ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 193 พวกแกพร้อมหรือยังงงงงง
ยูรันดีดนิ้วส่งทารกกลับเข้าไปในดาราจักร ก่อนปิดภาพทั้งหมดลง
“อืม พอแล้ว เท่านี้แหละ”
เขาบิดขี้เกียจเล็กน้อย
“เย็นนี้ไม่มีอาหารนะ พรุ่งนี้เช้าข้าค่อยทำ แล้วพวกเราค่อยออกเดินทางพร้อมกัน”
เซี่ยเยว่หลีชะงัก
“เดี๋ยวก่อน ข้ารออาหารของเจ้ามาตั้งหลายวัน แต่เย็นนี้เจ้ากลับไม่ทำหรือ?”
“ขี้เกียจ”
ยูรันเหมือนเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
“จริงสิ หลังจากไปดูสัตว์วิเศษแล้ว เจ้าจะกลับมาที่พรรคมารอีกหรือเปล่า?”
เซี่ยเยว่หลีส่งเสียงหึ ก่อนหันหน้าไปทางอื่น
“ไม่กลับแล้ว ข้าเหม็นขี้หน้าท่านพ่อ”
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเขาฝึกวิชาสำเร็จตั้งนานแล้ว แต่จงใจแกล้งทำเป็นใช้ไม่ได้เพื่อขัดขวางไม่ให้ข้าออกไปหาเจ้า!”
ยูรันพยักหน้า
“อ๋อ เช่นนั้นหรือ?”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามออกมาตรง ๆ
“ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ให้ข้ากินเจ้าเลยไหม?”
“……”
ใบหน้าของเซี่ยเยว่หลีแดงวาบ
หลานชิงอวี้สำลักอากาศทันที
“ศิษย์พี่ยูเจ้าคะ เหตุใดจึงถามตรงขนาดนั้น?!”
ยูรันเอียงคออย่างไม่เข้าใจ
“ตรงไหน? ทุกคนต่างก็หลับนอนกับข้าหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงชิงถานกับเยว่หลีนี่แหละ”
เซี่ยเยว่หลีชะงัก
“ชิงถาน?”
“โอ๊ะ ข้าลืมเล่าเรื่องนี้ไป”
ยูรันเริ่มนับนิ้ว
“ตอนนี้มีศิษย์พี่ของข้าสามคน ชิงอวี้ แล้วก็ผู้อาวุโสซู รวมเป็นห้าคนที่หลับนอนกับข้าแล้ว”
“ส่วนชิงถานยังไม่ได้ทำอะไร เพียงตกลงว่าจะย้ายมาอยู่ด้วยกันภายหลัง”
เซี่ยเยว่หลีนิ่งค้าง สมองซึ่งเพิ่งฟื้นจากข้อมูลจำนวนมหาศาลเริ่มหยุดทำงานอีกครั้ง
ยูรันกลับหัวเราะเมื่อนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
“อ้อ ผู้อาวุโสซูคิดเหมือนหลานอิงเลยนะ”
“นางบอกว่าหากไม่รีบลงมือ เดี๋ยวข้าก็ถูกผู้อื่นคาบไปกินก่อน”
“ฮ่า ๆ ๆ พวกนางคิดว่าข้าเป็นอาหารกันหรืออย่างไร?”
หลานชิงอวี้กับเซี่ยเยว่หลีมองเขาด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
ยูรันมองเซี่ยเยว่หลีซึ่งยังคงหน้าแดงนิ่งอยู่
“สรุปแล้วเอาอย่างไร?”
เขาชี้ไปทางหลานชิงอวี้
“หากไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เดี๋ยวให้นางช่วยสอนก็ได้”
หลานชิงอวี้สะดุ้งเฮือก
“เหตุใดกลายเป็นหน้าที่ของข้าอีกแล้วเจ้าคะ?!”
“เจ้ามีประสบการณ์แล้วนี่”
“เรื่องเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่ามีประสบการณ์แล้วจะสอนผู้อื่นได้นะเจ้าคะ!”
เซี่ยเยว่หลีมองทั้งสองคนสลับกัน ก่อนกัดริมฝีปากเล็กน้อย
“ข้าไม่ต้องให้นางสอน”
ยูรันเอียงคอ
“หมายความว่าไม่เอา?”
“ใครบอกว่าไม่เอา!”
เซี่ยเยว่หลีรีบคว้าแขนเขาไว้แน่น
“ข้าเพียงบอกว่าสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดมาสอน!”
หลานชิงอวี้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เช่นนั้นข้าก็ไม่เกี่ยวแล้วนะเจ้าคะ”
เซี่ยเยว่หลีหันไปมองนาง
“แต่เจ้าต้องอยู่ด้วย”
“เอ๊ะ?”
“ข้าไม่ยอมให้เจ้าหนีไปนอนสบายอยู่คนเดียวหรอก”
หลานชิงอวี้หันไปมองยูรันเพื่อขอความช่วยเหลือ
ยูรันเพียงยักไหล่ ก่อนสะบัดมือกางม่านกั้นเสียงครอบคลุมทั่วห้อง
เป๊าะ!
แสงสว่างภายในห้องดับลงทันที
ท่ามกลางความมืด ยูรันโน้มตัวจูบเซี่ยเยว่หลี ก่อนช้อนร่างนางขึ้นแล้วพาไปวางบนเตียง
เซี่ยเยว่หลีตกใจจนรีบกอดคอเขาเอาไว้
“ดะ...เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่ทันเตรียมใจเลย!”
“เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าจะเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่เลยมิใช่หรือ?”
“มันคนละเรื่องกัน!”
หลานชิงอวี้ยืนอยู่ด้านข้างอย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนม่านเตียงจะถูกดึงปิดลง
ภาพตัดไปยังรุ่งเช้า
ยูรันตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าและออกจากห้องไปนานแล้ว เวลานี้เขากำลังสอนเหล่าสาวใช้เตรียมอาหารอยู่ภายในครัว
ส่วนภายในห้อง เซี่ยเยว่หลีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนความทรงจำเมื่อคืนจะไหลกลับเข้ามาพร้อมกับความปวดระบมทั่วร่าง
ใบหน้าของนางพลันแดงก่ำ
“นะ...นะ...นี่ข้าทำอะไรลงไป...”
นางดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดใบหน้า
“เมื่อคืนข้า...ข้า...ข้า...”
หลานชิงอวี้ซึ่งนอนอยู่ข้างกายถอนหายใจ ก่อนยกมือขึ้นตบไหล่นางเบา ๆ
“พี่หญิงไม่ต้องใส่ใจหรอกเจ้าค่ะ ทุกคนล้วนเคยถูกเขาจัดการเช่นนี้เหมือนกัน”
เซี่ยเยว่หลีค่อย ๆ ลดผ้าห่มลง
“ทุกคนเลยหรือ?”
“เจ้าค่ะ หากห้องกว้างหน่อย เขาก็เล่นเสียแทบทุกมุม ทุกที่ ทุกท่า”
หลานชิงอวี้กล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ
“ข้าเองก็ระบมไปทั้งตัวทุกครั้ง ร่างกายสั่นไม่ยอมหยุด จนกว่าเขาจะพอใจและยอมหยุดเองนั่นแหละเจ้าค่ะ”
“……”
เซี่ยเยว่หลีดึงผ้าห่มกลับขึ้นมาปิดหน้าอีกครั้ง
“คำพูดของเจ้าไม่ได้ช่วยปลอบใจข้าเลยแม้แต่น้อย!”
หลานชิงอวี้พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่ท่านจะได้เตรียมใจเอาไว้สำหรับครั้งต่อไป”
“ยังจะมีครั้งต่อไปอีกหรือ?!”
“เมื่อคืนท่านกอดเขาไว้แน่นขนาดนั้น ข้าว่าท่านน่าจะรู้คำตอบดีที่สุดนะเจ้าคะ”
เซี่ยเยว่หลีนิ่งค้าง ก่อนมุดหายเข้าไปใต้ผ้าห่มทั้งตัว
“ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว!”
จริงครับ ทุกคนเคยกินอาหารฝีมือยูรันตอนที่เขามาพรรคครั้งแรกแล้ว รอบนี้ต้องเป็นอาการคิดถึงรสชาติเดิม:
เสียงของยูรันดังมาจากด้านนอกห้อง
“ตื่นกันแล้วจะรออะไรเล่า ข้าวพร้อมแล้ว!”
เมื่อเซี่ยเยว่หลีกับหลานชิงอวี้มาถึงห้องอาหาร เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสของพรรคมารอัสดงก็นั่งรออยู่พร้อมหน้าแล้ว
ไม่นาน เหล่าสาวใช้ก็ทยอยนำอาหารไปวางตรงหน้าทุกคน
เมื่อได้เห็นอาหารอันคุ้นเคยและได้กลิ่นหอมที่ห่างหายไปหลายวัน เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสต่างพากันน้ำตาไหล
“อาหารฝีมือคุณชายยูรัน...”
“ในที่สุดก็ได้กินอีกครั้ง!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งรีบคีบอาหารเข้าปาก ก่อนหลับตาลงด้วยความซาบซึ้ง
“รสชาตินี้แหละ ข้าคิดถึงแทบตาย!”
ศิษย์อีกคนยกมือปาดน้ำตา
“หลายวันที่ผ่านมา ข้าฝึกทำอาหารทุกวัน แต่สิ่งที่ทำออกมากลับมีรสชาติแย่กว่าอาหารหมาเสียอีก!”
“สวรรค์ ในที่สุดพวกเราก็รอดแล้ว!”
คนทั้งห้องรีบลงมือกินอาหารตรงหน้า บางคนถึงขั้นตัวสั่นเพราะได้กลับมากินรสชาติที่เฝ้าคิดถึงมาหลายวัน
ยูรันมองภาพนั้น ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อืม ดูเหมือนพวกเขาจะทรมานกันมาหนักจริง ๆ”
หลานชิงอวี้มองเหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสซึ่งกำลังกินไปน้ำตาไหลไป ก่อนถามด้วยความสงสัย
“อาหารของที่นี่แย่ถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ?”
เซี่ยเยว่หลีถอนหายใจยาว
“หากเจ้าเคยกินอาหารของเขามานาน แล้วต้องกลับมากินอาหารของที่นี่...”
นางเหลือบมองเหล่าสาวใช้เล็กน้อย ก่อนลดเสียงลง
“เจ้าจะนึกว่าตนเองกำลังกินอาหารหมาอยู่”
“เฮ้อออออ...”
หลานชิงอวี้คีบอาหารเข้าปาก ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นใจ
“อืม หากเปรียบเทียบกับฝีมือศิษย์พี่ยู ข้าพอจะเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
หลังจากทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ ยูรันก็วางตะเกียบลง ก่อนลุกขึ้นประกาศ
“เอาละ พวกแกทุกคนที่อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานกับแก่นทองคำ ตามข้าไปที่ลานฝึก”
เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสชะงักพร้อมกัน
“ไปทำอะไรหรือขอรับ?”
ยูรันยกมุมปากขึ้น
“วันนี้ข้าจะโชว์อะไรเท่ ๆ ให้พวกแกดูเป็นขวัญตา จะได้มีเรื่องจริงเอาไปช่วยโฆษณาตุ๊กตา”
เขาชี้ไปยังผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานและแก่นทองคำทั้งหมด
“เมื่อเริ่มแล้วก็รวบรวมพลังต้านเอาไว้ให้ดี อย่าถูกจัดการง่ายเกินไปเล่า”
“ถึงอย่างไรข้าก็อยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานเท่านั้น อย่าทำให้ข้าผิดหวัง”
เหล่าศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานเริ่มหน้าซีด ส่วนผู้บำเพ็ญขอบเขตแก่นทองคำมองหน้ากันด้วยสีหน้าซับซ้อน
“เหตุใดคำว่า ‘อยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน’ จากปากเขาจึงฟังดูไม่น่าไว้วางใจเลย?”
“เขาเพิ่งบอกว่าเอาชนะผู้ที่มีพลังเทียบเท่าวิญญาณทารกขั้นสูงสุดมิใช่หรือ?”
เซี่ยเยว่หลีลุกขึ้นทันที ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
“เจ้าจะพ่นไฟให้ข้าดูใช่หรือไม่?”
ยูรันยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เดี๋ยวไปถึงลานฝึกก็รู้เอง”
ไม่นาน ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานทั้งหมดกับขอบเขตแก่นทองคำบางส่วนก็มารวมตัวกันกลางลานฝึก รวมแล้วมีมากถึงสามร้อยคน
ทุกคนยืนกระจายกันเป็นขบวน สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนระแวดระวัง
เซี่ยชางหมิงกับเหล่าผู้อาวุโสระดับสูงยืนอยู่รอบนอก คอยควบคุมม่านพลังซึ่งครอบคลุมลานฝึกเอาไว้หลายชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้การต่อสู้ส่งผลกระทบต่ออาคารของพรรค
ส่วนหลานชิงอวี้กับเซี่ยเยว่หลียืนอยู่กลางอากาศ ห่างจากลานฝึกออกไปไกลพอสมควร
เซี่ยเยว่หลีก้มมองระยะห่าง ก่อนขมวดคิ้ว
“พวกเราจำเป็นต้องอยู่ไกลถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
หลานชิงอวี้พยักหน้าอย่างจริงจัง
“ไกลขนาดนี้แหละดีแล้วเจ้าค่ะ”
“ครั้งก่อนแม้จะมีคนเพียงเกือบร้อยคน เขายังระเบิดเวทีจนกลายเป็นหลุม หากครั้งนี้มีถึงสามร้อยคน ข้าไม่คิดเข้าไปยืนใกล้กว่านี้แน่นอน”
เซี่ยเยว่หลีหันกลับไปมองลานฝึกด้วยแววตาตื่นเต้นกว่าเดิม
กลางท้องฟ้า ยูรันยืนเอามือไพล่หลัง เสื้อคลุมโบกสะบัดตามแรงลม ก่อนตะโกนลงไปด้านล่าง
“พวกแกพร้อมหรือยังงงงงง!”
เสียงตอบรับจากคนทั้งสามร้อยดังกึกก้องไปทั่วพรรค
“พร้อมแล้ววววววว!”
ยูรันยกมือขึ้นช้า ๆ
“ถ้าเช่นนั้นก็ตั้งท่า!”
“เตรียมตัวรับให้ดี!!!!!”
ตู้ม!
ผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยระเบิดพลังออกมาพร้อมกัน กลิ่นอายของขอบเขตสร้างรากฐานและแก่นทองคำหลอมรวมกันจนเกิดเป็นกระแสลมรุนแรง พัดฝุ่นบนลานฝึกฟุ้งกระจายไปทั่ว
ม่านพลังรอบสนามสั่นไหวเบา ๆ ตั้งแต่การต่อสู้ยังไม่เริ่มต้น
เซี่ยชางหมิงรีบตะโกนสั่งเหล่าผู้อาวุโส
“เสริมม่านพลังอีกสามชั้น!”
“อย่าปล่อยให้เจ้าเด็กนั่นระเบิดพรรคของข้า!”