คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 194 ท่านคิดจริงหรือว่าข้าไม่รู้ว่าท่านฝึกสำเร็จตั้งนานแล้ว7,401 ตัวอักษร

ตอนที่ 194 ท่านคิดจริงหรือว่าข้าไม่รู้ว่าท่านฝึกสำเร็จตั้งนานแล้ว

ยูรันก้มมองผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยคน พลางครุ่นคิดว่าจะเริ่มต้นด้วยสิ่งใดดี

[ใช้อะไรดีวะ...]

[ครั้งก่อนก็ใช้ทั้งน้ำกับไฟ ไฟกับลม แล้วบังเอิญมีเมฆมากพอให้เรียกกิเลนสายฟ้าลงมาได้พอดี]

[รอบนี้คงใช้แบบเดิมไม่ได้ ข้าไม่ชอบแสดงอะไรซ้ำเสียด้วย]

เขาลูบคางอย่างใช้ความคิด

[น้ำกับลม? น้ำกับไม้?]

[อืม ใช้น้ำกับลมหยั่งเชิงก่อนแล้วกัน แรงดันน้ำผสานกับพายุหมุน น่าจะรุนแรงพอให้พวกนั้นได้ออกแรงกันบ้าง]

[หากคนสามร้อยคนยังต้านเอาไว้ได้...]

มุมปากของยูรันค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย

[ค่อยสร้างลาวาแล้วอัดลงไปซ้ำอีกที]

[อื้ม ตามนี้แหละ เท่ดี]

ด้านล่าง ผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยคนมองเห็นรอยยิ้มของเขา ก่อนความรู้สึกไม่ดีจะผุดขึ้นในใจพร้อมกัน

“เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าเขากำลังคิดเรื่องอันตรายอยู่?”

“ไม่เป็นไร พวกเรามีตั้งสามร้อยคน!”

“ใช่ ต่อให้เขาเก่งเพียงใดก็อยู่แค่สร้างรากฐานเท่านั้น!”

ยูรันมองผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยซึ่งกำลังช่วยกันต้านเกลียวคลื่น ขณะที่ตนยังคงพ่นแรงดันน้ำออกมาอย่างต่อเนื่อง

[อืม ถ้าเช่นนั้น...]

มือของเขาเปลี่ยนมุทรากลางคัน

[คาถาลาวา ลาวาหลอมเหลว!]

เปลวไฟสีแดงส้มปะทุขึ้นภายในเกลียวคลื่น ก่อนมวลดินหลอมเหลวร้อนระอุจะก่อตัวแทรกอยู่ท่ามกลางสายน้ำ

ยูรันเปลี่ยนมุทราอีกครั้ง

[คาถาผสาน ระเบิดแรงดันหลอมเหลว!]

ฟู่วววววววววววววววววววว!

สายน้ำแรงดันสูงซึ่งรุนแรงอยู่แล้ว พลันมีลาวาหลอมเหลวพ่นผสมออกมาด้วย กระแสลมบีบอัดทั้งสองสิ่งให้หมุนคว้างอยู่ภายในเกลียวเดียวกัน

ฉ่าาาาาาาาาาาาาา!

น้ำส่วนหนึ่งสัมผัสลาวา ก่อนระเหยกลายเป็นไอน้ำร้อนจัดในทันที

ปริมาตรที่ขยายตัวอย่างฉับพลันทำให้แรงดันภายในเกลียวคลื่นเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่า ม่านไอสีขาวปะทุออกมาจนบดบังท้องฟ้า ขณะที่ลาวาสีแดงฉานยังคงไหลวนอยู่ภายในราวกับเส้นเลือดของมังกร

เหล่าศิษย์ด้านล่างเบิกตากว้าง

“ลาวา?!”

“บัดซบ! เขาใส่ลาวาเข้ามาในสายน้ำด้วย!”

“เหตุใดน้ำกับลาวาจึงไม่หักล้างกันเอง?!”

ผู้อาวุโสขอบเขตแก่นทองคำคนหนึ่งตะโกนสุดเสียง

“อย่ามัวแต่ถาม! เพิ่มพลังเข้าไปเร็ว ม่านป้องกันกำลังจะละลายแล้ว!”

ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมม!

เกลียวคลื่นวารี วายุ และลาวาปะทะม่านปราณอย่างรุนแรง

ความเย็นจากสายน้ำ ความร้อนจากลาวา และแรงระเบิดของไอน้ำโจมตีซ้อนทับกันไม่หยุด พื้นใต้เท้าของผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยเริ่มแตกร้าว ก่อนค่อย ๆ ยุบตัวลงทีละส่วน

เซี่ยชางหมิงหน้าซีด รีบตะโกนสั่งคนรอบนอก

“เสริมม่านพลังอีก!”

“ห้ามปล่อยให้ลาวาหลุดออกไปเด็ดขาด มิฉะนั้นครึ่งพรรคได้กลายเป็นทะเลเพลิงแน่!”

เซี่ยเยว่หลีมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเปล่งประกาย

“งดงามมาก...”

หลานชิงอวี้พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

“ตอนนี้ท่านเข้าใจแล้วใช่ไหมเจ้าคะ ว่าเหตุใดข้าจึงบอกให้ยืนดูอยู่ไกล ๆ”

เบื้องล่าง แนวป้องกันของผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยเริ่มปรากฏรอยร้าว

เปรี๊ยะ!

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

ยูรันยังคงพ่นกระแสพลังลงมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

[อืม ดูเหมือนจะแรงกว่าที่คิดไว้นิดหน่อยนะ]

ผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยกัดฟันต้านทานเอาไว้อีกพักหนึ่ง แต่ไอน้ำซึ่งเกิดจากการปะทะกันระหว่างสายน้ำกับลาวากลับสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ฉ่าาาาาาาาาาาาาา!

อุณหภูมิภายในม่านป้องกันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เหงื่อของทุกคนไหลออกมาราวกับสายน้ำ แต่ยังไม่ทันหยดถึงพื้นก็ระเหยกลายเป็นไอทันที เสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบติดร่าง ขณะที่ผิวหนังเริ่มแดงก่ำเพราะความร้อน

“ระ...ร้อน!”

“ข้าทนไม่ไหวแล้ว!”

“นี่มันการประลองหรือจับพวกเราใส่หม้อต้มกันแน่วะ?!”

ศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานหลายคนเริ่มหมดแรง เข่าทรุดลงกับพื้นทีละคน

ยิ่งจำนวนคนที่ส่งพลังลดลง ภาระของผู้ที่เหลือก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ยืนเอาไว้!”

“ห้ามปล่อยม่านพลังแตก—”

เปรี๊ยะ!

ยังไม่ทันกล่าวจบ รอยร้าวขนาดใหญ่ก็แผ่กระจายไปทั่วม่านปราณ

เพล้ง!

แนวป้องกันของผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยแตกสลายในที่สุด แรงดันน้ำ ไอน้ำร้อน และกระแสลมระเบิดเข้าใส่ทุกคนพร้อมกัน

ตู้มมมมมมมมมมมม!

ร่างจำนวนมากกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง บางคนกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ บางคนหมดสติกลางอากาศ ส่วนผู้บำเพ็ญแก่นทองคำแม้ยังฝืนยืนอยู่ได้ แต่ก็หอบหายใจหนัก ร่างกายแดงก่ำราวกับเพิ่งถูกนำออกมาจากหม้อต้ม

ยูรันเห็นทุกคนหมดสภาพแล้วจึงหยุดปล่อยวิชา พร้อมสะบัดมือสลายลาวาและความร้อนทั้งหมดออกไป

สายลมเย็นพัดผ่านลานฝึก ช่วยลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว

เหล่าศิษย์นอนแผ่กระจายเต็มพื้น ไม่มีผู้ใดเหลือเรี่ยวแรงลุกขึ้นมา

ศิษย์คนหนึ่งพลิกตัวขึ้นมองยูรันบนท้องฟ้า ก่อนพึมพำด้วยเสียงอ่อนแรง

“เขา...อยู่สร้างรากฐานจริงหรือ?”

คนข้าง ๆ ตอบทั้งที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่

“มารดามันเถอะ...ต่อให้เขาบอกว่าตนเองเป็นเซียน ข้าก็เชื่อแล้ว...”

ยูรันกวาดสัมผัสจิตมองผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยซึ่งนอนกระจัดกระจายอยู่ทั่วลาน ก่อนส่ายหน้าอย่างผิดหวัง

“จิ๊ ๆ ใช้ไม่ได้เลยนะ”

เสียงครวญครางดังขึ้นจากด้านล่างทันที

[พวกเราต้านวิชาของสัตว์ประหลาดเช่นเจ้าได้นานขนาดนี้ก็ดีเพียงใดแล้ว!]

ยูรันถอนหายใจ

“เอาเถอะ”

เขาค่อย ๆ ปลดปล่อยกลิ่นอายออกจากร่าง

ครืน...

คลื่นพลังอ่อนโยนกวาดผ่านลานฝึกอย่างช้า ๆ ความร้อนซึ่งสะสมอยู่ภายในร่างของทุกคนพลันสลายหายไปในทันที ราวกับถูกสายลมเย็นพัดชำระล้าง

บาดแผลจากแรงดันน้ำและไอน้ำร้อนเริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ ผิวหนังซึ่งแดงก่ำกลับคืนเป็นปกติ แม้แต่ผู้ที่หมดสติไปแล้วก็ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาทีละคน

“เกิดอะไรขึ้น?”

“บาดแผลของข้า...หายแล้ว?”

ผู้บำเพ็ญแก่นทองคำคนหนึ่งรีบตรวจสอบร่างกาย ก่อนพบว่าไม่เพียงอาการบาดเจ็บจะหายไป แต่พลังที่ปั่นป่วนภายในยังสงบลงด้วย

“พลังรักษาระดับนี้มันอะไรกัน?!”

“เมื่อครู่เขายังเกือบต้มพวกเราทั้งเป็นอยู่เลย ตอนนี้กลับรักษาทุกคนพร้อมกันได้ในชั่วพริบตา?”

ยูรันค่อย ๆ ก้าวลงมาจากท้องฟ้า ก่อนปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกจากไหล่

“เอาละ ตอนนี้พวกแกมีเรื่องจริงเอาไปช่วยโฆษณาตุ๊กตาแล้ว”

เขายกมุมปากขึ้น

“จำรายละเอียดให้ดีด้วย”

“คลื่นวารี วายุ ลาวา แล้วก็การรักษาคนสามร้อยคนพร้อมกัน”

“เล่าให้อลังการหน่อย แต่อย่าแต่งเกินความจริง ข้าเป็นคนซื่อตรง”

“……”

ผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยมองหลุมขนาดใหญ่กลางลาน ก่อนหันกลับมามองยูรัน

[เรื่องจริงก็อลังการเกินพอแล้วโว๊ย!]

ทันใดนั้น ศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานคนหนึ่งก็ลุกพรวดขึ้น ก่อนวิ่งตรงเข้ามาหายูรันแล้วคุกเข่าลง

“ท่านอาจารย์!”

ยูรันชะงัก

“ใครเป็นอาจารย์ของเจ้า?”

“ท่านอย่างไรเล่าขอรับ!”

ศิษย์คนนั้นโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง

“ได้โปรดสอนข้าด้วย ข้าอยากใช้วิชาเมื่อครู่ได้บ้าง!”

เมื่อคนอื่นได้ยิน ดวงตาก็สว่างขึ้นทันที

พรึ่บ!

ผู้บำเพ็ญหลายร้อยคนกรูกันเข้ามาล้อมยูรันเอาไว้

“ท่านอาจารย์ โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วย!”

“ข้าอยากเรียนวิชาลาวา!”

“ข้าอยากเรียนวิชาวารีกับวายุ!”

ยูรันยกมือห้ามทุกคน

“ข้าไม่สอน”

เหล่าศิษย์ซึ่งกำลังตื่นเต้นพลันแข็งค้างพร้อมกัน

“เหตุใดเล่าขอรับ?!”

“ไม่มีเวลา”

ยูรันตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา

“แค่ก้าวพริบตากับเหยียบเวหา พวกแกยังฝึกกันไปไม่ถึงไหนเลย ตอนนี้กลับคิดจะเรียนวิชาผสานธาตุแล้วหรือ?”

เขาส่ายหน้าพลางส่งเสียงจิ๊ ๆ

“ใช้ไม่ได้เลยนะ”

คำพูดนั้นแทงเข้าใส่ผู้บำเพ็ญทั้งสามร้อยพร้อมกัน

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

ศิษย์คนแรกรีบถาม

“เช่นนั้นต้องทำอย่างไร ท่านถึงจะยอมกลับมาสอนพวกเราขอรับ?”

“ฝึกสองวิชานั้นให้สำเร็จก่อน”

ยูรันชี้ไปทางเซี่ยชางหมิง

“เมื่อคนส่วนใหญ่สามารถใช้ก้าวพริบตาร่วมกับเหยียบเวหาได้แล้ว ก็ให้ตาแก่เจ้าสำนักส่งจดหมายไปหาข้า ถึงตอนนั้นหากข้าว่างจะกลับมาสอน”

ดวงตาของเหล่าศิษย์เปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง

“พวกเราจะรีบฝึกให้สำเร็จขอรับ!”

“ภายในหนึ่งเดือนข้าต้องทำให้ได้!”

“หนึ่งเดือนนานเกินไป ข้าจะฝึกทั้งวันทั้งคืน!”

ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ดี พยายามเข้าล่ะ”

เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่ออย่างสบาย ๆ

“เพราะตั้งแต่วันนี้เยว่หลีจะตามข้าไปอยู่บนยอดเขาแล้ว ไม่มีผู้ใดคอยสอนพวกแกอีก”

เปรี๊ยงงงงงงงงง!

ประโยคนั้นราวกับสายฟ้าผ่าลงกลางลานฝึก

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยชางหมิงแข็งค้าง ก่อนเขาจะหันขวับไปมองลูกสาว

“อะไรนะ?!”

เหล่าผู้อาวุโสกับศิษย์ทั้งสามร้อยเองก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน

“คุณหนูจะไปแล้วหรือ?!”

“แล้วผู้ใดจะคอยสอนพวกเราเล่า?”

เซี่ยเยว่หลียกแขนกอดอก ก่อนเชิดหน้าขึ้น

“ข้าสอนพวกเจ้ามาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีผู้ใดตั้งใจฝึกให้สำเร็จเอง”

“ต่อจากนี้ก็พยายามกันเองเถอะ”

เซี่ยชางหมิงพุ่งเข้ามากอดขาลูกสาวอีกครั้ง

“ลูกรัก พ่อยังใช้ไม่ได้เลยนะ!”

เซี่ยเยว่หลีก้มมองบิดาด้วยสายตาเย็นชา

“ท่านพ่อ ท่านคิดจริงหรือว่าข้าไม่รู้ว่าท่านฝึกสำเร็จตั้งนานแล้ว?”

เซี่ยชางหมิงหลั่งเหงื่อเย็นออกมาทันที

รอบลานฝึก เหล่าศิษย์กับผู้อาวุโสค่อย ๆ หันไปมองเขาพร้อมกัน

[ที่แท้ท่านประมุขก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณหนูหนีไปจริง ๆ ด้วย!]