ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 184 โอสถระดับแปดสิบเม็ด
หลังรับประทานอาหารเสร็จ ผู้อาวุโสซูก็พาทุกคนไปยังห้องหลอมโอสถขนาดใหญ่ของตำหนัก
ข่าวว่ามีคนคิดจะหลอมโอสถระดับเจ็ดต่อหน้าสาธารณะเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว เหล่านักปรุงโอสถ ศิษย์ฝึกงาน และผู้อาวุโสจึงเริ่มเดินทางมารวมตัวกัน
ระหว่างรอ ยูรันยืนตรวจสอบสูตรทั้งหมดอยู่หน้าโต๊ะ
[มีแต่ขยะ...]
[ข้าจะเลือกสูตรใดมาใช้ได้บ้างเนี่ย?]
เขาเลื่อนผ่านสูตรโอสถระดับเจ็ดหลายชนิด จนกระทั่งพบแผ่นหยกเก่าแผ่นหนึ่งถูกวางปะปนอยู่ด้านล่าง
[เดี๋ยวก่อน สูตรนี้ระดับแปดหรือ?]
[หากหลอมโอสถระดับแปดสำเร็จ จะมีทัณฑ์สวรรค์ลงมาหรือเปล่า?]
[ต้องลองดูสักครั้ง]
ชื่อของโอสถคือ โอสถเกราะสวรรค์หนุนเต๋า
สรรพคุณหลักของมันคือช่วยทะลวงขอบเขต พร้อมสร้างเกราะพลังยาป้องกันทัณฑ์สวรรค์
- ผู้บำเพ็ญหลอมรวมปราณใช้เพียงหนึ่งในสิบส่วน สามารถทะลวงสร้างรากฐานได้แน่นอน ทั้งยังมีรากฐานมั่นคง
- ผู้บำเพ็ญสร้างรากฐานใช้หนึ่งในห้าส่วน สามารถก่อแก่นทองคำไร้ตำหนิได้โดยไม่มีความเสี่ยง
- ผู้บำเพ็ญแก่นทองคำใช้ครึ่งเม็ด สามารถก่อกำเนิดวิญญาณทารกได้ทันที
- ผู้บำเพ็ญวิญญาณทารกใช้เต็มเม็ด มีโอกาสทะลวงแปลงเทพแปดส่วน
- ผู้บำเพ็ญแปลงเทพใช้เต็มเม็ด มีโอกาสทะลวงหลอมสุญญตาหกส่วน
ส่วนเกราะพลังยาสามารถป้องกันทัณฑ์สวรรค์ของการก่อแก่นทองคำและวิญญาณทารกได้ทั้งหมด ลดความเสียหายจากทัณฑ์แปลงเทพได้แปดส่วน และลดทัณฑ์หลอมสุญญตาได้ครึ่งหนึ่ง
ยูรันอ่านจบ ก่อนพยักหน้า
[อืม แม้สูตรจะมีข้อผิดพลาดอยู่มาก แต่แนวคิดยังพอใช้ได้]
[เลือกอันนี้แล้วกัน อย่างน้อยก็มีประโยชน์กว่าขยะระดับเจ็ดพวกนั้น]
เขานั่งลงข้างเตาหลอมเพื่อรอวัตถุดิบกับผู้ชม
ทว่ายังไม่ทันเริ่มหลอม ศีรษะของเขาก็ค่อย ๆ เอนพิงพนักเก้าอี้
ไม่นานนักก็หลับสนิท
ผู้คนจากทั่วตำหนักโอสถทยอยเข้ามาจนที่นั่งรอบห้องหลอมแทบเต็ม เสียงซุบซิบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“คนที่กำลังหลับอยู่คือผู้ที่จะหลอมโอสถระดับเจ็ดหรือ?”
“เขาเป็นใคร เหตุใดข้าไม่เคยเห็นมาก่อน?”
“ได้ยินว่าเป็นศิษย์น้องของเซียวซินเยวี่ย และยังบอกว่าสูตรโอสถระดับเจ็ดของพวกเราคือขยะด้วย”
“โอหังเกินไปแล้ว!”
“อีกเดี๋ยวหากเตาหลอมระเบิด ข้าจะคอยดูว่าเขายังพูดเช่นนั้นได้หรือไม่”
ศิษย์ฝึกงานอีกกลุ่มกลับมองยูรันด้วยความสงสัย
“เหตุใดเขาถึงหลับได้สบายใจขนาดนั้น?”
“บางทีอาจกำลังทำสมาธิเตรียมจิตใจก่อนหลอมโอสถ”
หลานชิงอวี้ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินแล้วเกือบหลุดหัวเราะ
[ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ...]
[ศิษย์พี่เพียงหลับจริง ๆ เท่านั้น]
ศิษย์ผู้หนึ่งเพ่งมองยูรันอยู่นาน ก่อนเบิกตากว้างราวกับนึกอะไรขึ้นได้
“ข้านึกออกแล้ว! ข้าเคยเห็นเขาในแดนลับพร้อมกับผู้อาวุโสซู!”
ทุกคนรอบข้างรีบหันมามอง
“เขาคือคนที่พนันจนผู้อาวุโสจากสำนักกระบี่ถูกถอนฟันร่วงหมดปาก!”
“แถมยังเดินฝ่าค่ายกลเข้าไปเฉย ๆ จนค่ายกลระเบิดพังทั้งหมด ไม่สิ...ตอนนั้นเขายังหันกลับมาถามด้วยว่าค่ายกลอยู่ตรงไหน!”
“ข้ายังจำได้ เขาเป็นคนเตะงูยักษ์สองตัวจนกระเด็น แล้วเปิดทางให้พวกเราเข้าไปเก็บสมบัติด้านใน!”
เสียงซุบซิบภายในห้องหลอมโอสถพลันดังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“ที่แท้เป็นเขาเองหรือ?!”
“ข้าได้ยินว่าเขาพบผู้อาวุโสซูเพียงไม่กี่วัน ก็สามารถทำให้นางวิ่งออกไปรับด้วยตนเองแล้ว!”
“แต่ตอนนี้เขากำลังจะหลอมโอสถระดับเจ็ดมิใช่หรือ เหตุใดจึงหลับอยู่ตรงนั้นเล่า?”
ทุกคนหันไปมองยูรันพร้อมกัน
ผู้อาวุโสซูเริ่มทำใจยอมรับกับพฤติกรรมของเขาได้บ้างแล้ว นางจึงเดินเข้าไปยืนข้างเก้าอี้ ก่อนเขย่าไหล่เบา ๆ
“คนมากันเยอะแล้ว ตื่น ๆ ได้แล้ว”
ยูรันสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นมองไปรอบห้องอย่างงุนงง
“อ๊ะ เผลอหลับอีกแล้ว”
เขายกมือเช็ดมุมปาก ก่อนลุกขึ้นบิดขี้เกียจอย่างไม่รีบร้อน
“รอสักครู่นะ ข้าขอเตรียมของก่อน”
เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วห้องทันที
“อะไรนะ เขาเผลอหลับจริง ๆ หรือ?!”
“ข้านึกว่าเขากำลังหลับตาทบทวนขั้นตอนการหลอมเสียอีก!”
“จะหลอมโอสถระดับเจ็ดต่อหน้าคนมากมาย แต่ยังนอนหลับได้ลงคอ เขาไม่รู้สึกกดดันบ้างเลยหรือ?”
ศิษย์คนหนึ่งมองยูรันด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนกล่าวขึ้น
“หรือแท้จริงแล้วนี่คือวิธีสงบจิตใจก่อนหลอมโอสถของเขา?”
“สงบจิตใจบ้านเจ้าสิ! เมื่อครู่เขายังกรนอยู่เลย!”
ยูรันไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง เขาเดินไปหยุดหน้าโต๊ะวัตถุดิบ กวาดตามองสมุนไพรจำนวนมากเพียงรอบเดียว ก่อนเริ่มหยิบพวกมันออกมาทีละชนิด
ผู้อาวุโสซูมองตามมือเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขมวดคิ้ว
“เดี๋ยวก่อน วัตถุดิบที่เจ้าหยิบมา...”
“มันไม่ใช่สูตรโอสถระดับเจ็ดที่ข้ามอบให้เจ้านี่?”
ยูรันยกมือห้ามโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
“ดูอยู่เฉย ๆ ก็พอ”
จากนั้นเขาก็เริ่มจัดเตรียมวัตถุดิบอย่างรวดเร็ว
สมุนไพรแต่ละชนิดถูกหั่น บด คั้น ต้ม และสกัดสิ่งเจือปนออกด้วยวิธีที่แตกต่างกัน มือทั้งสองของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบมองตามไม่ทัน เพียงไม่นาน วัตถุดิบทั้งหมดก็ถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ อย่างเป็นระเบียบ
เหล่านักหลอมโอสถซึ่งเดิมคิดจะหัวเราะเยาะต่างค่อย ๆ เงียบเสียงลง
“วิธีจัดการสมุนไพรเช่นนั้นคืออะไร?”
“เขาสกัดพิษออกก่อนหลอมด้วยหรือ?”
“เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นวิธีเหล่านี้มาก่อน...”
เมื่อเตรียมวัตถุดิบเสร็จ ยูรันกลับหยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่านอย่างตั้งใจ
ผู้อาวุโสซูมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหนังตากระตุก
“เดี๋ยวก่อน นั่นมันคู่มือการใช้เตาหลอมมิใช่หรือ?”
ยูรันพยักหน้าโดยไม่เงยหน้า
“ใช่ เตาของพวกท่านหน้าตาแปลกนิดหน่อย ข้าขอดูวิธีใช้ก่อน”
“……”
เสียงฮือฮาพลันระเบิดขึ้นทั่วห้อง
“อะไรนะ?! เขาไม่เคยใช้เตาหลอมชนิดนี้มาก่อนหรือ?”
“อย่าบอกนะว่านี่เป็นการหลอมโอสถครั้งแรกของเขา!”
“ถอยเร็ว! เตาหลอมต้องระเบิดแน่นอน!”
ศิษย์หลายคนรีบถอยกรูดไปด้านหลัง บางคนถึงขั้นเรียกม่านพลังออกมาป้องกันตัว ส่วนผู้อาวุโสหลายคนเริ่มเตรียมวิชาควบคุมเพลิงไว้พร้อม หากเกิดความผิดพลาดจะได้ยับยั้งทันที
ยูรันพลิกอ่านอีกสองสามหน้า ก่อนปิดสมุดดังปั้บ
“อืม เข้าใจแล้ว ไม่เห็นจะยาก”
จากนั้นภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน เขากวาดวัตถุดิบทั้งหมดบนโต๊ะแล้วโยนเข้าไปในเตาหลอมพร้อมกัน
พรึ่บ!
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นใต้เตาทันที
“มันโยนเข้าไปทั้งหมดแล้ว!”
“บ้าไปแล้ว! วัตถุดิบแต่ละชนิดต้องใช้ระดับความร้อนและเวลาแตกต่างกันมิใช่หรือ?!”
“เตรียมตัวรับแรงระเบิดเร็วเข้า!”
ยูรันยกมือควบคุมเปลวเพลิงอย่างสบาย ๆ ก่อนเหลือบมองคนที่กำลังถอยหนี
ยูรันยกมือควบคุมเปลวเพลิงอย่างสบาย ๆ
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เตาหลอมพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงดันมหาศาลแผ่ออกมาจนพื้นห้องสั่นไหว ก่อนแสงเจิดจ้าจะระเบิดออกมาจากช่องเปิดของเตา ทำให้ทุกคนแทบลืมตาไม่ขึ้น
“อ๊าก! เตากำลังจะระเบิด!”
“ระเบิดแน่แล้ว! รีบกางม่านพลังเร็วเข้า!”
“ข้าบอกแล้วว่าการโยนวัตถุดิบทั้งหมดลงไปพร้อมกันมันบ้า!”
เหล่าศิษย์พากันถอยกรูด ผู้อาวุโสหลายคนรีบกางม่านพลังซ้อนกันหลายชั้น แม้แต่ผู้อาวุโสซูยังขยับมายืนขวางหน้าเซียวซินเยวี่ยกับหลานชิงอวี้เอาไว้
ยูรันกลับยืนนิ่งอยู่หน้าเตาหลอม พลางยกมือปิดใบหน้าด้วยความหงุดหงิด
[ไอ้เวรเอ๊ย เหตุใดจึงต้องมีอะไรแปลก ๆ อยู่เรื่อย!]
[ข้าตาบอดอยู่แล้วยังต้องมาเจอแสงบัดซบนี่อีก แสบตาโว๊ย!]
ทว่าเวลาผ่านไปหลายอึดใจ เตาหลอมกลับไม่ได้ระเบิด
แสงเจิดจ้าค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงควันสีขาวซึ่งฟุ้งกระจายทั่วห้อง พร้อมกลิ่นหอมเข้มข้นที่เพียงสูดดมเข้าไปก็ทำให้ปราณภายในร่างสั่นสะเทือน
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
โอสถสิบเม็ดลอยออกมาจากเตาหลอมอย่างพร้อมเพรียง
แต่ละเม็ดมีสีสันดุจสายรุ้ง บนผิวปรากฏลวดลายโอสถสลับซับซ้อนและงดงามยิ่งกว่าโอสถสมบูรณ์แบบทุกเม็ดที่พวกเขาเคยพบเห็น กลิ่นอายพลังมหาศาลแผ่ออกมาจนผู้คนรอบด้านหายใจติดขัด
แรงกดดันจากโอสถทั้งสิบเม็ดกวาดผ่านห้องหลอมประหนึ่งคลื่นยักษ์
ยูรันเอียงคอเล็กน้อย
“อืม เป็นแค่เม็ดยาแท้ ๆ แต่กลับมีแรงกดดันออกมาด้วย”
“บ้าหรือเปล่าวะ?”
“……”
ผู้อาวุโสซูจ้องโอสถเหล่านั้นจนดวงตาแทบถลน ก่อนริมฝีปากจะสั่นระริก
“ระ...ระดับแปด...”
“โอสถระดับแปดสิบเม็ด?!”
“แถมทุกเม็ดยังมีลวดลายโอสถขั้นสมบูรณ์แบบ!”
ทั้งห้องเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนเสียงแตกตื่นจะระเบิดขึ้นพร้อมกัน
“เขาไม่ได้กำลังหลอมโอสถระดับเจ็ดหรอกหรือ?!”
“นี่เป็นการหลอมครั้งแรกของเขาจริงหรือวะ?!”
ทันใดนั้นเอง เสียงฟ้าคำรามหนักหน่วงก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ
ครืนนนนนนนนนนนน!
ผู้อาวุโสนักหลอมโอสถคนหนึ่งเงยหน้ามองเมฆทัณฑ์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“อะไรกัน?! ข้าหลอมโอสถมาทั้งชีวิต แต่ไม่เคยเห็นทัณฑ์สวรรค์ของโอสถเลยแม้แต่ครั้งเดียว!”
“เหตุใดโอสถของเขาจึงเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาได้?”
เขาหันกลับไปมองโอสถทั้งเก้าเม็ดในมือของผู้อาวุโสซู ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างกว่าเดิม
“หรือเป็นเพราะโอสถเหล่านี้อยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกันถึงสิบเม็ด จึงขัดต่อกฎแห่งสวรรค์มากเกินไป?”
ผู้อาวุโสอีกคนรีบกล่าวแย้ง
“ไม่ใช่เพียงเพราะจำนวนแน่นอน แม้จะหลอมออกมาเพียงเม็ดเดียว แต่โอสถระดับแปดก็มีพลังมากพอจะเปลี่ยนชะตาของผู้บำเพ็ญได้แล้ว!”
“ยิ่งโอสถเหล่านี้สมบูรณ์แบบไร้ตำหนิ ทัณฑ์สวรรค์จึงต้องการทำลายพวกมันก่อนถือกำเนิดโดยสมบูรณ์!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสซูก็กำโอสถในมือแน่นขึ้น พลางจ้องยูรันซึ่งยืนอยู่ใต้เมฆทัณฑ์เพียงลำพัง
“แปลว่าเขารู้อยู่แล้วว่าทัณฑ์สวรรค์ต้องการทำลายโอสถ...”
“จึงขึ้นไปรับมันแทนทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวหรือ?”