คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 199 ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาท8,193 ตัวอักษร

ตอนที่ 199 ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาท

หลังจากจัดการเรื่องหงส์ฟ้า ผึ้งหยกจันทรา และรากครวญวิญญาณจนเรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

ทว่าบรรยากาศบนยอดเขาจันทรากลับไม่ได้สงบลงตามไปด้วย

การมาถึงของเซี่ยเยว่หลีทำให้สตรีหลายคนยังคงเขม่นกันไม่เลิก แม้ไม่มีผู้ใดเปิดฉากทะเลาะกันตรง ๆ แต่ทุกครั้งที่สายตาสบกัน กลิ่นดินปืนก็คล้ายจะรุนแรงขึ้นอีกเล็กน้อย

จนกระทั่งตกดึก ทุกคนจึงมารวมตัวกันในห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่งของตำหนัก

เซี่ยเยว่หลีนั่งอยู่ข้างยูรัน ส่วนอีกด้านเป็นหลานชิงอวี้ เซี่ยหลานอิงนั่งตรงข้ามพวกเขา ขณะที่ไป๋หลิงกับหนานอวี้เลือกนั่งปิดทางซ้ายขวาราวกับกำลังเตรียมสอบสวนผู้ต้องหา

บนโต๊ะตรงกลางมีชา ผลไม้ และของว่างวางเอาไว้ครบถ้วน แต่ยังไม่มีผู้ใดแตะต้องมันแม้แต่น้อย

ยูรันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ก่อนกวาดตามองทุกคนสลับกัน

[อืม เปิดศึกซัดกันไปเลย]

ความเงียบดำเนินอยู่นานหลายอึดใจ

สุดท้ายไป๋หลิงก็เป็นฝ่ายวางถ้วยชาลง

“สรุปแล้วเรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่?”

เซี่ยเยว่หลีมองนางกลับโดยไม่หลบสายตา

“ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน”

นางขยับเข้าไปชิดยูรันอีกเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ข้าก็แค่เป็นภรรยาของเขา เท่านั้นเอง”

คิ้วของไป๋หลิงกระตุกทันที

เซี่ยเยว่หลีเหลือบมองเซี่ยหลานอิงซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่ง ก่อนกล่าวต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน

“ส่วนอาของข้าจะเอากับเขาด้วย ข้าเองก็ไม่ติดอะไร”

พรูด!

เซี่ยหลานอิงพ่นชาซึ่งเพิ่งยกขึ้นจิบออกมาทันที

หลานชิงอวี้รีบยกแขนเสื้อขึ้นปิดหน้า ส่วนหนานอวี้สำลักของว่างจนไอออกมาไม่หยุด

แม้แต่ยูรันยังหันไปมองเซี่ยเยว่หลีช้า ๆ

“เจ้าพูดตรงเกินไปหรือเปล่า?”

เซี่ยเยว่หลีเอียงคอ

“ตรงไหน?”

“นางบอกว่าอยากแต่งงานกับเจ้า ส่วนข้าก็เป็นภรรยาของเจ้าแล้ว นั่นไม่ใช่ความจริงหรือ?”

ยูรันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“อืม ก็จริง”

“เจ้าไม่ต้องเห็นด้วยก็ได้!” เซี่ยหลานอิงตวาดทันที ก่อนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับชาบนริมฝีปากอย่างลนลาน

เซี่ยเยว่หลีมองนางด้วยสีหน้าสงสัย

“แล้วเหตุใดท่านต้องอายด้วย? ในศิลาบันทึกภาพ ท่านเป็นคนพูดเองมิใช่หรือว่าจะขอราชโองการสมรส?”

ฉึก!

เซี่ยหลานอิงแข็งค้างไปทั้งร่าง

ไป๋หลิงหลี่ตามองนางทันที

“ดูเหมือนหลานสาวของเจ้าจะพูดจาตรงไปตรงมากว่าเจ้ามากนะ องค์รัชทายาท”

“นางเพียงไม่รู้จักเลือกคำพูดต่างหาก!”

“ข้าว่านางเลือกได้ดีทีเดียว”

กลิ่นดินปืนระหว่างทั้งสองคนเริ่มกลับมาอีกครั้ง

ยูรันหยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน ก่อนหันไปถามเซี่ยเยว่หลี

“ว่าแต่เจ้าเรียกนางว่าอาของเจ้าได้คล่องปากกว่าที่คิดนะ ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าเคยเห็นเพียงไม่กี่ครั้งอยู่เลย”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้า

“ถึงไม่เคยพูดคุยกัน นางก็ยังเป็นอาของข้าตามสายเลือดอยู่ดี”

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเซี่ยหลานอิงตั้งแต่หัวจรดเท้า

“แต่เรื่องที่นางจะเป็นภรรยาของสามีข้าด้วยหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

เซี่ยหลานอิงเลิกคิ้ว

“เจ้าคิดจะขัดขวางข้าหรือ?”

“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ติด”

“เช่นนั้นเหตุใดจึงมองข้าด้วยสายตาแบบนั้น?”

“ข้าเพียงอยากรู้ว่าท่านมีความสามารถพอหรือไม่”

“ความสามารถด้านใด?”

เซี่ยเยว่หลียังไม่ทันตอบ ไป๋หลิงก็กระแอมขึ้นมาเสียก่อน

“พอแล้ว เรื่องของนางเอาไว้ทีหลัง”

นางหันกลับมาหาเซี่ยเยว่หลี

“ข้าถามว่าเรื่องของเจ้ากับยูรันเกิดขึ้นได้อย่างไร”

“เกิดขึ้นเมื่อคืน”

เซี่ยเยว่หลีตอบทันที

“ที่พรรคมารอัสดง”

ไป๋หลิงหรี่ตาลง

“เมื่อคืน?”

“ถูกต้อง”

“แล้วชิงอวี้อยู่ที่ใด?”

หลานชิงอวี้ซึ่งพยายามทำตัวไร้ตัวตนมาตลอดสะดุ้งเฮือก

เซี่ยเยว่หลีหันไปมองนาง ก่อนตอบตามความจริง

“อยู่ด้วยกัน”

สายตาทุกคู่ในห้องหันไปหยุดอยู่ที่หลานชิงอวี้พร้อมกัน

หลานชิงอวี้ตัวแข็งค้าง ก่อนค่อย ๆ วางถ้วยชาลงด้วยมือสั่นเล็กน้อย

“อะ เอ่อ...”

หนานอวี้หลี่ตามองนาง

“อยู่ด้วยกัน หมายความว่าอย่างไร?”

หลานชิงอวี้กลืนน้ำลาย

“ก็...อยู่ช่วยสอนนางเจ้าค่ะ”

“สอนเรื่องอะไร?”

“เรื่องที่พวกท่านรู้อยู่แล้ว จะให้ข้าพูดออกมาตรงนี้จริงหรือเจ้าคะ?!”

ใบหน้าของหลานชิงอวี้แดงก่ำขึ้นทันที

เซี่ยเยว่หลีกลับพยักหน้ารับอย่างจริงจัง

“นางสอนได้ดีมาก”

ฉึก!

หลานชิงอวี้รีบยกมือปิดหน้า

“พี่หญิงเยว่หลี ไม่ต้องช่วยยืนยันก็ได้เจ้าค่ะ!”

ไป๋หลิงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนหันไปมองยูรัน

“ยูรัน”

“หืม?”

“เจ้าไม่มีอะไรจะอธิบายหรือ?”

ยูรันกะพริบตาปริบ ๆ

“จะให้อธิบายอะไร? ทุกฝ่ายยินยอม ทุกอย่างก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?”

“เจ้าสรุปง่ายเกินไปแล้ว!”

ไป๋หลิง หนานอวี้ และเซี่ยหลานอิงตะโกนขึ้นพร้อมกัน

ยูรันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

“เอาเถอะ ยังมีผู้อาวุโสซูเม่ยเหยา กับศิษย์พี่เซียวซินเยวี่ยอีกสองคน”

“พอใจหรือยัง?”

ทั่วทั้งห้องพลันเงียบกริบ

ไป๋หลิงกับหนานอวี้แข็งค้าง ส่วนเซี่ยหลานอิงกะพริบตาปริบ ๆ ราวกับไม่แน่ใจว่าตนเองฟังผิดไปหรือไม่

ครู่ต่อมา สายตาของทุกคนก็ค่อย ๆ เลื่อนไปหยุดอยู่ที่หลานชิงอวี้พร้อมกัน

หลานชิงอวี้ซึ่งเดินทางไปตำหนักโอสถกับยูรันรีบหดคอ

“มะ มองข้าทำไมกันเจ้าคะ?”

ไป๋หลิงหลี่ตามองนาง

“เจ้ารู้อยู่แล้วสินะ?”

“ข้าเพียงบังเอิญอยู่ในเหตุการณ์เท่านั้นเจ้าค่ะ!”

“แล้วเจ้าก็ช่วยสอนพวกนางอีกหรือ?”

“คราวนี้ข้าไม่ได้สอนนะเจ้าคะ!”

ยูรันไม่ได้สนใจความวุ่นวายเหล่านั้น เขาหันไปมองเซี่ยหลานอิง ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“เม่ยเหยาพูดเหมือนกับเจ้าแทบทุกคำเลยนะ”

เซี่ยหลานอิงชะงัก

“เหมือนข้า?”

“อืม นางบอกว่าหากไม่รีบลงมือ เดี๋ยวข้าก็ถูกผู้อื่นคาบไปกินเสียก่อน”

ยูรันหัวเราะออกมาอย่างไม่ไว้หน้า

“กลายเป็นว่าคนที่ช้าที่สุดในห้องนี้ดันเป็นเจ้าเสียอย่างนั้น ฮ่า ๆ!”

ฉึก!

เซี่ยหลานอิงรู้สึกราวกับมีลูกธนูปักเข้ากลางอก

“อะ อะไรนะ?”

“นะ นะ นะ นี่มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด?!”

“ตอนอยู่ตำหนักโอสถ”

“เป็นไปได้อย่างไร? เจ้าเพิ่งอยู่ที่นั่นเพียงไม่กี่วันไม่ใช่หรือ?!”

“ใช่”

ยูรันพยักหน้าอย่างสบาย ๆ

“เม่ยเหยาพนันกับข้าว่า หากข้าหลอมโอสถไม่ได้ ข้าต้องไปหานางที่ห้อง แต่หากข้าหลอมสำเร็จ นางจะเป็นฝ่ายมาหาข้าแทน”

“เดี๋ยวก่อน!”

เซี่ยหลานอิงตบโต๊ะแล้วลุกขึ้น

“ไม่ว่าเจ้าจะแพ้หรือชนะ สุดท้ายพวกเจ้าก็ต้องไปหากันอยู่ดีมิใช่หรือ?!”

“อืม ข้าเองก็เพิ่งรู้หลังจากนางพูดจบเหมือนกัน”

“นั่นไม่ใช่การพนันตั้งแต่แรกแล้ว!”

เซี่ยหลานอิงกำหมัดแน่นด้วยความคับข้องใจ

[ข้าอุตส่าห์รีบกลับวังไปทูลขอราชโองการสมรส!]

[แต่ระหว่างที่ข้ากำลังเสียเวลาเดินตามขั้นตอน นางกลับตรงเข้าไปในห้องเขาเลยหรือ?!]

เซี่ยเยว่หลีมองสีหน้าของนาง ก่อนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

“ท่านอาช่างอ่อนจริง ๆ”

เซี่ยหลานอิงชะงัก

“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”

“เพราะสถานะเชื้อพระวงศ์ติดตัว ท่านจึงไม่อาจทำอะไรบุ่มบ่ามได้ ต้องกลับไปขอราชโองการ ต้องรอเสด็จน้าอนุญาต แล้วยังต้องจัดการเรื่องพิธีการอีกมากมาย”

เซี่ยเยว่หลีถอนหายใจ ก่อนส่ายหน้าอย่างเห็นใจ

“ช่างน่าสงสารเหลือเกิน”

ฉึก!

เซี่ยหลานอิงรู้สึกราวกับถูกธนูแทงเข้ากลางอกอีกดอก

เซี่ยเยว่หลีกวาดตามองทุกคนภายในห้อง ก่อนกล่าวต่อ

“แต่ที่นี่ไม่มีผู้ใดสนใจฐานะหรือตำแหน่งของกันและกัน”

“ไม่ว่าจะเป็นศิษย์พี่ ศิษย์น้อง ผู้อาวุโส องค์รัชทายาท หรือบุตรีเจ้าสำนักพรรคมาร หากทุกฝ่ายยินยอม จะหลับนอนกันอย่างไรก็ได้”

นางกอดแขนยูรันแน่นขึ้นเล็กน้อย

“ดีจริง ๆ ข้าเพิ่งรู้ว่าสถานะเชื้อพระวงศ์ไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้ก็วันนี้เอง”

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

เซี่ยหลานอิงยกมือกุมหน้าอก ก่อนทรุดตัวกลับลงบนเก้าอี้

[ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ย...]

[เหตุใดวันนี้ตำแหน่งของข้าจึงกลายเป็นภาระไปเสียแล้ว?!]

หนานอวี้รีบหันหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้ม ส่วนไป๋หลิงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างพึงพอใจ

แม้นางจะไม่ค่อยถูกใจเซี่ยเยว่หลี แต่คำพูดเมื่อครู่นี้ฟังรื่นหูอย่างยิ่ง

ยูรันพยักหน้าเห็นด้วย

“อืม ข้าก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ชอบให้ผู้ใดนำอำนาจหรือชาติกำเนิดมาข่มคนอื่น”

เซี่ยหลานอิงเงยหน้าขึ้นทันที

“เจ้าไม่ต้องช่วยซ้ำเติมข้า!”

“ข้าเพียงยืนยันว่าที่เยว่หลีพูดมีเหตุผล”

ฉึก!

เซี่ยหลานอิงแทบกระอักเลือด

เซี่ยเยว่หลีเอียงคอมองนาง

“ท่านอาจะร้องไห้หรือ?”

“ข้าไม่ได้ร้อง!”

“แต่ดวงตาท่านแดงแล้ว”

“นั่นเพราะข้าโกรธ!”

“อ้อ”

เซี่ยเยว่หลีพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เช่นนั้นก็รีบหน่อยแล้วกัน หากยังชักช้า ต่อไปอาจมีคนเพิ่มอีก”

เซี่ยหลานอิงตัวแข็งค้าง

นางค่อย ๆ หันไปมองยูรัน

ยูรันหลบสายตา ก่อนหยิบผลไม้ขึ้นมากินอย่างไม่รู้ไม่ชี้

“อืม ยังมีลู่ชิงถานอีกคนด้วยนะ”

“……”

ทุกคนหันขวับมามองเขาพร้อมกัน

ยูรันเคี้ยวผลไม้ต่ออย่างสบายใจ

“เพียงแต่ตอนนั้นข้าต้องรีบกลับ เดี๋ยวจะเกิดปัญหา จึงไม่ได้ค้างคืนที่เมืองหลอมศิลา”

เซี่ยหลานอิงยกมือกุมหน้าอก

“อึก...”

ฉึก!

ลูกธนูอีกดอกปักเข้ากลางใจนางอย่างแม่นยำ

เซี่ยเยว่หลีเอียงคอ

“ลู่ชิงถานคือผู้ใด?”

“คนที่เมืองหลอมศิลา”

ยูรันตอบตามตรง

“นางยังไม่ได้หลับนอนกับข้า แต่บอกแล้วว่ารับเรื่องภรรยาหลายคนได้ อีกหน่อยนางกับท่านแม่ทั้งสองก็จะย้ายมาอยู่ยอดเขาจันทรา”

หลานชิงอวี้นับจำนวนอยู่ในใจ ก่อนสีหน้าค่อย ๆ แข็งค้าง

[ศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่สาม ข้า พี่หญิงเยว่หลี ผู้อาวุโสซู ศิษย์พี่ซินเยวี่ย...]

[ยังมีองค์รัชทายาทกับพี่หญิงชิงถานซึ่งกำลังรออยู่อีก]

[เดี๋ยวก่อน นี่ยังไม่นับอาจารย์เลยนะเจ้าคะ!]

เซี่ยเยว่หลีมองผู้เป็นอาซึ่งยังฟุบอยู่บนโต๊ะ ก่อนตบไหล่นางเบา ๆ

“ท่านอาไม่ต้องเสียใจไป”

เซี่ยหลานอิงเงยหน้าขึ้นอย่างมีความหวัง

“อย่างน้อยเจ้าก็ยังคิดจะปลอบข้าสินะ”

“ท่านยังไม่ได้ช้าที่สุด”

ดวงตาของเซี่ยหลานอิงสว่างขึ้น

เซี่ยเยว่หลีกล่าวต่ออย่างจริงจัง

“เพราะลู่ชิงถานก็ยังไม่ได้เหมือนกัน”

“ตอนนี้พวกท่านเสมอกันอยู่”

ฉึก!

เซี่ยหลานอิงฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง

“ข้าเป็นถึงองค์รัชทายาท แต่กลับต้องมาแข่งขันกับคนที่ไม่อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำหรือ?!”