คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 191 เห็นไหม! ของดีมีประโยชน์8,103 ตัวอักษร

ตอนที่ 191 เห็นไหม! ของดีมีประโยชน์

ยูรันมองเซี่ยเยว่หลีด้วยสีหน้าจริงจัง

“เจ้ารักข้าหรือเปล่า?”

เซี่ยเยว่หลีชะงักไปทันที

“ข้ามีภรรยาหลายคนนะ”

“ข้ากลัวว่าหากเจ้ารู้เรื่องนี้ภายหลังจะเกิดปัญหาขึ้น จึงอยากบอกให้เจ้ารู้ก่อนตัดสินใจ”

ขอบตาของเซี่ยเยว่หลีค่อย ๆ แดงขึ้น ก่อนหยาดน้ำตาจะไหลลงมาตามแก้ม

“ทำไม...”

นางกำเสื้อของเขาแน่น

“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?”

ยูรันยกมือเช็ดน้ำตาให้นาง

“ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษ ทุกอย่างเกิดขึ้นของมันเอง”

“ตั้งแต่เมื่อใด?”

“หลังจากกลับจากพรรคมารไปได้พักหนึ่ง เพิ่งเริ่มมีไม่นานนี้เอง”

เซี่ยเยว่หลีกัดริมฝีปาก น้ำตายังคงไหลไม่หยุด

“ข้าแค่...”

นางพยายามพูดอยู่หลายครั้ง แต่เสียงกลับติดอยู่ในลำคอ

“ข้าแค่คิดว่าเมื่อเจ้ากลับมารับ ข้าจะได้มีโอกาสบอกความรู้สึกของตนเอง”

ยูรันดึงนางเข้ามากอด ก่อนตบแผ่นหลังเบา ๆ

“หากเจ้ารับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ข้าไม่บังคับเจ้า”

เซี่ยเยว่หลีรีบกำเสื้อเขาแน่นกว่าเดิม

“อย่าพูดเหมือนกำลังจะทิ้งข้า!”

“ข้าไม่ได้คิดจะทิ้งเจ้า หากคิดเช่นนั้น ข้าคงไม่มาบอกด้วยตัวเอง”

“ข้าเพียงอยากให้เจ้าตัดสินใจทั้งที่รู้ความจริงทั้งหมด”

เซี่ยเยว่หลีซบหน้าลงกับอกเขา ร้องไห้อยู่นาน ก่อนกล่าวเสียงสั่น

“ข้าไม่ได้บอกว่ารับไม่ได้...”

“ข้าเพียงเจ็บใจที่ตนเองช้าเกินไปเท่านั้น”

“ข้าเพียงเจ็บใจที่ตนเองช้าเกินไปเท่านั้น”

ยูรันลูบศีรษะนางเบา ๆ

“อืม อย่าเสียใจไปเลย หลายคนก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า”

“แม้แต่อาของเจ้า เซี่ยหลานอิง ก็เหมือนกัน”

เสียงร้องไห้ของเซี่ยเยว่หลีหยุดลงทันที

นางเงยหน้าขึ้นจากอกเขา ดวงตายังคงเปียกชื้น

“ท่านอาหลานอิง?”

ยูรันเอียงคอเล็กน้อย

“เจ้ารู้จักนางด้วยหรือ?”

“ข้ารู้เพียงว่านางเป็นท่านอาของข้า และเคยเห็นนางอยู่ห่าง ๆ ไม่กี่ครั้ง”

เซี่ยเยว่หลีส่ายหน้า

“แต่นางไม่เคยพบข้า และคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าเป็นใคร”

ถูกครับ ตรงนี้ต้องเป็นยูรันเล่าเรื่องเยว่หลีให้หลานอิงฟัง ไม่ใช่ศิลาบันทึกภาพ แก้เป็น:

“อ้อ เช่นนั้นเอง”

ยูรันพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“แต่ตอนนี้นางรู้เรื่องของเจ้าแล้วนะ”

เซี่ยเยว่หลีชะงัก

“หมายความว่าอย่างไร?”

“ตอนอยู่บนยอดเขา ข้าเล่าเรื่องของเจ้าให้นางฟังแล้ว รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์และพรรคมารอัสดงด้วย”

แววตาของเซี่ยเยว่หลีสั่นไหวเล็กน้อย

“แล้วท่านอากล่าวว่าอย่างไร?”

“นางรับปากว่าจะกลับไปสืบเรื่องของเจ้าใหม่ทั้งหมด”

ยูรันลูบศีรษะนางเบา ๆ

“เพราะฉะนั้นตอนนี้นางรู้แล้วว่าเจ้ามีตัวตน เพียงแต่พวกเจ้ายังไม่เคยพบหน้ากันอย่างเป็นทางการเท่านั้น”

เซี่ยเยว่หลีนิ่งเงียบไปนาน ความรู้สึกหลากหลายปรากฏขึ้นในแววตา

“นาง...ยอมช่วยสืบเรื่องของข้าจริงหรือ?”

“อืม นางรับปากด้วยตนเอง”

ยูรันยักไหล่

“แต่ว่า ดูเหมือนสมองของนางจะมีปัญหาเล็กน้อยเวลาอยู่กับข้า”

เขาครุ่นคิดอย่างจริงจัง

“ข้าว่าความรักคงทำให้นางโง่ลง หรือไม่ก็บดบังสติปัญญาไปชั่วคราว”

“อืม น่าจะเป็นเช่นนั้นแหละ”

หลานชิงอวี้พยักหน้าเห็นด้วยทันที

“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ”

เซี่ยเยว่หลีมองทั้งสองคนสลับกัน

“ท่านอาหลานอิงเนี่ยนะ?”

“อืม ตอนอยู่ต่อหน้าผู้อื่นนางก็ดูฉลาดและสมกับเป็นรัชทายาทอยู่หรอก”

ยูรันถอนหายใจ

“แต่พออยู่กับข้า นางกลับตีความทุกอย่างเข้าข้างตนเองได้หมด ข้าบอกว่าไม่ต้องการจัดงานแต่ง นางยังชมว่าข้ามีคุณธรรมและปฏิบัติต่อภรรยาทุกคนอย่างเท่าเทียม”

“สมองพังไปแล้วชัด ๆ”

เซี่ยเยว่หลีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นอย่างระมัดระวัง

“แล้วข้า...ดูโง่ลงเวลาที่อยู่กับเจ้าหรือไม่?”

ยูรันมองแขนของนางซึ่งยังคงกอดเอวเขาไว้แน่น ทั้งที่กำลังยืนอยู่กลางท้องฟ้า

“อืม เรื่องนี้ข้าว่าเจ้าน่าจะรู้คำตอบอยู่แล้วนะ”

เซี่ยเยว่หลีหน้าแดง ก่อนซบหน้ากลับลงกับอกเขาอีกครั้ง

“ข้าไม่สน ต่อให้โง่ลงก็ช่าง”

ยูรันตบแผ่นหลังเซี่ยเยว่หลีเบา ๆ

“เอาละ กลับลงไปกันเถอะ พวกเรายังมีเรื่องต้องจัดการต่อ”

เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนแก้คำพูดใหม่

“ไม่สิ ข้าต่างหากที่มีเรื่องต้องจัดการต่อ”

เซี่ยเยว่หลีเงยหน้าขึ้น

“เรื่องอะไร?”

“เดี๋ยวลงไปเจ้าก็รู้เอง”

ยูรันจับไหล่หลานชิงอวี้ด้วยมือหนึ่ง ส่วนอีกมือยังคงโอบเซี่ยเยว่หลีเอาไว้

พรึ่บ!

ร่างของทั้งสามหายวับไปจากเหนือหมู่เมฆ ก่อนกลับไปปรากฏกลางลานฝึกของพรรคมารอัสดงอีกครั้ง

ยูรันยกมือห้ามคนของพรรคซึ่งกำลังกรูกันเข้ามา

“เอาละ เข้าไปคุยกันข้างในก่อน”

ไม่นานทุกคนก็มารวมตัวกันภายในห้องโถง ทั้งเซี่ยชางหมิง เหล่าผู้อาวุโส มู่เฉิง และคนสำคัญของพรรคต่างนั่งรอฟังด้วยความตื่นเต้น

ยูรันกวาดสัมผัสจิตมองรอบห้อง ก่อนเริ่มกล่าว

“วันนี้ที่ข้ามามีอยู่สองเรื่อง”

เขายกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว

“เรื่องแรกคือการฝึกของทุกคน และเมื่อข้าพูดว่าทุกคน ข้าหมายถึงทุกคนจริง ๆ”

เซี่ยเยว่หลีรีบกล่าวแทรกทันที

“ข้าสอนพวกเขาหมดแล้ว แต่ผ่านมาตั้งหลายวันกลับไม่มีผู้ใดทำได้สักที!”

เซี่ยชางหมิงกับเหล่าผู้อาวุโสพากันหลบสายตา

“ข้าว่าพวกเขาเพียงหาเรื่องขัดขวางไม่ให้ข้าออกไปตามหาเจ้ามากกว่า”

ฉึก!

ทุกคนซึ่งมีส่วนร่วมในการจับตัวนางเอาไว้รู้สึกราวกับถูกแทงใจดำพร้อมกัน

เซี่ยเยว่หลียังระบายความคับข้องใจต่อ

“แล้วสาวใช้ก็ยังทำอาหารหมาอยู่เหมือนเดิม!”

“ข้าต้องกินอาหารพวกนั้นทุกวัน ทั้งแข็ง ทั้งไหม้ แถมบางจานยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำจากอะไร!”

นางโผเข้ากอดแขนยูรัน ก่อนเริ่มร้องไห้เสียงดัง

“ข้าคิดถึงอาหารของเจ้าจะตายอยู่แล้ว!”

“ฮืออออออออออออออ!”

“……”

ยูรันก้มมองนาง ก่อนหันไปทางเซี่ยชางหมิง

“นางสรุปปัญหาให้ข้าฟังครบแล้ว”

เซี่ยชางหมิงกระแอมเบา ๆ

“เรื่องการฝึก พวกเราเพียงต้องการเวลาเพิ่มอีกเล็กน้อย”

“แล้วเรื่องอาหารเล่า?”

“อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีผู้ใดถูกหามไปหาหมอแล้ว”

“……”

หลานชิงอวี้ยกมือขึ้นกุมหน้าผาก

“เหตุใดข้อแก้ตัวของที่นี่จึงเหมือนกับตระกูลไป๋ไม่มีผิดเลยเจ้าคะ?”

ยูรันพยักหน้าช้า ๆ

“อืม เหมือนกันไม่มีผิด”

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้าเช่นนั้น...”

หลานชิงอวี้เหมือนจะเดาความคิดของเขาออก จึงถามขึ้นทันที

“จะใช้เมนเดรกหรือเจ้าคะ?”

ยูรันหันมาพยักหน้าให้นางอย่างพึงพอใจ

“ใช่สิ เริ่มเรียนรู้เร็วนี่”

เขาดีดนิ้วเบา ๆ

“พวกแกออกมา สิบตัว”

พรึ่บ!

เมนเดรกสิบต้นปรากฏขึ้นกลางห้องโถง พวกมันรีบยืนเรียงแถวตรงอย่างพร้อมเพรียง ก่อนยกมือปิดปากตนเองแน่น ไม่มีตัวใดกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย

คนของพรรคมารอัสดงพากันจ้องมองสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายรากไม้ด้วยความประหลาดใจ

เซี่ยเยว่หลีเอียงคอ

“พวกมันคือตัวอะไร?”

“เมนเดรก”

หลานชิงอวี้ช่วยแก้ไขตามหน้าที่

“ชื่อจริงคือรากครวญวิญญาณเจ้าค่ะ”

ยูรันชี้ไปทางพวกมัน

“ตั้งแต่วันนี้ คนรับใช้ทุกคนต้องฝึกทำอาหาร อาบน้ำ นวด และดูแลพวกมัน”

ยูรันชี้ไปทางเมนเดรกทั้งสิบ ก่อนอธิบายอย่างจริงจัง

“หากผู้ใดดูแลได้ไม่ดี พวกมันจะส่งเสียงกรีดร้องออกมา เสียงนั้นสามารถทะลุม่านพลังและรบกวนจิตวิญญาณได้โดยตรง”

“หน้าที่ของพวกเจ้าคือดูแลพวกมันจนมีความสุขถึงขีดสุด เมื่อร่างกายเปลี่ยนเป็นสีทอง หมายความว่าพวกมันละสังขารเรียบร้อยแล้ว”

เขาหยุดคิดเล็กน้อย

“พูดง่าย ๆ ก็คือตายนั่นแหละ ถึงตอนนั้นจึงนำไปกินได้”

“ส่วนรสชาติเป็นอย่างไร ข้าไม่รู้ ยังไม่เคยลอง”

เมนเดรกทั้งสิบมองเขาด้วยสีหน้าหวาดระแวง

ยูรันกล่าวต่อโดยไม่สนใจ

“แต่สรรพคุณของมันแทบไม่ต่างจากยาอายุวัฒนะชั้นดี ช่วยได้หลายอย่าง จะนำไปหลอมโอสถ ทำยาบำรุง หรือใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับยาทะลวงระดับก็ได้ทั้งหมด”

“นี่ข้าแจกให้ฟรีถึงสิบต้นเลยนะโว๊ย ของดีขนาดนี้หาได้ง่ายเสียที่ไหน?”

เซี่ยชางหมิงกับเหล่าผู้อาวุโสพลันมองเมนเดรกทั้งสิบด้วยสายตาเปลี่ยนไปทันที

เมนเดรกรีบกอดร่างตนเอง ก่อนถอยไปรวมกันเป็นกลุ่ม

ยูรันหลี่ตามองเหล่าคนรับใช้

“แต่ข้าเตือนไว้ก่อน ห้ามทำให้พวกมันโกรธจนตายเด็ดขาด”

“หากตายเพราะความโกรธหรือความทุกข์ พลังภายในจะปั่นป่วน ไม่เพียงสรรพคุณหายไป แต่อาจกลายเป็นพิษแทนด้วย”

คนรับใช้ทุกคนรีบยืดตัวตรง

“เข้าใจแล้วขอรับ!”

ยูรันพยักหน้า

“ดี จำเอาไว้ ต้องปรนนิบัติพวกมันให้มีความสุขจนตายเท่านั้น”

“……”

ไม่รู้เพราะเหตุใด แม้จะเข้าใจเป้าหมายชัดเจนขึ้นแล้ว แต่ทุกคนกลับรู้สึกว่าประโยคนี้ฟังดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ยูรันตบมือเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจ

“เอาละ เรื่องสุดท้าย!”

ทุกคนภายในห้องโถงพลันนั่งตัวตรง รอฟังด้วยสีหน้าจริงจัง

ยูรันนำกล่องไม้ขนาดใหญ่ออกจากช่องเก็บของ แล้ววางลงกลางห้องดังตุบ

“ทุกคนดูนี่!”

เขาเปิดฝากล่องออก ก่อนชูสิ่งของด้านในขึ้นเหนือศีรษะ

“ตุ๊กตาของข้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!”

“……”

ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องโถง

เซี่ยชางหมิงซึ่งเตรียมใจรับฟังเรื่องสำคัญกะพริบตาปริบ ๆ

“เรื่องสุดท้ายของเจ้าคือตุ๊กตาหรือ?”

“ไม่ใช่ตุ๊กตาธรรมดา”

ยูรันนำตุ๊กตาหลายตัวออกมาวางเรียงกันบนโต๊ะ

“นี่คือตุ๊กตาเครื่องรางยูรันฉบับย่อส่วน ช่วยรวบรวมปราณได้เล็กน้อย ใช้ประกอบการฝึกก็ได้ นำไปนอนกอดก็ดี”

“มีทั้งรุ่นควบคุมมังกรไม้ รุ่นพ่นไฟ รุ่นกิเลนสายฟ้า รุ่นรับทัณฑ์สวรรค์ รุ่นเล่นเครื่องดนตรี รุ่นทำอาหาร และรุ่นนอนเอื่อยเฉื่อย”

เซี่ยเยว่หลีหยิบตุ๊กตารุ่นหนึ่งขึ้นมา ก่อนดวงตาจะเปล่งประกาย

ตุ๊กตาในมือนางเป็นยูรันตัวเล็กกำลังยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนหัวกิเลนสายฟ้า

“น่ารัก...”

ยูรันยกมุมปากขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“แน่นอน ข้าใช้หน้าตาตนเองเป็นต้นแบบ จะไม่น่ารักได้อย่างไร?”

หลานชิงอวี้กระแอมเบา ๆ

“ศิษย์พี่ยูเจ้าคะ ตอนอยู่ตระกูลไป๋ท่านยังบอกว่าใช้ความเท่เป็นจุดขายอยู่เลยนะเจ้าคะ”

“ข้าขายได้ทุกอย่าง ทั้งความเท่ ความหล่อ และความน่ารัก”

“นี่เรียกว่าครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม”

เซี่ยชางหมิงหยิบตุ๊กตาขึ้นมาตรวจสอบด้วยสัมผัสจิต ก่อนแววตาจะเปลี่ยนไป

“มันช่วยรวบรวมปราณได้จริง ๆ”

ยูรันกางแขนออก

“เห็นไหม! ของดีมีประโยชน์”