ตอนที่ 177 เมนเดรก
แม้แต่เจ้าสำนักยังแอบมาดูว่ายูรันคิดก่อเรื่องอะไรที่หอภารกิจอีก
เดิมทีเขาตั้งใจสังเกตอยู่ห่าง ๆ แต่ยูรันกลับเห็นตั้งแต่แรก
“ท่านเจ้าสำนัก! มานี่เร็ว!”
ยูรันยกมือกวักเรียกอย่างไม่เกรงใจ
ฝูงชนรีบเปิดทางให้ทันที เจ้าสำนักจึงได้แต่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าสงสัย
“เจ้าคิดจะทำอะไรอีก?”
“เอ้า นี่ให้ท่าน”
ยูรันหยิบตุ๊กตารุ่นยืนรับทัณฑ์สวรรค์ออกมาหนึ่งตัว ก่อนยื่นให้ตรงหน้า
เจ้าสำนักรับไปโดยไม่รู้ตัว
“นี่คือสิ่งใด?”
“ตุ๊กตาไง ท่านมองเห็นเป็นอะไร?”
“……”
ยูรันชี้ไปยังตุ๊กตาในมือของเขา
“หรือจะถือว่ามันเป็นเครื่องรางก็ได้ ข้าใส่อะไรบางอย่างเอาไว้ข้างในด้วย”
เจ้าสำนักหรี่ตาลง ก่อนปล่อยสัมผัสวิญญาณเข้าไปตรวจสอบ
ภายในตุ๊กตามีค่ายกลขนาดเล็กซ่อนอยู่ มันดูดซับพลังปราณรอบด้านมารวมยังผู้ถือได้อย่างต่อเนื่องโดยแทบไม่ใช้พลังเจ้าของ
[นี่มันค่ายกลรวมปราณขนาดจิ๋ว!]
[ของชิ้นเล็กเพียงเท่านี้กลับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกได้จริงหรือ?]
เจ้าสำนักกระแอมเบา ๆ ก่อนเก็บตุ๊กตาไว้ในแขนเสื้ออย่างแนบเนียน
“อะแฮ่ม ในเมื่อเจ้าตั้งใจมอบให้ ข้าก็จะรับเอาไว้ด้วยความเต็มใจ”
ยูรันยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
[ติดกับแล้วสินะ]
จากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นไปยืนบนโต๊ะ ก่อนหันไปหาฝูงชนทั่วทั้งหอภารกิจ
“เอาละ ทุกคนฟังทางนี้!”
เสียงพูดคุยทั้งหมดเงียบลงทันที
“เดิมทีวันนี้ข้ามาเพื่อรับภารกิจของสำนัก”
ยูรันยกตุ๊กตาตัวหนึ่งขึ้นเหนือศีรษะ
“แต่ว่าข้ามีของดีนำมาให้พวกเจ้าด้วย!”
“นั่นก็คือ...ตุ๊กตาเครื่องรางของข้าเอง!”
เหล่าศิษย์เบิกตากว้าง ขณะที่ยูรันเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“ตุ๊กตาทุกตัวมีค่ายกลขนาดเล็ก ช่วยรวบรวมพลังปราณรอบตัวขณะฝึกฝนได้เล็กน้อย!”
“พกติดตัวก็ได้ วางไว้ข้างกายตอนฝึกก็ดี หรือจะเอาไปนอนกอดก็ไม่มีปัญหา!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
“ช่วยรวบรวมพลังปราณได้จริงหรือ?”
“เมื่อครู่เจ้าสำนักตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว!”
“แม้แต่เจ้าสำนักยังรับเอาไว้ แสดงว่าต้องเป็นของดีแน่นอน!”
เจ้าสำนักชะงัก ก่อนหันไปมองยูรัน
[เดี๋ยวก่อน...]
[เจ้าเด็กนี่ใช้ข้าเป็นผู้รับรองสินค้าอย่างนั้นหรือ?!]
ยูรันไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดแทรก
“สำหรับสินค้าชุดแรกซึ่งข้านำมาในวันนี้...แจกฟรี!”
ทั่วทั้งหอภารกิจเงียบไปชั่วขณะ
จากนั้นเสียงตะโกนก็ดังสนั่น
“แจกฟรี?!”
“ข้าเอา!”
“ท่านพี่ ข้าอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ!”
“โยนมาทางนี้!”
ยูรันเปิดกล่องทั้งหมด ก่อนใช้พลังจิตยกตุ๊กตาหลายร้อยตัวขึ้นกลางอากาศ
“ทุกคนได้รับคนละหนึ่งตัว ห้ามแย่งกัน!”
เขาสะบัดมือเบา ๆ
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ตุ๊กตาแต่ละตัวหายวับไปปรากฏตรงหน้าเหล่าศิษย์อย่างแม่นยำ ไม่มีตัวใดถูกส่งซ้ำหรือผิดคน
“ของวันนี้มีจำนวนจำกัด!”
“พลาดแล้วหมดเลย หากอยากได้รุ่นอื่นเพิ่มเติม ภายหลังต้องไปซื้อเอาเอง!”
เหล่าศิษย์รีบคว้าตุ๊กตาราวกับกลัวมันหายไป
“ข้าได้รุ่นกิเลนสายฟ้า!”
“ของข้าเป็นรุ่นพ่นเปลวเพลิงมังกร!”
“ข้าได้รุ่นทำอาหาร น่ารักมาก!”
ศิษย์หญิงคนหนึ่งกอดตุ๊กตารุ่นนอนเอื่อยเฉื่อยไว้กับอก
“นุ่มมาก! คืนนี้ข้าจะเอาไปนอนกอด!”
ศิษย์ชายข้างกายมองตุ๊กตารุ่นปัดฝุ่นในมือด้วยดวงตาเป็นประกาย
“เหตุใดตัวเล็กเพียงนี้ยังดูเท่ได้อีกวะ?”
เมื่อเห็นทุกคนกำลังตื่นเต้น ยูรันจึงประกาศต่อ
“ส่วนเรื่องที่พวกเจ้าอยากให้ข้าสอนวิชา ช่วงนี้ข้ายังไม่ว่าง งานบนยอดเขามีมากเกินไป”
เสียงคร่ำครวญดังขึ้นรอบด้าน
“แต่ไม่ต้องผิดหวัง!”
ยูรันยกมือห้าม
“เมื่อมีโอกาสเหมาะสม ข้าจะเปิดสอนให้ทุกคนอย่างแน่นอน!”
เสียงโห่ร้องยินดีดังทั่วหอภารกิจอีกครั้ง
เจ้าสำนักยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนก้มมองตุ๊กตาในแขนเสื้อของตนเอง
จากแจกสินค้าทดลอง ใช้เจ้าสำนักเป็นผู้รับรอง แสดงวิชาส่งวัตถุ และประกาศว่าจะเปิดสอนในอนาคต
ทุกอย่างถูกจัดการในคราวเดียว
เจ้าสำนักหันไปมองยูรันด้วยสีหน้าซับซ้อน
[เจ้าเด็กคนนี้หัวหมอจริง ๆ]
ไม่นานนัก ตุ๊กตาชุดทดลองทั้งหมดก็ถูกแจกจนหมด
เหล่าศิษย์พากันอวดรุ่นของตน บางคนถึงขั้นเสนอเหรียญวิญญาณแลกกับรุ่นที่ต้องการ
ส่วนผู้ที่มาไม่ทันได้แต่มองคนอื่นด้วยความอิจฉา
“ข้ามาช้าไปเพียงครู่เดียวเอง...”
“นั่นเป็นเครื่องรางซึ่งช่วยรวบรวมพลังปราณเชียวนะ แถมยังแจกฟรีอีก!”
“ช่างเถอะ ภายหลังยังมีวางขายมิใช่หรือ?”
ศิษย์คนนั้นกำหมัดแน่น
“อืม ตั้งแต่วันนี้ข้าจะประหยัดเหรียญวิญญาณเอาไว้ ข้าต้องซื้อรุ่นกิเลนสายฟ้าให้ได้!”
เมื่อของหมด ฝูงชนจึงแยกย้าย แม้หลายคนยังหันกลับมามองยูรันอย่างเสียดาย
เจ้าสำนักเองก็จากไปพร้อมตุ๊กตาซึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ
ภายในหอภารกิจจึงกลับมาสงบอีกครั้ง
ยูรันกับหลานชิงอวี้ไปยังกระดานภารกิจ ป้ายหยกจำนวนมากลอยเรียงหลายชั้น แยกตามความยากและประเภทงาน
ยูรันกวาดตามองคร่าว ๆ ก่อนถอยออกมาเปิดทางให้นาง
“เจ้าเลือกเอาเลย อยากทำภารกิจไหนก็หยิบมา”
เขายกนิ้วขึ้นสามนิ้ว
“เลือกมาสักสามภารกิจ จะได้ทำให้เสร็จพร้อมกันทีเดียว”
หลานชิงอวี้มองแผ่นป้ายหยกนับร้อยตรงหน้า ก่อนหันกลับมาถาม
“ให้ข้าเป็นคนเลือกทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ?”
“อืม เลือกตามใจชอบ”
ยูรันหยิบตุ๊กตารุ่นนอนเอื่อยเฉื่อยออกมาเล่นระหว่างรอ
“ขอเพียงสถานที่ไม่อยู่คนละทิศจนต้องเดินทางอ้อมไปอ้อมมาก็พอ”
หลานชิงอวี้เลือกอยู่นาน แต่ไม่พบภารกิจถูกใจ
บางภารกิจอยู่ไกล บางงานใช้เวลาหลายวันหรือให้รางวัลไม่คุ้มค่าเดินทาง
จนกระทั่งนางเหลือบไปเห็นป้ายหยกแผ่นหนึ่ง
ภารกิจจับเป็น: นกปีศาจลิ้นมนุษย์
ระดับที่แนะนำ: สร้างรากฐาน
สถานที่: หมู่บ้านหุบเขาเสียงสะท้อน
เป้าหมายสามารถเลียนแบบเสียงมนุษย์และกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญ ชอบขโมยธัญพืชวิญญาณกับสิ่งของแวววาว ห้ามสังหาร
รางวัล: แปดร้อยเหรียญวิญญาณ
หลานชิงอวี้หยิบป้ายออกมา
“อันนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ? เหมาะสำหรับผู้บำเพ็ญสร้างรากฐานพอดี”
ยูรันอ่านข้อความบนป้าย ก่อนขมวดคิ้ว
“นกปีศาจพูดได้...”
เขาลูบคางอย่างครุ่นคิด
“ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงนกแก้ว แล้วชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนกปีศาจหรอกนะ?”
“คงไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ”
หลานชิงอวี้พลิกดูข้อมูลด้านหลังป้าย
“ศิษย์สี่กลุ่มเคยรับไปแต่ล้มเหลว เพราะมันเลียนเสียงผู้อาวุโสจนพวกเขาหลงทางและต่อสู้กันเองเจ้าค่ะ”
ยูรันเลิกคิ้ว
“เลียนได้แม้กระทั่งกลิ่นอายด้วยหรือ?”
“ในรายงานเขียนไว้เช่นนั้นเจ้าค่ะ”
“อืม เช่นนั้นก็น่าสนใจ”
ยูรันรับป้ายภารกิจมาเก็บไว้
“เลือกอันนี้แหละ หากจับมาแล้วพบว่าไม่ใช่สัตว์อันตราย พวกเราก็เอามาเลี้ยงไว้ที่โรงฟักไข่ได้”
หลานชิงอวี้มองเขาอย่างสงสัย
“ศิษย์พี่คิดจะเลี้ยงมันไว้ทำอะไรเจ้าคะ?”
“ฝึกให้มันช่วยประกาศขายตุ๊กตา”
“……”
“สัตว์พูดได้ซึ่งเลียนเสียงข้าได้ ย่อมเรียกลูกค้าได้ดีกว่าป้ายธรรมดาไม่ใช่หรือ?”
หลานชิงอวี้ค้นหาอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนพบป้ายหยกเก่าแผ่นหนึ่งซ่อนอยู่ตรงมุมล่างสุดของกระดาน
บนป้ายมีฝุ่นเกาะหนา เห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้ใดยอมรับภารกิจนี้มานานแล้ว
ภารกิจกำจัดรากครวญวิญญาณ
สถานที่: สวนสมุนไพรร้าง ป่าหมอกคราม
จำนวน: อย่างน้อยสามร้อยต้น
ระดับที่แนะนำ: แก่นทองคำ
คำเตือน: พืชชนิดนี้จะส่งเสียงกรีดร้องเมื่อถูกถอน เสียงสามารถทะลวงม่านพลังและโจมตีจิตวิญญาณโดยตรง
รางวัล: สามพันเหรียญวิญญาณและสิทธิ์เลือกเมล็ดสมุนไพรจากตำหนักโอสถ
หลานชิงอวี้อ่านรายละเอียดแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ภารกิจนี้ให้รางวัลสูงมาก แต่ไม่มีผู้ใดกล้ารับเจ้าค่ะ”
“ศิษย์แก่นทองคำเคยลองแล้ว แต่ยังถอนไม่ถึงสิบต้นก็หมดสติ บางคนต้องรักษาจิตวิญญาณนานหลายเดือน”
ยูรันกลับจ้องภาพวาดบนป้ายหยกด้วยสีหน้าประหลาด
รากมีรูปร่างคล้ายหัวผักกาดอ้วนกลม แขนขาสั้น และมีใบหน้ามนุษย์หลับตาอยู่
“หญ้าซึ่งส่งเสียงกรีดร้องตอนถูกถอน...ต้นเมนเดรก?”
หลานชิงอวี้หันมามอง
“อะไรคือต้นเมนเดรกเจ้าคะ?”
“มันมีรูปร่างคล้ายหัวผักกาดขาว ลำต้นส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน มีใบหน้าแล้วก็ชอบนอน”
ยูรันชี้ไปยังภาพบนป้าย
“หากมีผู้ใดดึงมันขึ้นมา มันจะตื่นแล้วส่งเสียงกรีดร้องดังจนแก้วหูแทบแตก ต่อให้กางม่านพลังก็ป้องกันไม่ได้”
“นั่นแหละ เมนเดรก”
หลานชิงอวี้มองภาพ ก่อนกล่าวอย่างไม่แน่ใจ
“แต่ข้าว่ามันคือรากครวญวิญญาณนะเจ้าคะ ในตำราสมุนไพรเขียนไว้เช่นนั้น”
“ไม่ ข้าเรียกมันว่าเมนเดรก”
“แต่มันมีชื่ออยู่แล้วนะเจ้าคะ”
“ชื่อยาวเกินไป เมนเดรกเรียกง่ายกว่า”
“……”
ยูรันหยิบป้ายภารกิจออกมาทันที
“เลือกอันนี้แหละ ภารกิจดูยากเพราะพวกเขาไม่รู้วิธีจัดการ หากรู้หลักแล้ว การถอนมันก็ไม่ได้ลำบากอะไร”
จากนั้นหลานชิงอวี้ก็เลือกป้ายภารกิจแผ่นสุดท้าย
ภารกิจจับเป็นราชินีผึ้งหยกจันทรา
สถานที่: สวนผลไม้วิญญาณร้าง ริมป่าหมอกคราม
ระดับที่แนะนำ: สร้างรากฐานขั้นสูง
คำเตือน: ห้ามสังหารราชินีผึ้ง
รางวัล: หนึ่งพันสองร้อยเหรียญวิญญาณ
ดวงตาของยูรันสว่างขึ้น
“เอาอันนี้ด้วย”
“นกแก้วหนึ่งตัว เมนเดรกสามร้อยต้น และราชินีผึ้งหนึ่งตัว”
เขารวบป้ายภารกิจทั้งสามเอาไว้
“สถานที่ทั้งหมดอยู่ใกล้กัน ทำเสร็จพร้อมกันได้พอดี”
หลานชิงอวี้อดแก้ไม่ได้
“นกปีศาจลิ้นมนุษย์ รากครวญวิญญาณ และราชินีผึ้งหยกจันทราเจ้าค่ะ”
“อืม ตามที่ข้าพูดนั่นแหละ”