คลังนิยายสัตย์สาบานแห่งดวงดาวอ่านล่าสุด

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 198 ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาท7,264 ตัวอักษร

ตอนที่ 198 ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาท

หลานชิงอวี้รีบยกแขนเสื้อขึ้นปิดหน้า ส่วนหนานอวี้สำลักของว่างจนไอออกมาไม่หยุด

แม้แต่ยูรันยังหันไปมองเซี่ยเยว่หลีช้า ๆ

“เจ้าพูดตรงเกินไปหรือเปล่า?”

เซี่ยเยว่หลีเอียงคอ

“ตรงไหน?”

“นางบอกว่าอยากแต่งงานกับเจ้า ส่วนข้าก็เป็นภรรยาของเจ้าแล้ว นั่นไม่ใช่ความจริงหรือ?”

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“อืม ก็จริง”

“เจ้าไม่ต้องเห็นด้วยก็ได้!” เซี่ยหลานอิงตวาดทันที ก่อนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับชาบนริมฝีปากอย่างลนลาน

เซี่ยเยว่หลีมองนางด้วยสีหน้าสงสัย

“แล้วเหตุใดท่านต้องอายด้วย? ท่านเป็นคนพูดเองมิใช่หรือว่าจะขอราชโองการสมรส?”

ฉึก!

เซี่ยหลานอิงแข็งค้างไปทั้งร่าง

ไป๋หลิงหรี่ตามองนางทันที

“ดูเหมือนหลานสาวของเจ้าจะพูดจาตรงไปตรงมากว่าเจ้ามากนะ องค์รัชทายาท”

“นางเพียงไม่รู้จักเลือกคำพูดต่างหาก!”

“ข้าว่านางเลือกได้ดีทีเดียว”

กลิ่นดินปืนระหว่างทั้งสองคนเริ่มกลับมาอีกครั้ง

ยูรันหยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน ก่อนหันไปถามเซี่ยเยว่หลี

“ว่าแต่เจ้าเรียกนางว่าอาของเจ้าได้คล่องปากกว่าที่คิดนะ ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าเคยเห็นเพียงไม่กี่ครั้งอยู่เลย”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้า

“ถึงไม่เคยพูดคุยกัน นางก็ยังเป็นอาของข้าตามสายเลือดอยู่ดี”

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเซี่ยหลานอิงตั้งแต่หัวจรดเท้า

“แต่เรื่องที่นางจะเป็นภรรยาของสามีข้าด้วยหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

เซี่ยหลานอิงเลิกคิ้ว

“เจ้าคิดจะขัดขวางข้าหรือ?”

“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ติด”

“เช่นนั้นเหตุใดจึงมองข้าด้วยสายตาแบบนั้น?”

“ข้าเพียงอยากรู้ว่าท่านมีความสามารถพอหรือไม่”

“ความสามารถด้านใด?”

เซี่ยเยว่หลียังไม่ทันตอบ ไป๋หลิงก็กระแอมขึ้นมาเสียก่อน

“พอแล้ว เรื่องของนางเอาไว้ทีหลัง”

นางหันกลับมาหาเซี่ยเยว่หลี

“ข้าถามว่าเรื่องของเจ้ากับยูรันเกิดขึ้นได้อย่างไร”

“เกิดขึ้นเมื่อคืน”

เซี่ยเยว่หลีตอบทันที

“ที่พรรคมารอัสดง”

ไป๋หลิงหรี่ตาลง

“เมื่อคืน?”

“ถูกต้อง”

“แล้วชิงอวี้อยู่ที่ใด?”

หลานชิงอวี้ซึ่งพยายามทำตัวไร้ตัวตนมาตลอดสะดุ้งเฮือก

เซี่ยเยว่หลีหันไปมองนาง ก่อนตอบตามความจริง

“อยู่ด้วยกัน”

สายตาทุกคู่ในห้องหันไปหยุดอยู่ที่หลานชิงอวี้พร้อมกัน

หลานชิงอวี้ตัวแข็งค้าง ก่อนค่อย ๆ วางถ้วยชาลงด้วยมือสั่นเล็กน้อย

“อะ เอ่อ...”

หนานอวี้หรี่ตามองนาง

“อยู่ด้วยกัน หมายความว่าอย่างไร?”

หลานชิงอวี้กลืนน้ำลาย

“ก็...อยู่ช่วยสอนนางเจ้าค่ะ”

“สอนเรื่องอะไร?”

“เรื่องที่พวกท่านรู้อยู่แล้ว จะให้ข้าพูดออกมาตรงนี้จริงหรือเจ้าคะ?!”

ใบหน้าของหลานชิงอวี้แดงก่ำขึ้นทันที

เซี่ยเยว่หลีกลับพยักหน้ารับอย่างจริงจัง

“นางสอนได้ดีมาก”

ฉึก!

หลานชิงอวี้รีบยกมือปิดหน้า

“พี่หญิงเยว่หลี ไม่ต้องช่วยยืนยันก็ได้เจ้าค่ะ!”

ไป๋หลิงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนหันไปมองยูรัน

“ยูรัน”

“หืม?”

“เจ้าไม่มีอะไรจะอธิบายหรือ?”

ยูรันกะพริบตาปริบ ๆ

“จะให้อธิบายอะไร? ทุกฝ่ายยินยอม ทุกอย่างก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?”

“เจ้าสรุปง่ายเกินไปแล้ว!”

ไป๋หลิง หนานอวี้ และเซี่ยหลานอิงตะโกนขึ้นพร้อมกัน

ยูรันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

“เอาเถอะ ยังมีผู้อาวุโสซูเม่ยเหยา กับศิษย์พี่เซียวซินเยวี่ยอีกสองคน”

“พอใจหรือยัง?”

ทั่วทั้งห้องพลันเงียบกริบ

ไป๋หลิงกับหนานอวี้แข็งค้าง ส่วนเซี่ยหลานอิงกะพริบตาปริบ ๆ ราวกับไม่แน่ใจว่าตนเองฟังผิดไปหรือไม่

ครู่ต่อมา สายตาของทุกคนก็ค่อย ๆ เลื่อนไปหยุดอยู่ที่หลานชิงอวี้พร้อมกัน

ยูรันไม่ได้สนใจความวุ่นวายเหล่านั้น เขาหันไปมองเซี่ยหลานอิง ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“เม่ยเหยาพูดเหมือนกับเจ้าแทบทุกคำเลยนะ”

เซี่ยหลานอิงชะงัก

“เหมือนข้า?”

“อืม นางบอกว่าหากไม่รีบลงมือ เดี๋ยวข้าก็ถูกผู้อื่นคาบไปกินเสียก่อน”

ยูรันหัวเราะออกมาอย่างไม่ไว้หน้า

“กลายเป็นว่าคนที่ช้าที่สุดในห้องนี้ดันเป็นเจ้าเสียอย่างนั้น ฮ่า ๆ!”

ฉึก!

เซี่ยหลานอิงรู้สึกราวกับมีลูกธนูปักเข้ากลางอก

“อะ อะไรนะ?”

“นะ นะ นะ นี่มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด?!”

“ตอนอยู่ตำหนักโอสถ”

“เป็นไปได้อย่างไร? เจ้าเพิ่งอยู่ที่นั่นเพียงไม่กี่วันไม่ใช่หรือ?!”

“ใช่”

ยูรันพยักหน้าอย่างสบาย ๆ

“เม่ยเหยาพนันกับข้าว่า หากข้าหลอมโอสถไม่ได้ ข้าต้องไปหานางที่ห้อง แต่หากข้าหลอมสำเร็จ นางจะเป็นฝ่ายมาหาข้าแทน”

“เดี๋ยวก่อน!”

เซี่ยหลานอิงตบโต๊ะแล้วลุกขึ้น

“ไม่ว่าเจ้าจะแพ้หรือชนะ สุดท้ายพวกเจ้าก็ต้องไปหากันอยู่ดีมิใช่หรือ?!”

“อืม ข้าเองก็เพิ่งรู้หลังจากนางพูดจบเหมือนกัน”

“นั่นไม่ใช่การพนันตั้งแต่แรกแล้ว!”

เซี่ยหลานอิงกำหมัดแน่นด้วยความคับข้องใจ

เซี่ยเยว่หลีมองสีหน้าของนาง ก่อนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

“ท่านอาช่างอ่อนจริง ๆ”

เซี่ยหลานอิงชะงัก

“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”

“เพราะสถานะเชื้อพระวงศ์ติดตัว ท่านจึงไม่อาจทำอะไรบุ่มบ่ามได้ ต้องกลับไปขอราชโองการ ต้องรอเสด็จน้าอนุญาต แล้วยังต้องจัดการเรื่องพิธีการอีกมากมาย”

เซี่ยเยว่หลีถอนหายใจ ก่อนส่ายหน้าอย่างเห็นใจ

“ช่างน่าสงสารเหลือเกิน”

ฉึก!

เซี่ยหลานอิงรู้สึกราวกับถูกธนูแทงเข้ากลางอกอีกดอก

เซี่ยเยว่หลีกวาดตามองทุกคนภายในห้อง ก่อนกล่าวต่อ

“แต่ที่นี่ไม่มีผู้ใดสนใจฐานะหรือตำแหน่งของกันและกัน”

“ไม่ว่าจะเป็นศิษย์พี่ ศิษย์น้อง ผู้อาวุโส องค์รัชทายาท หรือบุตรีเจ้าสำนักพรรคมาร หากทุกฝ่ายยินยอม จะหลับนอนกันอย่างไรก็ได้”

นางกอดแขนยูรันแน่นขึ้นเล็กน้อย

“ดีจริง ๆ ข้าเพิ่งรู้ว่าสถานะเชื้อพระวงศ์ไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้ก็วันนี้เอง”

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

เซี่ยหลานอิงยกมือกุมหน้าอก ก่อนทรุดตัวกลับลงบนเก้าอี้

[ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ย...]

[เหตุใดวันนี้ตำแหน่งของข้าจึงกลายเป็นภาระไปเสียแล้ว?!]

เซี่ยเยว่หลีเอียงคอมองนาง

“ท่านอาจะร้องไห้หรือ?”

“ข้าไม่ได้ร้อง!”

“แต่ดวงตาท่านแดงแล้ว”

“นั่นเพราะข้าโกรธ!”

“อ้อ”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เช่นนั้นก็รีบหน่อยแล้วกัน หากยังชักช้า ต่อไปอาจมีคนเพิ่มอีก”

เซี่ยหลานอิงตัวแข็งค้าง

นางค่อย ๆ หันไปมองยูรัน

ยูรันหลบสายตา ก่อนหยิบผลไม้ขึ้นมากินอย่างไม่รู้ไม่ชี้

“อืม ยังมีลู่ชิงถานอีกคนด้วยนะ”

“……”

ทุกคนหันขวับมามองเขาพร้อมกัน

ยูรันเคี้ยวผลไม้ต่ออย่างสบายใจ

“เพียงแต่ตอนนั้นข้าต้องรีบกลับ เดี๋ยวจะเกิดปัญหา จึงไม่ได้ค้างคืนที่เมืองหลอมศิลา”

เซี่ยหลานอิงยกมือกุมหน้าอก

“อึก...”

ฉึก!

ลูกธนูอีกดอกปักเข้ากลางใจนางอย่างแม่นยำ

เซี่ยเยว่หลีเอียงคอ

“ลู่ชิงถานคือผู้ใด?”

“คนที่เมืองหลอมศิลา”

ยูรันตอบตามตรง

“นางยังไม่ได้หลับนอนกับข้า แต่บอกแล้วว่ารับเรื่องภรรยาหลายคนได้ อีกหน่อยนางกับท่านแม่ทั้งสองก็จะย้ายมาอยู่ยอดเขาจันทรา”

หลานชิงอวี้นับจำนวนอยู่ในใจ ก่อนสีหน้าค่อย ๆ แข็งค้าง

[ศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่สาม ข้า พี่หญิงเยว่หลี ผู้อาวุโสซู ศิษย์พี่ซินเยวี่ย...]

[ยังมีองค์รัชทายาทกับพี่หญิงชิงถานซึ่งกำลังรออยู่อีก]

[เดี๋ยวก่อน นี่ยังไม่นับอาจารย์เลยนะเจ้าคะ!]

เซี่ยเยว่หลีมองผู้เป็นอาซึ่งยังฟุบอยู่บนโต๊ะ ก่อนตบไหล่นางเบา ๆ

“ท่านอาไม่ต้องเสียใจไป”

เซี่ยหลานอิงเงยหน้าขึ้นอย่างมีความหวัง

“อย่างน้อยเจ้าก็ยังคิดจะปลอบข้าสินะ”

“ท่านยังไม่ได้ช้าที่สุด”

ดวงตาของเซี่ยหลานอิงสว่างขึ้น

เซี่ยเยว่หลีกล่าวต่ออย่างจริงจัง

“เพราะลู่ชิงถานก็ยังไม่ได้เหมือนกัน”

“ตอนนี้พวกท่านเสมอกันอยู่”

ฉึก!

เซี่ยหลานอิงฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง

“ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาท แต่กลับต้องมาแข่งขันกับคนที่ไม่อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำหรือ?!”

ยูรันเห็นสภาพของนางก็โบกมืออย่างจนใจ

“เอาเถอะ เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว”

“พรุ่งนี้เจ้าต้องกลับเมืองหลวงมิใช่หรือ?”

เซี่ยหลานอิงพยักหน้าอย่างห่อเหี่ยว

“อืม”

“เช่นนั้นเอาพวกลูกเจี๊ยบติดไปด้วยสักคู่สิ ช่วยข้าโปรโมตหน่อย”

เซี่ยหลานอิงชะงัก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา

“เจ้าจะให้ข้านำหงส์ฟ้ากลับเมืองหลวงหรือ?”

“ไม่ได้ให้ฟรี เอาไปขาย”

“……”

ห้องนั่งเล่นพลันเงียบกริบอีกครั้ง

ยูรันชูนิ้วขึ้นห้านิ้ว

“ตัวละห้าร้อยล้านเหรียญ”

“หนึ่งคู่ก็หนึ่งพันล้านเหรียญ ห้ามแยกขาย”

พรูด!

เซี่ยหลานอิงพ่นชาออกมาอีกครั้ง

“ห้าร้อยล้านเหรียญต่อตัว?!”

ไป๋หลิงกับหนานอวี้เองก็เบิกตากว้าง แม้แต่เซี่ยเยว่หลียังหันขวับกลับมามองเขา

ยูรันกลับมีสีหน้าสงสัย

“แพงไปหรือ?”

“ไม่ใช่เรื่องแพงไปหรือไม่แล้ว!”

เซี่ยหลานอิงตบโต๊ะ

“เจ้าคิดจะขายสัตว์วิเศษซึ่งเพิ่งถือกำเนิดในราคาตัวละห้าร้อยล้านเหรียญจริง ๆ หรือ?!”

“จริงสิ”

ยูรันตอบทันที

“ข้าสร้างพวกมันขึ้นมาเพื่อขายตั้งแต่แรกแล้ว ไม่เช่นนั้นจะสร้างออกมาทีเดียวยี่สิบแปดตัวทำไม?”

“……”

ทุกคนค่อย ๆ หันไปมองทางสวนสมุนไพรพร้อมกัน

พวกลูกหงส์ฟ้าซึ่งกำลังนอนหลับอย่างมีความสุขยังไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วตนเองคือสินค้ามูลค่ามหาศาล