ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 161 ใช่แล้ว ไม้ธรรมดา
ยูรันยืนอยู่เหนือศีรษะของมังกรไม้ ก่อนตะโกนลงไปยังผู้เข้าแข่งขันเบื้องล่าง
“พวกเจ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวังเล่า!”
“หวังว่าจะบังคับให้ข้าขยับตัวได้มากกว่านี้สักหน่อยนะ!”
เขายกมุมปากขึ้น ก่อนกางแขนออก
“พยายามอย่าเพิ่งมอดไหม้เสียก่อนล่ะ!”
“ตั้งท่าเร็วเข้า!”
เสียงตะโกนแตกตื่นดังขึ้นทั่วเวทีทันที
“มังกร!”
“มันคือมังกรจริง ๆ!”
“บ้าเอ๊ย! เขาสร้างมังกรขึ้นมาจากไม้ได้อย่างไร?!”
“ควบคุมชิ้นส่วนจำนวนมากได้ถึงเพียงนี้ เป็นไปไม่ได้! เขาอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานเองนะโว้ย!”
“อย่ามัวยืนตะลึง มังกรใหญ่ขนาดนี้ หากปล่อยให้มันโจมตีก่อนพวกเราจบเห่แน่!”
“รวมพลังกัน! จัดการเขาก่อนเลย!”
มู่หรงฉินเงยหน้ามองมังกรไม้ซึ่งบดบังท้องฟ้า ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“พวกเราจะเอาชนะเขาได้จริงหรือ...”
นางเหลือบมองเศษซากของกล่องไม้บนพื้น
“กล่องใบนั้นไม่ได้ใหญ่พอจะบรรจุมังกรขนาดมหึมาเช่นนี้ได้เลยแท้ ๆ แต่เมื่อชิ้นส่วนทั้งหมดประกอบเข้าด้วยกัน เหตุใดมันถึงใหญ่โตได้เพียงนี้?”
มังกรไม้ขยับกรงเล็บเพียงเล็กน้อย ลมพายุรุนแรงก็พัดกระหน่ำไปทั่วเวที
มู่หรงฉินกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
“เพียงแค่เขาสะบัดมือครั้งเดียว พวกเราก็น่าจะถูกกวาดตกเวทีกันหมดแล้วกระมัง...”
ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดมากกว่านั้น ผู้เข้าแข่งขันเกือบร้อยคนรีบกระจายตัว ก่อนตั้งท่าและโคจรพลังทั้งหมดออกมาพร้อมกัน
แสงจากวิชา อาวุธ และพลังปราณหลากสีสันส่องสว่างไปทั่วลานประลอง
“โจมตีพร้อมกัน!”
ตูม! ตูม! ตูม!
พลังนับร้อยสายพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งตรงเข้าใส่มังกรไม้และยูรันซึ่งยืนอยู่เหนือศีรษะของมัน
ยูรันมองการโจมตีทั้งหมดซึ่งกำลังพุ่งเข้ามา ก่อนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
[อืม...]
[ใช้อันนี้แล้วกัน ดูเท่ดี]
มือทั้งสองของเขาเริ่มผสานมุทราหนึ่งครั้ง ก่อนประกบฝ่ามือเข้าหากัน
“คาถาเพลิง...ระเบิดเปลวเพลิงมังกรสุดขีดคลั่ง”
ฟู่วววววววววว
เปลวเพลิงร้อนระอุ พุ่งตรงจากปากของมันราวกับมหาสมุทรเพลิง ก่อนโหมกระหน่ำลงสู่เวทีเบื้องล่าง
ท้องฟ้าทั้งผืนถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงฉานในชั่วพริบตา
เปลวเพลิงมหาศาลโหมกระหน่ำลงจากท้องฟ้า ราวกับทะเลเพลิงกำลังพลิกคว่ำลงมาบนลานประลอง
“ตั้งรับ!”
ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งตะโกนลั่น
ศิษย์เกือบร้อยคนรีบปลดปล่อยพลังพร้อมกัน ค่ายกล เกราะปราณ ม่านพลัง และสมบัติป้องกันหลากชนิดถูกนำออกมาใช้อย่างไม่คิดเสียดาย
ครืน!
การป้องกันนับร้อยชั้นเชื่อมประสานเข้าด้วยกัน ก่อนต้านรับเปลวเพลิงของมังกรไม้เอาไว้กลางอากาศ
เปลวไฟกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ความร้อนแผดเผาจนพื้นเวทีเริ่มแตกร้าว แม้แต่ผู้ชมซึ่งอยู่หลังม่านพลังยังรู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนที่แผ่เข้ามา
“ต้านเอาไว้!”
“อย่าให้เปลวเพลิงตกลงมาถึงพื้น!”
“นี่มันวิชาอะไรกันแน่ เหตุใดมังกรไม้ถึงพ่นไฟออกมาได้?!”
“ไม่ใช่เพียงพ่นไฟ แต่มันยังไม่ถูกเปลวเพลิงของตัวเองเผาไหม้อีกด้วย!”
“บัดซบ! นี่มันไม้ชนิดใดกันแน่?!”
“เขาควบคุมมังกร ควบคุมเปลวเพลิง แล้วยังยืนอยู่กลางอากาศพร้อมกันได้อย่างไร?!”
เหล่าศิษย์กัดฟันโคจรพลังอย่างสุดกำลัง
แม้เปลวเพลิงจะรุนแรงจนน่าหวาดหวั่น แต่ด้วยจำนวนคนเกือบร้อย พวกเขายังคงสามารถร่วมมือกันต้านเอาไว้ได้
มู่หรงฉินเงยหน้ามองทะเลเพลิงเหนือศีรษะ เหงื่อไหลลงมาตามใบหน้า
“ต้านเอาไว้ได้แล้ว!”
“ทุกคนอย่าหยุดส่งพลัง หากร่วมมือกันเช่นนี้ พวกเราสามารถรับการโจมตีของเขาได้!”
เมื่อเห็นเปลวเพลิงไม่อาจกดลงไปได้ ยูรันกลับไม่มีท่าทีประหลาดใจ
เขาเพียงเอียงศีรษะเล็กน้อย
“อืม ดูเหมือนแค่นี้จะยังไม่พอ”
“อะไรนะ?”
ผู้เข้าแข่งขันเบื้องล่างเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
ยูรันเปลี่ยนมุทราเพียงครั้งเดียว จากฝ่ามือซึ่งประกบเข้าหากันค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกำหมัดแน่น
แสงสีน้ำเงินสว่างขึ้นภายในลำคอของมังกรไม้ ขณะที่เปลวเพลิงในปากของมันยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง
“คาถาน้ำ...ระเบิดสายวารีมังกรสุดขีดคลั่ง”
ฟู่วววววววววว!
มวลน้ำมหาศาลพุ่งออกจากปากของมังกรไม้ด้วยแรงดันอันน่าสะพรึงกลัว
ทว่าสายน้ำไม่ได้ดับเปลวเพลิง และเปลวเพลิงเองก็ไม่ได้ทำให้สายน้ำระเหยหายไป
พลังทั้งสองสายกลับหมุนพันกันเป็นเกลียว สายน้ำสีครามกับเปลวเพลิงสีแดงฉานพุ่งลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกัน
ยูรันกำหมัดแน่นขึ้นอีกระดับ
“คาถาผสาน...”
“ระเบิดเปลวเพลิงมังกรสายวารีสุดขีดคลั่ง!”
ตูม!
เกลียววารีและเปลวเพลิงกระแทกเข้าใส่ม่านพลังของเหล่าศิษย์อย่างรุนแรง
แรงสั่นสะเทือนแผ่ไปทั่วทั้งลานประลอง ม่านคุ้มกันรอบสนามบิดเบี้ยวจนเจ้าสำนักต้องรีบส่งพลังเข้าไปเสริมด้วยตนเอง
“อ๊ากกกก!”
“นี่มันบ้าอะไรกัน?!”
“เหตุใดน้ำกับเปลวไฟถึงไม่ขัดแย้งกัน?!”
“ตามหลักแล้วพวกมันต้องหักล้างกันเองมิใช่หรือ!”
“ไม่ใช่แค่ไม่หักล้างกัน พลังของพวกมันกำลังเสริมกันด้วย!”
“เปลวเพลิงเผาทำลายม่านพลัง ขณะที่สายน้ำใช้แรงดันกระแทกซ้ำเข้าไปพร้อมกัน!”
“เป็นไปไม่ได้! ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานจะควบคุมธาตุที่ขัดแย้งกันสองชนิดพร้อมกันได้อย่างไร?!”
ผู้ชมทั้งอัฒจันทร์ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
เจ้าสำนักเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า
[นี่คือพลังของผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานจริงหรือ?!]
เซี่ยหลานอิงกำขอบที่นั่งแน่น
“เขาควบคุมสองธาตุพร้อมกันได้ด้วยหรือ?!”
ไป๋หลิง หนานอวี้ และหลานชิงอวี้เองก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน เพราะแม้พวกนางจะรู้ว่ายูรันสามารถทำเรื่องเหนือสามัญสำนึกได้ แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาใช้วิชาเช่นนี้มาก่อน
หลิงเยวี่ยจ้องเกลียววารีเพลิงโดยไม่กะพริบตา
[ไม่ใช่เพียงใช้พร้อมกัน...]
[เขาควบคุมพลังทั้งสองสายให้หมุนประสานกันโดยไม่ปะทะกันเองแม้แต่น้อย!]
ส่วนเย่อ้าวเทียนซึ่งเฝ้ามองอยู่ในมุมมืดถึงกับก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
[เป็นไปไม่ได้...]
[มันทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?!]
บนเวที รอยแตกร้าวเริ่มปรากฏขึ้นบนม่านป้องกันทีละชั้น
เปรี๊ยะ!
เปรี๊ยะ!
เปรี้ยง!
“ม่านพลังจะแตกแล้ว!”
“ต้านเอาไว้!”
“ข้าไม่เหลือพลังแล้ว!”
“ไม่ไหว! แรงดันมันมากเกินไป!”
มู่หรงฉินเงยหน้ามองเกลียวเปลวเพลิงและสายน้ำซึ่งกำลังกดทับลงมา ก่อนหลุดหัวเราะอย่างขมขื่น
“นี่สินะ...ของดีที่ศิษย์พี่บอกว่าจะให้พวกเราดู”
ชั่วพริบตาต่อมา ม่านป้องกันทุกชั้นก็แตกกระจายพร้อมกัน
ตูมมมมมมมมม!
กระแสน้ำมหาศาลกวาดไปทั่วทั้งเวที ขณะที่เปลวเพลิงหมุนล้อมอยู่ภายนอก บีบบังคับไม่ให้ผู้ใดหลบหนีออกทางด้านข้าง
“อ๊ากกกกกกก!”
ผู้เข้าแข่งขันเกือบร้อยคนถูกแรงกระแทกซัดจนลอยขึ้นจากพื้น ก่อนกระเด็นออกนอกเวทีพร้อมกันราวกับใบไม้ท่ามกลางพายุ
บางคนถูกม่านพลังรับเอาไว้ บางคนตกลงบนพื้นด้านนอก ส่วนคนที่พยายามใช้วิชาเคลื่อนไหวหลบหนีก็ถูกหางของมังกรไม้กวาดตามออกไปจนหมด
เพียงไม่กี่อึดใจ บนเวทีก็ไม่เหลือผู้เข้าแข่งขันแม้แต่คนเดียว
มังกรไม้ค่อย ๆ ปิดปาก เปลวเพลิงและสายน้ำทั้งหมดหยุดลงพร้อมกันอย่างฉับพลัน
ยูรันยังคงยืนอยู่บนศีรษะของมันในตำแหน่งเดิม
ตั้งแต่เริ่มจนจบ เท้าของเขาไม่เคยขยับแม้แต่ก้าวเดียว
ความเงียบปกคลุมไปทั่วลานประลอง
ยูรันกวาดมองเวทีว่างเปล่า ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“อืม...ยังอ่อนแออยู่นะ”
“...”
ผู้เข้าแข่งขันซึ่งนอนกองอยู่นอกเวทีพลันเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกัน
ศิษย์ชายคนหนึ่งอดทนไม่ไหว ตบมือลงบนพื้นแล้วตะโกนลั่น
“อ่อนแอบ้านเจ้าสิ!”
“มารดามันเถอะ! คนเกือบร้อยช่วยกันต้านยังถูกกวาดตกเวทีพร้อมกันหมด เจ้ายังเรียกสิ่งนี้ว่าอ่อนแออีกหรือ?!”
“นั่นสิ! หากนี่เรียกว่าอ่อนแอ แล้วต้องทำถึงขนาดไหนจึงจะเรียกว่าแข็งแกร่ง?!”
“มังกรไม้พ่นทั้งไฟทั้งน้ำพร้อมกัน แถมเจ้าตั้งแต่เริ่มจนจบยังไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว!”
“ผู้ที่อ่อนแอคือมังกรของเจ้า หรือพวกข้ากันแน่ ช่วยพูดให้ชัดเจนด้วย!”
ยูรันก้มลงมองข้อต่อบางส่วนของมังกรไม้ซึ่งเริ่มมีรอยแตกร้าว
“ข้าหมายถึงมังกรไม้ต่างหาก”
เขาใช้เท้าแตะศีรษะของมันเบา ๆ
“มันสร้างขึ้นจากไม้ธรรมดา หากเพิ่มพลังขึ้นอีกเล็กน้อย โครงสร้างคงพังเสียก่อน”
“หากเป็นเช่นนั้นก็คงไม่สามารถทำให้พวกเจ้าแพ้พร้อมกันได้แน่”
ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบ
ผ่านไปหลายอึดใจ ศิษย์คนหนึ่งจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“มะ...ไม้ธรรมดาหรือ?”
อีกคนหันขวับมามองเขา
“อะไรนะ?!”
เสียงแตกตื่นระเบิดขึ้นทั่วทั้งลานทันที
“เจ้าบอกว่ามังกรตัวนั้นสร้างจากไม้ธรรมดา?!”
“ไม้ธรรมดาบ้านเจ้าทนเปลวเพลิงกับแรงดันน้ำมหาศาลได้หรือ?!”
“มันเพิ่งรับการโจมตีจากผู้บำเพ็ญสร้างรากฐานเกือบร้อยคนพร้อมกันนะ!”
“ถ้าเป็นไม้ธรรมดาจริง เหตุใดมันจึงยังไม่กลายเป็นขี้เถ้า?!”
“หรือไม้ธรรมดาบนยอดเขาจันทราไม่เหมือนกับไม้ธรรมดาที่พวกเรารู้จัก?!”
มู่หรงฉินซึ่งเพิ่งพยุงตัวลุกขึ้นมองมังกรไม้ด้วยสายตาว่างเปล่า
[พวกเราร่วมมือกันเกือบร้อยคน...]
[แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ให้กับกองไม้ธรรมดาหรือ?]
บนอัฒจันทร์ เจ้าสำนักยกมือขึ้นกุมหน้าอกอย่างช้า ๆ
[ไม้ธรรมดายังทำได้ถึงเพียงนี้...]
[แล้วหากเจ้าเด็กนี่สร้างหงส์ฟ้าสำเร็จ มันจะกลายเป็นตัวอะไรกันแน่?!]
ยูรันพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ใช่แล้ว ไม้ธรรมดา”
เขาใช้มือเคาะศีรษะมังกรไม้ดังป๊อก ๆ
“เพราะหากข้าใช้วัสดุที่ดีกว่านี้ โครงสร้างของมันก็จะรองรับพลังได้มากขึ้น และข้าคงเพิ่มความรุนแรงของเปลวเพลิงขึ้นอีกหลายเท่า”
ยูรันก้มมองเหล่าศิษย์ซึ่งนอนกองอยู่นอกเวที
“เมื่อถึงตอนนั้น พวกเจ้าคงไม่ได้เพียงกระเด็นตกเวที แต่คงได้นอนยาวกันหมดแล้ว”
“...”
เหล่าผู้เข้าแข่งขันรู้สึกหนาวเย็นไปทั่วแผ่นหลังพร้อมกัน
“อีกอย่าง หากมังกรไม้พังกลางคัน ข้าก็คงต้องเป็นคนพ่นไฟจากปากด้วยตนเอง”
ยูรันถอนหายใจราวกับเรื่องนั้นสร้างความลำบากให้เขาอย่างมาก
“ข้าไม่ค่อยชอบพ่นไฟเท่าไรด้วยสิ”
เขาก้มลงถามทุกคนอย่างเป็นมิตร
“พวกเจ้าอยากดูหรือไม่?”
“ไม่อยาก!”
เหล่าผู้เข้าแข่งขันเกือบร้อยคนตะโกนตอบพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
ทว่าเสียงจากกลุ่มศิษย์หญิงบนอัฒจันทร์กลับดังสวนขึ้นมาทันที
“อยากเจ้าค่ะ!”
“ศิษย์พี่ยู พ่นไฟให้พวกเราดูหน่อย!”
“ข้าอยากเห็นเจ้าค่ะ!”
“...”
ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดหันไปมองกลุ่มศิษย์หญิงด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคับแค้น
“พวกเจ้าอยากดู แต่คนที่ต้องรับมันคือพวกข้านะโว้ย!”
ยูรันมองทั้งสองฝ่ายสลับกัน ก่อนยกมือขึ้นลูบคาง
“อืม ความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝ่ายสินะ”
“เช่นนั้นลองดูสักครั้งดีหรือไม่?”
“ไม่ต้องลอง!”
เสียงปฏิเสธดังสนั่นจนแทบสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยอดเขาหลัก.