คลังนิยายสัตย์สาบานแห่งดวงดาวอ่านล่าสุด

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 195 อย่าข่มขู่สัตว์วิเศษของข้าสิ7,270 ตัวอักษร

ตอนที่ 195 อย่าข่มขู่สัตว์วิเศษของข้าสิ

ยูรันยังคงยืนอยู่เหนือไข่ทั้งยี่สิบแปดฟอง รับสายฟ้าทุกสายเอาไว้เพียงลำพัง

เมื่อสายฟ้าสายสุดท้ายสลายไป เมฆทัณฑ์บนท้องฟ้าก็ค่อย ๆ จางหาย

หลิงเยวี่ยนับจำนวนอยู่ในใจ ก่อนขมวดคิ้ว

“สามสิบหกสาย?”

หลานชิงอวี้เองก็มองไข่ทั้งหมดด้วยความสับสน

“แต่มีสัตว์วิเศษเพียงยี่สิบแปดตัวมิใช่หรือเจ้าคะ?”

ยูรันลอยลงมาบนพื้น

“อืม ข้าเองก็ไม่รู้ว่าอีกแปดสายมาจากไหน”

เขาเหลือบมองท้องฟ้าซึ่งกลับคืนเป็นปกติ

“แต่ทั้งหมดเป็นเพียงทัณฑ์สวรรค์ธรรมดา ไม่มีนิมิตหรือพลังพิเศษอะไร”

จากนั้นยูรันก็ส่งจิตเข้าไปตรวจสอบดาราจักรภายในหัวใจ

[เป็นอย่างไรบ้าง อายุเพิ่มขึ้นเท่าไร?]

ทารกกำลังนอนแผ่อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว มือทั้งสองกุมท้องกลมซึ่งพองขึ้นจากการกินพลังสายฟ้าจนอิ่มแปล้

“บู่!”

ยูรันนิ่งไปหนึ่งอึดใจ

[หนึ่งเดือน?]

[ทัณฑ์สวรรค์ตั้งสามสิบหกสาย แต่เพิ่มได้เพียงหนึ่งเดือนเนี่ยนะ?]

[น้อยชิบหาย]

ทารกตบพุงตนเองเบา ๆ ก่อนเรอออกมาอย่างพึงพอใจ

“บุ...”

กึก!

ทันใดนั้น ไข่ฟองแรกก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน

เปรี๊ยะ!

รอยร้าวแผ่กระจายไปทั่วเปลือกไข่ ก่อนเศษชิ้นเล็กจะถูกดันออกมาจากด้านใน

ปลายจะงอยปากเล็ก ๆ โผล่ผ่านรอยแตก ตามมาด้วยเสียงร้องแผ่วเบา

“จิ๊บ...”

เซี่ยเยว่หลีเบิกตากว้าง ก่อนขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว

“กำลังออกมาแล้ว!”

กึก! กึก! กึก!

ราวกับเสียงร้องนั้นเป็นสัญญาณ ไข่อีกยี่สิบเจ็ดฟองเริ่มสั่นไหวขึ้นพร้อมกัน

เสียงเปลือกไข่แตกร้าวดังต่อเนื่องไปทั่วพื้นที่รกร้าง

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

ยูรันกอดอกมองภาพตรงหน้า ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ

“อืม ดูเหมือนทุกตัวจะรอดครบ”

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

เปลือกไข่ทั้งยี่สิบแปดฟองแตกออกแทบจะพร้อมกัน ก่อนร่างเล็ก ๆ จะค่อย ๆ มุดออกมาจากด้านใน

“จิ๊บ!”

“จิ๊บ ๆ!”

ลูกหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบแปดตัวปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน แม้เพิ่งถือกำเนิดและยังมีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าลูกไก่นัก แต่ละตัวกลับปลดปล่อยกลิ่นอายสายเลือดอันสูงส่งออกมาอย่างชัดเจน

พวกมันมีลักษณะแตกต่างกันทั้งหมดสิบสี่ชนิด ชนิดละสองตัวพอดี

หงส์ฟ้าธาตุดินมีขนสีน้ำตาลทอง ลวดลายบนปีกคล้ายชั้นหินซ้อนทับกัน ทุกครั้งที่ขยับเท้า พื้นดินโดยรอบจะสั่นสะเทือนเบา ๆ

หงส์ฟ้าธาตุไฟมีขนสีแดงชาดแซมทอง เปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ตามปลายปีกโดยไม่ทำร้ายร่างกายของมัน

หงส์ฟ้าธาตุน้ำมีขนสีฟ้าเข้มเป็นประกาย เนื้อขนพลิ้วไหวราวกับสายน้ำ และมีหยดน้ำลอยวนอยู่รอบกายตลอดเวลา

หงส์ฟ้าธาตุลมมีขนสีขาวอมเขียว ร่างกายเบาจนไม่แตะพื้น ทุกครั้งที่กระพือปีกจะเกิดสายลมหมุนขนาดเล็กขึ้นมา

หงส์ฟ้าธาตุสายฟ้ามีขนสีม่วงเงิน ประกายอัสนีแล่นพล่านไปทั่วร่าง ส่งเสียงเปรี๊ยะ ๆ ไม่หยุด

หงส์ฟ้าธาตุน้ำแข็งมีขนสีฟ้าใสดุจผลึกแก้ว ปลายปีกแหลมคมและสะท้อนแสงหลากสี พื้นใต้เท้ากลายเป็นน้ำแข็งทุกครั้งที่พวกมันก้าวเดิน

หงส์ฟ้าธาตุมายามีขนหลากสีซึ่งเปลี่ยนไปตามมุมมอง ร่างกายพร่าเลือนและทิ้งภาพติดตาหลายชั้นจนยากจะแยกแยะว่าตัวจริงอยู่ที่ใด

หงส์ฟ้าธาตุเหมันมีขนสีขาวอมฟ้า หมอกเย็นกับเกล็ดหิมะลอยวนอยู่รอบตัว แม้ไม่ได้ขยับปีก อุณหภูมิบริเวณนั้นก็ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว

หงส์ฟ้าธาตุเหล็กมีขนสีเงินเข้มเป็นมันวาว ปีกแต่ละเส้นดูแข็งแกร่งและคมกริบราวกับใบมีด

หงส์ฟ้าธาตุสุริยันมีขนสีทองสว่าง กลางหน้าผากปรากฏลวดลายดวงอาทิตย์ และมีวงแสงสีทองลอยอยู่ด้านหลังศีรษะ

หงส์ฟ้าธาตุจันทรามีขนสีเงินอมคราม กลางหน้าผากเป็นลวดลายจันทร์เสี้ยว กลิ่นอายรอบตัวเย็นสงบแตกต่างจากธาตุเหมันโดยสิ้นเชิง

หงส์ฟ้าธาตุเงามีขนสีดำสนิทจนแทบกลืนไปกับความว่างเปล่า แม้แต่แสงที่ส่องกระทบร่างยังถูกดูดกลืนหายไป

หงส์ฟ้าธาตุแสงมีขนสีขาวบริสุทธิ์ ปลายปีกเปล่งประกายสีรุ้งจาง ๆ และปลดปล่อยกลิ่นอายอบอุ่นซึ่งทำให้จิตใจสงบลง

คู่สุดท้ายคือหงส์ฟ้าธาตุน้ำและไฟ ขนครึ่งหนึ่งเป็นสีแดงเพลิง อีกครึ่งเป็นสีฟ้าวารี เปลวไฟกับสายน้ำโคจรรอบกันโดยไม่หักล้าง เกิดเป็นหมอกไออุ่นบาง ๆ ห่อหุ้มร่างของพวกมันเอาไว้

ยูรันกวาดสัมผัสจิตตรวจสอบทุกตัว ก่อนพยักหน้า

“อืม ครบยี่สิบแปดตัว อย่างละหนึ่งคู่พอดี ไม่มีตัวใดผิดรูปหรือขาดแขนขา”

“จิ๊บ?”

ลูกหงส์ทั้งหมดหันมามองเขาพร้อมกัน

เมื่อเห็นว่าทัณฑ์สวรรค์สิ้นสุดลงแล้ว คนที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ จึงพากันลงมาบนพื้น

เซี่ยเยว่หลี หนานอวี้ เซี่ยหลานอิงเป็นสามคนแรกที่พุ่งเข้ามา ดวงตาของพวกนางเปล่งประกายจนแทบลุกเป็นไฟ

“น่ารักมาก!”

หลิงเยวี่ย ไป๋หลิง และหลานชิงอวี้ตามลงมา ขณะที่เฮยหลงกับเยว่หลินยืนมองลูกหงส์ทั้งยี่สิบแปดตัวด้วยสีหน้าตกตะลึง

เยว่หลินกลืนน้ำลายเบา ๆ

“สัตว์วิเศษสายเลือดสูงถึงยี่สิบแปดตัว...ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันจริง ๆ ด้วย”

ยูรันพยักหน้า ก่อนเดินเข้าไปยืนหน้าลูกหงส์ทั้งหมด

“เอาละ ได้เวลาแบ่งงานแล้ว”

เขาชี้ไปทางหงส์ฟ้าธาตุน้ำและไฟคู่สุดท้าย

“ไอ้พวกลูกเจี๊ยบสองตัวนั้น ออกมา”

“จิ๊บ?”

ลูกหงส์ทั้งสองเอียงคอ ก่อนหันมองหน้ากันอย่างสับสน

“พวกแกต้องไปอยู่กับตาแก่เจ้าสำนัก ข้าสัญญาว่าจะมอบพวกแกให้เขาไว้แล้ว”

ยูรันยกนิ้วขึ้นเตือน

“ไปถึงแล้วก็ทำตัวดี ๆ เชื่อฟังคำสั่ง อย่าพ่นไฟเผาตำหนักหรือปล่อยน้ำท่วมยอดเขาหลัก”

“ไม่เช่นนั้นก็กลับมากลายเป็นไก่ย่างเสีย”

ลูกหงส์น้ำและไฟทั้งสองเบิกตากว้าง ก่อนรีบถอยไปหลบหลังลูกหงส์ตัวอื่น

เซี่ยเยว่หลีคิ้วกระตุก

“พวกมันเพิ่งเกิด เจ้าก็ข่มขู่จะนำไปย่างแล้วหรือ?”

“ข้ากำลังอบรมให้รู้จักหน้าที่”

หลานชิงอวี้ถอนหายใจ

“ประโยคเดียวกับตอนข่มขู่เมนเดรกเลยนะเจ้าคะ”

ยูรันทำเป็นไม่ได้ยิน ก่อนกวักมือเรียกลูกหงส์ทั้งสอง

“ออกมาเร็ว ข้าไม่ชอบพูดซ้ำ”

ลูกหงส์ทั้งสองค่อย ๆ เดินออกมาด้วยขาสั่นระริก ก่อนหยุดยืนตรงหน้าเขาอย่างว่าง่าย

“จิ๊บ...”

ยูรันย่อตัวลงแล้วลูบศีรษะพวกมันเบา ๆ

“ดีมาก หากทำตัวดี ตาแก่นั่นมีของกินเยอะ พวกแกน่าจะอยู่อย่างสุขสบาย”

ลูกหงส์ทั้งสองเงยหน้าขึ้น ดวงตากลับมามีประกายเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าอาหาร

ไป๋หลิงมองเขาด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

“เมื่อครู่ยังข่มขู่ว่าจะย่าง ตอนนี้กลับลูบหัวปลอบ เจ้าเลี้ยงสัตว์เป็นแน่หรือ?”

ยูรันพยักหน้าอย่างมั่นใจ

“เป็นสิ หลักการง่ายมาก”

“ทำดีก็ให้รางวัล ทำตัวมีปัญหาก็ขู่จะกิน แค่นี้พวกมันก็เชื่อฟังแล้ว”

ลูกหงส์ทั้งยี่สิบแปดตัวกอดกันแน่นขึ้นพร้อมกันทันที

ยูรันตบมือเบา ๆ

“เอาละ ทุกคนกลับกันก่อน”

เขาเก็บลูกหงส์ทั้งยี่สิบแปดตัวเข้าไปในกระจกโบราณ

“เดี๋ยวข้าจะนำพวกมันไปปล่อยไว้บนดาดฟ้า ส่วนลูกเจี๊ยบน้ำกับไฟสองตัวนี้ ข้าต้องเอาไปให้ตาแก่เจ้าสำนักก่อน”

พรึ่บ!

ยูรันหายวับกลับไปยังยอดเขาจันทรา ปล่อยลูกหงส์อีกยี่สิบหกตัวไว้บนดาดฟ้าภายใต้การดูแลของทุกคน ก่อนหิ้วลูกหงส์น้ำและไฟไปยังยอดเขาหลัก

ไม่นานเขาก็มาถึงหน้าตำหนักส่วนตัวของเจ้าสำนัก

แทนที่จะเคาะประตู ยูรันกลับยกเท้าถีบเข้าไปทันที

ปัง!

“เฮ้ย ตาแก่! ข่าวดี!”

เจ้าสำนักซึ่งกำลังนั่งปรับลมหายใจอยู่ภายในห้องสะดุ้ง ก่อนพุ่งออกมาด้วยสีหน้าเดือดดาล

“ไอ้เด็กนี่! ที่นี่คือตำหนักส่วนตัวของข้านะโว้ย!”

เขาชี้หน้ายูรัน

“แล้วข้าเป็นถึงเจ้าสำนัก เจ้าเรียกข้าว่าตาแก่ได้อย่างไร?!”

“เงียบน่าตาแก่ ดูนี่ก่อน”

ยูรันยกมือทั้งสองขึ้น เผยให้เห็นลูกหงส์ฟ้าธาตุน้ำและไฟซึ่งกำลังถูกหิ้วอยู่คนละข้าง

“ลูกเจี๊ยบสองตัว เพิ่งเกิดเมื่อครู่นี้เลย”

“ข้ารับทัณฑ์สวรรค์แทนพวกมันมาด้วยตัวเอง ของแท้แน่นอน”

“จิ๊บ...”

เจ้าสำนักนิ่งค้าง

ความโกรธบนใบหน้าหายไปในทันที ดวงตาของเขาจับจ้องลูกหงส์ทั้งสอง ก่อนรีบแผ่สัมผัสจิตออกมาตรวจสอบ

กลิ่นอายสายเลือดอันสูงส่ง พลังน้ำกับไฟซึ่งอยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์ และร่องรอยของทัณฑ์สวรรค์ยังคงหลงเหลืออยู่บนร่างเล็ก ๆ ทั้งสองอย่างชัดเจน

มือของเจ้าสำนักเริ่มสั่น

“นะ...นี่ไม่ใช่ลูกเจี๊ยบ”

“พวกมันคือหงส์ฟ้าจริง ๆ!”

ยูรันเอียงคอ

“ตอนนี้ตัวเล็ก มีปีก ส่งเสียงจิ๊บ ๆ จะไม่ใช่ลูกเจี๊ยบได้อย่างไร?”

“ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น!”

เจ้าสำนักรีบยื่นมือไปรับพวกมันอย่างระมัดระวัง ก่อนจะชะงัก

“เดี๋ยวก่อน ตอนนั้นเจ้าสัญญาว่าจะให้ข้าเพียงหนึ่งตัวมิใช่หรือ?”

“ใช่ แต่ข้าให้เป็นคู่”

ยูรันชี้ไปทีละตัว

“ตัวผู้หนึ่ง ตัวเมียหนึ่ง จะได้ขยายพันธุ์กันเองในอนาคต หากให้ตัวเดียวแล้วมันสูญพันธุ์ ท่านก็ต้องวิ่งมารบกวนข้าอีก”

เจ้าสำนักกอดลูกหงส์ทั้งสองเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่ายูรันจะเปลี่ยนใจเอาคืน

“ดี! ให้เป็นคู่ดีมาก!”

ยูรันพยักหน้า

“อืม เช่นนั้นก็จบเรื่อง อย่าลืมหาอาหารดี ๆ ให้พวกมันกินด้วย”

เขาหรี่ตามองลูกหงส์ทั้งสอง

“หากพวกแกทำตัวมีปัญหา ตาแก่นี่จะส่งกลับมาให้ข้าย่าง เข้าใจหรือไม่?”

“จิ๊บ!”

ลูกหงส์ทั้งสองรีบซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนเจ้าสำนักทันที

เจ้าสำนักคิ้วกระตุก

“อย่าข่มขู่สัตว์วิเศษของข้าสิ!”