ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 195
ยูรันมองเซี่ยชางหมิงซึ่งยังคงกอดขาลูกสาวเอาไว้ ก่อนถอนหายใจ
“เอาละตาแก่ ยอมรับความจริงเสียเถอะ”
“เยว่หลีเพียงอยากไปดูสัตว์วิเศษหงส์ฟ้าซึ่งกำลังจะถือกำเนิดเท่านั้นเอง”
เซี่ยชางหมิงชะงัก ก่อนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
เหล่าผู้อาวุโสกับศิษย์ทั้งหมดเงียบลงทันที
ยูรันตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“หงส์ฟ้าไง มีหลายตัวด้วย น่าจะเริ่มฟักภายในวันนี้ ไม่ก็พรุ่งนี้”
ดวงตาของทุกคนพลันสว่างวาบ
เซี่ยชางหมิงปล่อยขาลูกสาว ก่อนลุกขึ้นปัดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
“ลูกรัก พ่อคิดดูแล้ว การออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างนับเป็นเรื่องดี”
“พ่อจะเดินทางไปคุ้มครองเจ้าด้วย!”
เหล่าผู้อาวุโสรีบก้าวออกมาพร้อมกัน
“พวกข้าก็ยินดีติดตามไปคุ้มครองคุณหนู!”
“สัตว์วิเศษถือกำเนิดเป็นเรื่องอันตราย จะขาดกำลังคนได้อย่างไร?”
ยูรันหลี่ตามองทุกคน
“พวกท่านอยากคุ้มครองเยว่หลี หรืออยากไปดูหงส์ฟ้ากันแน่?”
“ย่อมต้องคุ้มครองคุณหนูอยู่แล้ว!”
“โกหกไม่เนียนเลยสักนิด”
ยูรันโบกมือปฏิเสธ
“พอแล้ว พวกเราจะไปกันเพียงสามคน หากเสียเวลามากกว่านี้ พอไปถึงอาจไม่เหลืออะไรให้ดูแล้ว”
เขาจับไหล่หลานชิงอวี้กับเซี่ยเยว่หลีเอาไว้
“พวกเราไปละ”
เซี่ยชางหมิงรีบยื่นมือออกมา
“เดี๋ยวก่อน! อย่างน้อยพาพ่อไปด้วย—”
พรึ่บ!
ร่างของทั้งสามหายวับไปจากลานฝึก ทิ้งให้เซี่ยชางหมิงคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
ความเงียบปกคลุมอยู่หลายอึดใจ
ก่อนท่านประมุขพรรคมารอัสดงจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น
“ทั้งลูกสาว ทั้งหงส์ฟ้า...ไม่เหลือให้ข้าสักอย่าง...”
ระหว่างเดินทาง หลานชิงอวี้เร่งก้าวพริบตาตามหลังยูรัน พลางถามด้วยความกังวล
“ศิษย์พี่เจ้าคะ ท่านแน่ใจหรือว่าตอนสัตว์วิเศษเหล่านั้นฟักออกมา จะเกิดทัณฑ์สวรรค์ขึ้นจริง?”
ยูรันครุ่นคิดเล็กน้อย
“ตอนแรกข้าคิดว่ามีโอกาสประมาณครึ่งต่อครึ่ง”
“แต่ตอนนี้เพิ่มเป็นแปดในสิบส่วนแล้ว”
หลานชิงอวี้ชะงัก
“เหตุใดโอกาสจึงเพิ่มขึ้นมากขนาดนั้นเจ้าคะ?”
“เพราะตอนข้าหลอมโอสถระดับแปด ทัณฑ์สวรรค์ปรากฏขึ้นทั้งที่ไม่เคยมีบันทึกเรื่องเช่นนี้มาก่อน”
ยูรันอธิบายขณะก้าวผ่านท้องฟ้าอย่างสบาย ๆ
“แม้แต่ปรมาจารย์ซึ่งเคยหลอมโอสถระดับแปด ระดับเก้า หรือระดับสิบ ก็ยังไม่เคยเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาได้”
เซี่ยเยว่หลีถามขึ้น
“เช่นนั้นเหตุใดโอสถของเจ้าจึงมี?”
“ข้าคิดว่าไม่เกี่ยวกับระดับเพียงอย่างเดียว”
“น่าจะเป็นเพราะข้าหลอมโอสถสมบูรณ์แบบออกมาพร้อมกันสิบเม็ด จนวิถีสวรรค์มองว่าสิ่งเหล่านั้นไม่สมควรถือกำเนิดขึ้น จึงลองส่งสายฟ้าลงมาทำลาย”
ยูรันยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“แต่สายฟ้านั่นอ่อนเกินไป ข้าแทบไม่ได้อะไรเลย”
หลานชิงอวี้เริ่มมีสีหน้ากังวลกว่าเดิม
“และสัตว์วิเศษเหล่านั้นก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ท่านสร้างขึ้นมาโดยตรง...”
“ถูกต้อง”
ยูรันพยักหน้า
“หากโอสถยังเรียกทัณฑ์สวรรค์ได้ การสร้างสิ่งมีชีวิตสายเลือดสูงขึ้นมาจำนวนมากพร้อมกันย่อมมีโอกาสเรียกมันลงมาได้มากกว่า”
เซี่ยเยว่หลีหันไปถาม
“เจ้าสร้างเอาไว้กี่ตัว?”
“ยี่สิบแปดตัว”
“……”
หลานชิงอวี้กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
“หมายความว่าอาจมีทัณฑ์สวรรค์ยี่สิบแปดชุดหรือเจ้าคะ?”
ยูรันส่ายหน้า
“หากวิถีสวรรค์นับสัตว์สองธาตุแยกตามจำนวนธาตุ อาจมากกว่านั้นอีก”
“เพราะอย่างนั้นพวกเราถึงต้องรีบกลับไปไง”
ยูรันหันไปทางหลานชิงอวี้
“ชิงอวี้ ข้าจะเร่งความเร็วขึ้นอีก เตรียมตัวให้ดี”
“เอ๊ะ?”
ยังไม่ทันที่นางจะตอบ ร่างของยูรันก็หายวับไปจากตำแหน่งเดิม
พรึ่บ!
เซี่ยเยว่หลีใช้ก้าวพริบตาร่วมกับเหยียบเวหาตามไปติด ๆ แทบไม่มีช่องว่างระหว่างทั้งสอง
ส่วนหลานชิงอวี้เพิ่งตั้งสติได้ ก็พบว่าทั้งคู่กลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ อยู่ไกลออกไปแล้ว
“เดี๋ยวก่อนนนนนนน! พวกท่านจะทิ้งข้าไว้อีกแล้วหรือเจ้าคะ?!”
เสียงตะโกนของหลานชิงอวี้ดังไล่หลังมา แต่ระยะห่างกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เซี่ยเยว่หลีเหลือบมองไปด้านหลัง
“ไม่รอนางหน่อยหรือ?”
ยูรันตอบโดยไม่ลดความเร็ว
“ไม่จำเป็น อย่างไรนางก็มาถึงอยู่ดี”
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงยอดเขาจันทรา
พรึ่บ!
ทันทีที่ปรากฏตัวบนดาดฟ้า ก็พบว่าหลิงเยวี่ย หนานอวี้ ไป๋หลิง เฮยหลง และเยว่หลินกำลังยืนรออยู่ก่อนแล้ว
หนานอวี้รีบโบกมือ
“ศิษย์น้อง! ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียที!”
ไป๋หลิงกวาดตามองด้านหลังเขา ก่อนขมวดคิ้ว
“แล้วชิงอวี้เล่า?”
“อยู่ข้างหลัง เดี๋ยวก็มาถึง”
ยูรันหันไปทางอาคารภารกิจของสำนัก
“ข้าไปส่งภารกิจจับผึ้งหยกจันทราก่อน ประเดี๋ยวกลับมา”
เขาเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ามีสตรีอีกคนยืนอยู่ข้างกาย จึงชี้แนะนำอย่างรวบรัด
“อ๋อ นี่เยว่หลี”
พรึ่บ!
กล่าวจบ ยูรันก็หายวับไปทันที
“……”
ความเงียบปกคลุมทั่วดาดฟ้า
เซี่ยเยว่หลียังคงยืนอยู่ในท่าเตรียมกล่าวแนะนำตนเอง แต่ผู้ที่พานางมากลับหนีไปเสียแล้ว
นางมองคนทั้งห้าตรงหน้า ขณะที่ไป๋หลิง หนานอวี้ และหลิงเยวี่ยเองก็กำลังพิจารณานางอย่างละเอียดเช่นกัน
หนานอวี้เป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น
“เยว่หลี...เซี่ยเยว่หลีจากพรรคมารอัสดงหรือ?”
“ใช่”
ไป๋หลิงหลี่ตามองนางเล็กน้อย
“แล้วเหตุใดเจ้าจึงมากับสามีของข้า?”
เซี่ยเยว่หลีชะงัก ก่อนแววตาจะเปลี่ยนไปทันที
“สามีของเจ้า?”
บรรยากาศบนดาดฟ้าเริ่มตึงเครียดขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลิงเยวี่ยยกมือกุมหน้าผาก
[รันเอ๋อร์ เจ้าจงใจหนีไปส่งภารกิจตอนนี้ใช่หรือไม่?]
ทันใดนั้น เสียงตะโกนอันคุ้นเคยก็ดังมาจากท้องฟ้าไกลออกไป
“พวกท่านรอข้าด้วยยยยยยย!”
พรึ่บ!
หลานชิงอวี้ปรากฏตัวขึ้นเหนือดาดฟ้า ก่อนรีบเหยียบเวหาลงมายืนบนพื้นด้วยท่าทางโซเซ
“แฮ่ก ๆ...เร็วเกินไปแล้วเจ้าค่ะ!”
นางยกมือกุมหน้าอก พยายามปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ
“ข้าเกือบหลงทางอยู่กลางอากาศแล้ว!”
ไป๋หลิงไม่ได้สนใจคำบ่นของนาง สายตายังคงจับจ้องเซี่ยเยว่หลี
“เหตุใดนางจึงกลับมาด้วย?”
ยังไม่ทันที่หลานชิงอวี้จะตอบ ร่างของยูรันก็ปรากฏขึ้นกลางดาดฟ้าอีกครั้ง
พรึ่บ!
“ก็นางจะมาอยู่ด้วยน่ะสิ”
“……”
เปรี๊ยงงงงงงงงง!
คำพูดของเขาราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะทุกคน
ไป๋หลิงค่อย ๆ หันมามองยูรัน
“มาอยู่ด้วย?”
“อืม”
“อยู่ในฐานะใด?”
ยูรันเอียงคอ ก่อนตอบเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“เหมือนพวกเจ้านั่นแหละ”
หนานอวี้ยกมือขึ้นนับจำนวนคน ก่อนมุมปากจะกระตุก
[ออกไปเพียงไม่กี่วัน พากลับมาเพิ่มอีกตั้งกี่คนแล้วเนี่ย?!]
หลิงเยวี่ยหลับตาลงช้า ๆ
[รันเอ๋อร์...นี่มันยอดเขาของข้านะ]
ไป๋หลิงกำหมัดแน่น ก่อนหันไปมองหลานชิงอวี้
“เจ้ารู้อยู่แล้ว?”
หลานชิงอวี้ซึ่งยังหอบไม่หายรีบยกมือทั้งสองขึ้น
“ข้าไม่เกี่ยวเจ้าค่ะ!”
“ข้าเพียงเดินทางไปกับเขา แล้วถูกลากเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ทุกครั้งเท่านั้น!”
ยูรันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“เอาเถอะ เรื่องนั้นไม่สำคัญ เดี๋ยวข้าค่อยเล่าให้ฟัง”
ไป๋หลิงคิ้วกระตุก
“เรื่องนี้สำคัญมากต่างหาก!”
“ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่า ตามมา”
พรึ่บ!
ร่างของยูรันหายวับไปจากดาดฟ้า ก่อนปรากฏตัวขึ้นภายในโรงฟักไข่ทันที
คนที่เหลือนิ่งค้างไปหนึ่งอึดใจ
หลิงเยวี่ยเป็นคนแรกที่ได้สติ
“ตามเขาไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันภายหลัง”
ทุกคนรีบตามไปยังโรงฟักไข่
เมื่อมาถึง พวกเขาก็เห็นไข่สัตว์วิเศษยี่สิบแปดฟองวางเรียงอยู่ภายในค่ายกล แต่ละฟองมีสีสันและกลิ่นอายแตกต่างกัน บางฟองลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิง บางฟองถูกห่อหุ้มด้วยสายน้ำ ขณะที่บางฟองมีสายฟ้าแล่นพล่านอยู่บนเปลือก
เวลานี้ไข่หลายฟองกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
กึก...กึก...กึก...
รอยร้าวเส้นเล็กเริ่มปรากฏขึ้นบนไข่ฟองแรก
ยูรันเดินเข้าไปตรวจสอบ ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“อืม กลับมาทันเวลาพอดี”
เฮยหลงกับเยว่หลินมองไข่ทั้งหมดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“นายท่าน พวกมันกำลังจะฟักพร้อมกันหรือขอรับ?”
“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น”
ยูรันเงยหน้ามองเพดานโรงฟักไข่ พลางสัมผัสแรงกดดันซึ่งกำลังรวมตัวอยู่บนท้องฟ้า
“อืม หากพวกเรากลับมาช้ากว่านี้อีกสักครึ่งวัน ที่นี่คงราบเป็นหน้ากลองแน่นอน”
ครืนนนนนนนนนนนน!
เสียงฟ้าคำรามดังสนั่นจนโรงฟักไข่สั่นสะเทือน ฝุ่นผงร่วงลงมาจากเพดานเล็กน้อย
ยูรันพยักหน้าเหมือนยืนยันข้อสันนิษฐานของตนเอง
“ดูเหมือนข้าจะเดาถูก มีทัณฑ์สวรรค์จริง ๆ ด้วย”
เขาหลับตาสัมผัสความรุนแรงอยู่ครู่หนึ่ง
“แถมยังไม่เบาด้วย ความรุนแรงของแต่ละชุดน่าจะพอ ๆ กับทัณฑ์สวรรค์ของผู้บำเพ็ญปกติ”
หลานชิงอวี้มองไข่ทั้งยี่สิบแปดฟอง ก่อนกลืนน้ำลาย
“แต่ที่นี่มีสัตว์วิเศษกำลังจะถือกำเนิดพร้อมกันถึงยี่สิบแปดตัวนะเจ้าคะ”
“ถูกต้อง”
ยูรันยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“หมายความว่าทัณฑ์สวรรค์ซึ่งกำลังรวมตัวอยู่ด้านบน ไม่ได้มีเพียงชุดเดียว”
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที
ครืนนนนนนนนนนนน!
เสียงฟ้าคำรามดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงจนค่ายกลรอบโรงฟักไข่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกัน
หลิงเยวี่ยเงยหน้ามองเพดาน
“รันเอ๋อร์ หากปล่อยให้มันผ่าลงมาตรงนี้ ไม่เพียงโรงฟักไข่ แม้แต่ยอดเขาจันทราก็อาจได้รับความเสียหายไปด้วย”
ยูรันพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง
“อืม เพราะอย่างนั้นพวกเราต้องย้ายทั้งหมดออกไปก่อนที่ไข่ฟองแรกจะแตก”
กึก!
สิ้นเสียงของเขา รอยร้าวบนไข่ฟองแรกก็ขยายออกอีกขั้น
เปรี๊ยะ!
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน
ยูรันนิ่งไปหนึ่งอึดใจ
“ดูเหมือนต้องรีบกว่าที่คิดแล้วสิ”
ยูรันมองไข่ซึ่งเริ่มแตกร้าว ก่อนตัดสินใจทันที
“ที่เดิม”
ทุกคนเข้าใจความหมาย
เขาสะบัดมือ เก็บไข่สัตว์วิเศษ
พรึ่บ!
ร่างของยูรันทะยานออกจากโรงฟักไข่ ด้วยความเร็วสูงสุด
เมฆทัณฑ์บนท้องฟ้าเคลื่อนตัวตามเขาไปราวกับมีชีวิต สายฟ้าจำนวนมหาศาลแล่นพล่านอยู่ภายในก้อนเมฆสีดำซึ่งแผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ
เพียงไม่กี่อึดใจ ยูรันก็มาถึงพื้นที่รกร้างแห่งเดิมซึ่งหลานชิงอวี้เคยใช้ข้ามทัณฑ์สวรรค์
ยูรันลดระดับลง ก่อนสะบัดมือปล่อยไข่ทั้งยี่สิบแปดฟองออกมา
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ไข่สัตว์วิเศษถูกวางเรียงบนพื้นอย่างเป็นระเบียบ โดยเว้นระยะห่างระหว่างแต่ละฟองเพื่อไม่ให้พลังของพวกมันรบกวนกัน
กึก...กึก...กึก...
ไข่ทั้งหมดเริ่มสั่นไหวพร้อมกัน รอยร้าวบนเปลือกขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายธาตุหลากหลายปะทุขึ้นจนพื้นดินโดยรอบสั่นสะเทือน พร้อมวางค่ายกลล้อมไว้
ยูรันลอยขึ้นไปยืนเหนือไข่ทั้งหมด ก่อนเงยหน้ามองเมฆทัณฑ์ซึ่งกำลังปกคลุมท้องฟ้า