คลังนิยายสัตย์สาบานแห่งดวงดาวอ่านล่าสุด

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 174 ตั้งใจยืนรอให้ฝุ่นจางเพื่อทำท่าเมื่อครู่แน่ ๆ7,545 ตัวอักษร

ตอนที่ 174 ตั้งใจยืนรอให้ฝุ่นจางเพื่อทำท่าเมื่อครู่แน่ ๆ

ครืนนนนนนนนนนนน!

เมฆทัณฑ์เหนือท้องฟ้าแยกออกเป็นสามชั้นอย่างช้า ๆ

ชั้นแรก ดวงตาสีเลือดขนาดมหึมาค่อย ๆ ลืมขึ้น รูม่านตาสีดำจับจ้องหลานชิงอวี้ราวกับมองทะลุร่างกายและจิตวิญญาณ

ชั้นที่สอง โซ่ตรวนอสนีเก้าเส้นใหญ่ราวมังกรยักษ์เลื้อยพันเป็นวงล้อเหนือก้อนเมฆ ส่งเสียงกระทบกันสนั่นฟ้าดิน

ส่วนชั้นบนสุด ท้องฟ้าพลันแยกออกจากกัน

แท่นประหารสีดำเคลื่อนออกจากรอยแยก เงาเทพโบราณนับไม่ถ้วนถูกล่ามโซ่คุกเข่ารอบแท่น เหนือขึ้นไปมีกระบี่อสนีสีดำแดงแขวนอยู่

เพียงแรงกดดันของนิมิตทั้งสามชั้น ผืนดินด้านล่างก็ทรุดตัวลงหลายจั้ง

หลานชิงอวี้หน้าซีดเผือด

“ศิษย์พี่...ข้ารู้สึกว่าวิถีสวรรค์ไม่ได้ต้องการทดสอบข้า แต่มันต้องการฆ่าข้ามากกว่าเจ้าค่ะ”

“อืม ข้าก็รู้สึกเช่นนั้น”

ยูรันก้าวขึ้นไปยืนเหนือศีรษะของนาง

“แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องรับทั้งหมด รับเพียงส่วนที่ใช้ทะลวงขั้นก็พอ ที่เหลือยกให้ข้ากับทารก”

ทันใดนั้น เนตรพิพากษาโลหิตพลันหรี่ลง

เปรี้ยงงงงงงงงง!

เสาอสนีสีแดงพุ่งจากดวงตา ฉีกอากาศจนเกิดรอยแยกสีดำ

ยูรันยื่นมือขึ้นรับ ก่อนบิดฝ่ามือเบา ๆ

เสาอสนีถูกแยกออก พลังส่วนเล็กไหลผ่านร่างเขาไปหาหลานชิงอวี้ ส่วนที่เหลือถูกดึงเข้าสู่ดาราจักร

“ตอนนี้แหละ รับเอาไว้!”

หลานชิงอวี้กัดฟัน ปล่อยให้อสนีไหลเข้าสู่ดาราจักรของตนเอง

“อึก!”

ดาราจักรภายในหัวใจหมุนเร็วขึ้น ระอองดาวถูกทัณฑ์สวรรค์บีบอัด ก่อนรวมเป็นวงโคจรดาราวงแรก

ตูม!

กลิ่นอายของนางพุ่งสูงขึ้นในคราวเดียว

ก่อวงโคจรดาราขั้นต้น!

“สำเร็จแล้วเจ้าค่ะ!”

“อืม ส่วนที่เหลือไม่เกี่ยวกับเจ้าแล้ว”

ยูรันดีดนิ้วส่งหลานชิงอวี้ออกจากเขตทัณฑ์ ไปปรากฏในอ้อมแขนไป๋หลิง

ครืนนนนนนนนนนนน!

โซ่อสนีทั้งเก้าพุ่งลงมาพันธนาการแขน ขา ลำตัว และจิตวิญญาณของยูรัน ก่อนสายฟ้านับไม่ถ้วนจะระเบิดพร้อมกัน

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

ยูรันไม่หลบแม้แต่ก้าวเดียว

ภายในดาราจักร ทารกค่อย ๆ ลืมตา ก่อนอ้าปากดูดกลืนพลังจากโซ่ทั้งเก้าอย่างตะกละตะกลาม

ทัณฑ์สวรรค์ผ่าลงมาอย่างต่อเนื่องนานถึงหนึ่งเค่อ

แรงสั่นสะเทือนแผ่ไปไกลกว่าห้าร้อยลี้

ณ ยอดเขาหลักของสำนักเมฆาจันทร์

เจ้าสำนักซึ่งกำลังเตรียมปิดด่านพลันลืมตาขึ้น

“แรงกดดันนี้...ทัณฑ์สวรรค์หรือ?!”

เปรี้ยงงงงงง!

ม่านค่ายกลทั่วสำนักสั่นสะเทือน แม้ห่างถึงห้าร้อยลี้ ทุกคนยังมองเห็นเนตรโลหิต โซ่ตรวน และแท่นประหารตรงขอบฟ้า

เจ้าสำนักพุ่งออกจากตำหนักทันที

“ทัณฑ์สวรรค์สามชั้น! ผู้ใดกำลังข้ามทัณฑ์กันแน่?!”

ผู้อาวุโสและศิษย์ทั่วสำนักขี่กระบี่ขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงแตกตื่นดังจากทุกยอดเขา

“นั่นมันดวงตาหรือ?!”

“ด้านบนยังมีโซ่ตรวนกับแท่นประหารอีก!”

“บัดซบ! ทัณฑ์ของผู้ใด เหตุใดจึงดูเหมือนกำลังประหารเทพ?!”

“ต่อให้เป็นทัณฑ์หลอมรวมเต๋าก็ไม่น่ากลัวถึงเพียงนี้!”

ในเวลานั้นเอง กระบี่อสนีสีดำแดงเหนือแท่นประหารเทพพลันหลุดออกจากโซ่

ครืนนนนนนนนนนนน!

กระบี่ขนาดมหึมาค่อย ๆ หันปลายลงมายังยูรัน

เพียงมันเคลื่อน ท้องฟ้ารอบด้านก็แตกราวกับแผ่นกระจก

เจ้าสำนักซึ่งพุ่งเข้ามาเห็นเงาร่างใต้แท่นประหารในที่สุด

“เดี๋ยวก่อนนะ...”

“เหตุใดคนที่อยู่ใต้ทัณฑ์สวรรค์ถึงเป็นเจ้าเด็กยูรันอีกแล้ว?!”

ก่อนเจ้าสำนักจะมาถึง หลิงเยวี่ยพลันส่งกระแสจิตหาทุกคน

[จำเอาไว้ ชิงอวี้เพียงกำลังทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน]

[ห้ามผู้ใดกล่าวถึงเส้นทางดารา ดาราจักรภายในหัวใจ หรือทารกสวรรค์เด็ดขาด]

ทุกคนพยักหน้ารับ

หลานชิงอวี้เก็บกลิ่นอายก่อวงโคจรดารา แล้วจำลองพลังให้คล้ายขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น

ส่วนทารกไม่ได้สำแดงร่างออกมา มันเพียงนอนอ้าปากกลืนพลังทัณฑ์อยู่ท่ามกลางดาราจักร

ไม่นานนัก เจ้าสำนักก็พุ่งมาถึง

เมื่อเห็นหลิงเยวี่ยกับคนอื่นอยู่ก่อน เขาก็รีบหยุดด้านข้าง

“ผู้อาวุโสหลิง นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!”

หลิงเยวี่ยตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“ชิงอวี้กำลังข้ามทัณฑ์สร้างรากฐาน”

“สร้างรากฐาน?!”

เจ้าสำนักมองนิมิตสามชั้นซึ่งบดบังท้องฟ้า ก่อนหันกลับมามองนาง

“เนตรพิพากษาโลหิต โซ่ตรวนเก้าสวรรค์ และแท่นประหารเทพ เป็นเพียงทัณฑ์สร้างรากฐานอย่างนั้นหรือ?!”

หลิงเยวี่ยพยักหน้า

“ใช่”

“แล้วเหตุใดยูรันจึงเป็นผู้ยืนอยู่ใต้ทัณฑ์?”

หลานชิงอวี้รีบตอบ

“ศิษย์พี่ยูช่วยข้ารับพลังส่วนที่เหลือเจ้าค่ะ”

เจ้าสำนักอ้าปากค้าง

“รับทัณฑ์สวรรค์แทนกันได้ด้วยหรือ?!”

เซี่ยหลานอิงกล่าวเสริมด้วยสีหน้าจริงจัง

“สิ่งที่เห็นก็เป็นเช่นนั้น”

เจ้าสำนักหันไปมองหลิงเยวี่ยอีกครั้ง

“ยอดเขาจันทราของพวกเจ้าฝึกวิชาอะไรกันแน่?”

หลิงเยวี่ยยกถ้วยชาซึ่งนำติดมือมาด้วยขึ้นจิบ ก่อนตอบอย่างสง่างาม

“ความลับของยอดเขา”

เจ้าสำนักแทบอยากเขย่าไหล่นางให้คำตอบหลุดออกมา

เหล่าผู้อาวุโสทยอยตามมาถึง

เพียงเห็นนิมิตสามชั้น ทุกคนก็หยุดอยู่ห่างออกไป ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้เขตทัณฑ์

“ทัณฑ์สามชั้นจริง ๆ ด้วย!”

“ผู้ใดกำลังทะลวงหลอมรวมเต๋า?”

เจ้าสำนักชี้ไปทางหลานชิงอวี้

“นางกำลังสร้างรากฐาน”

เหล่าผู้อาวุโสเงียบกริบ

“……”

ผู้อาวุโสคนหนึ่งตรวจสอบกลิ่นอายหลานชิงอวี้ซ้ำ ก่อนกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ

“สร้างรากฐานขั้นต้นจริง ๆ...”

“แต่นิมิตเช่นนี้ ต่อให้เป็นวิญญาณทารกก็ไม่มีทางรับไหว!”

“แล้วเหตุใดเด็กยูรันจึงเข้าไปยืนอยู่ตรงนั้น?”

“เขากำลังรับส่วนที่เหลือแทนนาง”

เปรี้ยงงงงงงงง!

โซ่ตรวนอสนีเส้นหนึ่งฟาดลงบนร่างของยูรันอย่างจัง

แสงสายฟ้าสว่างวาบไปทั่วฟ้า ร่างของเขาถูกอสนีกลืนหายไปในชั่วพริบตา

เหล่าผู้อาวุโสหน้าซีดเผือด

“แย่แล้ว!”

“รีบช่วยเขา!”

หลิงเยวี่ยยกมือห้าม

“ไม่จำเป็น รอดูเถอะ”

เหล่าศิษย์ซึ่งตามหลังผู้อาวุโสและศิษย์แก่นทองคำทยอยมาถึง

ผู้ที่อยู่ขอบเขตแก่นทองคำขี่กระบี่มาเอง ส่วนศิษย์ระดับต่ำกว่าต้องอาศัยเครื่องมือบินของผู้อื่น

ทันทีที่เห็นนิมิตสามชั้น ทุกคนก็ตกตะลึงจนลืมหายใจ

“นั่นคือเนตรสวรรค์หรือ?”

“ด้านบนยังมีโซ่ตรวนกับแท่นประหารอีก!”

ศิษย์คนหนึ่งชี้ไปยังเงาร่างกลางอากาศ

“ดูตรงนั้น! คนที่อยู่ใต้ทัณฑ์คือศิษย์พี่ยูรัน!”

“ข้าได้ยินว่าทัณฑ์เป็นของหลานชิงอวี้ แต่เขาเข้าไปรับส่วนที่เหลือแทนนาง!”

ศิษย์หญิงหลายคนเบิกตากว้าง

“รับทัณฑ์สวรรค์แทนผู้อื่น...”

“เขาไม่กลัวตายเลยหรือ?”

ศิษย์ชายซึ่งเคยพ่ายแพ้มีสีหน้าซับซ้อน

“ยืนรับทัณฑ์สามชั้นด้วยร่างกาย...คนผู้นี้ยังมีขีดจำกัดอยู่หรือไม่?”

ทันใดนั้น กระบี่อสนีสีดำแดงเหนือแท่นประหารเทพพลันหลุดออกจากโซ่

ครืนนนนนนนนนนนน!

เพียงปลายกระบี่หันลงมา แรงกดดันก็ทำให้กระบี่บินของเหล่าศิษย์สั่นสะเทือน

“ถอย!”

“ทุกคนรีบถอยออกจากพื้นที่!”

ผู้อาวุโสรีบกางม่านพลัง ขณะที่ศิษย์แก่นทองคำพารุ่นน้องถอยหนี

ทว่าทุกอย่างสายเกินไปแล้ว

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงง!

กระบี่ประหารเทพฟาดลงมาจากท้องฟ้า

ชั่วขณะที่ปะทะร่างยูรัน โลกพลันถูกกลืนด้วยแสงดำแดง เสียงระเบิดทำให้ภูเขาหลายสิบลี้สั่นสะเทือน

คลื่นกระแทกกวาดออกไปรอบทิศทาง!

แม้อยู่ห่างหลายสิบลี้ ศิษย์แก่นทองคำยังถูกผลักถอยกลางอากาศ กระบี่สั่นจนแทบเสียการควบคุม

ส่วนศิษย์สร้างรากฐานและหลอมรวมปราณไม่อาจทนแรงกดดันได้

“อึก!”

“อั่ก!”

หลายคนกระอักเลือดและเกือบร่วงจากกระบี่ โชคดีที่ศิษย์แก่นทองคำกับผู้อาวุโสคว้าตัวไว้ทัน

“เพียงคลื่นกระแทกยังรุนแรงถึงเพียงนี้!”

“แล้วคนซึ่งรับมันโดยตรงจะเหลืออะไร?!”

ฝุ่นควันและอสนีปกคลุมพื้นที่อยู่หลายอึดใจ

ภายในดาราจักร ทารกกลืนพลังจากกระบี่ประหารจนหมด ก่อนเรอเบา ๆ

ยูรันส่งความคิดเข้าไปถาม

[เป็นอย่างไรบ้าง ได้พลังไปเท่าไร?]

ทารกตอบอย่างพึงพอใจ

[บู้!]

[หนึ่งเดือน?]

ยูรันแทบสำลัก

[น้อยชะมัด! หากได้เพียงเท่านี้ ข้าต้องรับทัณฑ์สวรรค์เป็นพันครั้งเลยหรืออย่างไรถึงจะหล่อเลี้ยงเจ้าได้เต็มที่?]

[แถมพลังทั้งหมดก็ไม่ได้เอามาเพิ่มตบะให้ข้าเลย เจ้าเล่นกินคนเดียวจนหมด]

ทารกพลิกตัว ก่อนหลับต่ออย่างไม่สนใจ

[ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ไม่เสียเปล่า]

เมื่อฝุ่นควันจางลง เงาร่างของยูรันค่อย ๆ ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า

เขายังยืนที่เดิม เสื้อผ้าไร้รอยฉีก ร่างกายไร้บาดแผล แม้แต่เส้นผมยังไม่ยุ่ง

ยูรันปัดฝุ่นซึ่งไม่มีอยู่จริงออกจากหัวไหล่ ก่อนยืนแอ็กกลางอากาศหลายอึดใจ

“……”

ทั่วทั้งท้องฟ้าเงียบสนิท

จากนั้นยูรันจึงเหลือบมองเหล่าศิษย์ซึ่งได้รับบาดเจ็บ ก่อนแผ่กลิ่นอายอ่อนโยนออกไป

พลังอุ่นกวาดผ่านท้องฟ้า บาดแผลของเหล่าศิษย์ฟื้นตัว เลือดลมสงบลง แม้แต่ผู้ที่อ่อนแรงก็ลุกขึ้นได้อีกครั้ง

เหล่าศิษย์ก้มมองร่างกายอย่างตกตะลึง

“เขาเพิ่งรับทัณฑ์สวรรค์สามชั้นเสร็จ แต่ยังเหลือพลังมารักษาพวกเราอีกหรือ?!”

“ไม่บาดเจ็บ แถมยังไม่เหนื่อยด้วยซ้ำ!”

ศิษย์หญิงคนหนึ่งกุมหน้าอก ดวงตาเป็นประกาย

“แข็งแกร่ง หล่อเหลา และยังช่วยรักษาพวกเรา...”

“โคตรเท่!”

ศิษย์ชายด้านข้างเองก็อดพยักหน้าไม่ได้

“คราวนี้ข้าเถียงไม่ออกจริง ๆ”

“แต่เขากลับยืนปัดฝุ่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...”

เจ้าสำนักมองยูรันนิ่งอยู่หลายอึดใจ ก่อนพึมพำด้วยสีหน้าซับซ้อน

“เจ้าเด็กคนนี้...ตั้งใจยืนรอให้ฝุ่นจางเพื่อทำท่าเมื่อครู่แน่ ๆ”

หลิงเยวี่ยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“เขาเป็นเช่นนั้นแหละ”