ตอนที่ 192 พวกแกพร้อมหรือยังงงงงง
ท่ามกลางความมืด ยูรันโน้มตัวจูบเซี่ยเยว่หลี ก่อนช้อนร่างนางขึ้นแล้วพาไปวางบนเตียง
เซี่ยเยว่หลีตกใจจนรีบกอดคอเขาเอาไว้
“ดะ...เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่ทันเตรียมใจเลย!”
“เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าจะเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่เลยมิใช่หรือ?”
“มันคนละเรื่องกัน!”
หลานชิงอวี้ยืนอยู่ด้านข้างอย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนม่านเตียงจะถูกดึงปิดลง
ยูรันตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าและออกจากห้องไปนานแล้ว เวลานี้เขากำลังสอนเหล่าสาวใช้เตรียมอาหารอยู่ภายในครัว
ส่วนภายในห้อง เซี่ยเยว่หลีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนความทรงจำเมื่อคืนจะไหลกลับเข้ามาพร้อมกับความปวดระบมทั่วร่าง
ใบหน้าของนางพลันแดงก่ำ
“นะ...นะ...นี่ข้าทำอะไรลงไป...”
นางดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดใบหน้า
“เมื่อคืนข้า...ข้า...ข้า...”
หลานชิงอวี้ซึ่งนอนอยู่ข้างกายถอนหายใจ ก่อนยกมือขึ้นตบไหล่นางเบา ๆ
“พี่หญิงไม่ต้องใส่ใจหรอกเจ้าค่ะ ทุกคนล้วนเคยถูกเขาจัดการเช่นนี้เหมือนกัน”
เซี่ยเยว่หลีค่อย ๆ ลดผ้าห่มลง
“ทุกคนเลยหรือ?”
“เจ้าค่ะ หากห้องกว้างหน่อย เขาก็เล่นเสียแทบทุกมุม ทุกที่ ทุกท่า”
หลานชิงอวี้กล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ
“ข้าเองก็ระบมไปทั้งตัวทุกครั้ง ร่างกายสั่นไม่ยอมหยุด จนกว่าเขาจะพอใจและยอมหยุดเองนั่นแหละเจ้าค่ะ”
“……”
เซี่ยเยว่หลีดึงผ้าห่มกลับขึ้นมาปิดหน้าอีกครั้ง
“คำพูดของเจ้าไม่ได้ช่วยปลอบใจข้าเลยแม้แต่น้อย!”
หลานชิงอวี้พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่ท่านจะได้เตรียมใจเอาไว้สำหรับครั้งต่อไป”
“ยังจะมีครั้งต่อไปอีกหรือ?!”
“เมื่อคืนท่านกอดเขาไว้แน่นขนาดนั้น ข้าว่าท่านน่าจะรู้คำตอบดีที่สุดนะเจ้าคะ”
เซี่ยเยว่หลีนิ่งค้าง ก่อนมุดหายเข้าไปใต้ผ้าห่มทั้งตัว
“ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว!”
เสียงของยูรันดังมาจากด้านนอกห้อง
“ตื่นกันแล้วจะรออะไรเล่า ข้าวพร้อมแล้ว!”
เมื่อเซี่ยเยว่หลีกับหลานชิงอวี้มาถึงห้องอาหาร เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสของพรรคมารอัสดงก็นั่งรออยู่พร้อมหน้าแล้ว
ไม่นาน เหล่าสาวใช้ก็ทยอยนำอาหารไปวางตรงหน้าทุกคน
เมื่อได้เห็นอาหารอันคุ้นเคยและได้กลิ่นหอมที่ห่างหายไปหลายวัน เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสต่างพากันน้ำตาไหล
“อาหารฝีมือคุณชายยูรัน...”
“ในที่สุดก็ได้กินอีกครั้ง!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งรีบคีบอาหารเข้าปาก ก่อนหลับตาลงด้วยความซาบซึ้ง
“รสชาตินี้แหละ ข้าคิดถึงแทบตาย!”
ศิษย์อีกคนยกมือปาดน้ำตา
“หลายวันที่ผ่านมา ข้าฝึกทำอาหารทุกวัน แต่สิ่งที่ทำออกมากลับมีรสชาติแย่กว่าอาหารหมาเสียอีก!”
“สวรรค์ ในที่สุดพวกเราก็รอดแล้ว!”
คนทั้งห้องรีบลงมือกินอาหารตรงหน้า บางคนถึงขั้นตัวสั่นเพราะได้กลับมากินรสชาติที่เฝ้าคิดถึงมาหลายวัน
ยูรันมองภาพนั้น ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อืม ดูเหมือนพวกเขาจะทรมานกันมาหนักจริง ๆ”
หลานชิงอวี้มองเหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสซึ่งกำลังกินไปน้ำตาไหลไป ก่อนถามด้วยความสงสัย
“อาหารของที่นี่แย่ถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ?”
เซี่ยเยว่หลีถอนหายใจยาว
“หากเจ้าเคยกินอาหารของเขามานาน แล้วต้องกลับมากินอาหารของที่นี่...”
นางเหลือบมองเหล่าสาวใช้เล็กน้อย ก่อนลดเสียงลง
“เจ้าจะนึกว่าตนเองกำลังกินอาหารหมาอยู่”
“เฮ้อออออ...”
หลานชิงอวี้คีบอาหารเข้าปาก ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นใจ
“อืม หากเปรียบเทียบกับฝีมือศิษย์พี่ยู ข้าพอจะเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
หลังจากทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ ยูรันก็วางตะเกียบลง ก่อนลุกขึ้นประกาศ
“เอาละ พวกแกทุกคนที่อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานกับแก่นทองคำ ตามข้าไปที่ลานฝึก”
เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสชะงักพร้อมกัน
“ไปทำอะไรหรือขอรับ?”
ยูรันยกมุมปากขึ้น
“วันนี้ข้าจะโชว์อะไรเท่ ๆ ให้พวกแกดูเป็นขวัญตา จะได้มีเรื่องจริงเอาไปช่วยโฆษณาตุ๊กตา”
เขาชี้ไปยังผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานและแก่นทองคำทั้งหมด
“เมื่อเริ่มแล้วก็รวบรวมพลังต้านเอาไว้ให้ดี อย่าถูกจัดการง่ายเกินไปเล่า”
“ถึงอย่างไรข้าก็อยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานเท่านั้น อย่าทำให้ข้าผิดหวัง”
เหล่าศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานเริ่มหน้าซีด ส่วนผู้บำเพ็ญขอบเขตแก่นทองคำมองหน้ากันด้วยสีหน้าซับซ้อน
“เหตุใดคำว่า ‘อยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน’ จากปากเขาจึงฟังดูไม่น่าไว้วางใจเลย?”
“เขาเพิ่งบอกว่าเอาชนะผู้ที่มีพลังเทียบเท่าวิญญาณทารกขั้นสูงสุดมิใช่หรือ?”
เซี่ยเยว่หลีลุกขึ้นทันที ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
“เจ้าจะพ่นไฟให้ข้าดูใช่หรือไม่?”
ยูรันยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เดี๋ยวไปถึงลานฝึกก็รู้เอง”
ไม่นาน ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานทั้งหมดกับขอบเขตแก่นทองคำบางส่วนก็มารวมตัวกันกลางลานฝึก รวมแล้วมีมากถึงสามร้อยคน
ทุกคนยืนกระจายกันเป็นขบวน สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนระแวดระวัง
เซี่ยชางหมิงกับเหล่าผู้อาวุโสระดับสูงยืนอยู่รอบนอก คอยควบคุมม่านพลังซึ่งครอบคลุมลานฝึกเอาไว้หลายชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้การต่อสู้ส่งผลกระทบต่ออาคารของพรรค
ส่วนหลานชิงอวี้กับเซี่ยเยว่หลียืนอยู่กลางอากาศ ห่างจากลานฝึกออกไปไกลพอสมควร
เซี่ยเยว่หลีก้มมองระยะห่าง ก่อนขมวดคิ้ว
“พวกเราจำเป็นต้องอยู่ไกลถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
หลานชิงอวี้พยักหน้าอย่างจริงจัง
“ไกลขนาดนี้แหละดีแล้วเจ้าค่ะ”
“ครั้งก่อนแม้จะมีคนเพียงเกือบร้อยคน เขายังระเบิดเวทีจนกลายเป็นหลุม หากครั้งนี้มีถึงสามร้อยคน ข้าไม่คิดเข้าไปยืนใกล้กว่านี้แน่นอน”
เซี่ยเยว่หลีหันกลับไปมองลานฝึกด้วยแววตาตื่นเต้นกว่าเดิม
กลางท้องฟ้า ยูรันยืนเอามือไพล่หลัง เสื้อคลุมโบกสะบัดตามแรงลม ก่อนตะโกนลงไปด้านล่าง
“พวกแกพร้อมหรือยังงงงงง!”
เสียงตอบรับจากคนทั้งสามร้อยดังกึกก้องไปทั่วพรรค
“พร้อมแล้ววววววว!”
ยูรันยกมือขึ้นช้า ๆ
“ถ้าเช่นนั้นก็ตั้งท่า!”
“เตรียมตัวรับให้ดี!!!!!”
ตู้ม!
ผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยระเบิดพลังออกมาพร้อมกัน กลิ่นอายของขอบเขตสร้างรากฐานและแก่นทองคำหลอมรวมกันจนเกิดเป็นกระแสลมรุนแรง พัดฝุ่นบนลานฝึกฟุ้งกระจายไปทั่ว
ม่านพลังรอบสนามสั่นไหวเบา ๆ ตั้งแต่การต่อสู้ยังไม่เริ่มต้น
เซี่ยชางหมิงรีบตะโกนสั่งเหล่าผู้อาวุโส
“เสริมม่านพลังอีกสามชั้น!”
“อย่าปล่อยให้เจ้าเด็กนั่นระเบิดพรรคของข้า!”
ยูรันก้มมองผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยคน พลางครุ่นคิดว่าจะเริ่มต้นด้วยสิ่งใดดี
[ใช้อะไรดีวะ...]
[ครั้งก่อนก็ใช้ทั้งน้ำกับไฟ ไฟกับลม แล้วบังเอิญมีเมฆมากพอให้เรียกกิเลนสายฟ้าลงมาได้พอดี]
[รอบนี้คงใช้แบบเดิมไม่ได้ ข้าไม่ชอบแสดงอะไรซ้ำเสียด้วย]
เขาลูบคางอย่างใช้ความคิด
[น้ำกับลม? น้ำกับไม้?]
[อืม ใช้น้ำกับลมหยั่งเชิงก่อนแล้วกัน แรงดันน้ำผสานกับพายุหมุน น่าจะรุนแรงพอให้พวกนั้นได้ออกแรงกันบ้าง]
[หากคนสามร้อยคนยังต้านเอาไว้ได้...]
มุมปากของยูรันค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย
[ค่อยสร้างลาวาแล้วอัดลงไปซ้ำอีกที]
[อื้ม ตามนี้แหละ เท่ดี]
ด้านล่าง ผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยคนมองเห็นรอยยิ้มของเขา ก่อนความรู้สึกไม่ดีจะผุดขึ้นในใจพร้อมกัน
“เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าเขากำลังคิดเรื่องอันตรายอยู่?”
“ไม่เป็นไร พวกเรามีตั้งสามร้อยคน!”
“ใช่ ต่อให้เขาเก่งเพียงใดก็อยู่แค่สร้างรากฐานเท่านั้น!”
ยูรันประสานมือสร้างมุทรา กระแสน้ำมหาศาลพลันก่อตัวกลางอากาศ ขณะที่วายุหมุนวนบีบอัดมันเป็นเกลียวคลื่น ก่อนพุ่งลงใส่แนวป้องกันเบื้องล่าง
ยูรันมองผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยซึ่งกำลังช่วยกันต้านเกลียวคลื่น ขณะที่ตนยังคงพ่นแรงดันน้ำออกมาอย่างต่อเนื่อง
[อืม ถ้าเช่นนั้น...]
มือของเขาเปลี่ยนมุทรากลางคัน
[คาถาลาวา ลาวาหลอมเหลว!]
เปลวไฟสีแดงส้มปะทุขึ้นภายในเกลียวคลื่น ก่อนมวลดินหลอมเหลวร้อนระอุจะก่อตัวแทรกอยู่ท่ามกลางสายน้ำ
ยูรันเปลี่ยนมุทราอีกครั้ง
[คาถาผสาน ระเบิดแรงดันหลอมเหลว!]
ฟู่วววววววววววววววววววว!
สายน้ำแรงดันสูงซึ่งรุนแรงอยู่แล้ว พลันมีลาวาหลอมเหลวพ่นผสมออกมาด้วย กระแสลมบีบอัดทั้งสองสิ่งให้หมุนคว้างอยู่ภายในเกลียวเดียวกัน
ฉ่าาาาาาาาาาาาาา!
น้ำส่วนหนึ่งสัมผัสลาวา ก่อนระเหยกลายเป็นไอน้ำร้อนจัดในทันที
ปริมาตรที่ขยายตัวอย่างฉับพลันทำให้แรงดันภายในเกลียวคลื่นเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่า ม่านไอสีขาวปะทุออกมาจนบดบังท้องฟ้า ขณะที่ลาวาสีแดงฉานยังคงไหลวนอยู่ภายในราวกับเส้นเลือดของมังกร
เหล่าศิษย์ด้านล่างเบิกตากว้าง
“ลาวา?!”
“บัดซบ! เขาใส่ลาวาเข้ามาในสายน้ำด้วย!”
“เหตุใดน้ำกับลาวาจึงไม่หักล้างกันเอง?!”
ผู้อาวุโสขอบเขตแก่นทองคำคนหนึ่งตะโกนสุดเสียง
“อย่ามัวแต่ถาม! เพิ่มพลังเข้าไปเร็ว ม่านป้องกันกำลังจะละลายแล้ว!”