันไม่ได้ปกป้องเพียงนาง แต่ยังเป็นคำเตือนนางด้วยเช่นกัน

ยูรันจึงยกนิ้วที่สามขึ้น

“และข้อสุดท้าย”

ทุกคนตั้งใจฟังทันที โดยคิดว่าเขากำลังจะกล่าวเรื่องสำคัญไม่แพ้สองข้อก่อนหน้า

“ข้าเกลียดงานแต่งงาน”

“ลองคิดดูสิ หากวันหนึ่งข้ามีภรรยาสักยี่สิบคน ข้าไม่ต้องจัดงานแต่งถึงยี่สิบรอบเลยหรือ?”

ยูรันส่ายหน้าด้วยสีหน้ารังเกียจ

“ทั้งเสียเวลา ทั้งยุ่งยาก แถมยังต้องนั่งทำพิธีเดิมซ้ำไปซ้ำมา”

“น่าเบื่อจะตาย”

ทุกคนมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า

ไป๋หลิงเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที

“สามี หมายความว่าเจ้ากับข้าจะไม่แต่งงานกันหรือ?”

น้ำเสียงของนางแฝงความผิดหวังอย่างปิดไม่มิด

ยูรันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบตามตรง

“ใช่สิ”

“ข้าไม่อยากบอกท่านก็เพราะรู้ว่าท่านจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ แต่ในเมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าก็จะบอกให้ชัดเจนไปเลย”

เขาวางถ้วยชาลง

“จะไม่มีงานแต่งอะไรทั้งนั้น”

ไป๋หลิงนิ่งค้างไปทันที

ยูรันมองนางด้วยความไม่เข้าใจ

“หลิงเอ๋อร์ ท่านได้ตัวข้าไปแล้ว จะสนใจทำไมว่ามีงานแต่งหรือไม่มี?”

ใบหน้าของไป๋หลิงแดงก่ำขึ้นมาจนถึงใบหูทันที

เซี่ยหลานอิงหันขวับมามองนาง ดวงตาเบิกกว้างกว่าเดิม

[ได้ตัวเขาไปแล้ว?!]

[หมายความว่าพวกเขาหลับนอนด้วยกันแล้วจริง ๆ หรือ?!]

หนานอวี้เองก็ชะงักไปเล็กน้อย

[ถ้านับแบบนั้น ข้าเองก็ได้ตัวศิษย์น้องมาก่อนนางอีกนะ...]

ทันใดนั้น ไป๋หลิงก็เหลือบมองมาทางนางด้วยสายตาเย็นเยียบ

หนานอวี้รีบก้มหน้ากินข้าวทันที

[ข้าไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น!]

หลานชิงอวี้นั่งกำตะเกียบแน่นด้วยความอิจฉา ขณะที่หลิงเยวี่ยยกถ้วยชาขึ้นบังใบหน้าอีกครั้ง

เซี่ยหลานอิงกำหมัดแน่นอยู่ใต้โต๊ะ

[รู้อย่างนี้ วันนั้นข้าน่าจะวกกลับมาแล้วจัดการเขาเสียให้จบเรื่อง!]

[ไม่น่าเสียเวลารอพระราชโองการเลยจริง ๆ!]

นางสูดลมหายใจลึก พยายามสงบความเสียดายภายในใจ ก่อนกล่าวด้วยท่าทีเด็ดขาด

“ช่างเถอะ ข้ายอมรับเงื่อนไขของเจ้าก็ได้”

“จะมีภรรยาหลายคนก็มีไป ทุกคนเท่าเทียมกันก็ดี ส่วนงานแต่ง หากเจ้าไม่ต้องการจัดก็ไม่เป็นไร”

เซี่ยหลานอิงมองยูรันด้วยแววตาชื่นชม

“การที่เจ้าตั้งกฎเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าเป็นบุรุษมีคุณธรรม ซึ่งสามารถดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมหรอกหรือ?”

รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง

“สามีในอนาคตของข้าช่างเป็นบุรุษที่ดีจริง ๆ”

ทุกคนรอบโต๊ะนิ่งค้างไปพร้อมกัน

[เดี๋ยวก่อน!]

[เรื่องทั้งหมดมันกลายเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไร?!]

[สมองของสตรีผู้นี้พังไปแล้วหรือ?!]

แม้แต่ยูรันยังมองเซี่ยหลานอิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ

[นางสามารถตีความคำปฏิเสธของข้าให้กลายเป็นคำชมได้ด้วยหรือ?]

[ความสามารถนี้น่ากลัวไม่เบาเลยนะ...]