ตอนที่ 197 ข้าก็แค่เป็นภรรยาของเขา เท่านั้นเอง
“ส่วนอาหาร งูสองตัวนั้นจะเป็นคนจัดเตรียมให้ พวกแกก็แบ่งกันกินให้เรียบร้อย”
เฮยหลงกับเยว่หลินชะงัก ก่อนชี้หน้าตนเองพร้อมกัน
“พวกข้าหรือขอรับ?”
“ใช่ พวกแกนั่นแหละ”
ยูรันหันกลับมาหากองทัพรากสมุนไพร
“หากเข้าใจแล้ว พูดตามข้า”
เขายกกำปั้นขึ้นเหนือศีรษะ
“เฮ้!”
รากครวญวิญญาณหลายร้อยต้นยกมือขึ้นพร้อมกัน ก่อนตะโกนสุดเสียง
“เฮ้!”
ตู้มมมมมมมมมม!
คลื่นเสียงมหาศาลระเบิดออกไปทั่วดาดฟ้า ม่านพลังรอบอาคารสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ลูกหงส์ทั้งยี่สิบหกตัวตกใจจนขนฟู ก่อนรีบวิ่งไปหลบหลังทุกคน
หนานอวี้กับหลานชิงอวี้รีบยกมือปิดหู
“เสียงดังเกินไปแล้ว!”
ยูรันเองก็ยกมือกุมหู ก่อนตะโกนกลับไป
“พอแล้ว! ครั้งต่อไปเบาเสียงลงหน่อย!”
รากทั้งหมดรีบยกมือปิดปาก แล้วพยักหน้ารัว ๆ
เฮยหลงมองจำนวนรากซึ่งกินพื้นที่เกือบเต็มดาดฟ้า ก่อนกลืนน้ำลาย
“นายท่าน พวกข้าต้องทำอาหารให้ทั้งหมดนี่ทุกวันจริงหรือขอรับ?”
ยูรันตบไหล่เขาเบา ๆ
“อืม ถือเป็นการฝึกควบคุมพลังกับฝีมือทำอาหารไปพร้อมกัน”
เยว่หลินนิ่งไปหลายอึดใจ
[เหตุใดงานของพวกเราจึงเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่นายท่านกลับมาเลยนะ...]
ยูรันตบมือเรียกความสนใจอีกครั้ง
“เอาละ ต่อไปก็พวกผึ้ง”
เขาสะบัดมือ ก่อนนำต้นไม้ขนาดใหญ่ออกจากกระจกโบราณ
พรึ่บ!
เนื่องจากรังผึ้งหยกจันทราถูกถอนติดมากับต้นไม้ทั้งต้น ยูรันจึงใช้พลังจิตยกมันลอยอยู่เหนือดาดฟ้าชั่วคราว
รังผึ้งขนาดมหึมาห้อยอยู่ใต้กิ่งไม้ ผึ้งงานจำนวนมากบินวนอยู่รอบรังจนเกิดเสียงหึ่ง ๆ ไปทั่วบริเวณ ส่วนราชินีผึ้งตัวใหญ่กำลังเกาะอยู่ตรงกลางและมองสภาพแวดล้อมใหม่อย่างระแวดระวัง
บรรดาลูกหงส์เงยหน้ามองฝูงผึ้งด้วยดวงตาเปล่งประกาย ขณะที่รากครวญวิญญาณหลายต้นเริ่มจ้องน้ำผึ้งซึ่งไหลซึมออกมาจากรัง
ยูรันหรี่ตามองทั้งสามฝ่าย
“พวกแกทั้งหมดฟังให้ดี”
เขาชี้ไปทีละกลุ่ม
“ผึ้ง เมนเดรก แล้วก็พวกลูกเจี๊ยบ”
“ห้ามขโมยอาหารของกันและกันเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”
ลูกหงส์หลายตัวรีบหันหน้าหนี ทำเหมือนไม่เคยสนใจรังผึ้งมาก่อน
ยูรันยกนิ้วขึ้นเตือน
“ถ้าข้าจับได้ พวกผึ้งจะถูกจับไปดองเหล้า”
เสียงบินหึ่ง ๆ หยุดลงไปชั่วขณะ
“พวกลูกเจี๊ยบจะกลายเป็นไก่ย่าง”
ลูกหงส์ทั้งยี่สิบหกตัวรีบหุบปีกแล้วนั่งลงอย่างเรียบร้อย
“ส่วนพวกแก เมนเดรก...”
รากหลายร้อยต้นยืนตัวตรงพร้อมกัน
“จะถูกนำไปใช้เป็นกระสอบทราย จนกว่าอายุขัยจะหมด”
เมนเดรกทั้งหมดหน้าซีดเผือด ก่อนรีบยกมือปิดปากและกอดตัวเองแน่น
ยูรันกวาดตามองทุกฝ่าย
“เข้าใจ๊?!”
“จิ๊บ!”
“หึ่ง!”
“เฮ้!”
เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกันจนดาดฟ้าสั่นสะเทือนอีกครั้ง
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ดีมาก อยู่ร่วมกันอย่างสงบเช่นนี้แหละ”
หลานชิงอวี้มองฝูงสัตว์กับสมุนไพรตรงหน้า ก่อนพึมพำออกมา
“นี่คือสวนสมุนไพร ฟาร์มสัตว์ หรือค่ายฝึกทหารกันแน่เจ้าคะ?”
ยูรันตอบอย่างไม่ลังเล
“เป็นทั้งหมดพร้อมกัน ประหยัดพื้นที่ดี”
ยูรันมองพื้นที่ซึ่งเริ่มแน่นขนัด ก่อนตบมืออีกครั้ง
“เอาละ ต่อไปก็เรื่องที่อยู่”
เขาควบคุมต้นไม้ซึ่งมีรังผึ้งหยกจันทราให้ลอยขึ้นกลางอากาศ
“ข้าจะนำต้นไม้นี้ไปปลูกไว้ในสวนสมุนไพร พวกผึ้งจะได้ช่วยผสมเกสรและเก็บน้ำหวานจากสมุนไพรวิญญาณ”
จากนั้นจึงหันไปทางเมนเดรกหลายร้อยต้น
“ส่วนพวกแก เข้าไปนอนในสวนสมุนไพรก่อน รอข้าสร้างบ้านกับบ่อน้ำพุร้อนให้เสร็จแล้วค่อยย้ายเข้าไปอยู่”
“จำเอาไว้ ห้ามขุดหลุมมั่ว ห้ามถอนสมุนไพรต้นอื่น และห้ามทำสวนของข้าเละเด็ดขาด”
ยูรันหรี่ตามองพวกมัน
“ไม่เช่นนั้นเจอดีแน่ เข้าใจหรือไม่?”
เมนเดรกทั้งหมดพยักหน้ารัว ๆ ก่อนเดินเรียงแถวตามต้นไม้เข้าไปในสวนสมุนไพรอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อจัดการสองกลุ่มแรกเรียบร้อย ยูรันจึงหันกลับมามองลูกหงส์ที่เหลือ
“ส่วนพวกลูกเจี๊ยบ...เอาอย่างไรดี?”
เขากวาดตามองทุกคน
“มีผู้ใดอยากรับไปเลี้ยงบ้าง? ต้องรับไปทั้งคู่ ห้ามแยกออกจากกัน”
ดวงตาของทุกคนสว่างขึ้นทันที
ยูรันหันไปทางหนานอวี้
“ศิษย์พี่สามน่าจะรับคู่ธาตุไฟไปเลี้ยงนะ สายเลือดฟินิกซ์ของท่านเข้ากับพวกมันมากที่สุด”
“ข้าเอา!”
หนานอวี้ตอบทันที ก่อนรีบพุ่งเข้าไปหาลูกหงส์ธาตุไฟทั้งสอง
ลูกหงส์ทั้งคู่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายเลือดฟินิกซ์ภายในร่างนาง เปลวเพลิงบนขนพลันลุกโชนขึ้น ก่อนวิ่งเข้ามาหาอย่างตื่นเต้น
“จิ๊บ! จิ๊บ!”
หนานอวี้อุ้มพวกมันขึ้นมาคนละตัว ดวงตาเปล่งประกายจนแทบลืมเรื่องครรภ์แห่งดวงดาวของตนเองไปชั่วขณะ
“นุ่มมาก! แถมยังอุ่นด้วย!”
ไป๋หลิงมองลูกหงส์ธาตุน้ำแข็งซึ่งกำลังเดินอยู่ไม่ไกล ก่อนยกมือชี้
“ข้าขอคู่นั้น”
ยูรันพยักหน้า
“ได้ แต่ทุกคนจำเอาไว้”
“รับไปแล้วต้องเลี้ยงเอง ให้อาหารเอง อาบน้ำเอง และห้ามโยนภาระให้งูสองตัวทั้งหมด”
เฮยหลงกับเยว่หลินพยักหน้ารัว ๆ
“นายท่านกล่าวได้ถูกต้องที่สุดขอรับ!”
เซี่ยหลานอิงกล่าวขึ้น
“ข้าเองก็จะเอาเหมือนกัน”
ยูรันกอดอก ก่อนมองลูกหงส์ที่เหลือ
“เอาละ ที่เหลือก็เลือกกันเอง”
เขาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“หากเหลือเศษ ข้าจะปล่อยให้พวกมันหากินตามยถากรรม”
บรรดาลูกหงส์ชะงัก ก่อนรีบวิ่งเข้าไปเกาะกลุ่มกันด้วยความหวาดกลัว
ยูรันกล่าวต่อ
“ไม่เช่นนั้นก็นำไปฝากผู้อาวุโสซู ท่านแม่ลู่ หรือท่านแม่ไป๋เลี้ยง น่าจะมีคนรับอยู่หรอก”
ลูกหงส์ทั้งหลายเริ่มมองคนรอบตัวราวกับกำลังเลือกเจ้าของให้ตนเอง
หลานชิงอวี้คิ้วกระตุก
“ศิษย์พี่ยูเจ้าคะ พวกมันเป็นสัตว์วิเศษสายเลือดสูงนะเจ้าคะ ไม่ใช่ลูกไก่เหลือขายที่จะแจกผู้ใดก็ได้!”
“แล้วแตกต่างกันตรงไหน? ตอนนี้ก็ตัวเล็ก มีปีก และร้องจิ๊บ ๆ เหมือนกัน”
“ต่างกันทุกตรงเลยเจ้าค่ะ!”
ยูรันไม่สนใจ ก่อนชี้ไปทางทุกคน
“รีบเลือกเสีย ข้าให้เวลาหนึ่งเค่อ หากช้ากว่านั้น ข้าจะเลือกเจ้าของให้พวกมันเอง”
สิ้นเสียง บรรดาลูกหงส์ก็แตกฮือออกจากกลุ่มทันที
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“เห็นไหม พอมีแรงกดดัน พวกมันก็รู้จักเลือกอนาคตด้วยตนเองทันที”
ไป๋หลิงอุ้มลูกหงส์น้ำแข็งทั้งสองไว้ในอ้อมแขน ก่อนหรี่ตามองเขา
“ข้าว่าพวกมันเพียงกลัวถูกเจ้าทอดทิ้งมากกว่า”
“ผลลัพธ์เหมือนกันก็พอแล้ว”
ยูรันมองลูกหงส์ทั้งยี่สิบหกตัว ก่อนโบกมือ
“เอาเถอะ เรื่องให้พวกเจ้าแยกกันรับไปเลี้ยง ข้าเพียงพูดเล่นเท่านั้น”
“ทุกตัวอยู่ที่นี่ด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ ส่วนคนที่พวกแกเลือกก็เพียงช่วยดูแล ไม่ได้หมายความว่าจะแยกไปอยู่คนละแห่ง”
หนานอวี้ก้มมองลูกหงส์ธาตุไฟในอ้อมแขน
“หมายความว่าพวกมันยังอยู่ในสวน แต่ข้าสามารถพาออกมาเล่นได้ใช่ไหม?”
“ถูกต้อง ทุกคนช่วยกันเลี้ยง จะได้ไม่ต้องมีผู้ใดรับภาระหนักเกินไป”
ยูรันชี้ไปทางสวนสมุนไพร
“ตอนนี้พวกลูกเจี๊ยบทั้งยี่สิบหกตัว เลิกสำออยแล้วเข้าไปอยู่กับพวกเมนเดรกซะไป”
“อีกหน่อยท่านแม่ลู่ ท่านแม่ไป๋ และชิงถานก็จะย้ายมาอยู่ด้วย พวกนางมีเวลาว่างช่วยดูแลพวกแกอยู่แล้ว”
ลูกหงส์ที่เกาะอยู่กับทุกคนค่อย ๆ กระโดดลงมา ก่อนกลับไปรวมตัวกับพวกเดียวกัน
ยูรันลูบคางพลางมองพวกมัน
“ส่วนบ้าน ข้าจะรอให้พวกแกโตเต็มวัยก่อนแล้วค่อยสร้างทีเดียว ตอนนี้ข้ายังไม่รู้ว่าขนาดตัวจะใหญ่เพียงใด”
เขาหรี่ตามองลูกหงส์ทั้งยี่สิบหกตัว
“แต่หากโตเต็มวัยแล้วยังมีขนาดเท่าไก่ ก็น่าผิดหวังอยู่นะ”
“จับไปย่างกินเสียยังจะมีประโยชน์กว่า”
พรึ่บ!
ลูกหงส์ทั้งหมดรีบวิ่งเข้าไปในสวนสมุนไพรพร้อมกัน บางตัวถึงขั้นพยายามกระพือปีกฝึกบินตั้งแต่เพิ่งเกิด
พวกมันต้องรีบเติบโตให้ใหญ่กว่าไก่โดยเร็วที่สุด!
หลังจากจัดการเรื่องหงส์ฟ้า ผึ้งหยกจันทรา และรากครวญวิญญาณจนเรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
ทว่าบรรยากาศบนยอดเขาจันทรากลับไม่ได้สงบลงตามไปด้วย
การมาถึงของเซี่ยเยว่หลีทำให้สตรีหลายคนยังคงเขม่นกันไม่เลิก แม้ไม่มีผู้ใดเปิดฉากทะเลาะกันตรง ๆ แต่ทุกครั้งที่สายตาสบกัน กลิ่นดินปืนก็คล้ายจะรุนแรงขึ้นอีกเล็กน้อย
จนกระทั่งตกดึก ทุกคนจึงมารวมตัวกันในห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่งของตำหนัก
เซี่ยเยว่หลีนั่งอยู่ข้างยูรัน ส่วนอีกด้านเป็นหลานชิงอวี้ เซี่ยหลานอิงนั่งตรงข้ามพวกเขา ขณะที่ไป๋หลิงกับหนานอวี้เลือกนั่งปิดทางซ้ายขวาราวกับกำลังเตรียมสอบสวนผู้ต้องหา
บนโต๊ะตรงกลางมีชา ผลไม้ และของว่างวางเอาไว้ครบถ้วน แต่ยังไม่มีผู้ใดแตะต้องมันแม้แต่น้อย
ยูรันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ก่อนกวาดตามองทุกคนสลับกัน
[อืม เปิดศึกซัดกันไปเลย]
ความเงียบดำเนินอยู่นานหลายอึดใจ
สุดท้ายไป๋หลิงก็เป็นฝ่ายวางถ้วยชาลง
“สรุปแล้วเรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่?”
เซี่ยเยว่หลีมองนางกลับโดยไม่หลบสายตา
“ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน”
นางขยับเข้าไปชิดยูรันอีกเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ข้าก็แค่เป็นภรรยาของเขา เท่านั้นเอง”
คิ้วของไป๋หลิงกระตุกทันที
เซี่ยเยว่หลีเหลือบมองเซี่ยหลานอิงซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่ง ก่อนกล่าวต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ส่วนอาของข้าจะเอากับเขาด้วย ข้าเองก็ไม่ติดอะไร”
พรูด!
เซี่ยหลานอิงพ่นชาซึ่งเพิ่งยกขึ้นจิบออกมาทันที