คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 168 ข้าทะลวงแล้ว7,093 ตัวอักษร

ตอนที่ 168 ข้าทะลวงแล้ว

ยูรันโบกมือเบา ๆ

“เรื่องจับมัดข้าเพียงล้อเล่น ไม่ต้องกลัวไป”

หนานอวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอีกครั้ง

“แต่ว่าเรื่องเสพติด ข้าพูดจริงนะ”

“...”

ร่างของหนานอวี้แข็งค้างไปทันที

ยูรันอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง

“ท่านเป็นคนบอกเองว่าหากไม่ได้มาหาข้า ท่านจะลงแดงตายมิใช่หรือ?”

“อาการเช่นนั้นก็เหมือนกับคนติดยา เมื่อไม่ได้เสพก็จะทรมานจนลงแดง อะไรทำนองนั้น”

“เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมองอย่างไร ท่านก็กำลังเสพติดจริง ๆ”

หนานอวี้หน้าแดงก่ำ

“ข้าเพียงพูดเกินจริงเพื่อให้ศิษย์พี่รองยอมมาด้วยต่างหาก!”

“อ๋อ เช่นนั้นก็หมายความว่าท่านไม่ได้ลงแดง”

ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเปิดประตูห้อง

“ถ้าเช่นนั้นกลับไปนอนได้แล้ว”

“ไม่ได้!”

หนานอวี้รีบพุ่งเข้าไปกอดแขนเขาแน่นทันที

“...”

ยูรันกับไป๋หลิงหันมามองนางพร้อมกัน

หนานอวี้ชะงัก ก่อนเหงื่อเย็นจะค่อย ๆ ไหลลงมาตามแผ่นหลัง

ยูรันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ไหนว่าไม่ได้เสพติดอย่างไรเล่า? เสพติดเห็นๆ”

“ขะ...ข้า...”

หนานอวี้อ้าปากอยู่หลายครั้ง แต่กลับหาคำแก้ตัวไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ยูรันเห็นนางหาคำแก้ตัวไม่ได้ จึงส่ายหน้าอย่างจนใจ

“เอาเถอะ เรื่องเสพติดค่อยว่ากันทีหลัง”

เขามองหนานอวี้กับไป๋หลิงสลับกัน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย

“พวกท่านลองตรวจสอบตบะของตนเองก่อน”

“ตอนนี้น่าจะใกล้ทะลวงแล้วใช่หรือไม่?”

ทั้งสองชะงัก ก่อนหลับตาลงเพื่อตรวจสอบดาราจักรภายในหัวใจของตนเองทันที.

ไป๋หลิงเป็นคนแรกที่ลืมตาขึ้น

“จริงด้วย ข้าใกล้จะทะลวงเข้าสู่ก่อแกนเอกภพขั้นสูงแล้ว”

หนานอวี้เองก็รีบตรวจสอบดาราจักรภายในหัวใจ

“ข้าก็เหมือนกัน!”

นางเงยหน้ามองยูรันด้วยความสงสัย

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

“การบำเพ็ญภายในวิถีแห่งเส้นทางดารามีความพิเศษอยู่เล็กน้อย”

ยูรันหยุดไปครู่หนึ่ง

“ข้าดันลืมบอกพวกท่านเสียได้”

“...”

ไป๋หลิงกับหนานอวี้มองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า

[เรื่องสำคัญขนาดนี้ก็ลืมด้วยหรือ?!]

“โดยปกติแล้ว การบำเพ็ญคู่จำเป็นต้องอาศัยการหลอมรวมวาสนาของทั้งสองฝ่าย”

ยูรันอธิบายต่อ

“แต่วิถีของพวกเราไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น หากข้าไม่ยินยอมให้เกิดการตั้งครรภ์ พลังส่วนนั้นจะถูกนำไปหลอมรวมกับพวกท่านโดยอัตโนมัติ”

“และความสามารถพิเศษอีกอย่างของกายเทพดาราสวรรค์ คือช่วยให้ผู้บำเพ็ญคู่กับข้าทะลวงผ่านคอขวดได้ง่ายขึ้น”

เขามองทั้งสองคนสลับกัน

“ในวิถีเดิม พวกท่านติดอยู่ที่คอขวดของขอบเขตแก่นทองคำขั้นกลางมาระยะหนึ่งแล้วมิใช่หรือ?”

ไป๋หลิงกับหนานอวี้ชะงัก ก่อนพยักหน้าพร้อมกัน

ก่อนเปลี่ยนวิถี ทั้งสองติดอยู่ในขอบเขตแก่นทองคำขั้นกลางมาเป็นเวลานาน แม้ภายหลังจะเปลี่ยนเข้าสู่วิถีแห่งเส้นทางดารา แต่อุปสรรคเดิมก็ยังคงส่งผลต่อการทะลวงเข้าสู่ก่อแกนเอกภพขั้นสูงอยู่.

ไป๋หลิงกับหนานอวี้ชะงัก ก่อนพยักหน้าพร้อมกัน

เป็นความจริงที่พวกนางสัมผัสถึงขอบเขตถัดไปมานานแล้ว แต่ไม่ว่าจะบำเพ็ญอย่างไร ดาราจักรภายในก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง

ทว่าหลังจากบำเพ็ญคู่กับยูรัน คอขวดซึ่งเคยมั่นคงกลับเริ่มคลายตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

ดวงตาของหนานอวี้พลันสว่างขึ้น

[กายเทพดาราสวรรค์นี่เป็นของดีจริง ๆ!]

แม้แต่ไป๋หลิงยังไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความสามารถนี้เหนือความคาดหมายของนางอย่างมาก

ยูรันยกมือขึ้นลูบคางอย่างครุ่นคิด

“พอพูดมาถึงตรงนี้ บางทีอาการของศิษย์พี่สามอาจเป็นผลข้างเคียงอย่างหนึ่งของกายเทพดาราสวรรค์ก็ได้”

หนานอวี้ชะงัก

“ผลข้างเคียงหรือ?”

“อืม เพราะการบำเพ็ญคู่ช่วยให้พัฒนาตบะได้รวดเร็วและทะลวงคอขวดง่ายขึ้น ร่างกายกับดาราจักรของท่านจึงอาจเริ่มโหยหาการบำเพ็ญในลักษณะนี้”

ดวงตาของหนานอวี้สว่างขึ้นทันที

“เห็นไหม!”

นางชี้เข้าหาตนเองอย่างตื่นเต้น

“ไม่ใช่ความผิดของข้าสักหน่อย เป็นผลข้างเคียงของกายเทพเจ้าต่างหาก!”

“หรืออาจเป็นเพราะศิษย์พี่สามเสพติดเองก็ได้เหมือนกัน”

ยูรันกล่าวเสริมอย่างไม่ใส่ใจ

รอยยิ้มบนใบหน้าของหนานอวี้แข็งค้างทันที

ยูรันพิจารณานางอีกครั้ง ก่อนพยักหน้าสรุป

“อืม ข้าว่าอย่างหลังมีความเป็นไปได้มากกว่า”

ไป๋หลิงพยักหน้าเห็นด้วย

“ข้าก็คิดเช่นนั้น”

“ศิษย์พี่รอง!”

เสียงประท้วงของหนานอวี้ดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง

ยูรันโบกมืออย่างไม่คิดจะถกเถียงเรื่องนี้ต่อ

“ช่างเถอะ ไม่สำคัญหรอก”

“เสพติดก็เสพติดไป ข้าไม่ได้ถือสาอะไรอยู่แล้ว”

หนานอวี้กำลังจะยิ้ม แต่ยูรันกลับกล่าวเตือนต่อ

“อย่างไรก็ตาม ท่านควรระวังเอาไว้หน่อย”

“หากเสพติดจนต้องแอบย่องมาหาข้ากลางดึกอยู่เรื่อย ๆ บางทีท่านอาจถูกใครบางคนจับมัด แล้วฝึกให้ทำได้เพียงนั่งดูจนเสร็จสมได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องสัมผัสบุรุษเลยก็ได้”

เขาเหลือบมองไป๋หลิง ก่อนพยักหน้าอย่างจริงจัง

“ซึ่งข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก”

“...”

หนานอวี้ค่อย ๆ หันไปมองศิษย์พี่รองของตนเอง

ไป๋หลิงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง

ใบหน้าของหนานอวี้พลันซีดลงทันที

ยูรันมองหนานอวี้ซึ่งกำลังหวาดระแวงไป๋หลิง ก่อนส่ายหน้า

“ถึงจะไม่ถูกหลิงเอ๋อร์จับได้ ท่านก็อาจถูกคนอื่นเล่นงานอยู่ดี”

“อย่างองค์รัชทายาทหรืออาจารย์ เป็นต้น”

หนานอวี้ชะงักไปทันที

“ลองคิดดูสิ ตอนนี้ท่านเอาชนะพวกนางไม่ได้สักคน หากถูกจับมัดขึ้นมาจะหนีออกมาได้อย่างไร?”

จากนั้นยูรันก็หันไปมองไป๋หลิง

“อย่าว่าแต่ศิษย์พี่สามเลย หลิงเอ๋อร์เองก็อาจถูกจับไปพร้อมกันได้เหมือนกัน”

รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋หลิงหายไปทันที

“ข้าด้วยหรือ?”

“อืม”

ยูรันพยักหน้า ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“แต่สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าการถูกจับมัด คือหากพวกท่านเกิดเสพติดการถูกมัดขึ้นมาด้วย”

“ตอนนั้นเรื่องจะยิ่งยุ่งยากกว่าเดิม”

ไป๋หลิงกับหนานอวี้มองหน้ากัน ก่อนขยับออกห่างจากกันเล็กน้อยโดยไม่ได้นัดหมาย

เพียงแค่เสพติดยูรันก็ยุ่งยากมากพอแล้ว

หากยังเพิ่มความชอบประหลาดขึ้นมาอีกอย่าง พวกนางคงไม่อาจแก้ตัวกับตนเองได้อีกจริง ๆ

ยูรันยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว

“ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ช่างเถอะ”

กล่าวจบ เขาก็จัดการถอดเสื้อผ้าออกจนหมด ก่อนดีดนิ้วดับแสงภายในห้องและกางม่านกันเสียงปิดล้อมพื้นที่เอาไว้

ทันทีที่ความมืดปกคลุม หนานอวี้ก็เป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปผลักเขาล้มลงบนเตียง

“คืนนี้เจ้าห้ามพูดเรื่องเสพติดอีก!”

ไป๋หลิงมองความใจร้อนของนาง ก่อนถอนหายใจอย่างจนใจ

“เจ้านี่ไม่คิดจะปิดบังอาการเลยจริง ๆ สินะ”

แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่นางก็เดินเข้าไปร่วมกับทั้งสองคนในที่สุด

รุ่งเช้าวันต่อมา

หนานอวี้สะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในดาราจักรของตนเอง

นางรีบตรวจสอบตบะอีกครั้ง ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น

“ศิษย์พี่รอง ตื่นเร็วเข้า!”

หนานอวี้เขย่าแขนไป๋หลิงไม่หยุด

“ข้าทะลวงแล้ว!”

“ข้าเข้าสู่ก่อแกนเอกภพขั้นสูงได้แล้ว!”

ไป๋หลิงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย

“เจ้าจะตะโกนทำไมแต่เช้า...”

ทว่านางกลับชะงักไปกลางประโยค เมื่อตรวจพบความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของตนเองเช่นกัน

ไป๋หลิงหลับตาลงเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

“ข้าเองก็ทะลวงแล้วเหมือนกัน”

หนานอวี้นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“กายเทพดาราสวรรค์ได้ผลจริง ๆ ด้วย!”

ยูรันซึ่งยังคงหลับอยู่ข้างกายขยับตัวเล็กน้อย

“อืม...ข้าก็บอกแล้วมิใช่หรือ?”

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“จะส่งเสียงดังทำไมกัน การที่ตบะเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องซึ่งต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว”

“สิ่งที่พวกท่านควรคิดมากกว่าคือเรื่องเมื่อคืนต่างหาก”

ยูรันพลิกตัว ก่อนกล่าวต่อทั้งที่ยังไม่ลืมตา

“หากมาหาข้าอีกครั้ง คราวหน้าพวกท่านจะถูกข้าทำอะไรเพิ่มขึ้นอีกบ้างก็ไม่รู้”

“...”

ไป๋หลิงกับหนานอวี้ชะงักพร้อมกัน

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาภายในความคิด ทั้งความดุดัน ทุกท่วงท่า การเปลี่ยนสถานที่ไปทั่วห้อง และการที่พวกนางผลัดกันช่วยเล้าโลมอีกฝ่าย

ใบหน้าของทั้งสองแดงก่ำขึ้นทันที

“เจ้าบ้าาาาาา!”

หนานอวี้ตะโกนลั่น

“เจ้ามันป่าเถื่อนที่สุด! ข้ายอมแพ้ตั้งนานแล้ว ข้าหลั่งออกมาไม่หยุด แต่เจ้าก็ยังไม่ยอมหยุดจนทุกอย่างเลอะเทอะไปหมด!”

นางยกมือปิดหน้าอกของตนเอง ก่อนบ่นด้วยสีหน้าคับแค้น

“ข้าระบมไปหมดแล้ว หน้าอกก็ยังปวดไม่หาย เจ้าจะกัดอะไรนักหนากัน!”

ไป๋หลิงเองก็มองยูรันด้วยสายตาตำหนิ

“สามี เจ้านี่จริง ๆ เลย...”

“โอ๊ย...”

ยูรันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะ

“นี่เพิ่งจะยามอิ๋นเอง นอนต่อเถอะ”

“มีเรื่องอะไรเอาไว้ตื่นแล้วค่อยว่ากัน”

หลังบ่นจนพอใจแล้ว ทั้งสองก็ขยับกลับเข้าไปใต้ผ้าห่ม ก่อนนอนกอดยูรันและหลับต่อไปอีกครั้ง

ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงบ จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเช้าค่อย ๆ ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา