ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 169 เรียกข้าว่าหลานอิงก็พอ
เช้าวันต่อมา ทุกคนนั่งรับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ
ยูรันกล่าวขึ้นระหว่างคีบอาหารเข้าปาก
“อีกไม่กี่วัน ข้าจะปล่อยสัตว์อสูรทั้งหมดซึ่งจับมาออกจากกระจกด้วย”
“ปล่อยให้พวกมันอยู่ในนั้นนานเกินไปแล้ว ถึงเวลาย้ายไปอยู่ในฟาร์มสัตว์บกเสียที”
เขาหันไปมองหลานชิงอวี้
“หลังจากวางระบบสร้างหงส์ฟ้าเรียบร้อย ข้าจะออกไปรับภารกิจสักสามภารกิจ ถือเป็นการปิดงานของศิษย์ใหม่”
“ชิงอวี้ หากเจ้าคิดจะไปด้วยก็รีบฝึกก้าวพริบตาให้สำเร็จเสีย”
“ตอนนี้เหมือนจะเริ่มจับความรู้สึกได้บ้างแล้ว แต่ยังใช้ได้ไม่ค่อยดีนัก”
หลานชิงอวี้พยักหน้าอย่างจริงจัง
“ข้าจะรีบฝึกให้สำเร็จเจ้าค่ะ”
“อืม”
ยูรันจึงหันไปหาเฮยหลงกับเยว่หลิน
“ระหว่างรอชิงอวี้ฝึก ข้าจะสร้างระบบฟาร์มสัตว์บกกับโรงฟักไข่ให้เสร็จ”
“หลังจากเริ่มกระบวนการแล้ว หงส์ฟ้าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณสองสัปดาห์จึงจะถือกำเนิด”
“ช่วงนั้นพวกเจ้าสองตัวต้องระวังเอาไว้ให้ดี”
เฮยหลงชะงัก
“ต้องระวังสิ่งใดหรือขอรับ?”
“อืม ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ”
ยูรันวางตะเกียบลง ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ข้าไม่รู้ว่าวิถีสวรรค์มองการถือกำเนิดของสัตว์วิเศษซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเช่นนี้อย่างไร”
“หากวิถีสวรรค์ยอมรับก็คงไม่มีปัญหา”
“แต่หากมันไม่ชอบ บางทีอาจส่งทัณฑ์สวรรค์ลงมาในช่วงที่สัตว์วิเศษกำลังถือกำเนิด เพื่อชำระล้างหรือทดสอบพวกมัน”
มือของเฮยหลงกับเยว่หลินหยุดค้างพร้อมกัน
“แล้วทัณฑ์สวรรค์จะรุนแรงเพียงใดหรือเจ้าคะ?” เยว่หลินถาม
“ไม่รู้”
ยูรันตอบทันที
“ข้าไม่รู้ระดับความรุนแรง ไม่รู้ว่าจะมีนิมิตกี่ชั้น และไม่รู้ห่าอะไรเลยทั้งนั้น”
“เพราะฉะนั้นถึงได้บอกให้พวกเจ้าระวังเอาไว้”
สีหน้าของงูทั้งสองค่อย ๆ ซีดลง
ยูรันกลับยกตะเกียบขึ้นกินอาหารต่ออย่างสบายใจ
“แต่พูดไปแล้วก็น่าแปลก”
“ตอนนักปรุงโอสถสร้างโอสถระดับสูงขึ้นมา กลับไม่เห็นมีทัณฑ์สวรรค์ลงมาผ่าแม้แต่สายเดียว”
“พอเป็นสิ่งมีชีวิตอาจจะถูกผ่าตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตา วิถีสวรรค์นี่เลือกปฏิบัติจริง ๆ”
ทุกคนรอบโต๊ะมองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่การเลือกปฏิบัติของวิถีสวรรค์
แต่เป็นการที่ยูรันกำลังจะสร้างสิ่งมีชีวิตซึ่งอาจทำให้วิถีสวรรค์ส่งทัณฑ์ลงมาทันทีที่ถือกำเนิดต่างหาก
เซี่ยหลานอิงซึ่งยังคงเรียกเขาอย่างเป็นธรรมชาติหันมาถาม
“สามี แล้วเจ้าสร้างหงส์ฟ้าเอาไว้ทั้งหมดกี่ตัวหรือ?”
“หืม?”
ยูรันลองนับภายในใจ ก่อนเริ่มไล่ทีละชนิด
“ธาตุดินสองตัว ธาตุไฟสองตัว ธาตุน้ำสองตัว ธาตุลมสองตัว ธาตุสายฟ้าสองตัว และธาตุน้ำแข็งอีกสองตัว”
ทุกคนยังคงพยักหน้าตามได้อยู่
“จากนั้นก็มีประเภทพิเศษ ได้แก่ มายาสองตัว เหมันต์สองตัว โลหะสองตัว สุริยันสองตัว จันทราสองตัว เงาสองตัว และแสงอีกสองตัว”
การพยักหน้าของทุกคนเริ่มช้าลง
“สุดท้ายเป็นหงส์ฟ้าสองธาตุน้ำกับไฟอีกสองตัว เอาไว้ให้เจ้าสำนัก”
ยูรันยกมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ
“คู่นี้พิเศษหน่อย ถือเป็นตัวโฆษณาสินค้า ต้องทำออกมาให้โคตรเจ๋งเข้าไว้”
“...”
ไป๋หลิงลองนับจำนวนทั้งหมด ก่อนถามย้ำ
“ยี่สิบแปดตัว?”
“อืม ประมาณนั้น”
“เจ้าไม่ได้กำลังสร้างหงส์ฟ้าหนึ่งตัว แต่สร้างออกมาทีเดียวยี่สิบแปดตัวเลยหรือ?!”
“ก็ต้องทำเป็นคู่สิ”
ยูรันตอบราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
“ส่วนพวกธาตุเดี่ยว หลังจากโตเต็มวัยแล้วก็ค่อยให้พวกมันผสมข้ามสายกัน”
“บางทีลูกซึ่งถือกำเนิดออกมาอาจได้รับหลายธาตุพร้อมกันก็ได้”
“หากนำสองธาตุไปผสมกับอีกสองธาตุ แล้วลูกได้รับมาครบทั้งหมด ก็อาจกลายเป็นหงส์ฟ้าสี่ธาตุ”
ดวงตาของยูรันสว่างขึ้นเรื่อย ๆ
“จากนั้นค่อยนำพวกสี่ธาตุมาผสมกันต่อไป ไม่แน่ว่าอนาคตอาจได้หงส์ฟ้าซึ่งมีครบทุกธาตุก็ได้”
เฮยหลงกับเยว่หลินไม่ได้สนใจเรื่องหงส์ฟ้าครบทุกธาตุแม้แต่น้อย
ภายในใจของทั้งสองมีเพียงตัวเลขเดียวเท่านั้น
[ยี่สิบแปดตัว...]
[หมายความว่าอาจมีทัณฑ์สวรรค์ผ่าลงมาพร้อมกันถึงยี่สิบแปดชุดเลยมิใช่หรือ?!]
เฮยหลงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่ถูกต้อง
[ไม่ได้การ ข้าต้องถามให้ชัดเจนเสียก่อน]
มันรวบรวมความกล้า ก่อนเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“เอ่อ นายท่านขอรับ...”
“หากหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบแปดตัวถือกำเนิดพร้อมกัน นั่นไม่ได้หมายความว่าจะมีทัณฑ์สวรรค์ผ่าลงมาถึงยี่สิบแปดสายหรือขอรับ?”
ยูรันหันมามองมันด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ใครบอกว่ายี่สิบแปด?”
เฮยหลงชะงัก
“เอ๊ะ?”
“พวกมันมีสองธาตุนะโว้ย”
ยูรันยกนิ้วขึ้นสองนิ้ว
“จำนวนทัณฑ์ก็ต้องคูณสองสิ”
“...”
ใบหน้าของเฮยหลงค่อย ๆ ซีดลง
“หมายความว่า...สามสิบสองสายหรือขอรับ?”
“อืม หากวิถีสวรรค์คิดแยกตามธาตุก็น่าจะประมาณนั้น”
ฉึก!
เฮยหลงกับเยว่หลินรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าผ่ากลางใจพร้อมกัน
[ห้าสิบหกสาย!]
[นี่พวกข้ากำลังสร้างโรงฟักไข่ หรือกำลังเตรียมสถานที่ให้ทัณฑ์สวรรค์ถล่มยอดเขากันแน่?!]
ยูรันกำลังจะกินอาหารต่อ แต่จู่ ๆ ก็นิ่งค้างราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อนนะ...”
ทุกคนหันมามองเขา
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าก็ออกไปทำภารกิจไม่ได้สิวะ!”
ยูรันวางตะเกียบลง ก่อนเริ่มคำนวณอย่างรวดเร็ว
“ทัณฑ์สวรรค์ตั้งสามสิบสองสาย นี่มันพลังงานชั้นดีสำหรับใช้หล่อเลี้ยงกายเทพเลยนะ!”
ดวงตาของเขาสว่างขึ้นเพียงครู่เดียว ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง
“เห้ย เดี๋ยวก่อน...”
“ตอนนี้มีเพียงข้าที่มีกายเทพดาราสวรรค์นี่หว่า!”
ยูรันหันไปมองไป๋หลิง หนานอวี้ และหลานชิงอวี้ทีละคน
“ส่วนหลิงเอ๋อร์ ศิษย์พี่สาม และชิงอวี้ยังไม่มีกายาพิเศษเป็นของตนเองเลย”
“บ้าจริง!”
เขายกมือขึ้นกุมศีรษะ ก่อนเริ่มเดินวนไปมา
“เหลือเวลาเพียงเจ็ดวัน ข้าจะไปขโมยสายเลือดกายาพิเศษจากที่ใดมาให้พวกท่านทันกัน?!”
“...”
ทั้งโต๊ะตกอยู่ในความเงียบ
ไป๋หลิง หนานอวี้ และหลานชิงอวี้มองหน้ากัน ก่อนหันกลับไปมองยูรันด้วยสีหน้าซับซ้อน
[เหตุใดเขาจึงพูดเรื่องขโมยสายเลือดกายาพิเศษ ราวกับกำลังคิดว่าจะไปเก็บผักจากสวนที่ใดกันนะ?]
ยูรันกำลังจะกินอาหารต่อ แต่จู่ ๆ ก็นิ่งค้างราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อนนะ...”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าก็ออกไปทำภารกิจไม่ได้สิวะ!”
เขาวางตะเกียบลง ดวงตาสว่างขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ทัณฑ์สวรรค์ตั้งสามสิบกว่าสาย นี่มันพลังงานชั้นดีสำหรับใช้หล่อเลี้ยงกายเทพเลยนะ!”
แต่เพียงครู่เดียว สีหน้าของยูรันก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
“เห้ย เดี๋ยวก่อน...”
“ตอนนี้มีเพียงข้าที่มีกายเทพดาราสวรรค์นี่หว่า!”
ยูรันหันไปมองไป๋หลิง หนานอวี้ และหลานชิงอวี้ทีละคน
“ส่วนหลิงเอ๋อร์ ศิษย์พี่สาม และชิงอวี้ยังไม่มีกายาพิเศษเป็นของตนเองเลย”
“บ้าจริง! เหลือเวลาเพียงเจ็ดวัน ข้าจะไปขโมยสายเลือดกายาพิเศษจากที่ใดมาให้พวกท่านทันกัน?!”
เขาพลันชะงัก ก่อนนึกถึงคนซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกหลายพันลี้
“เชี่ย ยังมีท่านแม่ลู่ ท่านแม่ไป๋ แล้วก็ชิงถานอีก!”
“ไม่ทันแน่ ๆ”
ยูรันยกมือขึ้นกุมศีรษะ ก่อนเริ่มเดินวนไปมารอบโต๊ะ
“หรือข้าจะแวะไปรับภารกิจมาทำให้เสร็จสักหนึ่งภารกิจก่อน แล้วค่อยรีบกลับมาดูดซับทัณฑ์สวรรค์?”
ทุกคนมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า
[คนทั่วไปพยายามหาทางหลบหนีจากทัณฑ์สวรรค์...]
[แต่เขากลับกำลังจัดตารางเวลา เพื่อกลับมาดูดซับมันให้ทันหรือ?!]
เซี่ยหลานอิงมองยูรันซึ่งกำลังเดินวนไปมา ก่อนยกมือขึ้นอย่างลังเล
“เอ่อ สามี...”
“การฟักไข่จำเป็นต้องรีบร้อนถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”
“เลื่อนออกไปก่อนสักระยะไม่ได้หรือไร?”
ยูรันหยุดเดินทันที
“อืม...มันก็เลื่อนได้แหละ”
ทุกคนเงียบลง รอดูว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร
แต่ยูรันกลับชะงักไปอีกครั้ง
“ไม่สิ ต่อให้ไม่เลื่อนการฟักไข่ การหล่อเลี้ยงกายเทพก็เลื่อนออกไปได้เหมือนกันนี่หว่า”
เขาหันกลับมานั่งประจำที่ ก่อนหยิบตะเกียบขึ้นตามเดิม
“อย่างไรหงส์ฟ้าพวกนั้นก็ต้องเติบโตและให้กำเนิดลูกหลานในอนาคตอยู่แล้ว”
“หากการถือกำเนิดของพวกมันทำให้ทัณฑ์สวรรค์ปรากฏขึ้นจริง ภายหลังก็ยังมีทัณฑ์สวรรค์ลงมาให้ดูดซับอีกเรื่อย ๆ”
ยูรันถอนหายใจ ก่อนคีบอาหารเข้าปาก
“แล้วข้าจะกังวลไปทำไมกัน?”
“ไร้สาระจริง ๆ เฮ้อ...”
ทุกคนรอบโต๊ะมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า
[เมื่อครู่เจ้าเป็นคนตื่นตระหนกอยู่คนเดียวมิใช่หรือ?!]
ยูรันเหมือนนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ จึงหันไปมองหลิงเยวี่ยกับเซี่ยหลานอิง
“แล้วอาจารย์กับองค์รัชทายาทเล่า?”
“ก้าวพริบตาฝึกสำเร็จแล้วหรือยัง?”
เซี่ยหลานอิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“สามี เรียกข้าว่าหลานอิงก็พอ”
จากนั้นนางจึงตอบคำถามด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ
“ส่วนก้าวพริบตา ข้ายังไม่ได้ลองฝึกด้วยตนเอง หลังรับประทานอาหารเสร็จแล้วข้าจะลองดู”
หนานอวี้ซึ่งนั่งฟังอยู่ด้านข้างพลันคิ้วกระตุก
[อ๊าก! เพิ่งมาก็ขอให้ศิษย์น้องเรียกว่าหลานอิงแล้วหรือ?!]
[ข้าถูกศิษย์น้องจัดการไม่ยั้งถึงเพียงนั้น แต่จนถึงตอนนี้ยังเรียกเขาว่าสามีไม่ได้ด้วยซ้ำ!]
นางเหลือบมองไป๋หลิงอย่างระมัดระวัง
[ไม่ได้การ...]
[ข้าต้องหาโอกาสขออนุญาตศิษย์พี่รองให้ได้!]