คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 184 โอสถระดับแปดสิบเม็ด7,756 ตัวอักษร

ตอนที่ 184 โอสถระดับแปดสิบเม็ด

หลังรับประทานอาหารเสร็จ ผู้อาวุโสซูก็พาทุกคนไปยังห้องหลอมโอสถขนาดใหญ่ของตำหนัก

ข่าวว่ามีคนคิดจะหลอมโอสถระดับเจ็ดต่อหน้าสาธารณะเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว เหล่านักปรุงโอสถ ศิษย์ฝึกงาน และผู้อาวุโสจึงเริ่มเดินทางมารวมตัวกัน

ระหว่างรอ ยูรันยืนตรวจสอบสูตรทั้งหมดอยู่หน้าโต๊ะ

[มีแต่ขยะ...]

[ข้าจะเลือกสูตรใดมาใช้ได้บ้างเนี่ย?]

เขาเลื่อนผ่านสูตรโอสถระดับเจ็ดหลายชนิด จนกระทั่งพบแผ่นหยกเก่าแผ่นหนึ่งถูกวางปะปนอยู่ด้านล่าง

[เดี๋ยวก่อน สูตรนี้ระดับแปดหรือ?]

[หากหลอมโอสถระดับแปดสำเร็จ จะมีทัณฑ์สวรรค์ลงมาหรือเปล่า?]

[ต้องลองดูสักครั้ง]

ชื่อของโอสถคือ โอสถเกราะสวรรค์หนุนเต๋า

สรรพคุณหลักของมันคือช่วยทะลวงขอบเขต พร้อมสร้างเกราะพลังยาป้องกันทัณฑ์สวรรค์

  • ผู้บำเพ็ญหลอมรวมปราณใช้เพียงหนึ่งในสิบส่วน สามารถทะลวงสร้างรากฐานได้แน่นอน ทั้งยังมีรากฐานมั่นคง
  • ผู้บำเพ็ญสร้างรากฐานใช้หนึ่งในห้าส่วน สามารถก่อแก่นทองคำไร้ตำหนิได้โดยไม่มีความเสี่ยง
  • ผู้บำเพ็ญแก่นทองคำใช้ครึ่งเม็ด สามารถก่อกำเนิดวิญญาณทารกได้ทันที
  • ผู้บำเพ็ญวิญญาณทารกใช้เต็มเม็ด มีโอกาสทะลวงแปลงเทพแปดส่วน
  • ผู้บำเพ็ญแปลงเทพใช้เต็มเม็ด มีโอกาสทะลวงหลอมสุญญตาหกส่วน

ส่วนเกราะพลังยาสามารถป้องกันทัณฑ์สวรรค์ของการก่อแก่นทองคำและวิญญาณทารกได้ทั้งหมด ลดความเสียหายจากทัณฑ์แปลงเทพได้แปดส่วน และลดทัณฑ์หลอมสุญญตาได้ครึ่งหนึ่ง

ยูรันอ่านจบ ก่อนพยักหน้า

[อืม แม้สูตรจะมีข้อผิดพลาดอยู่มาก แต่แนวคิดยังพอใช้ได้]

[เลือกอันนี้แล้วกัน อย่างน้อยก็มีประโยชน์กว่าขยะระดับเจ็ดพวกนั้น]

เขานั่งลงข้างเตาหลอมเพื่อรอวัตถุดิบกับผู้ชม

ทว่ายังไม่ทันเริ่มหลอม ศีรษะของเขาก็ค่อย ๆ เอนพิงพนักเก้าอี้

ไม่นานนักก็หลับสนิท

ผู้คนจากทั่วตำหนักโอสถทยอยเข้ามาจนที่นั่งรอบห้องหลอมแทบเต็ม เสียงซุบซิบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“คนที่กำลังหลับอยู่คือผู้ที่จะหลอมโอสถระดับเจ็ดหรือ?”

“เขาเป็นใคร เหตุใดข้าไม่เคยเห็นมาก่อน?”

“ได้ยินว่าเป็นศิษย์น้องของเซียวซินเยวี่ย และยังบอกว่าสูตรโอสถระดับเจ็ดของพวกเราคือขยะด้วย”

“โอหังเกินไปแล้ว!”

“อีกเดี๋ยวหากเตาหลอมระเบิด ข้าจะคอยดูว่าเขายังพูดเช่นนั้นได้หรือไม่”

ศิษย์ฝึกงานอีกกลุ่มกลับมองยูรันด้วยความสงสัย

“เหตุใดเขาถึงหลับได้สบายใจขนาดนั้น?”

“บางทีอาจกำลังทำสมาธิเตรียมจิตใจก่อนหลอมโอสถ”

หลานชิงอวี้ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินแล้วเกือบหลุดหัวเราะ

[ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ...]

[ศิษย์พี่เพียงหลับจริง ๆ เท่านั้น]

ศิษย์ผู้หนึ่งเพ่งมองยูรันอยู่นาน ก่อนเบิกตากว้างราวกับนึกอะไรขึ้นได้

“ข้านึกออกแล้ว! ข้าเคยเห็นเขาในแดนลับพร้อมกับผู้อาวุโสซู!”

ทุกคนรอบข้างรีบหันมามอง

“เขาคือคนที่พนันจนผู้อาวุโสจากสำนักกระบี่ถูกถอนฟันร่วงหมดปาก!”

“แถมยังเดินฝ่าค่ายกลเข้าไปเฉย ๆ จนค่ายกลระเบิดพังทั้งหมด ไม่สิ...ตอนนั้นเขายังหันกลับมาถามด้วยว่าค่ายกลอยู่ตรงไหน!”

“ข้ายังจำได้ เขาเป็นคนเตะงูยักษ์สองตัวจนกระเด็น แล้วเปิดทางให้พวกเราเข้าไปเก็บสมบัติด้านใน!”

เสียงซุบซิบภายในห้องหลอมโอสถพลันดังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

“ที่แท้เป็นเขาเองหรือ?!”

“ข้าได้ยินว่าเขาพบผู้อาวุโสซูเพียงไม่กี่วัน ก็สามารถทำให้นางวิ่งออกไปรับด้วยตนเองแล้ว!”

“แต่ตอนนี้เขากำลังจะหลอมโอสถระดับเจ็ดมิใช่หรือ เหตุใดจึงหลับอยู่ตรงนั้นเล่า?”

ทุกคนหันไปมองยูรันพร้อมกัน

ผู้อาวุโสซูเริ่มทำใจยอมรับกับพฤติกรรมของเขาได้บ้างแล้ว นางจึงเดินเข้าไปยืนข้างเก้าอี้ ก่อนเขย่าไหล่เบา ๆ

“คนมากันเยอะแล้ว ตื่น ๆ ได้แล้ว”

ยูรันสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นมองไปรอบห้องอย่างงุนงง

“อ๊ะ เผลอหลับอีกแล้ว”

เขายกมือเช็ดมุมปาก ก่อนลุกขึ้นบิดขี้เกียจอย่างไม่รีบร้อน

“รอสักครู่นะ ข้าขอเตรียมของก่อน”

เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วห้องทันที

“อะไรนะ เขาเผลอหลับจริง ๆ หรือ?!”

“ข้านึกว่าเขากำลังหลับตาทบทวนขั้นตอนการหลอมเสียอีก!”

“จะหลอมโอสถระดับเจ็ดต่อหน้าคนมากมาย แต่ยังนอนหลับได้ลงคอ เขาไม่รู้สึกกดดันบ้างเลยหรือ?”

ศิษย์คนหนึ่งมองยูรันด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนกล่าวขึ้น

“หรือแท้จริงแล้วนี่คือวิธีสงบจิตใจก่อนหลอมโอสถของเขา?”

“สงบจิตใจบ้านเจ้าสิ! เมื่อครู่เขายังกรนอยู่เลย!”

ยูรันไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง เขาเดินไปหยุดหน้าโต๊ะวัตถุดิบ กวาดตามองสมุนไพรจำนวนมากเพียงรอบเดียว ก่อนเริ่มหยิบพวกมันออกมาทีละชนิด

ผู้อาวุโสซูมองตามมือเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขมวดคิ้ว

“เดี๋ยวก่อน วัตถุดิบที่เจ้าหยิบมา...”

“มันไม่ใช่สูตรโอสถระดับเจ็ดที่ข้ามอบให้เจ้านี่?”

ยูรันยกมือห้ามโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

“ดูอยู่เฉย ๆ ก็พอ”

จากนั้นเขาก็เริ่มจัดเตรียมวัตถุดิบอย่างรวดเร็ว

สมุนไพรแต่ละชนิดถูกหั่น บด คั้น ต้ม และสกัดสิ่งเจือปนออกด้วยวิธีที่แตกต่างกัน มือทั้งสองของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบมองตามไม่ทัน เพียงไม่นาน วัตถุดิบทั้งหมดก็ถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ อย่างเป็นระเบียบ

เหล่านักหลอมโอสถซึ่งเดิมคิดจะหัวเราะเยาะต่างค่อย ๆ เงียบเสียงลง

“วิธีจัดการสมุนไพรเช่นนั้นคืออะไร?”

“เขาสกัดพิษออกก่อนหลอมด้วยหรือ?”

“เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นวิธีเหล่านี้มาก่อน...”

เมื่อเตรียมวัตถุดิบเสร็จ ยูรันกลับหยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่านอย่างตั้งใจ

ผู้อาวุโสซูมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหนังตากระตุก

“เดี๋ยวก่อน นั่นมันคู่มือการใช้เตาหลอมมิใช่หรือ?”

ยูรันพยักหน้าโดยไม่เงยหน้า

“ใช่ เตาของพวกท่านหน้าตาแปลกนิดหน่อย ข้าขอดูวิธีใช้ก่อน”

“……”

เสียงฮือฮาพลันระเบิดขึ้นทั่วห้อง

“อะไรนะ?! เขาไม่เคยใช้เตาหลอมชนิดนี้มาก่อนหรือ?”

“อย่าบอกนะว่านี่เป็นการหลอมโอสถครั้งแรกของเขา!”

“ถอยเร็ว! เตาหลอมต้องระเบิดแน่นอน!”

ศิษย์หลายคนรีบถอยกรูดไปด้านหลัง บางคนถึงขั้นเรียกม่านพลังออกมาป้องกันตัว ส่วนผู้อาวุโสหลายคนเริ่มเตรียมวิชาควบคุมเพลิงไว้พร้อม หากเกิดความผิดพลาดจะได้ยับยั้งทันที

ยูรันพลิกอ่านอีกสองสามหน้า ก่อนปิดสมุดดังปั้บ

“อืม เข้าใจแล้ว ไม่เห็นจะยาก”

จากนั้นภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน เขากวาดวัตถุดิบทั้งหมดบนโต๊ะแล้วโยนเข้าไปในเตาหลอมพร้อมกัน

พรึ่บ!

เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นใต้เตาทันที

“มันโยนเข้าไปทั้งหมดแล้ว!”

“บ้าไปแล้ว! วัตถุดิบแต่ละชนิดต้องใช้ระดับความร้อนและเวลาแตกต่างกันมิใช่หรือ?!”

“เตรียมตัวรับแรงระเบิดเร็วเข้า!”

ยูรันยกมือควบคุมเปลวเพลิงอย่างสบาย ๆ ก่อนเหลือบมองคนที่กำลังถอยหนี

ยูรันยกมือควบคุมเปลวเพลิงอย่างสบาย ๆ

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เตาหลอมพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงดันมหาศาลแผ่ออกมาจนพื้นห้องสั่นไหว ก่อนแสงเจิดจ้าจะระเบิดออกมาจากช่องเปิดของเตา ทำให้ทุกคนแทบลืมตาไม่ขึ้น

“อ๊าก! เตากำลังจะระเบิด!”

“ระเบิดแน่แล้ว! รีบกางม่านพลังเร็วเข้า!”

“ข้าบอกแล้วว่าการโยนวัตถุดิบทั้งหมดลงไปพร้อมกันมันบ้า!”

เหล่าศิษย์พากันถอยกรูด ผู้อาวุโสหลายคนรีบกางม่านพลังซ้อนกันหลายชั้น แม้แต่ผู้อาวุโสซูยังขยับมายืนขวางหน้าเซียวซินเยวี่ยกับหลานชิงอวี้เอาไว้

ยูรันกลับยืนนิ่งอยู่หน้าเตาหลอม พลางยกมือปิดใบหน้าด้วยความหงุดหงิด

[ไอ้เวรเอ๊ย เหตุใดจึงต้องมีอะไรแปลก ๆ อยู่เรื่อย!]

[ข้าตาบอดอยู่แล้วยังต้องมาเจอแสงบัดซบนี่อีก แสบตาโว๊ย!]

ทว่าเวลาผ่านไปหลายอึดใจ เตาหลอมกลับไม่ได้ระเบิด

แสงเจิดจ้าค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงควันสีขาวซึ่งฟุ้งกระจายทั่วห้อง พร้อมกลิ่นหอมเข้มข้นที่เพียงสูดดมเข้าไปก็ทำให้ปราณภายในร่างสั่นสะเทือน

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

โอสถสิบเม็ดลอยออกมาจากเตาหลอมอย่างพร้อมเพรียง

แต่ละเม็ดมีสีสันดุจสายรุ้ง บนผิวปรากฏลวดลายโอสถสลับซับซ้อนและงดงามยิ่งกว่าโอสถสมบูรณ์แบบทุกเม็ดที่พวกเขาเคยพบเห็น กลิ่นอายพลังมหาศาลแผ่ออกมาจนผู้คนรอบด้านหายใจติดขัด

แรงกดดันจากโอสถทั้งสิบเม็ดกวาดผ่านห้องหลอมประหนึ่งคลื่นยักษ์

ยูรันเอียงคอเล็กน้อย

“อืม เป็นแค่เม็ดยาแท้ ๆ แต่กลับมีแรงกดดันออกมาด้วย”

“บ้าหรือเปล่าวะ?”

“……”

ผู้อาวุโสซูจ้องโอสถเหล่านั้นจนดวงตาแทบถลน ก่อนริมฝีปากจะสั่นระริก

“ระ...ระดับแปด...”

“โอสถระดับแปดสิบเม็ด?!”

“แถมทุกเม็ดยังมีลวดลายโอสถขั้นสมบูรณ์แบบ!”

ทั้งห้องเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนเสียงแตกตื่นจะระเบิดขึ้นพร้อมกัน

“เขาไม่ได้กำลังหลอมโอสถระดับเจ็ดหรอกหรือ?!”

“นี่เป็นการหลอมครั้งแรกของเขาจริงหรือวะ?!”

ทันใดนั้นเอง เสียงฟ้าคำรามหนักหน่วงก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ

ครืนนนนนนนนนนนน!

ผู้อาวุโสนักหลอมโอสถคนหนึ่งเงยหน้ามองเมฆทัณฑ์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“อะไรกัน?! ข้าหลอมโอสถมาทั้งชีวิต แต่ไม่เคยเห็นทัณฑ์สวรรค์ของโอสถเลยแม้แต่ครั้งเดียว!”

“เหตุใดโอสถของเขาจึงเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาได้?”

เขาหันกลับไปมองโอสถทั้งเก้าเม็ดในมือของผู้อาวุโสซู ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างกว่าเดิม

“หรือเป็นเพราะโอสถเหล่านี้อยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกันถึงสิบเม็ด จึงขัดต่อกฎแห่งสวรรค์มากเกินไป?”

ผู้อาวุโสอีกคนรีบกล่าวแย้ง

“ไม่ใช่เพียงเพราะจำนวนแน่นอน แม้จะหลอมออกมาเพียงเม็ดเดียว แต่โอสถระดับแปดก็มีพลังมากพอจะเปลี่ยนชะตาของผู้บำเพ็ญได้แล้ว!”

“ยิ่งโอสถเหล่านี้สมบูรณ์แบบไร้ตำหนิ ทัณฑ์สวรรค์จึงต้องการทำลายพวกมันก่อนถือกำเนิดโดยสมบูรณ์!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสซูก็กำโอสถในมือแน่นขึ้น พลางจ้องยูรันซึ่งยืนอยู่ใต้เมฆทัณฑ์เพียงลำพัง

“แปลว่าเขารู้อยู่แล้วว่าทัณฑ์สวรรค์ต้องการทำลายโอสถ...”

“จึงขึ้นไปรับมันแทนทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวหรือ?”