ตอนที่ 199 ข้าเกลียดตำแหน่งองค์รัชทายาท
ไป๋หลิงหันกลับมาถาม
“เดี๋ยวก่อน แล้วที่เจ้าให้พวกเราเลือกคู่ที่เข้ากันได้เล่า?”
“ก็ให้ช่วยเลี้ยงระหว่างรอขายไง”
ฉึก!
หนานอวี้กุมหน้าอกทันที
“หมายความว่าคู่ธาตุไฟของข้าก็ต้องถูกขายด้วยหรือ?!”
“หากท่านอยากได้ก็ห้าร้อยล้านเหรียญต่อตัว”
“เหตุใดข้าต้องซื้อของที่ข้าช่วยเลี้ยงด้วย!”
“เช่นนั้นก็ดูแลต่อไปจนกว่าจะมีลูกค้ามาซื้อ”
“เจ้าใจร้ายเกินไปแล้ว!”
ยูรันไม่สนใจเสียงโวยวายของนาง ก่อนหันกลับไปหาเซี่ยหลานอิง
“ดูเหมือนตอนถือกำเนิด พวกมันก็อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว โคตรเทพ”
“ขนาดมนุษย์เกิดมายังต้องรอหลายปีกว่าจะเริ่มบำเพ็ญเพียรได้ แต่พวกมันเพิ่งเจาะเปลือกไข่ออกมาก็เป็นสร้างรากฐานทันที”
เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“สมแล้วที่เป็นสัตว์วิเศษ ตัวละห้าร้อยล้านไม่นับว่าแพงเลย”
เซี่ยหลานอิงสูดลมหายใจลึก
“หงส์ฟ้าสายเลือดสูงซึ่งเกิดมาก็อยู่สร้างรากฐาน หากนำออกประมูลจริง ราคาห้าร้อยล้านอาจไม่แพงก็จริง”
“เห็นไหม?”
“แต่ผู้ที่จ่ายไหวมีเพียงราชวงศ์ สำนักใหญ่ หรือตระกูลชั้นนำไม่กี่แห่งเท่านั้น!”
“ข้าก็ตั้งใจขายให้คนพวกนั้นอยู่แล้ว”
ยูรันยักไหล่
“คนจนจะซื้อไปทำไม แค่ค่าอาหารก็คงเลี้ยงไม่ไหว”
ไป๋หลิงเริ่มคำนวณในใจ
หงส์ฟ้าบนยอดเขาจันทราเหลือยี่สิบหกตัว ตัวละห้าร้อยล้านเหรียญ...
“หนึ่งหมื่นสามพันล้านเหรียญ...”
นางพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนชะงักไปทั้งร่าง
ยูรันยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“ถูกต้อง”
“นี่เป็นเพียงรุ่นแรกเท่านั้น ต่อไปยังมีสัตว์วิเศษชนิดอื่นอีก”
เซี่ยหลานอิงมองรอยยิ้มของเขา ก่อนถอนหายใจยาว
“อืม ข้าจะนำคู่ธาตุสุริยันกลับไปช่วยโปรโมตให้ หากมีผู้สนใจจริง ข้าจะส่งข่าวกลับมา”
นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพึมพำอย่างน้อยใจ
“ถูกหลานสาวแย่งสามี แล้วยังต้องช่วยสามีขายลูกเจี๊ยบอีก ชีวิตข้าช่างน่าสงสารจริง ๆ”
เซี่ยเยว่หลีตอบทันที
“ข้าไม่ได้แย่ง ข้าเพียงลงมือเร็วกว่าท่าน”
“เจ้าเงียบไปเลย!”
เซี่ยหลานอิงสูดลมหายใจลึก ก่อนเปลี่ยนกลับเป็นสีหน้าจริงจัง
“ช่างเถอะ เยว่หลีเรื่องของเจ้า”
“ตอนนี้ข้ากำลังให้คนแอบสืบอย่างลับ ๆ ยังไม่ได้กราบทูลเสด็จน้า หากข่าวแพร่ออกไปเร็วเกินไป ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจแตกตื่นและทำลายหลักฐานเสียก่อน ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่”
ยูรันกำลังจะหยิบผลไม้อีกชิ้น ทว่ามือของเขากลับหยุดชะงักกลางทาง
“โอ๊ะ...”
ทุกคนหันมามองเขา
“หรือว่าควรเก็บพวกลูกเจี๊ยบธาตุไฟเอาไว้?”
ดวงตาของหนานอวี้สว่างขึ้นทันที
“จริงหรือ?!”
ยูรันไม่ได้ตอบนาง เขาลูบคางพลางครุ่นคิด
“สายเลือดของศิษย์พี่สามเป็นสายเลือดฟินิกซ์ ส่วนพวกมันก็เป็นหงส์ฟ้าธาตุไฟ”
“หากอยู่ใกล้กันเป็นเวลานาน กลิ่นอายของทั้งสองฝ่ายอาจช่วยกระตุ้นสายเลือดซึ่งกันและกันได้”
เขาพยักหน้ากับตัวเอง
“อืม น่าจะเป็นไปได้”
หนานอวี้แทบกระโดดเข้าไปกอดเขา
“หมายความว่าเจ้าจะไม่ขายพวกมันแล้วใช่หรือไม่?!”
“เก็บไว้ทดลองก่อน”
“เหตุใดต้องเติมคำว่าทดลองด้วย!”
ยูรันไม่สนใจเสียงโวยวาย เขายังคงจมอยู่ในความคิดของตนเอง
“เดี๋ยวก่อนนะ...”
“หากสัตว์วิเศษสามารถส่งเสริมสายเลือดหรือกายาพิเศษของผู้บำเพ็ญได้ เช่นนั้นก็หมายความว่า...”
เขาพึมพำคำเดิมซ้ำอยู่หลายครั้ง
“แปลว่า...แปลว่า...แปลว่า...”
ทุกคนเริ่มโน้มตัวเข้ามาฟังโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาของยูรันพลันสว่างขึ้น
“หากต่อไปคนอื่นมีกายาพิเศษถือกำเนิดขึ้นมา ข้าก็ต้องหาสัตว์วิเศษซึ่งเข้ากับกายานั้นมาเลี้ยงไว้ข้างกายด้วยสินะ”
“น่าสนใจ”
ยูรันพยักหน้ากับตัวเอง
“งั้นเอาตามนี้แหละ ศิษย์พี่ คืนนี้ท่านลองนำพวกมันไปนอนด้วย ดูว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่”
“หากได้ผล ข้าจะออกไปหากายาพิเศษซึ่งเหมาะกับท่าน แล้วนำมาผสานกับพวกลูกเจี๊ยบคู่นั้น”
เขาเหลือบมองหน้าท้องของหนานอวี้
“ท่านจะได้ใช้ครรภ์แห่งดวงดาวเสียที ปล่อยทิ้งเอาไว้นานเกินไป เดี๋ยวจะเกิดปัญหาเอาได้”
“ได้เลย!”
หนานอวี้ตอบทันที ก่อนลุกขึ้นเตรียมวิ่งออกไป ทว่านางยังไม่ทันก้าวพ้นโต๊ะ ยูรันก็ยกมือห้ามเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”
หนานอวี้ชะงัก ก่อนหันกลับมา
“ก่อนแยกย้ายกันไปนอน ข้ามีอะไรให้ดู”
ยูรันดีดนิ้วเบา ๆ
เป๊าะ!
ภาพดาราจักรภายในหัวใจพลันเปิดออกกลางห้อง เผยให้เห็นทารกดาราสวรรค์ซึ่งกำลังลอยอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว
ไป๋หลิงมองภาพตรงหน้าด้วยความสงสัย
“เจ้าจะให้พวกเราดูอะไร?”
หลานชิงอวี้พยักหน้าเห็นด้วย
“นั่นสิเจ้าคะ”
เซี่ยเยว่หลีกลับยกมือขึ้นกวักเรียก
“มานี่ ๆ”
ทารกดาราสวรรค์หันมามองนาง ก่อนลอยเข้ามาหาอย่างว่าง่าย ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มเผยรอยยิ้มกว้างทันที
เซี่ยเยว่หลีรับมันเอาไว้ ก่อนเหลือบมองเซี่ยหลานอิงแล้วแสยะยิ้มเยาะ
“หึ”
เซี่ยหลานอิงชี้มือตรงไปยังทารกด้วยนิ้วสั่นระริก
“นะ นะ นะ นี่...”
“แม้แต่ทารกข้ายังแพ้เจ้าหรือ?!”
หลานชิงอวี้มองภาพตรงหน้า ก่อนเข้าใจขึ้นมาทันที
“อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง”
นางหันไปมองยูรัน
“ศิษย์พี่ยูจงใจเรียกทารกออกมาแกล้งองค์รัชทายาทสินะเจ้าคะ”
ยูรันพยักหน้า
“อืม ข้าพอรู้แล้วว่าทารกเลือกคนจากอะไร”
“ทั้งความสุขุม สติ และความหึงหวง ล้วนมีผลทั้งหมด ดูเหมือนมันจะสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยวิธีบางอย่าง”
เขาเหลือบมองเซี่ยหลานอิง
“หากด้านใดด้านหนึ่งต่ำเตี้ยเรี่ยดิน มันก็จะทำหน้ายู่ยี่เหมือนครั้งแรกที่พบเจ้านั่นแหละ”
เซี่ยหลานอิงคิ้วกระตุก
“แล้วด้านใดของข้าที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน?!”
“เรื่องนั้นบอกไม่ได้”
ยูรันยักไหล่
“ข้าเพียงรู้ว่ามันไม่ชอบ แต่ไม่รู้ว่าสิ่งใดต่ำที่สุด หรือมันเกลียดสิ่งใดมากกว่ากัน”
[ข้าจะไม่บอกนางเด็ดขาดว่าความฉลาดมีผลมากที่สุด]
ไป๋หลิง หลานชิงอวี้ และหนานอวี้ต่างครุ่นคิดตามคำอธิบายของยูรัน
ไป๋หลิงมองทารกในอ้อมแขนของเซี่ยเยว่หลี ก่อนกล่าวขึ้น
“แสดงว่าเยว่หลีมีบางอย่างซึ่งเจ้าเด็กนี่ชอบสินะ รวมถึงอาจารย์ด้วย”
หลานชิงอวี้พยักหน้า
“ใช่เจ้าค่ะ ข้าเองก็คิดเช่นนั้น”
หนานอวี้มองทารกซึ่งยังคงยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนกัดฟันกรอด
“หน็อย ไอ้เจ้าเด็กสองมาตรฐานนี่!”
ยูรันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“เอาเถอะ แยกย้ายกันได้แล้ว”
เขาหันไปหาเซี่ยเยว่หลี
“ข้าให้ป้ายห้องกับเจ้าแล้ว ไปเลือกห้องเองก็แล้วกัน ส่วนข้าจะไปนอน”
พูดจบ ยูรันก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่น ก่อนมุ่งหน้ากลับขึ้นชั้นบนทันที
เซี่ยเยว่หลีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบวิ่งตามไป
“เดี๋ยวก่อน ข้าอยากนอนกับเจ้าด้วย!”
ไป๋หลิงมองแผ่นหลังของนางแล้วจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ
“จิ๊!”
หนานอวี้ถอนหายใจยาว
“เฮ้อ พี่น้องของข้าช่างเพิ่มขึ้นรวดเร็วเสียจริง”
หลานชิงอวี้ตบไหล่นางเบา ๆ
“ทำใจเถอะเจ้าค่ะ ในอนาคตต้องมีเพิ่มอีกแน่นอน”
หนานอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาจะสว่างขึ้น
“ช่างเถอะ ข้าไปเอาพวกลูกเจี๊ยบมานอนด้วยดีกว่า”
“ฮี่ ๆ คืนนี้มาดูกันว่าพวกมันจะช่วยกระตุ้นสายเลือดฟินิกซ์ของข้าได้จริงหรือไม่”
นางรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปอีกคน
ไม่นาน ภายในห้องนั่งเล่นจึงเหลือเพียงเซี่ยหลานอิงซึ่งยังคงนั่งห่อเหี่ยวอยู่ตามลำพัง
นางฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ก่อนคร่ำครวญออกมา
“ฮือ ๆ ข้าเกลียดตำแหน่งองค์รัชทายาท...”
“ข้าไม่อยากเป็นแล้ว!”
เวลาผ่านไปเช่นนั้นอีกสองสัปดาห์
ความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยเยว่หลี ไป๋หลิง หนานอวี้ และหลานชิงอวี้ดีขึ้นมาก จากเดิมที่ยังคอยเขม่นกัน พวกนางกลับเริ่มผลัดกันไปค้างคืนกับยูรัน บางคืนไปสองคน บางคืนสามคน และบางคืนก็ไปพร้อมกันทั้งสี่คน
เมื่อใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้น ความระแวงและความหึงหวงจึงค่อย ๆ ลดลง แม้ยังมีปะทะฝีปากกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่กลายเป็นการหยอกล้อเสียมากกว่า
ส่วนยูรันยังคงทำงานแล้วก็ทำงาน ไม่รู้ว่าเขาจะหาเรื่องอะไรให้ตนเองทำมากมายนักหนา
แต่ละวันมีทั้งวางระบบ วางแผนการผลิต และออกแบบการทดลองใหม่ ตั้งแต่โรงหลอม ระบบฟาร์ม การแปรรูปสินค้า ไปจนถึงการดัดแปลงสายพันธุ์สัตว์วิเศษ รายการงานเพิ่มขึ้นเร็วกว่างานที่ทำเสร็จเสียอีก
การทดลองสร้างสัตว์วิเศษสายพันธุ์ต่อไปเริ่มต้นขึ้นแล้ว เพียงแต่ยูรันควบคุมค่ายกลแยกมิติให้ชะลอการฟักเอาไว้ก่อน เขาไม่ต้องการให้พวกมันถือกำเนิดเร็วเกินไปแล้วเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาอีก
อย่างน้อยต้องรอให้หงส์ฟ้ารุ่นแรกเติบโตจนเห็นพัฒนาการชัดเจนเสียก่อน จึงค่อยตัดสินใจว่าจะฟักสัตว์วิเศษสายพันธุ์ถัดไปเมื่อใด
ทางด้านสัตว์น้ำและสัตว์บกก็เริ่มเกิดการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง บางตัวสามารถดูดซับพลังปราณได้มากขึ้น บางตัวมีร่างกายใหญ่ขึ้นหลายเท่า และบางส่วนถึงขั้นเริ่มควบคุมพลังธาตุได้แล้ว
ยูรันจึงต้องรีบแยกพวกมันตามสายพันธุ์ ระดับพลัง และธาตุ ก่อนจะเกิดการแย่งอาณาเขตหรือทำลายระบบฟาร์มจนวุ่นวาย
ส่วนลูกหงส์ฟ้าธาตุไฟทั้งสองตัวกลับเติบโตรวดเร็วผิดปกติกว่าคู่อื่นอย่างเห็นได้ชัด
หนานอวี้จึงตั้งชื่อให้ตัวผู้ว่า ฉือเหยียน แปลว่าเปลวเพลิงชาด
ส่วนตัวเมียชื่อ จินอวี่ แปลว่าขนนกสีทอง
“ฉือเหยียน! จินอวี่!”
“จิ๊บ!”
ลูกหงส์ทั้งสองส่งเสียงตอบ ก่อนวิ่งเข้ามาหาหนานอวี้พร้อมกันอย่างร่าเริง