ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 196 ไม่เช่นนั้นก็กลับมากลายเป็นไก่ย่างเสีย
ไม่นาน หลิงเยวี่ยก็เปิดประตูมิติพาทุกคนตามมาถึง
พวกนางไม่ได้เข้าไปใกล้ แต่เลือกยืนดูอยู่ห่างออกไปหลายลี้ด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ยูรันลอยอยู่เพียงลำพังเหนือไข่ทั้งยี่สิบแปดฟอง
หลานชิงอวี้เงยหน้ามองเมฆดำซึ่งปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
“ศิษย์พี่เจ้าคะ ทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้รุนแรงเพียงใด?”
ยูรันหลับตาสัมผัสอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างผิดหวัง
“อืม ความรุนแรงต่อสายอยู่ในระดับปกติ เพียงแต่มีหลายชั้นซ้อนกันเท่านั้น”
“บางทีวิถีสวรรค์อาจมองว่าพวกมันเป็นเพียงสัตว์ จึงเพิ่มความรุนแรงขึ้นเล็กน้อย และคิดว่าแค่ผ่าเปรี้ยงเดียวก็ตายหมดแล้ว”
เขาเงยหน้ามองก้อนเมฆซึ่งยังคงรวมตัว แต่ไม่ปรากฏรูปร่างหรือนิมิตใด ๆ
“ไม่มีนิมิตอีกแล้ว”
ยูรันถอนหายใจ
“เฮ้อ รอบนี้ก็กินแห้วอีกตามเคย ดูเหมือนหงส์ฟ้าพวกนี้จะอ่อนแอเกินไปจริง ๆ”
คนที่ยืนดูอยู่ไกล ๆ พากันมองเขาด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
[ทัณฑ์สวรรค์เต็มท้องฟ้าขนาดนี้ยังเรียกว่าอ่อนแออีกหรือ?!]
เมฆทัณฑ์ตั้งเค้าอยู่นาน ก่อนสายฟ้าสายแรกจะสว่างวาบขึ้นภายในก้อนเมฆ
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงง!
สายฟ้าขนาดมหึมาผ่าลงมาใส่ไข่ทั้งหมด แต่ยูรันก้าวขึ้นไปรับเอาไว้ด้วยร่างกายโดยตรง
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมม!
แสงสายฟ้าสว่างจ้าจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังดวงตา พื้นดินเบื้องล่างยุบตัวลงทันที ขณะที่คลื่นกระแทกกวาดออกไปไกลหลายลี้
ยังไม่ทันที่แสงแรกจะจางหาย สายฟ้าสายต่อไปก็ผ่าลงมาอีกครั้ง
เปรี้ยง!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ทัณฑ์สวรรค์กระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงสองเค่อ เสียงฟ้าร้องดังสนั่นจนผืนดินสั่นไหวไม่หยุด
ยูรันยังคงยืนอยู่เหนือไข่ทั้งยี่สิบแปดฟอง รับสายฟ้าทุกสายเอาไว้เพียงลำพัง
เมื่อสายฟ้าสายสุดท้ายสลายไป เมฆทัณฑ์บนท้องฟ้าก็ค่อย ๆ จางหาย
หลิงเยวี่ยนับจำนวนอยู่ในใจ ก่อนขมวดคิ้ว
“สามสิบหกสาย?”
หลานชิงอวี้เองก็มองไข่ทั้งหมดด้วยความสับสน
“แต่มีสัตว์วิเศษเพียงยี่สิบแปดตัวมิใช่หรือเจ้าคะ?”
ยูรันลอยลงมาบนพื้น
“อืม ข้าเองก็ไม่รู้ว่าอีกแปดสายมาจากไหน”
เขาเหลือบมองท้องฟ้าซึ่งกลับคืนเป็นปกติ
“แต่ทั้งหมดเป็นเพียงทัณฑ์สวรรค์ธรรมดา ไม่มีนิมิตหรือพลังพิเศษอะไร”
จากนั้นยูรันก็ส่งจิตเข้าไปตรวจสอบดาราจักรภายในหัวใจ
[เป็นอย่างไรบ้าง อายุเพิ่มขึ้นเท่าไร?]
ทารกกำลังนอนแผ่อยู่ท่ามกลางหมู่ดาว มือทั้งสองกุมท้องกลมซึ่งพองขึ้นจากการกินพลังสายฟ้าจนอิ่มแปล้
“บู่!”
ยูรันนิ่งไปหนึ่งอึดใจ
[หนึ่งเดือน?]
[ทัณฑ์สวรรค์ตั้งสามสิบหกสาย แต่เพิ่มได้เพียงหนึ่งเดือนเนี่ยนะ?]
[น้อยชิบหาย]
ทารกตบพุงตนเองเบา ๆ ก่อนเรอออกมาอย่างพึงพอใจ
“บุ...”
กึก!
ทันใดนั้น ไข่ฟองแรกก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน
เปรี๊ยะ!
รอยร้าวแผ่กระจายไปทั่วเปลือกไข่ ก่อนเศษชิ้นเล็กจะถูกดันออกมาจากด้านใน
ปลายจะงอยปากเล็ก ๆ โผล่ผ่านรอยแตก ตามมาด้วยเสียงร้องแผ่วเบา
“จิ๊บ...”
เซี่ยเยว่หลีเบิกตากว้าง ก่อนขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว
“กำลังออกมาแล้ว!”
กึก! กึก! กึก!
ราวกับเสียงร้องนั้นเป็นสัญญาณ ไข่อีกยี่สิบเจ็ดฟองเริ่มสั่นไหวขึ้นพร้อมกัน
เสียงเปลือกไข่แตกร้าวดังต่อเนื่องไปทั่วพื้นที่รกร้าง
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ยูรันกอดอกมองภาพตรงหน้า ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ
“อืม ดูเหมือนทุกตัวจะรอดครบ”
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
เปลือกไข่ทั้งยี่สิบแปดฟองแตกออกแทบจะพร้อมกัน ก่อนร่างเล็ก ๆ จะค่อย ๆ มุดออกมาจากด้านใน
“จิ๊บ!”
“จิ๊บ ๆ!”
ลูกหงส์ฟ้าทั้งยี่สิบแปดตัวปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน แม้เพิ่งถือกำเนิดและยังมีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าลูกไก่นัก แต่ละตัวกลับปลดปล่อยกลิ่นอายสายเลือดอันสูงส่งออกมาอย่างชัดเจน
พวกมันมีลักษณะแตกต่างกันทั้งหมดสิบสี่ชนิด ชนิดละสองตัวพอดี
หงส์ฟ้าธาตุดินมีขนสีน้ำตาลทอง ลวดลายบนปีกคล้ายชั้นหินซ้อนทับกัน ทุกครั้งที่ขยับเท้า พื้นดินโดยรอบจะสั่นสะเทือนเบา ๆ
หงส์ฟ้าธาตุไฟมีขนสีแดงชาดแซมทอง เปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ตามปลายปีกโดยไม่ทำร้ายร่างกายของมัน
หงส์ฟ้าธาตุน้ำมีขนสีฟ้าเข้มเป็นประกาย เนื้อขนพลิ้วไหวราวกับสายน้ำ และมีหยดน้ำลอยวนอยู่รอบกายตลอดเวลา
หงส์ฟ้าธาตุลมมีขนสีขาวอมเขียว ร่างกายเบาจนไม่แตะพื้น ทุกครั้งที่กระพือปีกจะเกิดสายลมหมุนขนาดเล็กขึ้นมา
หงส์ฟ้าธาตุสายฟ้ามีขนสีม่วงเงิน ประกายอัสนีแล่นพล่านไปทั่วร่าง ส่งเสียงเปรี๊ยะ ๆ ไม่หยุด
หงส์ฟ้าธาตุน้ำแข็งมีขนสีฟ้าใสดุจผลึกแก้ว ปลายปีกแหลมคมและสะท้อนแสงหลากสี พื้นใต้เท้ากลายเป็นน้ำแข็งทุกครั้งที่พวกมันก้าวเดิน
หงส์ฟ้าธาตุมายามีขนหลากสีซึ่งเปลี่ยนไปตามมุมมอง ร่างกายพร่าเลือนและทิ้งภาพติดตาหลายชั้นจนยากจะแยกแยะว่าตัวจริงอยู่ที่ใด
หงส์ฟ้าธาตุเหมันมีขนสีขาวอมฟ้า หมอกเย็นกับเกล็ดหิมะลอยวนอยู่รอบตัว แม้ไม่ได้ขยับปีก อุณหภูมิบริเวณนั้นก็ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
หงส์ฟ้าธาตุเหล็กมีขนสีเงินเข้มเป็นมันวาว ปีกแต่ละเส้นดูแข็งแกร่งและคมกริบราวกับใบมีด
หงส์ฟ้าธาตุสุริยันมีขนสีทองสว่าง กลางหน้าผากปรากฏลวดลายดวงอาทิตย์ และมีวงแสงสีทองลอยอยู่ด้านหลังศีรษะ
หงส์ฟ้าธาตุจันทรามีขนสีเงินอมคราม กลางหน้าผากเป็นลวดลายจันทร์เสี้ยว กลิ่นอายรอบตัวเย็นสงบแตกต่างจากธาตุเหมันโดยสิ้นเชิง
หงส์ฟ้าธาตุเงามีขนสีดำสนิทจนแทบกลืนไปกับความว่างเปล่า แม้แต่แสงที่ส่องกระทบร่างยังถูกดูดกลืนหายไป
หงส์ฟ้าธาตุแสงมีขนสีขาวบริสุทธิ์ ปลายปีกเปล่งประกายสีรุ้งจาง ๆ และปลดปล่อยกลิ่นอายอบอุ่นซึ่งทำให้จิตใจสงบลง
คู่สุดท้ายคือหงส์ฟ้าธาตุน้ำและไฟ ขนครึ่งหนึ่งเป็นสีแดงเพลิง อีกครึ่งเป็นสีฟ้าวารี เปลวไฟกับสายน้ำโคจรรอบกันโดยไม่หักล้าง เกิดเป็นหมอกไออุ่นบาง ๆ ห่อหุ้มร่างของพวกมันเอาไว้
ยูรันกวาดสัมผัสจิตตรวจสอบทุกตัว ก่อนพยักหน้า
“อืม ครบยี่สิบแปดตัว อย่างละหนึ่งคู่พอดี ไม่มีตัวใดผิดรูปหรือขาดแขนขา”
“จิ๊บ?”
ลูกหงส์ทั้งหมดหันมามองเขาพร้อมกัน
เมื่อเห็นว่าทัณฑ์สวรรค์สิ้นสุดลงแล้ว คนที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ จึงพากันลงมาบนพื้น
เซี่ยเยว่หลีกับหนานอวี้เป็นสองคนแรกที่พุ่งเข้ามา ดวงตาของพวกนางเปล่งประกายจนแทบลุกเป็นไฟ
“น่ารักมาก!”
หลิงเยวี่ย ไป๋หลิง และหลานชิงอวี้ตามลงมา ขณะที่เฮยหลงกับเยว่หลินยืนมองลูกหงส์ทั้งยี่สิบแปดตัวด้วยสีหน้าตกตะลึง
เยว่หลินกลืนน้ำลายเบา ๆ
“สัตว์วิเศษสายเลือดสูงถึงยี่สิบแปดตัว...ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันจริง ๆ ด้วย”
ยูรันพยักหน้า ก่อนเดินเข้าไปยืนหน้าลูกหงส์ทั้งหมด
“เอาละ ได้เวลาแบ่งงานแล้ว”
เขาชี้ไปทางหงส์ฟ้าธาตุน้ำและไฟคู่สุดท้าย
“ไอ้พวกลูกเจี๊ยบสองตัวนั้น ออกมา”
“จิ๊บ?”
ลูกหงส์ทั้งสองเอียงคอ ก่อนหันมองหน้ากันอย่างสับสน
“พวกแกต้องไปอยู่กับตาแก่เจ้าสำนัก ข้าสัญญาว่าจะมอบพวกแกให้เขาไว้แล้ว”
ยูรันยกนิ้วขึ้นเตือน
“ไปถึงแล้วก็ทำตัวดี ๆ เชื่อฟังคำสั่ง อย่าพ่นไฟเผาตำหนักหรือปล่อยน้ำท่วมยอดเขาหลัก”
“ไม่เช่นนั้นก็กลับมากลายเป็นไก่ย่างเสีย”
ลูกหงส์น้ำและไฟทั้งสองเบิกตากว้าง ก่อนรีบถอยไปหลบหลังลูกหงส์ตัวอื่น
เซี่ยเยว่หลีคิ้วกระตุก
“พวกมันเพิ่งเกิด เจ้าก็ข่มขู่จะนำไปย่างแล้วหรือ?”
“ข้ากำลังอบรมให้รู้จักหน้าที่”
หลานชิงอวี้ถอนหายใจ
“ประโยคเดียวกับตอนข่มขู่เมนเดรกเลยนะเจ้าคะ”
ยูรันทำเป็นไม่ได้ยิน ก่อนกวักมือเรียกลูกหงส์ทั้งสอง
“ออกมาเร็ว ข้าไม่ชอบพูดซ้ำ”
ลูกหงส์ทั้งสองค่อย ๆ เดินออกมาด้วยขาสั่นระริก ก่อนหยุดยืนตรงหน้าเขาอย่างว่าง่าย
“จิ๊บ...”
ยูรันย่อตัวลงแล้วลูบศีรษะพวกมันเบา ๆ
“ดีมาก หากทำตัวดี ตาแก่นั่นมีของกินเยอะ พวกแกน่าจะอยู่อย่างสุขสบาย”
ลูกหงส์ทั้งสองเงยหน้าขึ้น ดวงตากลับมามีประกายเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าอาหาร
ไป๋หลิงมองเขาด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
“เมื่อครู่ยังข่มขู่ว่าจะย่าง ตอนนี้กลับลูบหัวปลอบ เจ้าเลี้ยงสัตว์เป็นแน่หรือ?”
ยูรันพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“เป็นสิ หลักการง่ายมาก”
“ทำดีก็ให้รางวัล ทำตัวมีปัญหาก็ขู่จะกิน แค่นี้พวกมันก็เชื่อฟังแล้ว”
ลูกหงส์ทั้งยี่สิบแปดตัวกอดกันแน่นขึ้นพร้อมกันทันที
ยูรันตบมือเบา ๆ
“เอาละ ทุกคนกลับกันก่อน”
เขาเก็บลูกหงส์ทั้งยี่สิบแปดตัวเข้าไปในกระจกโบราณ
“เดี๋ยวข้าจะนำพวกมันไปปล่อยไว้บนดาดฟ้า ส่วนลูกเจี๊ยบน้ำกับไฟสองตัวนี้ ข้าต้องเอาไปให้ตาแก่เจ้าสำนักก่อน”
พรึ่บ!
ยูรันหายวับกลับไปยังยอดเขาจันทรา ปล่อยลูกหงส์อีกยี่สิบหกตัวไว้บนดาดฟ้าภายใต้การดูแลของทุกคน ก่อนหิ้วลูกหงส์น้ำและไฟไปยังยอดเขาหลัก