คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 179 เอาเถอะ ภารกิจทั้งหมดเสร็จแล้ว ไปกันได้แล้ว7,790 ตัวอักษร

ตอนที่ 179 เอาเถอะ ภารกิจทั้งหมดเสร็จแล้ว ไปกันได้แล้ว

ยูรันมองฝูงผึ้งซึ่งกำลังล้อมเข้ามา ก่อนยกมุมปากขึ้น

“ดูวิธีจัดการของข้าให้ดีนะ”

เขาเอื้อมมือเด็ดดอกไม้จากต้นข้างกาย แล้วส่งพลังปราณเข้าไปเล็กน้อย กลิ่นหอมเข้มข้นพลันแผ่กระจายออกจากกลีบดอก

ผึ้งงานตัวแรกหยุดชะงัก หนวดบนศีรษะสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนบินเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว

ยูรันยื่นดอกไม้ให้มัน

“พวกแกมีสองทางเลือก”

เขายกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว

“หนึ่ง ดมดอกไม้นี่แล้วพาราชินีไปกับข้า”

จากนั้นจึงยกนิ้วที่สอง

“สอง กลายเป็นปุ๋ยให้สวนผลไม้ของข้า”

“……”

หลานชิงอวี้มองเขาสลับกับฝูงผึ้งด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

“ศิษย์พี่เจ้าคะ พวกมันจะเข้าใจภาษามนุษย์หรือ?”

“ไม่รู้สิ”

“แล้วเหตุใดท่านจึงข่มขู่พวกมันเล่า?!”

“เผื่อเข้าใจไง”

ผึ้งงานบินวนรอบดอกไม้อยู่สองรอบ ก่อนลงไปเกาะบนกลีบดอกแล้วดูดน้ำหวานอย่างระมัดระวัง

หึ่ง!

ทันใดนั้น มันก็หันกลับไปส่งเสียงหาฝูงผึ้งด้านหลัง

ผึ้งหยกจันทราหลายร้อยตัวค่อย ๆ ลดเหล็กในลง ก่อนแยกออกจากกันเป็นทางยาวเข้าไปในส่วนลึกของหมอก

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“เห็นไหม พวกมันเลือกข้อหนึ่ง”

หลานชิงอวี้เบิกตากว้าง

“พวกมันเข้าใจจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”

“อาจไม่เข้าใจคำพูด แต่สัตว์ทุกชนิดเข้าใจเจตนาฆ่ากับของกินดีอยู่แล้ว”

ยูรันถือดอกไม้เดินผ่านฝูงผึ้งไปอย่างสบายใจ

“ไปเถอะ พวกมันกำลังพาเราไปหาราชินี”

เมื่อเดินลึกเข้าไปในหมอก ทั้งสองก็พบต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางสวน

รังผึ้งสีเขียวโปร่งใสเกาะคลุมลำต้นไปเกือบครึ่ง ภายในมีน้ำผึ้งสีเงินไหลเวียนตามช่องรังราวกับแสงจันทร์เหลว

ตรงปากทางเข้ามีราชินีผึ้งหยกจันทรานอนอยู่

ร่างของมันใหญ่เกือบเท่าสุนัข ส่วนท้องอวบยาวปกคลุมด้วยเกราะหยกสีเขียว ปีกทั้งสองข้างมีลวดลายพระจันทร์เต็มดวงสีเงิน กลิ่นอายของมันอยู่ถึงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงสุด

เมื่อเห็นมนุษย์แปลกหน้าสองคน ราชินีผึ้งลุกขึ้นทันที

หึ่งงงงง!

ฝูงผึ้งโดยรอบยกเหล็กในขึ้นพร้อมกัน

ยูรันกลับเดินเข้าไปหาราวกับไม่เห็นท่าทีคุกคามเหล่านั้น

“ไปกับข้าเถอะ”

ราชินีผึ้งเอียงศีรษะมองเขา

“ข้ากำลังสร้างทั้งสวนผลไม้วิญญาณกับสวนสมุนไพรวิญญาณ พวกแกจะมีดอกไม้ให้เก็บน้ำหวานตลอดทั้งปี”

ยูรันยกมือสร้างภาพจำลองของยอดเขาจันทราขึ้นกลางอากาศ ภายในมีสวนขนาดใหญ่ แหล่งน้ำ ระบบควบคุมอุณหภูมิ และตำแหน่งสำหรับสร้างรังผึ้งโดยเฉพาะ

“ข้าจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้ด้วย แข็งแรง ทนทาน ป้องกันทั้งฝน ลม สัตว์อสูร และผู้ที่คิดจะมาขโมยน้ำผึ้ง”

ราชินีผึ้งมองภาพสวนตรงหน้า หนวดทั้งสองเริ่มขยับอย่างสนใจ

ยูรันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงใจเย็น

“แต่หากไม่ยอมไป...”

เขาลูบคางครุ่นคิด

“อืม ราชินีผึ้งดองสุราน่าจะใช้ได้ ส่วนผึ้งที่เหลือก็เอาไปทำปุ๋ย”

ร่างของราชินีผึ้งแข็งค้างทันที

หลานชิงอวี้หันมามองเขาด้วยสีหน้าประหลาด

“ศิษย์พี่ ผึ้งสามารถนำไปดองสุราได้ด้วยหรือเจ้าคะ?”

“ทุกอย่างดองได้ทั้งนั้นแหละ อยู่ที่ว่าจะอร่อยหรือไม่”

“……”

ราชินีผึ้งรีบส่งเสียงหึ่ง ก่อนคลื่นความคิดเลือนรางจะส่งเข้ามาหายูรัน

[ดอกไม้...มากจริงหรือ?]

“ไม่แน่ใจแต่ปลูกเพิ่มได้”

[ไม่ทำร้ายลูกของข้า?]

“อืม ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่อย่าซัดกันดีที่สุดข้าขี้เกียจมาแก้ปัญหา”

[น้ำผึ้ง...]

“ก็แบ่งกันสิ ถ้าข้าอยากได้ข้าก็จะเอาแต่ไม่เยอะหรอก”

ราชินีผึ้งครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนพับปีกลงแล้วก้มศีรษะให้เขา

ฝูงผึ้งทั้งหมดลดเหล็กในลงตามทันที

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ตกลงตามนี้”

หลานชิงอวี้มองภาพตรงหน้าอย่างพูดไม่ออก

“ภารกิจเขียนว่าให้จับเป็นราชินีผึ้งนะเจ้าคะ”

“ข้าก็จับได้แล้วนี่”

“แต่นี่ดูเหมือนการข่มขู่ให้ย้ายไปทำงานบนยอดเขามากกว่า”

“เรียกว่าการรับสมัครคนงานพร้อมสวัสดิการที่พัก”

ยูรันแก้ไขด้วยสีหน้าจริงจัง

“ฟังดูดีกว่ากันเยอะ”

ยูรันยกมือขึ้น ก่อนเรียกกระจกเทพสัจธรรมโบราณออกมา

แสงสว่างสายหนึ่งพุ่งออกจากร่าง ก่อนกระจกจะลอยขึ้นกลางอากาศและแสดงร่างมนุษย์ออกมา

“นายท่านเรียกข้าหรือขอรับ?”

ยูรันชี้ไปยังรังผึ้งขนาดมหึมา

“เก็บพวกมันเข้าไปก่อน ระวังอย่าทำรังเสียหาย แล้วแยกพื้นที่ไว้ให้ด้วย”

“รับทราบขอรับ”

กระจกโค้งคำนับ ก่อนปล่อยแสงโปร่งใสครอบคลุมต้นไม้ทั้งต้น

ราชินีผึ้งส่งเสียงเรียก ฝูงผึ้งทั้งหมดจึงรีบบินกลับเข้าไปในรัง ไม่นานต้นไม้ รังผึ้ง ราชินี และฝูงผึ้งหยกจันทราก็หายเข้าไปในมิติกระจกพร้อมกัน

หลานชิงอวี้มองพื้นที่ว่างตรงหน้า

“ศิษย์พี่เอาไปทั้งต้นเลยหรือเจ้าคะ?”

“หากตัดรังออกมา น้ำผึ้งกับตัวอ่อนอาจเสียหาย ยกไปทั้งต้นง่ายกว่า”

ยูรันเก็บกระจกกลับเข้าร่าง ก่อนนำป้ายภารกิจขึ้นมาตรวจสอบ

อักขระบนป้ายสว่างขึ้น แสดงว่าเงื่อนไขจับเป็นราชินีผึ้งเสร็จสมบูรณ์แล้ว

“เอาละ เหลือเมนเดรกสามร้อยต้น”

เขากวาดสัมผัสออกไปโดยรอบ

“สวนสมุนไพรร้างน่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ภารกิจทั้งสองอยู่ริมป่าหมอกครามเหมือนกัน”

ทั้งสองเดินตามเส้นทางเก่าซึ่งเต็มไปด้วยวัชพืชลึกเข้าไปอีกหลายลี้

ไม่นาน ซากกำแพงหินกับเรือนเพาะปลูกที่พังทลายก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอก ป้ายไม้เหนือประตูเหลืออักษรคำว่า “สวนโอสถ” อยู่เพียงครึ่งเดียว

ภายในแปลงสมุนไพรมีใบไม้สีเขียวเข้มขึ้นหนาแน่นนับพันต้น ใต้พื้นดินสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจิตวิญญาณอันแปลกประหลาด

ยูรันย่อตัวลงแตะใบของต้นหนึ่งเบา ๆ

ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นไหว ก่อนเสียงงัวเงียจะดังลอดขึ้นมาจากใต้ดิน

“อือ...”

หลานชิงอวี้รีบดึงมือเขาออก

“ศิษย์พี่ อย่าเพิ่งปลุกมันนะเจ้าคะ!”

ยูรันกวาดตามองใบไม้ซึ่งขึ้นปกคลุมทั่วทั้งแปลง

“นี่สินะเมนเดรก”

เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนยกมือขึ้น

“อืม ดูให้ดี วิธีเก็บมันง่ายมาก”

พลังจิตมหาศาลแผ่ปกคลุมสวนสมุนไพรทั้งแห่ง

ครืนนนนนนนน!

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนรากครวญวิญญาณนับพันต้นจะถูกดึงขึ้นจากดินพร้อมกันในคราวเดียว

รากของพวกมันมีรูปร่างคล้ายเด็กตัวอ้วน ผิวขาวอมเหลือง แขนขาสั้น และมีใบหน้าของมนุษย์แตกต่างกันไป

หลานชิงอวี้เห็นภาพนั้นก็ตาเหลือก

“ศิษย์พี่! ท่านถอนทั้งหมดขึ้นมาพร้อมกัน หากพวกมันกรีดร้อง พวกเราจะหูหนวกกันหมดนะเจ้าคะ!”

เมนเดรกทั้งหมดค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

ต้นหนึ่งซึ่งมีใบสีแดงและตัวใหญ่กว่าพวกเดียวกันสูดลมหายใจเข้าจนท้องพอง ก่อนอ้าปากเตรียมส่งเสียงกรีดร้อง

ยูรันหายวับไปปรากฏตรงหน้า

เพียะ!

ฝ่ามือตบเข้าที่แก้มของมันจนใบหน้าหันไปอีกด้าน

เมนเดรกใบแดงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันกลับมาอ้าปากอีกครั้ง

เพียะ!

เพียะ!

เพียะ!

เพียะ!

เสียงตบดังสนั่นไปทั่วสวนสมุนไพร ใบหน้าของมันบวมปูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมนเดรกอีกนับพันต้นซึ่งกำลังจะกรีดร้องต่างอ้าปากค้าง ไม่มีต้นใดกล้าส่งเสียงออกมา

ทว่าเมนเดรกใบแดงกลับไม่ยอมแพ้

มันกัดฟัน ก่อนส่งเสียงกรีดร้องออกมาทั้งที่ใบหน้าบวมเป่ง

“กรี๊ดดดดดดดดด!”

ยูรันหรี่ตามองมัน

“อ้อ เป็นพวกหัวแข็งสินะ”

เขาสร้างฝ่ามือพลังขึ้นมาหลายสิบข้าง แล้วปล่อยให้พวกมันลอยล้อมรอบเมนเดรกต้นนั้น

เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!

เสียงตบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ทุกครั้งที่เมนเดรกใบแดงพยายามอ้าปาก ฝ่ามือจะตบเข้ามาจากคนละทิศทางพอดี

เวลาผ่านไปหนึ่งเค่อเต็ม

ใบหน้ากลมอ้วนของมันบวมจนแทบมองไม่เห็นดวงตา น้ำตาสองสายไหลอาบแก้ม ขณะที่ปากส่งเสียงสะอื้นอย่างน่าสงสาร

“ฮึก...ฮือ...”

ยูรันยกมือขึ้น ฝ่ามือพลังทั้งหมดจึงหยุดลงพร้อมกัน

“ยังอยากร้องอีกไหม?”

เมนเดรกใบแดงรีบส่ายหน้ารัว ๆ ก่อนยกมือสั้นป้อมขึ้นปิดปากตัวเองแน่น

ยูรันจึงหันไปมองเมนเดรกต้นอื่น

“แล้วมีใครอยากร้องอีกหรือเปล่า?”

เมนเดรกนับพันต้นส่ายหน้าพร้อมกันอย่างรุนแรง บางต้นถึงขั้นใช้มือปิดปากเพื่อนข้าง ๆ ป้องกันไม่ให้เผลอส่งเสียง

“ดีมาก”

ยูรันเรียกกระจกออกมา ก่อนเปิดทางเข้าสู่มิติด้านใน

“เข้าแถวแล้วเดินเข้าไปทีละต้น ห้ามแตกแถว ห้ามส่งเสียง ใครร้องจะได้รับบทเรียนเหมือนเจ้าตัวใบแดงจากหนึ่งเค่อเป็นครึ่งชั่วยาม”

เมนเดรกทั้งหมดรีบเรียงแถววิ่งเข้าไปในกระจกอย่างว่าง่าย แม้แต่ต้นใบแดงซึ่งถูกตบจนหน้าบวมก็ยังพยายามคลานตามเข้าไปเป็นต้นแรก

หลานชิงอวี้มองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าว่างเปล่า

“นี่คือวิธีเก็บซึ่งศิษย์พี่พูดถึงหรือเจ้าคะ?”

“ใช่”

ยูรันตอบอย่างเป็นธรรมชาติ

“ปัญหาคือพวกมันร้องตอนถูกถอน เช่นนั้นก็ทำให้พวกมันไม่กล้าร้อง แค่นี้ก็จบแล้ว”

หลานชิงอวี้มองเมนเดรกใบแดงซึ่งกำลังคลานเข้ากระจกทั้งน้ำตา

“ข้าคิดว่าท่านจะใช้วิชาป้องกันเสียง หรือทำให้พวกมันหลับเสียอีกนะเจ้าคะ”

“ตบง่ายกว่าเยอะ”

ยูรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“ความจริงยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือเอาพวกมันไปแช่น้ำพุร้อน”

หลานชิงอวี้ชะงัก

“แช่น้ำพุร้อนหรือเจ้าคะ?”

“อืม พอร่างกายอบอุ่นและรู้สึกสบาย พวกมันจะผ่อนคลายจนยอมให้ถอนออกจากดินเอง ทั้งยังไม่ส่งเสียงกรีดร้องด้วย”

“แล้วเหตุใดพวกเราจึงไม่ใช้วิธีนั้นเล่าเจ้าคะ?!”

ยูรันชี้ไปยังเมนเดรกนับพันต้น

“เพราะมันช้า จะให้ข้าเตรียมน้ำ อุ้มลงแช่ แล้วคอยเอาใจทีละต้นหรืออย่างไร?”

เขาเก็บกระจกกลับเข้าร่าง

“เสียเวลาเกินไป พวกเรายังต้องไปตำหนักโอสถอีก”

หลานชิงอวี้หันกลับไปมองสวนสมุนไพรซึ่งถูกถอนจนโล่ง ก่อนถอนหายใจ

“บางครั้งข้าก็สงสารศัตรูของศิษย์พี่นะเจ้าคะ”

“พวกมันเป็นสมุนไพร ไม่ใช่ศัตรู”

“นั่นยิ่งแย่กว่าเดิมอีกเจ้าค่ะ...”

ยูรันโบกมือ

“เอาเถอะ ภารกิจทั้งหมดเสร็จแล้ว ไปกันได้แล้ว”

ทั้งสองก้าวออกจากสวนสมุนไพรร้าง ก่อนมุ่งหน้าไปยังตำหนักโอสถทันที