ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 168 ข้าทะลวงแล้ว
ยูรันโบกมือเบา ๆ
“เรื่องจับมัดข้าเพียงล้อเล่น ไม่ต้องกลัวไป”
หนานอวี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอีกครั้ง
“แต่ว่าเรื่องเสพติด ข้าพูดจริงนะ”
“...”
ร่างของหนานอวี้แข็งค้างไปทันที
ยูรันอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง
“ท่านเป็นคนบอกเองว่าหากไม่ได้มาหาข้า ท่านจะลงแดงตายมิใช่หรือ?”
“อาการเช่นนั้นก็เหมือนกับคนติดยา เมื่อไม่ได้เสพก็จะทรมานจนลงแดง อะไรทำนองนั้น”
“เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมองอย่างไร ท่านก็กำลังเสพติดจริง ๆ”
หนานอวี้หน้าแดงก่ำ
“ข้าเพียงพูดเกินจริงเพื่อให้ศิษย์พี่รองยอมมาด้วยต่างหาก!”
“อ๋อ เช่นนั้นก็หมายความว่าท่านไม่ได้ลงแดง”
ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเปิดประตูห้อง
“ถ้าเช่นนั้นกลับไปนอนได้แล้ว”
“ไม่ได้!”
หนานอวี้รีบพุ่งเข้าไปกอดแขนเขาแน่นทันที
“...”
ยูรันกับไป๋หลิงหันมามองนางพร้อมกัน
หนานอวี้ชะงัก ก่อนเหงื่อเย็นจะค่อย ๆ ไหลลงมาตามแผ่นหลัง
ยูรันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ไหนว่าไม่ได้เสพติดอย่างไรเล่า? เสพติดเห็นๆ”
“ขะ...ข้า...”
หนานอวี้อ้าปากอยู่หลายครั้ง แต่กลับหาคำแก้ตัวไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ยูรันเห็นนางหาคำแก้ตัวไม่ได้ จึงส่ายหน้าอย่างจนใจ
“เอาเถอะ เรื่องเสพติดค่อยว่ากันทีหลัง”
เขามองหนานอวี้กับไป๋หลิงสลับกัน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“พวกท่านลองตรวจสอบตบะของตนเองก่อน”
“ตอนนี้น่าจะใกล้ทะลวงแล้วใช่หรือไม่?”
ทั้งสองชะงัก ก่อนหลับตาลงเพื่อตรวจสอบดาราจักรภายในหัวใจของตนเองทันที.
ไป๋หลิงเป็นคนแรกที่ลืมตาขึ้น
“จริงด้วย ข้าใกล้จะทะลวงเข้าสู่ก่อแกนเอกภพขั้นสูงแล้ว”
หนานอวี้เองก็รีบตรวจสอบดาราจักรภายในหัวใจ
“ข้าก็เหมือนกัน!”
นางเงยหน้ามองยูรันด้วยความสงสัย
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“การบำเพ็ญภายในวิถีแห่งเส้นทางดารามีความพิเศษอยู่เล็กน้อย”
ยูรันหยุดไปครู่หนึ่ง
“ข้าดันลืมบอกพวกท่านเสียได้”
“...”
ไป๋หลิงกับหนานอวี้มองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า
[เรื่องสำคัญขนาดนี้ก็ลืมด้วยหรือ?!]
“โดยปกติแล้ว การบำเพ็ญคู่จำเป็นต้องอาศัยการหลอมรวมวาสนาของทั้งสองฝ่าย”
ยูรันอธิบายต่อ
“แต่วิถีของพวกเราไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น หากข้าไม่ยินยอมให้เกิดการตั้งครรภ์ พลังส่วนนั้นจะถูกนำไปหลอมรวมกับพวกท่านโดยอัตโนมัติ”
“และความสามารถพิเศษอีกอย่างของกายเทพดาราสวรรค์ คือช่วยให้ผู้บำเพ็ญคู่กับข้าทะลวงผ่านคอขวดได้ง่ายขึ้น”
เขามองทั้งสองคนสลับกัน
“ในวิถีเดิม พวกท่านติดอยู่ที่คอขวดของขอบเขตแก่นทองคำขั้นกลางมาระยะหนึ่งแล้วมิใช่หรือ?”
ไป๋หลิงกับหนานอวี้ชะงัก ก่อนพยักหน้าพร้อมกัน
ก่อนเปลี่ยนวิถี ทั้งสองติดอยู่ในขอบเขตแก่นทองคำขั้นกลางมาเป็นเวลานาน แม้ภายหลังจะเปลี่ยนเข้าสู่วิถีแห่งเส้นทางดารา แต่อุปสรรคเดิมก็ยังคงส่งผลต่อการทะลวงเข้าสู่ก่อแกนเอกภพขั้นสูงอยู่.
ไป๋หลิงกับหนานอวี้ชะงัก ก่อนพยักหน้าพร้อมกัน
เป็นความจริงที่พวกนางสัมผัสถึงขอบเขตถัดไปมานานแล้ว แต่ไม่ว่าจะบำเพ็ญอย่างไร ดาราจักรภายในก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทว่าหลังจากบำเพ็ญคู่กับยูรัน คอขวดซึ่งเคยมั่นคงกลับเริ่มคลายตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ดวงตาของหนานอวี้พลันสว่างขึ้น
[กายเทพดาราสวรรค์นี่เป็นของดีจริง ๆ!]
แม้แต่ไป๋หลิงยังไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความสามารถนี้เหนือความคาดหมายของนางอย่างมาก
ยูรันยกมือขึ้นลูบคางอย่างครุ่นคิด
“พอพูดมาถึงตรงนี้ บางทีอาการของศิษย์พี่สามอาจเป็นผลข้างเคียงอย่างหนึ่งของกายเทพดาราสวรรค์ก็ได้”
หนานอวี้ชะงัก
“ผลข้างเคียงหรือ?”
“อืม เพราะการบำเพ็ญคู่ช่วยให้พัฒนาตบะได้รวดเร็วและทะลวงคอขวดง่ายขึ้น ร่างกายกับดาราจักรของท่านจึงอาจเริ่มโหยหาการบำเพ็ญในลักษณะนี้”
ดวงตาของหนานอวี้สว่างขึ้นทันที
“เห็นไหม!”
นางชี้เข้าหาตนเองอย่างตื่นเต้น
“ไม่ใช่ความผิดของข้าสักหน่อย เป็นผลข้างเคียงของกายเทพเจ้าต่างหาก!”
“หรืออาจเป็นเพราะศิษย์พี่สามเสพติดเองก็ได้เหมือนกัน”
ยูรันกล่าวเสริมอย่างไม่ใส่ใจ
รอยยิ้มบนใบหน้าของหนานอวี้แข็งค้างทันที
ยูรันพิจารณานางอีกครั้ง ก่อนพยักหน้าสรุป
“อืม ข้าว่าอย่างหลังมีความเป็นไปได้มากกว่า”
ไป๋หลิงพยักหน้าเห็นด้วย
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
“ศิษย์พี่รอง!”
เสียงประท้วงของหนานอวี้ดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง
ยูรันโบกมืออย่างไม่คิดจะถกเถียงเรื่องนี้ต่อ
“ช่างเถอะ ไม่สำคัญหรอก”
“เสพติดก็เสพติดไป ข้าไม่ได้ถือสาอะไรอยู่แล้ว”
หนานอวี้กำลังจะยิ้ม แต่ยูรันกลับกล่าวเตือนต่อ
“อย่างไรก็ตาม ท่านควรระวังเอาไว้หน่อย”
“หากเสพติดจนต้องแอบย่องมาหาข้ากลางดึกอยู่เรื่อย ๆ บางทีท่านอาจถูกใครบางคนจับมัด แล้วฝึกให้ทำได้เพียงนั่งดูจนเสร็จสมได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องสัมผัสบุรุษเลยก็ได้”
เขาเหลือบมองไป๋หลิง ก่อนพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ซึ่งข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก”
“...”
หนานอวี้ค่อย ๆ หันไปมองศิษย์พี่รองของตนเอง
ไป๋หลิงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง
ใบหน้าของหนานอวี้พลันซีดลงทันที
ยูรันมองหนานอวี้ซึ่งกำลังหวาดระแวงไป๋หลิง ก่อนส่ายหน้า
“ถึงจะไม่ถูกหลิงเอ๋อร์จับได้ ท่านก็อาจถูกคนอื่นเล่นงานอยู่ดี”
“อย่างองค์รัชทายาทหรืออาจารย์ เป็นต้น”
หนานอวี้ชะงักไปทันที
“ลองคิดดูสิ ตอนนี้ท่านเอาชนะพวกนางไม่ได้สักคน หากถูกจับมัดขึ้นมาจะหนีออกมาได้อย่างไร?”
จากนั้นยูรันก็หันไปมองไป๋หลิง
“อย่าว่าแต่ศิษย์พี่สามเลย หลิงเอ๋อร์เองก็อาจถูกจับไปพร้อมกันได้เหมือนกัน”
รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋หลิงหายไปทันที
“ข้าด้วยหรือ?”
“อืม”
ยูรันพยักหน้า ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“แต่สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าการถูกจับมัด คือหากพวกท่านเกิดเสพติดการถูกมัดขึ้นมาด้วย”
“ตอนนั้นเรื่องจะยิ่งยุ่งยากกว่าเดิม”
ไป๋หลิงกับหนานอวี้มองหน้ากัน ก่อนขยับออกห่างจากกันเล็กน้อยโดยไม่ได้นัดหมาย
เพียงแค่เสพติดยูรันก็ยุ่งยากมากพอแล้ว
หากยังเพิ่มความชอบประหลาดขึ้นมาอีกอย่าง พวกนางคงไม่อาจแก้ตัวกับตนเองได้อีกจริง ๆ
ยูรันยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว
“ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ช่างเถอะ”
กล่าวจบ เขาก็จัดการถอดเสื้อผ้าออกจนหมด ก่อนดีดนิ้วดับแสงภายในห้องและกางม่านกันเสียงปิดล้อมพื้นที่เอาไว้
ทันทีที่ความมืดปกคลุม หนานอวี้ก็เป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปผลักเขาล้มลงบนเตียง
“คืนนี้เจ้าห้ามพูดเรื่องเสพติดอีก!”
ไป๋หลิงมองความใจร้อนของนาง ก่อนถอนหายใจอย่างจนใจ
“เจ้านี่ไม่คิดจะปิดบังอาการเลยจริง ๆ สินะ”
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่นางก็เดินเข้าไปร่วมกับทั้งสองคนในที่สุด
รุ่งเช้าวันต่อมา
หนานอวี้สะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในดาราจักรของตนเอง
นางรีบตรวจสอบตบะอีกครั้ง ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
“ศิษย์พี่รอง ตื่นเร็วเข้า!”
หนานอวี้เขย่าแขนไป๋หลิงไม่หยุด
“ข้าทะลวงแล้ว!”
“ข้าเข้าสู่ก่อแกนเอกภพขั้นสูงได้แล้ว!”
ไป๋หลิงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
“เจ้าจะตะโกนทำไมแต่เช้า...”
ทว่านางกลับชะงักไปกลางประโยค เมื่อตรวจพบความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของตนเองเช่นกัน
ไป๋หลิงหลับตาลงเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
“ข้าเองก็ทะลวงแล้วเหมือนกัน”
หนานอวี้นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“กายเทพดาราสวรรค์ได้ผลจริง ๆ ด้วย!”
ยูรันซึ่งยังคงหลับอยู่ข้างกายขยับตัวเล็กน้อย
“อืม...ข้าก็บอกแล้วมิใช่หรือ?”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“จะส่งเสียงดังทำไมกัน การที่ตบะเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องซึ่งต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว”
“สิ่งที่พวกท่านควรคิดมากกว่าคือเรื่องเมื่อคืนต่างหาก”
ยูรันพลิกตัว ก่อนกล่าวต่อทั้งที่ยังไม่ลืมตา
“หากมาหาข้าอีกครั้ง คราวหน้าพวกท่านจะถูกข้าทำอะไรเพิ่มขึ้นอีกบ้างก็ไม่รู้”
“...”
ไป๋หลิงกับหนานอวี้ชะงักพร้อมกัน
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาภายในความคิด ทั้งความดุดัน ทุกท่วงท่า การเปลี่ยนสถานที่ไปทั่วห้อง และการที่พวกนางผลัดกันช่วยเล้าโลมอีกฝ่าย
ใบหน้าของทั้งสองแดงก่ำขึ้นทันที
“เจ้าบ้าาาาาา!”
หนานอวี้ตะโกนลั่น
“เจ้ามันป่าเถื่อนที่สุด! ข้ายอมแพ้ตั้งนานแล้ว ข้าหลั่งออกมาไม่หยุด แต่เจ้าก็ยังไม่ยอมหยุดจนทุกอย่างเลอะเทอะไปหมด!”
นางยกมือปิดหน้าอกของตนเอง ก่อนบ่นด้วยสีหน้าคับแค้น
“ข้าระบมไปหมดแล้ว หน้าอกก็ยังปวดไม่หาย เจ้าจะกัดอะไรนักหนากัน!”
ไป๋หลิงเองก็มองยูรันด้วยสายตาตำหนิ
“สามี เจ้านี่จริง ๆ เลย...”
“โอ๊ย...”
ยูรันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะ
“นี่เพิ่งจะยามอิ๋นเอง นอนต่อเถอะ”
“มีเรื่องอะไรเอาไว้ตื่นแล้วค่อยว่ากัน”
หลังบ่นจนพอใจแล้ว ทั้งสองก็ขยับกลับเข้าไปใต้ผ้าห่ม ก่อนนอนกอดยูรันและหลับต่อไปอีกครั้ง
ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงบ จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเช้าค่อย ๆ ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา