ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 160 พวกมันไม่ใช่เศษไม้
เซี่ยหลานอิงไม่ได้สนใจสายตาประหลาดของทุกคน นางคีบอาหารเข้าปากอีกคำ ก่อนหันไปถามยูรัน
“ถ้าเช่นนั้นก็เล่าให้ข้าฟังหน่อย”
“ช่วงที่พวกเราไม่ได้พบกัน ที่ผ่านมาเจ้าทำอะไรไปบ้าง?”
ยูรันนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า
“เอาไว้หลังการประลองช่วงบ่ายแล้วกัน”
“คงใช้เวลาไม่นานนัก เพราะข้าจะจัดการผู้เข้าแข่งขันทุกคนพร้อมกันทีเดียว”
เซี่ยหลานอิงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“อืม เช่นนั้นข้าจะรอ”
“จิ๊!”
ไป๋หลิงเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ ก่อนคีบอาหารเข้าปากด้วยสีหน้าเย็นชา
หนานอวี้ซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองนางอย่างหวาดระแวง
ช่วงบ่าย
เซี่ยหลานอิงนั่งอยู่บนอัฒจันทร์เคียงข้างหลิงเยวี่ย ส่วนไป๋หลิง หนานอวี้ และหลานชิงอวี้ก็นั่งอยู่ไม่ไกลกัน
เมื่อเห็นผู้เข้าแข่งขันทยอยขึ้นสู่เวที เซี่ยหลานอิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ข้าโชคดีจริง ๆ ที่เร่งเดินทางมาตั้งแต่เช้า ตอนแรกคิดว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว”
นางหันไปถามหลิงเยวี่ย
“ผู้อาวุโสหลิงคิดว่าเขาจะชนะหรือไม่?”
“เขาชนะอยู่แล้ว”
หลิงเยวี่ยตอบทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด
เซี่ยหลานอิงเลิกคิ้ว
“ท่านมั่นใจในตัวเขาถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”
“ใช่”
หลิงเยวี่ยมองไปยังร่างของลูกศิษย์บนเวที
“พระองค์รอดูเถอะ”
ก่อนเริ่มการแข่งขัน
มู่หรงฉินเดินเข้ามาหายูรัน ก่อนประสานมือคารวะด้วยรอยยิ้ม
“คารวะศิษย์พี่ยูรัน ไม่ได้พบกันนานเลยนะเจ้าคะ”
ยูรันหันไปตามเสียง ก่อนใช้เวลาครู่หนึ่งจึงนึกออกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
“หืม? อ้อ เจ้าเองหรือ มีอะไรรึเปล่า?”
“ข้าเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้ไม่นานแท้ ๆ แต่ศิษย์พี่กลับขึ้นไปถึงขั้นปลายแล้ว”
มู่หรงฉินมองเขาด้วยความประหลาดใจ
“ความเร็วในการบำเพ็ญของท่านน่าตกใจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”
“อ้อ บังเอิญเท่านั้น อย่าได้ใส่ใจเลย”
“ไม่หรอกเจ้าค่ะ”
มู่หรงฉินส่ายหน้าเบา ๆ
“เมื่อพบกับศิษย์พี่ ข้าก็ไม่เคยคิดว่าตนเองจะชนะอยู่แล้ว เดิมทีข้ายังคิดว่าท่านจะลงแข่งขันในสนามระดับหลอมรวมปราณเสียด้วยซ้ำ”
“ไม่คิดเลยว่าเพียงไม่นาน ท่านจะทะลวงขึ้นมาเร็วถึงเพียงนี้”
“เจ้าก็กล่าวเกินไป”
มู่หรงฉินเหลือบมองกล่องไม้ขนาดใหญ่ซึ่งยูรันวางเอาไว้ข้างตัว
“แล้วกล่องใบนั้นคืออะไรหรือเจ้าคะ?”
“อ๋อ ของดี”
ยูรันตบกล่องไม้เบา ๆ
“แต่รอบนี้พวกเจ้าอาจโชคไม่ค่อยดีนัก”
มู่หรงฉินไม่เข้าใจความหมายของเขา แต่เมื่อมองไปรอบเวทีและเห็นผู้เข้าแข่งขันคนอื่นกำลังรวมกลุ่มกัน นางจึงเอ่ยถาม
“ศิษย์พี่มีทีมแล้วหรือยังเจ้าคะ?”
“ข้าเห็นผู้อื่นจับกลุ่มกันเกือบหมดแล้ว แต่ตัวข้ายังไม่ได้ร่วมมือกับผู้ใด”
“ไม่ทราบว่าข้าพอจะอยู่ร่วมทีมกับศิษย์พี่ได้หรือไม่?”
“ไม่ได้”
ยูรันปฏิเสธทันที
มู่หรงฉินชะงักไปเล็กน้อย
“เหตุใดหรือเจ้าคะ?”
“เจ้าควรไปรวมกลุ่มกับคนอื่น แล้วมารุมข้าต่างหาก”
ยูรันยกมุมปาก ก่อนชี้ไปยังกล่องไม้ข้างตัว
“เพราะข้าจะใช้ของดีชิ้นนี้ทำให้พวกเจ้าทุกคนตะลึงจนพูดไม่ออกเลย”
มู่หรงฉินกะพริบตาปริบ ๆ
“ข้าไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ศิษย์พี่พูดเท่าไรเจ้าค่ะ”
“ข้าหมายความว่า ข้าจะต่อสู้กับทุกคนบนเวทีเพียงลำพัง”
“เพราะฉะนั้นเจ้าควรไปรวมกับคนอื่น แล้วค่อยมาสู้กับข้า”
“ศิษย์พี่เอาจริงหรือเจ้าคะ?”
“จริงสิ”
ยูรันพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
“หากเจ้าไม่ยอมร่วมมือกับคนอื่น เดี๋ยวจะแพ้เอาง่าย ๆ นะ”
มู่หรงฉินมองสีหน้ามั่นใจของเขา ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
ทั้งสองยืนสนทนากันอย่างเป็นกันเอง โดยไม่รู้เลยว่าภาพตรงหน้ากำลังดึงดูดสายตาอันตรายหลายคู่จากบนอัฒจันทร์
หนานอวี้ขยับเข้าไปกระซิบถามไป๋หลิง
“ศิษย์พี่รอง นั่นใช่มู่หรงฉินหรือไม่?”
ไป๋หลิงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ข้าเห็นแล้ว”
หลานชิงอวี้นั่งกัดเล็บตนเอง ดวงตาจับจ้องมู่หรงฉินเขม็ง
“ข้าน่าจะรีบฝึกให้หนักกว่านี้ จะได้ขึ้นสู่ขอบเขตสร้างรากฐานเร็ว ๆ”
“จากนั้นจะได้ลงไปกุดหัวยัยนั่นเสีย!”
เซี่ยหลานอิงเหลือบมองนาง ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ
“เจ้าหึงรุนแรงไม่เบาเลยนะ”
หลิงเยวี่ยหันมามององค์รัชทายาท
“พระองค์เองก็ไม่ต่างกันมิใช่หรือ?”
“ข้ารับเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว จะต้องหึงไปทำไม?”
เซี่ยหลานอิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“เขาบอกว่าจะดูแลพวกเราอย่างเท่าเทียมมิใช่หรือ ในเมื่อทุกคนเท่าเทียมกัน ข้าก็ไม่เห็นต้องกังวลเลยนี่”
คิ้วของหลิงเยวี่ยกระตุกทันที
[พวกเรา?]
[เหตุใดคำว่า ‘พวกเรา’ ของนางจึงฟังเหมือนรวมข้าเข้าไปด้วย?!]
เจ้าสำนักก้าวขึ้นมาบนแท่นสูงเพื่อประกาศเริ่มการแข่งขันด้วยตนเอง
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ยูรันซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางผู้เข้าแข่งขันเกือบร้อยคน ก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
[เอาละ เจ้าหนู แสดงของเด็ดให้ข้าดูหน่อย]
[ตั้งแต่การประลองศิษย์ใหม่ครั้งก่อน เจ้าก็สร้างเรื่องน่าตกใจเอาไว้ไม่น้อย รอบนี้คงมีอะไรสนุก ๆ ให้ข้าดูอีกแน่]
เจ้าสำนักยกมือขึ้น ก่อนประกาศด้วยเสียงดังกังวานไปทั่วลาน
“เริ่มการประลองได้!”
สิ้นเสียงประกาศ ยูรันพลันถีบตัวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนหยุดยืนอยู่กลางอากาศเหนือเวที
“เฮ้ย! พวกเจ้าทุกคนมารุมข้าเสีย!”
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วสนาม
“วันนี้ข้าจะแสดงวันแมนโชว์ให้ดูเอง!”
“...”
ผู้เข้าแข่งขันเกือบร้อยคนเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกัน
มู่หรงฉินอ้าปากค้าง
[เล่นใหญ่ถึงเพียงนี้เลยหรือ?!]
หนานอวี้เองก็เบิกตากว้าง
“เหวอ! ศิษย์น้องกำลังทำอะไรของเขา?!”
คนอื่นบนอัฒจันทร์มีสภาพไม่ต่างกัน แม้แต่เย่อ้าวเทียนยังนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเยาะอยู่ภายในใจ
[ฮ่า ๆๆๆ!]
[เพิ่งเริ่มการแข่งขันก็ขุดหลุมฝังตัวเองเสียแล้ว!]
เหล่าศิษย์ชาย
“เจ้าหมอนั่นเป็นใคร?”
“ยูรันอย่างไรเล่า เจ้าโง่! คนที่เล่นเครื่องดนตรีจนศิษย์หญิงพากันกรี๊ดกร๊าดไม่หยุดนั่นไง”
“อ๋อ ข้าจำได้แล้ว วันประลองครั้งก่อนข้าไม่ได้มาดู”
ส่วนเหล่าศิษย์หญิงจำนวนหนึ่งซึ่งกลายเป็นผู้ติดตามของยูรันไปแล้วต่างส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น
“กรี๊ด! ศิษย์พี่ยูเจ้าคะ!”
“วันนี้ท่านจะนำสิ่งใดมาแสดงให้พวกเราดูอีก?!”
“ศิษย์พี่เท่ที่สุดเลยเจ้าค่ะ!”
ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าด ศิษย์ผู้หนึ่งพลันนึกถึงความผิดปกติขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อนนะ”
“เขาอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานมิใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงยืนอยู่กลางอากาศได้?!”
เสียงรอบลานเงียบลงไปชั่วขณะ
“จริงด้วย!”
“บัดซบ แบบนี้เขาก็กินนิ่มเลยสิวะ เพียงยืนรออยู่บนนั้นจนคนอื่นสู้กันเสร็จ แล้วค่อยลงมาเก็บงานก็พอแล้วมิใช่หรือ?!”
เหล่าศิษย์หญิงกลับไม่ได้คิดเช่นนั้นแม้แต่น้อย
“ศิษย์พี่ต้องมีวิชาพิเศษบางอย่างแน่!”
“ข้าต้องหาโอกาสไปขอให้เขาช่วยสอนให้ได้!”
“สามารถยืนบนอากาศได้ตั้งแต่ขอบเขตสร้างรากฐาน เท่เกินไปแล้ว!”
บนอัฒจันทร์ เซี่ยหลานอิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“เขาเหาะได้อย่างไร?”
ไป๋หลิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“หึ เขาไม่ได้เหาะ”
เซี่ยหลานอิงหันขวับมามองนาง
“หมายความว่าอย่างไร? เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเขากำลังยืนอยู่กลางอากาศ!”
หลานชิงอวี้รีบกล่าวเสริม
“ศิษย์พี่ไม่ได้เหาะจริง ๆ เจ้าค่ะ”
หนานอวี้พยักหน้าตาม
“เขาไม่ได้เหาะก็คือไม่ได้เหาะ”
“...”
เซี่ยหลานอิงมองทั้งสามคนด้วยความหงุดหงิด ก่อนหันไปหาหลิงเยวี่ยเป็นคนสุดท้าย
หลิงเยวี่ยพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง
“รอให้เขากลับมาอธิบายเองเถอะ”
“ตอนนี้พระองค์รู้เพียงว่าเขาไม่ได้เหาะก็พอ”
เซี่ยหลานอิงยิ่งฟังก็ยิ่งสับสนกว่าเดิม
เหนือเวที ยูรันมองผู้เข้าแข่งขันซึ่งยังยืนตะลึงอยู่ด้านล่าง ก่อนตะโกนเร่ง
“จะยืนมองกันอีกนานหรือไม่?”
“รีบมารุมข้าเสียที หากยังไม่เข้ามา ข้าจะเริ่มก่อนแล้วนะ!”
กล่าวจบ เขาก็ปลดกล่องไม้ขนาดใหญ่ออกจากแผ่นหลัง ก่อนโยนลงไปบนเวทีอย่างแรง
ตูม!
กล่องไม้หนักกระแทกพื้นจนแตกกระจาย ชิ้นส่วนจำนวนมากพุ่งออกไปทั่วบริเวณ
ทว่าสิ่งที่กระเด็นออกมากลับไม่ใช่เศษไม้ธรรมดา
พวกมันเป็นชิ้นส่วนไม้ซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน ตั้งแต่แผ่นไม้ทรงโค้ง ข้อต่อขนาดเล็ก กรงเล็บ เขี้ยว เกล็ด ไปจนถึงโครงสร้างประหลาดซึ่งไม่มีผู้ใดมองออกว่าใช้ทำสิ่งใด
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นทั่วลานทันที
“อะไร เศษไม้หรือ?”
“เจ้าหมอนั่นเสียสติไปแล้วหรือ เอาเศษไม้มาทำเป็นอาวุธลับเนี่ยนะ?”
“ข้ายังคิดว่าจะเป็นสมบัติวิเศษเสียอีก!”
มู่หรงฉินกลับกลืนน้ำลาย ก่อนถอยหลังออกไปอย่างช้า ๆ
“ไม่ใช่...”
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“พวกมันไม่ใช่เศษไม้”
ยูรันยกมือขึ้นกลางอากาศ ก่อนขยับนิ้วเบา ๆ
กึก!
ชิ้นส่วนไม้ชิ้นแรกพลันลอยขึ้นจากพื้น
กึก! กึก! กึก!
จากหนึ่งกลายเป็นสิบ จากสิบกลายเป็นร้อย ชิ้นส่วนไม้ทั้งหมดลอยขึ้นพร้อมกัน ก่อนพุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
เสียงข้อต่อประกอบเข้าด้วยกันดังต่อเนื่องไปทั่วลาน
ลำตัว ศีรษะ เขา กรงเล็บ เกล็ด และหางยาวค่อย ๆ ก่อรูปขึ้นต่อหน้าสายตาของทุกคน
เพียงไม่กี่อึดใจ ชิ้นส่วนไม้ทั้งหมดก็ประกอบกันจนกลายเป็นมังกรไม้ขนาดมหึมา ลอยตระหง่านอยู่เหนือเวที
เงาร่างของมันทอดปกคลุมผู้เข้าแข่งขันเกือบร้อยคน จนแสงอาทิตย์เหนือศีรษะถูกบดบังไปเกือบทั้งหมด
กรามขนาดใหญ่ของมังกรไม้ค่อย ๆ อ้าออก
กึก...
ดวงตาทั้งสองข้างพลันส่องแสงขึ้น
ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบสนิท