ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 164 กิเลนสายฟ้า.
สิ้นเสียงประกาศ เย่อ้าวเทียนกลับไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีทันที
เขายืนประสานมือไว้ด้านหลัง ก่อนมองยูรันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูแคลน
“ยูรัน ข้ายอมรับว่าเจ้าสร้างความตกตะลึงให้ทุกคนได้เก่งไม่เบา”
“ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรี กลไกไม้ หรือวิชาประหลาดซึ่งไม่มีผู้ใดเคยพบเห็น เจ้าล้วนใช้มันดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี”
เย่อ้าวเทียนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ
“แต่การประลองที่แท้จริงไม่ได้ตัดสินกันด้วยของเล่นเหล่านั้น”
“เมื่อครู่เจ้าเพียงอาศัยอาวุธขนาดใหญ่จัดการผู้บำเพ็ญสร้างรากฐานซึ่งอ่อนแอกว่าตนเอง แล้วก็คิดว่าตนไร้เทียมทานแล้วหรือ?”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบอัฒจันทร์ค่อย ๆ เงียบลง
เย่อ้าวเทียนก้าวเข้าหายูรันทีละก้าว
“เจ้าคงหลงระเริงเพราะมีสตรีมากมายคอยห้อมล้อมและกล่าวชื่นชมอยู่ตลอดเวลา”
“โดยเฉพาะศิษย์พี่รอง...”
เขาเหลือบมองไปยังอัฒจันทร์ ก่อนสายตาจะกลับมาจับจ้องยูรันอีกครั้ง
“เจ้าคิดว่าตนเองคู่ควรกับนางจริงหรือ?”
“หากไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่มีของเล่น และไม่มีสตรีเหล่านั้นคอยสนับสนุน เจ้ามีสิ่งใดเทียบกับข้าได้บ้าง?”
ยูรันยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างสงบนิ่ง ไม่ได้กล่าวโต้ตอบแม้แต่คำเดียว
ท่าทีเช่นนั้นทำให้เย่อ้าวเทียนยิ่งได้ใจ
“เหตุใดจึงเงียบไปเล่า?”
“เมื่อครู่เจ้ายังกล้าประกาศว่าจะเอาชนะข้าอยู่เลยมิใช่หรือ?”
“หรือพอได้มายืนต่อหน้าข้าจริง ๆ จึงเพิ่งรู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจท้าประลอง?”
เขากางแขนออก ปลดปล่อยกลิ่นอายของแก่นทองคำขั้นสูงสุดออกมาปกคลุมทั่วเวที
“ข้าจะทำให้เจ้าได้เข้าใจเองว่า ช่องว่างระหว่างผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงกับคนซึ่งดีแต่เรียกร้องความสนใจนั้นกว้างใหญ่เพียงใด”
“อย่ากังวลไปเลย ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า”
เย่อ้าวเทียนยิ้มเหี้ยม
“อย่างมากก็เพียงหักแขนขาของเจ้า ทำลายความภาคภูมิใจอันน่าขันนั่น แล้วให้เจ้าคุกเข่ายอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าทุกคนเท่านั้น”
บนอัฒจันทร์ ใบหน้าของไป๋หลิงเย็นเยียบลงทันที หนานอวี้กับหลานชิงอวี้เองก็มองเย่อ้าวเทียนราวกับกำลังมองคนตาย
เซี่ยหลานอิงขมวดคิ้ว ก่อนกล่าวเสียงเย็น
“คนผู้นี้พูดมากเกินไปแล้ว”
หลิงเยวี่ยกลับไม่ได้แสดงความกังวล นางเพียงมองยูรันซึ่งยืนฟังอยู่บนเวทีอย่างสงบนิ่ง
เย่อ้าวเทียนหยุดอยู่ห่างจากยูรันไม่ไกล ก่อนกล่าวทิ้งท้าย
“วันนี้ข้าจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่า เจ้าซึ่งอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานไม่เคยมีคุณสมบัติยืนอยู่ในระดับเดียวกับข้าตั้งแต่แรก”
ตลอดคำพูดยืดยาวทั้งหมด ยูรันเพียงยืนฟังเงียบ ๆ
ไม่โกรธ
ไม่โต้แย้ง
และไม่คิดกล่าวตอบแม้แต่คำเดียว
ยูรันยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าเย่อ้าวเทียน
ทว่าภายในใจกลับไม่ได้สงบอย่างที่ทุกคนคิด
[แย่ละ...]
[ข้าอุตส่าห์คิดเอาไว้แล้วว่าจะใช้วิชาใดจัดการเขาดี แต่ศิษย์พี่เย่พูดนานเกินไปจนข้าเผลอหลับเสียได้]
ยูรันสะดุ้งตื่น ก่อนกระแอมเบา ๆ
“แค่ก ๆ”
“ขอโทษทีนะ ศิษย์พี่เย่”
เย่อ้าวเทียนซึ่งกำลังรอคำโต้ตอบหรี่ตาลง
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“พอดีตอนแรกข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะใช้วิชาใดดี”
ยูรันอธิบายด้วยท่าทีจริงใจ
“พอคิดออกแล้ว ข้าก็เห็นว่าศิษย์พี่เย่กำลังพูดอยู่ จึงตั้งใจยืนฟังเงียบ ๆ ไม่อยากขัดจังหวะ”
“แต่ว่า...”
เขาหยุดไปเล็กน้อย
“ท่านพูดเยอะเกินไป ข้าก็เลยเผลอหลับ”
ยูรันประสานมือคารวะอย่างสุภาพ
“ข้าต้องขอโทษด้วยจริง ๆ”
ความเงียบอันน่าพิศวงปกคลุมไปทั่วทั้งลานประลอง
เย่อ้าวเทียนยืนนิ่งค้าง รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าหายไปจนหมดสิ้น
“จะ...เจ้า...”
ผู้ชมบนอัฒจันทร์เริ่มหันมองหน้ากัน
“เมื่อครู่เขาหลับหรือ?”
“ดูเหมือนจะหลับจริง ๆ...”
“เย่อ้าวเทียนพูดตั้งนาน แต่อีกฝ่ายไม่ได้ฟังเลยแม้แต่น้อยหรือ?”
“ไม่ใช่แค่ไม่ฟัง เขายังหลับทั้งที่ยืนอยู่ด้วย!”
ในที่สุดศิษย์คนหนึ่งก็กลั้นหัวเราะไม่ไหว
“ฮ่า!”
เสียงหัวเราะเพียงเสียงเดียวราวกับเปิดประตูน้ำ
“ฮ่า ๆๆๆๆ!”
“ข้าอุตส่าห์คิดว่าเขากำลังยืนข่มอารมณ์ ที่แท้ก็หลับไปแล้ว!”
“พูดข่มขู่เสียยืดยาว แต่คู่ต่อสู้กลับไม่ได้ยินสักคำ!”
เหล่าศิษย์หญิงหัวเราะจนต้องยกมือกุมท้อง ขณะที่ศิษย์ชายบางคนถึงกับตบเข่าดังฉาด
บนอัฒจันทร์ ไป๋หลิงยกมุมปากขึ้นอย่างสะใจ
หนานอวี้หัวเราะเสียงดังโดยไม่คิดรักษาภาพลักษณ์ ส่วนหลานชิงอวี้แทบกลิ้งตกจากที่นั่ง
เซี่ยหลานอิงยกมือปิดปาก แต่ไหล่ทั้งสองข้างยังคงสั่นไม่หยุด
แม้แต่หลิงเยวี่ยยังต้องยกถ้วยชาขึ้นบังรอยยิ้มของตนเอง
เจ้าสำนักหลับตาลง ก่อนถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ
[เจ้าเด็กนี่...]
[ไม่ต้องลงมือก็ทำร้ายอีกฝ่ายจนแทบกระอักเลือดได้แล้ว]
ใบหน้าของเย่อ้าวเทียนเปลี่ยนจากแดงเป็นม่วง ก่อนกลายเป็นดำคล้ำในเวลาไม่กี่อึดใจ
“ยูรัน!”
ตูม!
พลังจากกายาทรราชโลหิตคลั่งระเบิดออกจากร่างอย่างรุนแรง จนพื้นเวทีใต้ฝ่าเท้าแตกร้าว
เย่อ้าวเทียนกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำราวกับต้องการฉีกยูรันออกเป็นชิ้น ๆ
ส่วนยูรันยังคงยืนอยู่ที่เดิม ก่อนเอียงศีรษะด้วยความสงสัย
“เหตุใดต้องโกรธด้วย?”
“ข้าก็ขอโทษแล้วมิใช่หรือ?”
ยูรันไม่ได้สนใจความโกรธของอีกฝ่าย เขาก้าวขึ้นไปบนอากาศ ก่อนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
เย่อ้าวเทียนแค่นเสียงเยาะ ก่อนทะยานตามขึ้นไปทันที
“หึ! ข้าไม่ได้เหมือนพวกขยะขอบเขตสร้างรากฐานซึ่งไม่สามารถเหาะเหินได้หรอกนะ!”
“ต่อให้เจ้าคิดใช้วิชาเดิมพ่นไฟออกจากปากอีกครั้ง ผลลัพธ์ก็ไม่มีสิ่งใดแตกต่าง!”
ยูรันหยุดยืนอยู่กลางอากาศ ก่อนหันกลับมามองอีกฝ่าย
“ใครบอกว่าข้าจะใช้วิชาเดิม?”
“ข้าไม่ค่อยชอบใช้วิชาใดซ้ำไปซ้ำมา นอกเสียจากเป็นการเคลื่อนไหวพื้นฐานในชีวิตประจำวัน”
เขาส่ายหน้าเบา ๆ
“ศิษย์พี่เย่หลงตัวเองเกินไปแล้ว หากข้าคิดจัดการท่าน เหตุใดต้องใช้สิ่งที่เคยแสดงออกมาแล้วด้วย?”
ยูรันยกมือขึ้นชี้ท้องฟ้า
“ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นเอง”
“ระหว่างกายาทรราชโลหิตคลั่งของท่านซึ่งสำแดงพลังออกมาจนถึงขีดสุด กับสายฟ้าของข้า...”
รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
“สิ่งใดจะหมดพลังก่อนกัน”
“หรือบางที ท่านอาจถูกสายฟ้าของข้าผ่าจนหมดสติเสียก่อนก็ได้”
เย่อ้าวเทียนกำลังจะกล่าวตอบ แต่เสียงฟ้าร้องพลันดังกึกก้องขึ้นเหนือศีรษะ
ครืน!
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพร้อมกัน
การปะทะระหว่างเปลวเพลิงกับสายน้ำก่อนหน้านี้ได้สร้างไอน้ำจำนวนมหาศาลขึ้นสู่บรรยากาศ ส่วนวิชาเพลิงผสานคลื่นวายุต่อมาก็ยิ่งผลักความร้อนและกระแสอากาศขึ้นสู่เบื้องบน
ตลอดหนึ่งชั่วยามที่เย่อ้าวเทียนใช้พักฟื้น เมฆเหล่านั้นได้รวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง จนบัดนี้ท้องฟ้าเหนือยอดเขาหลักถูกปกคลุมด้วยเมฆดำหนาทึบ
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยูรันวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ต้น
เขายืนรออย่างใจเย็นจนกระทั่งก้อนเมฆตั้งเค้ามืดครึ้มได้ที่
ยูรันยกมือทั้งสองขึ้น ก่อนผสานมุทราเพียงครั้งเดียว
เปรี๊ยะ!
สายฟ้าสีขาวอมฟ้าพลันปะทุขึ้นรอบฝ่ามือ เส้นสายอัสนีจำนวนมากแตกแขนงออกไปทั่วอากาศ ส่งเสียงแหลมคมราวกับเสียงนกนับพันกำลังกรีดร้องพร้อมกัน
จิ๊ด! จิ๊ด! จิ๊ด!
เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ จนแสบแก้วหู
“คาถาสายฟ้า...พันปักษา”
กระแสอัสนีเหนือก้อนเมฆเริ่มเคลื่อนไหวตามมุทราของยูรัน
[อืม โคตรเท่]
เปรี้ยง!
สายฟ้าสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า
เหล่าศิษย์บนอัฒจันทร์รีบยกมือปิดหูด้วยความตกใจ
“อะไรน่ะ?!”
“นั่นมันวิชาอะไรกัน?!”
“เสียงดังชะมัด เหมือนมีนกนับพันตัวกำลังกรีดร้องอยู่ข้างหูเลย!”
“เดี๋ยวก่อน สายฟ้าในก้อนเมฆกำลังตอบสนองต่อวิชาของเขาด้วย!”
เย่อ้าวเทียนเงยหน้ามองเมฆดำเหนือศีรษะ รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไป
ยูรันมองสีหน้าของเย่อ้าวเทียน ก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ศิษย์พี่เย่ ท่านโชคดีจริง ๆ ที่ได้เผชิญหน้ากับพลังนี้”
เย่อ้าวเทียนขมวดคิ้ว
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“พลังซึ่งกำลังก่อตัวอยู่เหนือศีรษะท่านไม่ใช่วิชาของข้า”
ยูรันเงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า
“มันคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ”
“เมฆ สายลม ไอน้ำ และความร้อน ทุกสิ่งล้วนก่อตัวขึ้นตามกฎของธรรมชาติ ข้าเพียงใช้สายฟ้าเชื่อมต่อ และเหนี่ยวนำพลังเหล่านั้นให้เคลื่อนไหวตามความต้องการเท่านั้น”
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับท้องฟ้ากำลังพิโรธ
ครืน! ครืน!
“แต่เมื่อปรากฏการณ์ธรรมชาติถูกผู้ใดสักคนเหนี่ยวนำและควบคุมทิศทาง...”
ยูรันค่อย ๆ ชูมือซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยพันปักษาขึ้นสู่ท้องฟ้า
“มันก็จะเปลี่ยนเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ”
เปรี้ยง!
เส้นสายอัสนีภายในก้อนเมฆตอบสนองต่อพันปักษาทันที
สายฟ้านับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหากัน ก่อนหลอมรวมจนกลายเป็นอัสนีขนาดมหึมาซึ่งส่องสว่างไปทั่วทั้งท้องฟ้า
ก้อนเมฆหมุนวนอย่างรุนแรง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ลงมาปกคลุมทั้งยอดเขาหลัก จนเหล่าศิษย์จำนวนมากรู้สึกหายใจไม่ออก
“นะ...นั่นมันอะไร?”
“สายฟ้ากำลังมีรูปร่าง!”
ท่ามกลางแสงอัสนีสว่างจ้า เงาร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ศีรษะอันสง่างาม
เขาคู่ซึ่งสร้างขึ้นจากสายฟ้า
แผงคอที่พลิ้วไหวราวกับเปลวอัสนี
กีบเท้าทั้งสี่เหยียบย่ำอยู่เหนือก้อนเมฆ ทุกครั้งที่มันขยับ สายฟ้าก็ระเบิดออกไปทั่วท้องฟ้า
ดวงตาของสิ่งมีชีวิตนั้นค่อย ๆ เปิดขึ้น ก่อนจับจ้องเย่อ้าวเทียนซึ่งยืนอยู่เบื้องล่าง
โฮกกกกกกก!
เสียงคำรามดังก้องราวกับฟ้าผ่านับพันสายระเบิดขึ้นพร้อมกัน
ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบ
ใช่แล้ว
สิ่งที่ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าในเวลานี้คือ...
กิเลนสายฟ้า.