คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 197 อืม ข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้น8,297 ตัวอักษร

ตอนที่ 197 อืม ข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้น

ไม่นานเขาก็มาถึงหน้าตำหนักส่วนตัวของเจ้าสำนัก

แทนที่จะเคาะประตู ยูรันกลับยกเท้าถีบเข้าไปทันที

ปัง!

“เฮ้ย ตาแก่! ข่าวดี!”

เจ้าสำนักซึ่งกำลังนั่งปรับลมหายใจอยู่ภายในห้องสะดุ้ง ก่อนพุ่งออกมาด้วยสีหน้าเดือดดาล

“ไอ้เด็กนี่! ที่นี่คือตำหนักส่วนตัวของข้านะโว๊ย!”

เขาชี้หน้ายูรัน

“แล้วข้าเป็นถึงเจ้าสำนัก เจ้าเรียกข้าว่าตาแก่ได้อย่างไร?!”

“เงียบน่าตาแก่ ดูนี่ก่อน”

ยูรันยกมือทั้งสองขึ้น เผยให้เห็นลูกหงส์ฟ้าธาตุน้ำและไฟซึ่งกำลังถูกหิ้วอยู่คนละข้าง

“ลูกเจี๊ยบสองตัว เพิ่งเกิดเมื่อครู่นี้เลย”

“ข้ารับทัณฑ์สวรรค์แทนพวกมันมาด้วยตัวเอง ของแท้แน่นอน”

“จิ๊บ...”

เจ้าสำนักนิ่งค้าง

ความโกรธบนใบหน้าหายไปในทันที ดวงตาของเขาจับจ้องลูกหงส์ทั้งสอง ก่อนรีบแผ่สัมผัสจิตออกมาตรวจสอบ

กลิ่นอายสายเลือดอันสูงส่ง พลังน้ำกับไฟซึ่งอยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์ และร่องรอยของทัณฑ์สวรรค์ยังคงหลงเหลืออยู่บนร่างเล็ก ๆ ทั้งสองอย่างชัดเจน

มือของเจ้าสำนักเริ่มสั่น

“นะ...นี่ไม่ใช่ลูกเจี๊ยบ”

“พวกมันคือหงส์ฟ้าจริง ๆ!”

ยูรันเอียงคอ

“ตอนนี้ตัวเล็ก มีปีก ส่งเสียงจิ๊บ ๆ จะไม่ใช่ลูกเจี๊ยบได้อย่างไร?”

“ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น!”

เจ้าสำนักรีบยื่นมือไปรับพวกมันอย่างระมัดระวัง ก่อนจะชะงัก

“เดี๋ยวก่อน ตอนนั้นเจ้าสัญญาว่าจะให้ข้าเพียงหนึ่งตัวมิใช่หรือ?”

“ใช่ แต่ข้าให้เป็นคู่”

ยูรันชี้ไปทีละตัว

“ตัวผู้หนึ่ง ตัวเมียหนึ่ง จะได้ขยายพันธุ์กันเองในอนาคต หากให้ตัวเดียวแล้วมันสูญพันธุ์ ท่านก็ต้องวิ่งมารบกวนข้าอีก”

เจ้าสำนักกอดลูกหงส์ทั้งสองเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่ายูรันจะเปลี่ยนใจเอาคืน

“ดี! ให้เป็นคู่ดีมาก!”

ยูรันพยักหน้า

“อืม เช่นนั้นก็จบเรื่อง อย่าลืมหาอาหารดี ๆ ให้พวกมันกินด้วย”

เขาหลี่ตามองลูกหงส์ทั้งสอง

“หากพวกแกทำตัวมีปัญหา ตาแก่นี่จะส่งกลับมาให้ข้าย่าง เข้าใจหรือไม่?”

“จิ๊บ!”

ลูกหงส์ทั้งสองรีบซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนเจ้าสำนักทันที

เจ้าสำนักคิ้วกระตุก

“อย่าข่มขู่สัตว์วิเศษของข้าตั้งแต่วันแรกจะได้หรือไม่?!”

ยูรันเหมือนเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

“อ๊ะ ยังมีอีกอย่างหนึ่ง”

เขาหยิบขวดหยกออกจากช่องเก็บของ ก่อนโยนให้เจ้าสำนักอย่างไม่ใส่ใจ

เจ้าสำนักกำลังอุ้มลูกหงส์ทั้งสองอยู่ จึงรีบใช้พลังประคองขวดหยกเอาไว้กลางอากาศ

“นี่คืออะไร?”

“โอสถระดับแปด”

“อ้อ โอสถระดับแปด...”

เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนจะชะงักไปทันที

“อะไรนะ?!”

เขารีบกางม่านพลังปิดตำหนักทั้งหมด แล้วเปิดขวดหยกด้วยมือสั่น ๆ

ทันทีที่ฝาขวดเปิดออก กลิ่นหอมเข้มข้นกับแรงกดดันจากโอสถก็แผ่กระจายไปทั่วห้อง ลวดลายสีรุ้งบนผิวโอสถเปล่งประกายงดงามจนเขาแทบลืมหายใจ

ยูรันอธิบายอย่างสบาย ๆ

“โอสถเม็ดนี้ช่วยเพิ่มโอกาสทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมเต๋าได้ประมาณห้าส่วน และยังสร้างเกราะช่วยลดความเสียหายจากทัณฑ์สวรรค์ได้อีกห้าส่วน”

เจ้าสำนักเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง

“เจ้าหาโอสถระดับนี้มาจากที่ใด?”

“ข้าหลอมเองไงตาแก่”

ยูรันชี้ไปทางโอสถ

“เดิมทีหลอมออกมาได้สิบเม็ด ข้าให้ผู้อาวุโสซูไปเก้าเม็ด ส่วนเม็ดนี้เก็บไว้ให้ท่านตามสัญญา”

“ของแท้แน่นอน ตอนมันถือกำเนิดยังมีทัณฑ์สวรรค์กระจอก ๆ ผ่าลงมาหนึ่งครั้งด้วย”

“……”

เจ้าสำนักมองโอสถระดับแปดในขวด ก่อนมองลูกหงส์ฟ้าสองตัวในอ้อมแขน แล้วหันกลับมามองยูรันอีกครั้ง

“ตอนนั้นเจ้าสัญญาว่าจะให้ข้าเพียงโอสถระดับเจ็ดหนึ่งเม็ด กับหงส์ฟ้าหนึ่งตัวมิใช่หรือ?”

“ใช่”

“แต่ตอนนี้เจ้ากลับให้โอสถระดับแปดกับหงส์ฟ้าหนึ่งคู่?”

ยูรันพยักหน้า

“ถือเป็นของแถม ข้าเป็นคนใจกว้าง”

เจ้าสำนักรีบปิดฝาขวด แล้วเก็บโอสถเข้าไปในช่องเก็บของชั้นในสุดอย่างระมัดระวัง

“ดี! ใจกว้างเช่นนี้ดีมาก!”

“ต่อไปหากเจ้าต้องการเปลี่ยนกฎการประลองอีก มาหาข้าได้ทุกเมื่อ!”

ยูรันหลี่ตามองเขา

“เมื่อครู่ท่านยังด่าข้าเรื่องเตะประตูอยู่เลยนะ”

เจ้าสำนักกอดลูกหงส์ทั้งสองแน่นขึ้น ก่อนยิ้มอย่างเป็นมิตร

“ประตูเก่าแล้ว เตะพังไปก็ดี ข้ากำลังคิดจะเปลี่ยนใหม่อยู่พอดี”

“……”

หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวเรื่องหงส์ฟ้าก็แพร่กระจายไปทั่วสำนักเมฆาจันทร์ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

สาเหตุไม่มีอะไรมาก

ทันทีที่ยูรันเดินออกจากตำหนักส่วนตัว เขาก็ใช้พลังขยายเสียงแล้วประกาศไปทั่วยอดเขาหลัก

“ทุกคนฟังทางนี้!”

“ตาแก่เจ้าสำนักเพิ่งได้หงส์ฟ้าของแท้ไปหนึ่งคู่ เป็นลูกเจี๊ยบสองตัว เพิ่งฟักออกจากไข่สด ๆ ร้อน ๆ ใครอยากดูก็รีบไปที่ตำหนักเจ้าสำนัก!”

เสียงของเขาดังก้องไปทั่วสำนัก

ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์จำนวนมากก็แห่กันมาล้อมตำหนักเอาไว้จนแทบไม่มีที่ยืน

“หงส์ฟ้าอยู่ที่ใด?!”

“ขอพวกเราดูด้วย!”

“ได้ยินว่าเป็นสัตว์วิเศษของแท้ซึ่งเพิ่งผ่านทัณฑ์สวรรค์มา!”

“ลูกเจี๊ยบหงส์ฟ้าหน้าตาเป็นอย่างไร?”

เจ้าสำนักเดินออกมาด้วยใบหน้ามืดครึ้ม ในอ้อมแขนยังคงกอดลูกหงส์น้ำและไฟทั้งสองเอาไว้แน่น

“จิ๊บ?”

ทันทีที่ลูกหงส์ทั้งสองโผล่ศีรษะออกมา ฝูงชนก็ส่งเสียงฮือฮาพร้อมกัน

“หงส์ฟ้าจริง ๆ!”

“ตัวหนึ่งมีทั้งพลังน้ำและไฟ!”

“น่ารักมาก!”

ศิษย์หญิงหลายคนพยายามเบียดเข้ามาด้านหน้า

“ท่านเจ้าสำนัก ขอข้าจับสักครั้งได้หรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่ได้!”

เจ้าสำนักถอยหลังทันที

“ห้ามจับ ห้ามลูบ และห้ามเข้าใกล้เกินสามก้าว!”

เหล่าผู้อาวุโสเองก็พยายามแทรกเข้ามาตรวจสอบกลิ่นอาย ทำให้เจ้าสำนักต้องรีบกางม่านพลังป้องกันลูกหงส์ทั้งสอง

ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาเงยหน้าขึ้นตะโกนอย่างเดือดดาล

“ยูรัน!”

“เจ้าเอาเรื่องนี้ไปประกาศทั่วสำนักทำไม?!”

แต่ต้นเหตุของเรื่องกลับหายไปจากยอดเขาหลักเรียบร้อยแล้ว

เวลานี้ยูรันกำลังเดินกลับยอดเขาจันทราด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“อืม แบบนี้ทุกคนก็รู้ว่าเป็นของแท้”

หลังจากก่อความวุ่นวายบนยอดเขาหลักเรียบร้อย ยูรันก็กลับมายังดาดฟ้าของยอดเขาจันทรา

ทุกคนกำลังยืนรอเขาอยู่พร้อมหน้า

ยูรันเดินไปนั่งลง ก่อนตบมือเรียกความสนใจ

“เอาละ ข้าจะสรุปทุกอย่างแบบง่าย ๆ เพียงรอบเดียว ตั้งใจฟังให้ดี”

เขาเริ่มนับนิ้ว

“พวกเราไปรับภารกิจมาสามอย่าง ภารกิจแรกคือนกปีศาจพูดได้ สุดท้ายพบว่าเป็นเพียงนกแก้วซึ่งถูกใช้เป็นเหยื่อล่อ”

“ภารกิจที่สองคือจับผึ้งหยกจันทรา ข้าจับมาทั้งรังแล้ว จะนำไปเลี้ยงในสวนสมุนไพร”

“ภารกิจที่สามคือถอนเมนเดรก ข้าก็เก็บส่วนหนึ่งกลับมาด้วย ตั้งใจจะสร้างที่อยู่อาศัยให้พวกมัน มีทั้งอ่างอาบน้ำ ห้องอบไอน้ำ ที่นวด แล้วก็อะไรอีกนะ...ช่างเถอะ น่าจะประมาณนี้”

“จากนั้นพวกเราก็แวะไปตำหนักโอสถ”

ยูรันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“ข้าลองหลอมโอสถระดับแปดเล่น ๆ แล้วได้ออกมาสิบเม็ด สีรุ้ง ลวดลายโคตรเท่ ตอนถือกำเนิดยังมีทัณฑ์สวรรค์กระจึ๋งหนึ่งผ่าลงมาด้วย แต่อ่อนมากจนแทบไม่มีประโยชน์”

“หลังจากนั้นก็ไปถล่มพรรคมารอัสดง ทดสอบวิชากับผู้บำเพ็ญสามร้อยคน แล้วพาเยว่หลีกลับมาด้วย”

เขาชี้ไปทางเซี่ยเยว่หลี

“ส่วนโอสถหนึ่งเม็ด ข้าเพิ่งนำไปมอบให้ตาแก่เจ้าสำนักตามสัญญา”

“แล้วเมื่อครู่ข้าก็ช่วยประกาศทั่วสำนักว่าเจ้าสำนักมีหงส์ฟ้าอยู่สองตัว ทุกคนจะได้แวะไปช่วยกันดูแล”

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบ

“แค่นี้แหละ มีคำถามหรือไม่?”

ทุกคนบนดาดฟ้านิ่งค้าง สมองพยายามประมวลผลเรื่องราวจำนวนมหาศาลซึ่งถูกเขาสรุปราวกับเป็นเพียงการออกไปเดินเล่นรอบหนึ่ง

ผ่านไปหลายอึดใจ ทุกคนก็ยกมือขึ้นพร้อมกัน

“มี!”

ยูรันสะดุ้งเล็กน้อย

“ถามทีละคนสิวะ!”

ไป๋หลิงชี้ไปทางเซี่ยเยว่หลี

“เหตุใดนางจึงกลายเป็นภรรยาของเจ้า?!”

หลิงเยวี่ยถามขึ้นพร้อมกัน

“เจ้าหลอมโอสถระดับแปดสมบูรณ์แบบออกมาสิบเม็ดด้วยการลองเล่น ๆ ได้อย่างไร?!”

หนานอวี้รีบแทรก

“แล้วเหตุใดเมนเดรกต้องมีทั้งอ่างอาบน้ำ ห้องอบไอน้ำ และที่นวดด้วย?!”

เฮยหลงกับเยว่หลินเองก็ถามพร้อมกัน

“นายท่านไปถล่มพรรคมารอัสดงด้วยตัวคนเดียวหรือขอรับ?!”

ยูรันวางถ้วยชาลง ก่อนยกมือกุมหน้าผาก

“ข้าบอกให้ถามทีละคนโว๊ย!”

ยูรันถอนหายใจ ก่อนเริ่มตอบคำถามทีละคน

เรื่องเซี่ยเยว่หลีก็ไม่มีอะไรซับซ้อน นางยอมรับได้ว่าเขามีภรรยาหลายคน ทั้งสองจึงตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

ส่วนโอสถระดับแปด เขาเพียงมองสูตรซึ่งได้รับมาเป็นสูตรอาหารที่เขียนได้ห่วยแตก ปรับวิธีเตรียมวัตถุดิบใหม่ แล้วโยนทุกอย่างเข้าเตาหลอมจนได้โอสถสมบูรณ์แบบออกมาสิบเม็ด

เมนเดรกจำเป็นต้องได้รับการดูแลจนมีความสุขถึงขีดสุด ร่างกายจึงเปลี่ยนเป็นสีทองและละสังขารด้วยความเต็มใจ หลังจากนั้นจึงสามารถนำไปปรุงอาหารหรือหลอมโอสถได้

สำหรับเรื่องพรรคมารอัสดง เขาเพียงประลองกับผู้บำเพ็ญสามร้อยคน ใช้วิชาผสานน้ำ ลม และลาวาเอาชนะทั้งหมด ก่อนรักษาอาการบาดเจ็บให้ในภายหลัง

“ประมาณนี้แหละ”

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสบาย ๆ

ทุกคนฟังจนจบ แต่สีหน้ายังคงเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

หลานชิงอวี้อดถามไม่ได้

“เหตุใดทุกคนจึงทำหน้าเช่นนั้นเจ้าคะ? ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ข้าอยู่ในเหตุการณ์แทบทุกอย่าง”

นางเริ่มนับนิ้ว

“ศิษย์พี่ยูหลอมโอสถระดับแปดสำเร็จ นั่นก็เป็นเรื่องปกติของเขามิใช่หรือ?”

“หากบอกว่าเขาหลอมโอสถแล้วได้ของห่วยแตกออกมา แบบนั้นต่างหากที่น่าตกใจ”

ทุกคนครุ่นคิดตาม ก่อนพบว่ามันฟังดูมีเหตุผลอย่างน่าหงุดหงิด

หลานชิงอวี้กล่าวต่อ

“ส่วนเรื่องภรรยา ศิษย์พี่ยูเก่งกาจขนาดนี้ จะมีสตรีชื่นชอบมากหน่อยก็เป็นเรื่องปกติมิใช่หรือเจ้าคะ?”

“เมื่อชื่นชอบกันแล้วจะกลายเป็นภรรยาก็ไม่เห็นแปลก ศิษย์พี่ยูใจกว้างอยู่แล้ว ขอเพียงทุกคนยอมรับกันได้ เขาก็ไม่เคยปฏิเสธผู้ใด”

ไป๋หลิงหลี่ตามองนาง

“เจ้ากำลังบอกว่าการที่เขาออกไปไม่กี่วันแล้วมีภรรยาเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน เป็นเรื่องปกติหรือ?”

หลานชิงอวี้ชะงัก ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ส่วนเมนเดรก...ไม่สิ รากวิญญาณคร่ำครวญ เรื่องนั้นข้าเองก็เพิ่งรู้เจ้าค่ะ”

“ดูเหมือนต้องอาบน้ำ อบไอน้ำ นวด และดูแลพวกมันให้มีความสุขถึงขีดสุด พวกมันจึงจะเปล่งแสงสีทอง ละสังขาร และยอมให้นำไปทำอาหาร”

หนานอวี้กะพริบตาปริบ ๆ

“เจ้ายิ่งยืนยัน ข้ากลับยิ่งรู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดฟังดูประหลาดกว่าเดิมเสียอีก”

หลิงเยวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย

“อืม ข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้น”