คลังนิยายสัตย์สาบานแห่งดวงดาวอ่านล่าสุด

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 161 ใช่แล้ว ไม้ธรรมดา7,688 ตัวอักษร

ตอนที่ 161 ใช่แล้ว ไม้ธรรมดา

ยูรันยืนอยู่เหนือศีรษะของมังกรไม้ ก่อนตะโกนลงไปยังผู้เข้าแข่งขันเบื้องล่าง

“พวกเจ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวังเล่า!”

“หวังว่าจะบังคับให้ข้าขยับตัวได้มากกว่านี้สักหน่อยนะ!”

เขายกมุมปากขึ้น ก่อนกางแขนออก

“พยายามอย่าเพิ่งมอดไหม้เสียก่อนล่ะ!”

“ตั้งท่าเร็วเข้า!”

เสียงแตกตื่นดังขึ้นทั่วเวทีทันที

“มังกร!”

“มันคือมังกรจริง ๆ!”

“บ้าเอ๊ย! เขาสร้างและควบคุมมังกรไม้ขนาดนี้ได้อย่างไร เขาอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานเองนะโว้ย!”

“อย่ามัวยืนตะลึง หากปล่อยให้มันโจมตีก่อนพวกเราจบเห่แน่!”

“รวมพลังกัน! จัดการเขาก่อนเลย!”

มู่หรงฉินเงยหน้ามองมังกรไม้ซึ่งบดบังท้องฟ้าอย่างไม่อยากเชื่อ

“พวกเราจะเอาชนะเขาได้จริงหรือ...”

นางเหลือบมองเศษซากของกล่องไม้บนพื้น

“กล่องใบนั้นไม่ได้ใหญ่พอบรรจุมังกรเช่นนี้แท้ ๆ แต่เมื่อประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน เหตุใดมันถึงใหญ่โตได้เพียงนี้?”

มังกรไม้ขยับกรงเล็บเพียงเล็กน้อย ลมพายุรุนแรงก็พัดกระหน่ำไปทั่วเวที

มู่หรงฉินกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“เพียงเขาสะบัดมือ พวกเราก็น่าจะถูกกวาดตกเวทีกันหมดแล้วกระมัง...”

ผู้เข้าแข่งขันเกือบร้อยคนรีบกระจายตัว ก่อนตั้งท่าและโคจรพลังออกมาพร้อมกัน

แสงจากวิชา อาวุธ และพลังปราณหลากสีสันส่องสว่างไปทั่วลานประลอง

“โจมตีพร้อมกัน!”

ตูม! ตูม! ตูม!

พลังนับร้อยสายพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งตรงเข้าใส่มังกรไม้และยูรันซึ่งยืนอยู่เหนือศีรษะของมัน

ยูรันมองการโจมตีทั้งหมดซึ่งกำลังพุ่งเข้ามา ก่อนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

[อืม...]

[ใช้อันนี้แล้วกัน ดูเท่ดี]

มือทั้งสองของเขาเริ่มผสานมุทราหนึ่งครั้ง ก่อนประกบฝ่ามือเข้าหากัน

“คาถาเพลิง...ระเบิดเปลวเพลิงมังกรสุดขีดคลั่ง”

ฟู่วววววววววว

เปลวเพลิงร้อนระอุพุ่งจากปากของมันราวกับมหาสมุทรเพลิง โหมกระหน่ำลงสู่เวทีจนท้องฟ้าทั้งผืนถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน

“ตั้งรับ!”

ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งตะโกนลั่น

ศิษย์เกือบร้อยคนรีบปลดปล่อยพลัง ค่ายกล เกราะปราณ ม่านพลัง และสมบัติป้องกันถูกนำออกมาใช้อย่างไม่เสียดาย

ครืน!

การป้องกันนับร้อยชั้นเชื่อมประสาน ก่อนต้านเปลวเพลิงของมังกรไม้ไว้กลางอากาศ

เปลวไฟกระจายทั่วทุกทิศ ความร้อนแผดเผาจนพื้นเวทีแตกร้าว แม้แต่ผู้ชมหลังม่านพลังยังสัมผัสได้

“ต้านเอาไว้!”

“อย่าให้เปลวเพลิงตกลงมาถึงพื้น!”

“นี่มันวิชาอะไรกันแน่ เหตุใดมังกรไม้ถึงพ่นไฟออกมาได้?!”

“บัดซบ! มันพ่นไฟได้โดยไม่ถูกเผา นี่มันไม้ชนิดใดกันแน่?!”

“เขาควบคุมมังกร ควบคุมเปลวเพลิง แล้วยังยืนอยู่กลางอากาศพร้อมกันได้อย่างไร?!”

เหล่าศิษย์กัดฟันโคจรพลังอย่างสุดกำลัง

แม้เปลวเพลิงจะรุนแรง แต่ด้วยจำนวนคนเกือบร้อย พวกเขายังร่วมมือต้านเอาไว้ได้

มู่หรงฉินเงยหน้ามองทะเลเพลิงเหนือศีรษะ เหงื่อไหลตามใบหน้า

“ต้านเอาไว้ได้แล้ว!”

“อย่าหยุดส่งพลัง หากร่วมมือกันพวกเรารับการโจมตีของเขาได้!”

เมื่อเห็นเปลวเพลิงไม่อาจกดลงไปได้ ยูรันกลับไม่มีท่าทีประหลาดใจ

เขาเพียงเอียงศีรษะเล็กน้อย

“อืม ดูเหมือนแค่นี้จะยังไม่พอ”

“อะไรนะ?”

ผู้เข้าแข่งขันเบื้องล่างเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน

ยูรันเปลี่ยนมุทราเพียงครั้งเดียว จากฝ่ามือซึ่งประกบเข้าหากันค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกำหมัดแน่น

แสงสีน้ำเงินสว่างขึ้นภายในลำคอของมังกรไม้ ขณะที่เปลวเพลิงในปากของมันยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง

“คาถาน้ำ...ระเบิดสายวารีมังกรสุดขีดคลั่ง”

ฟู่วววววววววว!

มวลน้ำมหาศาลพุ่งออกจากปากของมังกรไม้ด้วยแรงดันอันน่าสะพรึงกลัว

ทว่าสายน้ำไม่ดับเปลวเพลิง และเปลวเพลิงก็ไม่ทำให้สายน้ำระเหย

พลังทั้งสองกลับหมุนพันเป็นเกลียว สายน้ำสีครามกับเปลวเพลิงสีแดงฉานพุ่งลงมาพร้อมกัน

ยูรันกำหมัดแน่นขึ้นอีกระดับ

“คาถาผสาน...”

“ระเบิดเปลวเพลิงมังกรสายวารีสุดขีดคลั่ง!”

ตูม!

เกลียววารีและเปลวเพลิงกระแทกเข้าใส่ม่านพลังของเหล่าศิษย์อย่างรุนแรง

แรงสั่นสะเทือนแผ่ไปทั่วทั้งลานประลอง ม่านคุ้มกันรอบสนามบิดเบี้ยวจนเจ้าสำนักต้องรีบส่งพลังเข้าไปเสริมด้วยตนเอง

“อ๊ากกกก!”

“นี่มันบ้าอะไรกัน?!”

“เหตุใดน้ำกับเปลวไฟถึงไม่ขัดแย้งกัน?!”

“ตามหลักแล้วพวกมันต้องหักล้างกันเองมิใช่หรือ!”

“ไม่ใช่แค่ไม่หักล้าง พลังของพวกมันกำลังเสริมกันด้วย!”

“ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานจะควบคุมสองธาตุที่ขัดแย้งกันพร้อมกันได้อย่างไร?!”

ผู้ชมทั้งอัฒจันทร์ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน

เจ้าสำนักเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า

[นี่คือพลังของผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานจริงหรือ?!]

เซี่ยหลานอิงกำขอบที่นั่งแน่น

“เขาควบคุมสองธาตุพร้อมกันได้ด้วยหรือ?!”

ไป๋หลิง หนานอวี้ และหลานชิงอวี้ก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน แม้รู้ว่ายูรันทำเรื่องเหนือสามัญสำนึกได้ แต่พวกนางไม่เคยเห็นวิชาเช่นนี้มาก่อน

หลิงเยวี่ยจ้องเกลียววารีเพลิงโดยไม่กะพริบตา

[ไม่ใช่เพียงใช้พร้อมกัน...]

[เขาควบคุมพลังทั้งสองสายให้หมุนประสานกันโดยไม่ปะทะกันเองแม้แต่น้อย!]

ส่วนเย่อ้าวเทียนซึ่งเฝ้ามองอยู่ในมุมมืดถึงกับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

[เป็นไปไม่ได้...]

[มันทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?!]

บนเวที รอยแตกร้าวเริ่มปรากฏขึ้นบนม่านป้องกันทีละชั้น

เปรี๊ยะ!

เปรี๊ยะ!

เปรี้ยง!

“ม่านพลังจะแตกแล้ว!”

“ต้านเอาไว้!”

“ข้าไม่เหลือพลังแล้ว!”

“ไม่ไหว! แรงดันมันมากเกินไป!”

มู่หรงฉินเงยหน้ามองเกลียวเปลวเพลิงและสายน้ำซึ่งกำลังกดทับลงมา ก่อนหลุดหัวเราะอย่างขมขื่น

“นี่สินะ...ของดีที่ศิษย์พี่บอกว่าจะให้พวกเราดู”

ชั่วพริบตาต่อมา ม่านป้องกันทุกชั้นก็แตกกระจายพร้อมกัน

ตูมมมมมมมมม!

กระแสน้ำกวาดทั่วเวที ขณะที่เปลวเพลิงหมุนล้อมภายนอก ไม่ให้ผู้ใดหลบหนีทางด้านข้าง

“อ๊ากกกกกกก!”

ผู้เข้าแข่งขันเกือบร้อยคนถูกซัดจนลอยขึ้น ก่อนกระเด็นออกนอกเวทีราวกับใบไม้กลางพายุ

บางคนถูกม่านพลังรับไว้ บางคนตกลงบนพื้น ส่วนผู้ที่ใช้วิชาเคลื่อนไหวหลบหนีก็ถูกหางมังกรไม้กวาดตามออกไปจนหมด

เพียงไม่กี่อึดใจ บนเวทีก็ไม่เหลือผู้เข้าแข่งขันแม้แต่คนเดียว

มังกรไม้ค่อย ๆ ปิดปาก เปลวเพลิงและสายน้ำทั้งหมดหยุดลงพร้อมกันอย่างฉับพลัน

ยูรันยังคงยืนอยู่บนศีรษะของมันในตำแหน่งเดิม

ตั้งแต่เริ่มจนจบ เท้าของเขาไม่เคยขยับแม้แต่ก้าวเดียว

ความเงียบปกคลุมไปทั่วลานประลอง

ยูรันกวาดมองเวทีว่างเปล่า ก่อนพยักหน้าเบา ๆ

“อืม...ยังอ่อนแออยู่นะ”

“...”

ผู้เข้าแข่งขันซึ่งนอนกองอยู่นอกเวทีพลันเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกัน

ศิษย์ชายคนหนึ่งอดทนไม่ไหว ตบมือลงบนพื้นแล้วตะโกนลั่น

“อ่อนแอบ้านเจ้าสิ!”

“มารดามันเถอะ! คนเกือบร้อยยังถูกกวาดตกเวทีพร้อมกันหมด เจ้ายังเรียกว่าอ่อนแออีกหรือ?!”

“นั่นสิ! หากนี่เรียกว่าอ่อนแอ แล้วต้องทำถึงขนาดไหนจึงจะเรียกว่าแข็งแกร่ง?!”

“มังกรพ่นทั้งไฟทั้งน้ำ แถมเจ้ายังไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว ผู้ที่อ่อนแอคือมังกรหรือพวกข้ากันแน่?!”

ยูรันก้มลงมองข้อต่อบางส่วนของมังกรไม้ซึ่งเริ่มมีรอยแตกร้าว

“ข้าหมายถึงมังกรไม้ต่างหาก”

เขาใช้เท้าแตะศีรษะของมันเบา ๆ

“มันสร้างขึ้นจากไม้ธรรมดา หากเพิ่มพลังขึ้นอีกเล็กน้อย โครงสร้างคงพังเสียก่อน”

“หากเป็นเช่นนั้นก็คงไม่สามารถทำให้พวกเจ้าแพ้พร้อมกันได้แน่”

ทั่วทั้งลานเงียบไปหลายอึดใจ ก่อนศิษย์คนหนึ่งจะถามด้วยเสียงสั่นเครือ

“มะ...ไม้ธรรมดาหรือ?”

อีกคนหันขวับมามองเขา

“อะไรนะ?!”

เสียงแตกตื่นระเบิดขึ้นทั่วทั้งลานทันที

“เจ้าบอกว่ามังกรตัวนั้นสร้างจากไม้ธรรมดา?!”

“ไม้ธรรมดาบ้านเจ้าทนเปลวเพลิงกับแรงดันน้ำมหาศาลได้หรือ?!”

“มันเพิ่งรับการโจมตีจากผู้บำเพ็ญเกือบร้อยคน หากเป็นไม้ธรรมดา เหตุใดจึงยังไม่กลายเป็นขี้เถ้า?!”

“หรือไม้ธรรมดาบนยอดเขาจันทราไม่เหมือนกับไม้ธรรมดาที่พวกเรารู้จัก?!”

มู่หรงฉินซึ่งเพิ่งพยุงตัวลุกขึ้นมองมังกรไม้ด้วยสายตาว่างเปล่า

[พวกเราร่วมมือกันเกือบร้อยคน...]

[แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ให้กับกองไม้ธรรมดาหรือ?]

บนอัฒจันทร์ เจ้าสำนักยกมือขึ้นกุมหน้าอกอย่างช้า ๆ

[ไม้ธรรมดายังทำได้ถึงเพียงนี้...]

[แล้วหากเจ้าเด็กนี่สร้างหงส์ฟ้าสำเร็จ มันจะกลายเป็นตัวอะไรกันแน่?!]

“ใช่แล้ว ไม้ธรรมดา”

เขาใช้มือเคาะศีรษะมังกรไม้ดังป๊อก ๆ

“หากใช้วัสดุที่ดีกว่านี้ โครงสร้างจะรองรับพลังได้มากขึ้น และข้าคงเพิ่มความรุนแรงของเปลวเพลิงได้อีกหลายเท่า”

ยูรันก้มมองเหล่าศิษย์ซึ่งนอนกองอยู่นอกเวที

“เมื่อถึงตอนนั้น พวกเจ้าคงไม่ได้เพียงกระเด็นตกเวที แต่คงได้นอนยาวกันหมดแล้ว”

“...”

เหล่าผู้เข้าแข่งขันรู้สึกหนาวเย็นไปทั่วแผ่นหลังพร้อมกัน

“อีกอย่าง หากมังกรไม้พังกลางคัน ข้าก็คงต้องเป็นคนพ่นไฟจากปากด้วยตนเอง”

ยูรันถอนหายใจราวกับเรื่องนั้นสร้างความลำบากให้เขาอย่างมาก

“ข้าไม่ค่อยชอบพ่นไฟเท่าไรด้วยสิ”

เขาก้มลงถามทุกคนอย่างเป็นมิตร

“พวกเจ้าอยากดูหรือไม่?”

“ไม่อยาก!”

เหล่าผู้เข้าแข่งขันเกือบร้อยคนตะโกนตอบพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย

ทว่าเสียงจากกลุ่มศิษย์หญิงบนอัฒจันทร์กลับดังสวนขึ้นมาทันที

“อยากเจ้าค่ะ!”

“ศิษย์พี่ยู พ่นไฟให้พวกเราดูหน่อย!”

“ข้าอยากเห็นเจ้าค่ะ!”

“...”

ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดหันไปมองกลุ่มศิษย์หญิงด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคับแค้น

“พวกเจ้าอยากดู แต่คนที่ต้องรับมันคือพวกข้านะโว้ย!”

ยูรันมองทั้งสองฝ่ายสลับกัน ก่อนยกมือขึ้นลูบคาง

“อืม ความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝ่ายสินะ”

“เช่นนั้นลองดูสักครั้งดีหรือไม่?”

“ไม่ต้องลอง!”

เสียงปฏิเสธดังสนั่นจนแทบสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยอดเขาหลัก