ตอนที่ 188 มาหาเหยื่อ...เอ๊ย หาลูกค้าเพิ่ม
ยูรันมองลู่ชิงถานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่เรื่องที่ข้าเจ้าชู้นั้นเป็นเรื่องจริงนะ”
“ข้ามีภรรยาหลายคน และในอนาคตอาจมีเพิ่มขึ้นอีก”
เขาเอียงคอเล็กน้อย
“เจ้ารับได้หรือเปล่า? คนอื่นเขารับกันได้หมดนะ”
ลู่ชิงถานตอบทันทีโดยไม่ทันคิด
“ข้ารับได้เจ้าค่ะ!”
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้อง
ผ่านไปหลายอึดใจ ลู่ชิงถานจึงเพิ่งตระหนักว่าตนเองตอบอะไรออกไป ใบหน้าของนางพลันแดงก่ำไปถึงใบหู
หลานชิงอวี้ค่อย ๆ หันไปมองนาง ก่อนยกมือกุมหน้าผาก
[มาอีกคนแล้ว...]
ไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงมองหน้ากัน รอยยิ้มรู้ทันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่
ส่วนยูรันพยักหน้าช้า ๆ
“อืม พวกเจ้านี่แปลกกันทุกคนเลย”
ลู่ชิงถานชะงัก
“แปลกตรงไหนหรือเจ้าคะ?”
“รู้ทั้งรู้ว่าข้ามีคนอยู่ข้างกายตั้งมากมาย แต่กลับยอมรับกันได้ง่าย ๆ”
ยูรันยักไหล่
“หากเป็นข้า ข้าคงรำคาญจนหนีไปนอนแล้ว”
หลานชิงอวี้คิ้วกระตุก
“ศิษย์พี่เจ้าคะ ท่านคือศูนย์กลางของปัญหาทั้งหมดนะเจ้าคะ!”
“อืม เพราะอย่างนั้นข้าถึงบอกว่าพวกเจ้าแปลกไง”
ยูรันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“ช่างเถอะ เรื่องนั้นไม่สำคัญ ชิงถานรับได้ก็จบ”
เขายกนิ้วขึ้นสามนิ้ว
“ข้ามาวันนี้เพราะมีอยู่สามเรื่อง”
“หนึ่ง มาทำอาหารให้ท่านแม่ทั้งสองกับชิงถานกิน”
“สอง มาตรวจสอบว่าทุกคนฝึกวิชาไปถึงไหนแล้ว”
“และสาม มาหาเหยื่อ...เอ๊ย หาลูกค้าเพิ่ม”
“……”
ลู่เหยียนหนิงหรี่ตามองเขา
“เมื่อครู่เจ้าพูดว่าเหยื่อใช่หรือไม่?”
“ท่านแม่ฟังผิดแล้ว ข้าพูดว่าลูกค้า”
ยูรันตอบด้วยสีหน้าซื่อตรง ก่อนเปลี่ยนเรื่องทันที
“เรื่องทำอาหารคงต้องรอถึงเที่ยง เช่นนั้นข้าขอถามเรื่องการฝึกก่อนแล้วกัน”
“ทุกคนฝึกก้าวพริบตากับเหยียบเวหาสำเร็จแล้วหรือยัง?”
สตรีทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนเผยรอยยิ้มออกมาพร้อมกัน
ลู่ชิงถานเป็นคนตอบ
“พวกเราฝึกสำเร็จแล้วเจ้าค่ะ แถมยังใช้ได้คล่องแคล่วมากด้วย”
“ไม่ว่าจะอยู่บนพื้นหรือกลางอากาศ พวกเราล้วนสามารถใช้ก้าวพริบตาได้ แม้ยังไม่รวดเร็วเท่าท่านพี่ เพราะยังขาดความคุ้นเคยอยู่บ้างก็ตาม”
นางกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
“นอกจากนี้ ตบะของข้ากับท่านแม่ก็เพิ่มขึ้นเป็นหลอมรวมละอองดาวขั้นกลางแล้วด้วยเจ้าค่ะ”
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“อืม หมายความว่าพวกเจ้าสามารถใช้ก้าวพริบตาขณะเหยียบเวหาอยู่กลางอากาศได้แล้วสินะ”
“เจ้าค่ะ!”
“ไม่เลว ดีกว่าคนบนยอดเขาจันทราหลายคนเสียอีก”
ฉึก!
แม้คนเหล่านั้นจะไม่ได้อยู่ภายในห้อง แต่หลานชิงอวี้กลับรู้สึกราวกับคำพูดนั้นแทงทะลุไปถึงพวกนางได้อยู่ดี
นางรีบยกมือขึ้น
“แต่ตอนนี้ข้าก็ทำได้แล้วนะเจ้าคะ!”
ยูรันหันมาทางนาง
“อืม หลังจากถูกข้าพาเดินทางด้วยความเร็วสูงจนเกือบอาเจียน เจ้าถึงทำได้โดยบังเอิญมิใช่หรือ?”
ฉึก!
หลานชิงอวี้ยกมือกุมหน้าอก
“ศิษย์พี่ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ...”
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“เอาละ ต่อไปก็เรื่องคนรับใช้”
เวลาผ่านไปหลายอึดใจ
ไม่มีผู้ใดตอบ
ลู่ชิงถานก้มหน้ามองถ้วยชา ไป๋จิ้งเหวินหันไปสนใจทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ส่วนลู่เหยียนหนิงหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาเปิดอ่านราวกับมีงานเร่งด่วน
ยูรันหรี่ตามองทั้งสามคน
“อืม...เงียบกันเช่นนี้”
“แปลว่าฝีมือยังเหมือนเดิมสินะ”
ไป๋จิ้งเหวินกระแอมเบา ๆ
“พวกเขาพยายามกันมากแล้วนะรันเอ๋อร์”
ลู่ชิงถานรีบช่วยแก้ต่าง
“อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีผู้ใดท้องเสียแล้วเจ้าค่ะ”
“……”
ยูรันนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดีดนิ้ว
“อืม พวกแกออกมา”
พรึ่บ!
รากรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวเล็กสิบต้นปรากฏขึ้นกลางห้อง พวกมันยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีตัวใดกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
ยูรันชี้ไปทางพวกมัน
“นี่คือเมนเดรก”
หลานชิงอวี้รีบแก้ไข
“รากครวญวิญญาณเจ้าค่ะ”
“ข้าเรียกเมนเดรก”
“……”
ยูรันนั่งยอง ๆ ก่อนตบศีรษะต้นหนึ่งเบา ๆ
“ปกติเวลาถูกถอนออกจากดิน พวกมันจะแหกปากร้องโวยวาย เสียงดังจนสามารถทำลายแก้วหูและรบกวนจิตวิญญาณได้”
เมนเดรกทั้งสิบต้นสะดุ้ง ก่อนรีบยกมือขึ้นปิดปากตนเองพร้อมกัน
“แต่ตอนนี้พวกมันไม่กล้าร้องต่อหน้าข้าแล้ว”
ยูรันหันกลับมามองท่านแม่ทั้งสอง
“ข้าจะให้คนรับใช้ใช้เจ้าพวกนี้ฝึกทุกอย่างที่เคยสอนเอาไว้”
เขาเริ่มนับนิ้ว
“ทำอาหาร ดูแลร่างกาย นวด อาบน้ำ ช่วยผ่อนคลาย แล้วก็อะไรอีกนะ...ช่างเถอะ เอาเป็นว่าทุกอย่างที่ทำให้พวกมันสบายใจ”
“หากคนรับใช้ทำได้ไม่ดีหรือทำให้พวกมันไม่พอใจ พวกมันจะแหกปากร้องออกมาเอง”
ไป๋จิ้งเหวินมองเมนเดรกทั้งสิบด้วยสีหน้าซับซ้อน
“แล้วต้องฝึกไปถึงเมื่อใด?”
“จนกว่าพวกมันจะยิ้ม แล้วเปล่งแสงสีทองออกมา”
ยูรันตอบอย่างจริงจัง
“เมื่อเป็นเช่นนั้น แปลว่าคนรับใช้ฝึกถึงขีดสุดแล้ว และเมนเดรกก็จะยอมให้เอาตัวมันไปปรุงอาหารได้”
เมนเดรกทั้งสิบชะงัก ก่อนหันขวับมามองยูรันพร้อมกัน
“ไม่ต้องมองข้า”
“หากพวกแกยอมรับการดูแลจนเปล่งแสงสีทองเอง ก็ถือว่ายอมให้กินแล้ว”
เมนเดรกทั้งสิบรีบกอดตัวเองแน่น
ยูรันกล่าวต่อโดยไม่สนใจท่าทีของพวกมัน
“ผลลัพธ์ของเมนเดรกที่สมบูรณ์จะดีมาก กินแล้วแทบไม่ต่างจากยาอายุวัฒนะ”
“แต่ตราบใดที่การดูแลยังไม่ถึงขีดสุด พวกมันก็จะแหกปากร้องไปเรื่อย ๆ”
ลู่เหยียนหนิงเงียบไปครู่หนึ่ง
“รันเอ๋อร์ เจ้ากำลังให้พวกมันช่วยฝึกคนรับใช้ หรือกำลังข่มขู่ทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน?”
ยูรันพยักหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
“อืม หากทำได้ดีก็แปลว่าทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ไม่ใช่หรือ?”
“คนรับใช้ได้พัฒนาฝีมือ ส่วนพวกมันก็ได้รับการดูแลอย่างดี ตามนี้แหละ ไม่มีข้อโต้แย้ง”
เขาหันไปหาเมนเดรกทั้งสิบต้น
“ส่วนพวกแก ข้าอนุญาตให้แหกปากได้เต็มที่”
ดวงตาของเมนเดรกทั้งสิบพลันสว่างขึ้น พวกมันหันมองหน้ากันอย่างตื่นเต้น
ยูรันยกนิ้วขึ้นเตือน
“แต่ต้องดูคนด้วย”
“หากพวกแกทำให้ท่านแม่ของข้าหรือชิงถานหูหนวกละก็...”
เมนเดรกทั้งหมดชะงักพร้อมกัน
ยูรันลูบคางพลางครุ่นคิด
“อืม จะลงโทษอย่างไรดีนะ?”
“เอาไปไถนา?”
เมนเดรกทั้งสิบหน้าซีดเผือด
ยูรันตบมือเรียกความสนใจจากทุกคน
“เอาเถอะ เรื่องสุดท้าย”
เขาลากเสียงยาวด้วยความตื่นเต้น
“คือเรื่องของขาย!”
เมนเดรกทั้งสิบสะดุ้งโหยง ส่วนคนที่เหลือหันมามองเขาพร้อมกัน
ยูรันนำกล่องไม้ใบใหญ่ออกจากช่องเก็บของ แล้ววางลงกลางโต๊ะดังตุบ
“ในที่สุดโครงการหาเงินของพวกเราก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว!”
“เนื่องจากข้าเสียสละขายหน้าตา...เอ๊ย ไม่ใช่ ข้าโฆษณาด้วยตัวเองมานาน ตอนนี้ชื่อเสียงกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว”
เขาเปิดฝากล่องออก เผยให้เห็นตุ๊กตาตัวเล็กจำนวนมากเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
“นี่คือตุ๊กตาเครื่องรางยูรันฉบับย่อส่วน!”
“มันช่วยรวบรวมปราณได้เล็กน้อย จะวางไว้ข้างตัวระหว่างฝึกก็ได้ นำไปนอนกอดก็ดี หรือใช้ช่วยฝึกระหว่างพักผ่อนก็ยังได้”
ลู่ชิงถานหยิบตุ๊กตาตัวหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนดวงตาจะเปล่งประกาย
“น่ารักมากเลยเจ้าค่ะ!”
ตุ๊กตาในมือนางเป็นรุ่นยูรันกำลังนอนเอื่อยเฉื่อย มือหนึ่งถือขนม ส่วนอีกมือวางพาดอยู่บนท้อง
ยูรันเริ่มนำรุ่นอื่นออกมาวางเรียงบนโต๊ะ
“มีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งรุ่นพ่นไฟเป็นมังกร รุ่นควบคุมมังกรไม้ รุ่นเรียกกิเลนสายฟ้า รุ่นยืนรับทัณฑ์สวรรค์ รุ่นปัดฝุ่นอย่างเท่ รุ่นเล่นกีตาร์ รุ่นเป่าเครื่องดนตรี รุ่นทำอาหาร...”
เขาหยิบตุ๊กตาอีกรุ่นขึ้นมา
“แล้วก็รุ่นกำลังกระทืบงูสองตัว”
“……”
ไป๋จิ้งเหวินหยิบตุ๊กตาขึ้นมาตรวจสอบด้วยสัมผัสจิต ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“มันช่วยรวบรวมปราณได้จริง แม้ผลจะไม่มาก แต่หากใช้งานต่อเนื่องก็ถือว่าคุ้มค่า”
ลู่เหยียนหนิงมองตุ๊กตาหลากหลายแบบ ก่อนแววตาของนักการค้าจะปรากฏขึ้นทันที
“ทั้งมีประโยชน์ รูปลักษณ์น่ารัก และอาศัยชื่อเสียงของเจ้าเป็นจุดขาย...สินค้านี้ขายได้แน่นอน”
ยูรันยกมุมปากขึ้น
“ยังไม่หมดเท่านั้น”
“เราจะผลิตบางรุ่นออกมาในจำนวนจำกัด เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนรีบแย่งซื้อก่อนสินค้าหมด”
เขาเหลือบมองเมนเดรกทั้งสิบซึ่งกำลังกอดกันอยู่มุมห้อง ก่อนดวงตาจะสว่างวาบ
“เช่น รุ่นข้ากำลังตบเมนเดรกจนหน้าบวม จำกัดเพียงสิบตัวเท่านั้น!”
เมนเดรกทั้งสิบชะงักพร้อมกัน
ยูรันตบฝ่ามือลงบนโต๊ะ
“แถมฟรีเมนเดรกซึ่งถูกตบจนหน้าบวมหนึ่งต้นต่อหนึ่งตัว เป็นอย่างไร?”
“ข้าเพิ่งคิดได้เมื่อครู่นี้เลย!”
เมนเดรกทั้งสิบเบิกตากว้าง ก่อนรีบวิ่งไปหลบหลังไป๋จิ้งเหวินกับลู่เหยียนหนิงทันที
หลานชิงอวี้อ้าปากค้าง
“ศิษย์พี่เจ้าคะ พวกมันมีไว้ฝึกคนรับใช้ไม่ใช่หรือ?!”
“ข้ายังมีเหลืออีกตั้งเยอะ แบ่งมาขายสิบต้นจะเป็นอะไรไป?”
ลู่เหยียนหนิงรีบยกมือห้าม
“เดี๋ยวก่อนรันเอ๋อร์ รากครวญวิญญาณหนึ่งต้นมีมูลค่าสูงกว่าตุ๊กตาของเจ้าหลายเท่า จะนำไปเป็นของแถมได้อย่างไร?”
ยูรันนิ่งไปเล็กน้อย
“จริงด้วย”
เมนเดรกทั้งสิบถอนหายใจอย่างโล่งอก
ยูรันตบมืออีกครั้ง
“เช่นนั้นก็ขายเมนเดรกในราคาสูง แล้วแถมตุ๊กตารุ่นตบจนหน้าบวมให้ฟรีแทน!”
เมนเดรกทั้งสิบแข็งค้าง
ลู่เหยียนหนิงพยักหน้า
“แบบนั้นค่อยสมเหตุสมผลหน่อย”