คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 203 เขากำลังสร้างกองทัพสัตว์วิเศษเพื่อเตรียมก่อกบฏหรือไม่7,276 ตัวอักษร

ตอนที่ 203 เขากำลังสร้างกองทัพสัตว์วิเศษเพื่อเตรียมก่อกบฏหรือไม่

ช่วงเย็น หลังจากวันที่เซี่ยหลานอิงกลับจากยอดเขาจันทรา ขบวนของเซี่ยหลานอิงกลับมาถึงพระราชวังหลวง

นางไม่ได้กลับตำหนักของตนเอง แต่พุ่งตรงไปยังท้องพระโรงทันที โดยมีลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยันสองตัวเกาะอยู่บนไหล่คนละข้าง

ขนสีทองของพวกมันส่องประกายเจิดจ้า กลางหน้าผากมีลวดลายดวงอาทิตย์ ส่วนวงแสงสีทองด้านหลังศีรษะทำให้ทุกคนที่พบเห็นต้องหยุดมอง

“นั่นสัตว์อสูรชนิดใด?”

“ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

“กลิ่นอายนี้...พวกมันอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานหรือ?”

“เป็นไปไม่ได้ ตัวเล็กขนาดนั้นน่าจะเพิ่งเกิดไม่ใช่หรือ?”

นางกำนัลกับองครักษ์สองข้างทางต่างซุบซิบกันไม่หยุด

ผู้บำเพ็ญอาวุโสคนหนึ่งซึ่งเดินผ่านมาชะงัก ก่อนเบิกตากว้าง

“เดี๋ยวก่อน ลักษณะเช่นนั้น...”

“หงส์ฟ้า?”

ทันทีที่คำว่าหงส์ฟ้าหลุดออกมา เสียงซุบซิบก็ยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม

เซี่ยหลานอิงไม่ได้หยุดอธิบาย นางเร่งฝีเท้าไปจนถึงหน้าท้องพระโรง

ขันทีผู้เฝ้าประตูรีบก้าวออกมาต้อนรับ

“ถวายบังคมองค์รัชทายาท พระองค์เสด็จกลับมาแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“เสด็จน้าอยู่ด้านในหรือไม่?”

“จักรพรรดินีกำลังหารือราชกิจกับอ๋องเฉินและอ๋องหมิงพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี ข้ามีเรื่องสำคัญต้องรายงาน”

เซี่ยหลานอิงเดินผ่านประตูไปทันที ก่อนหยุดอยู่กลางท้องพระโรง

ภายใน เซี่ยอวิ๋นหลันกำลังนั่งอยู่เหนือบัลลังก์ ขณะที่อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงนั่งอยู่ด้านล่างสองข้าง

ทั้งสามคนหันมามองผู้มาใหม่พร้อมกัน

ทว่าสายตาของพวกเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่เซี่ยหลานอิง แต่กลับจับจ้องไปยังลูกหงส์ฟ้าสีทองบนไหล่ของนาง

เซี่ยอวิ๋นหลันเงียบไปหลายอึดใจ

“หลานอิง...”

“สัตว์สองตัวบนไหล่เจ้าคืออะไร?”

เซี่ยหลานอิงประสานมือคารวะ

“หงส์ฟ้าธาตุสุริยันเพคะ”

อ๋องเฉินลุกพรวดขึ้นทันที

“หงส์ฟ้า?!”

อ๋องหมิงเองก็จ้องพวกมันเขม็ง

“แถมยังเป็นหนึ่งคู่...เจ้าไปได้มาจากที่ใด?”

ลูกหงส์ทั้งสองมองคนภายในท้องพระโรง ก่อนเชิดหน้าขึ้นพร้อมกัน

“จิ๊บ!”

กลิ่นอายสร้างรากฐานแผ่ออกมาจากร่างเล็ก ๆ ของพวกมันอย่างชัดเจน

เซี่ยอวิ๋นหลันหรี่ตาลง

“พวกมันเพิ่งถือกำเนิด แต่กลับมีตบะสร้างรากฐานแล้วหรือ?”

“ถูกต้องเพคะ”

เซี่ยหลานอิงกวาดตามองเหล่าขันทีและขุนนางซึ่งยังอยู่ภายใน ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“เสด็จน้า หลานมีเรื่องสำคัญหลายเรื่องต้องรายงาน”

“หลานขอคุยกับเสด็จน้า อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงเป็นการส่วนตัวเพคะ”

เซี่ยอวิ๋นหลันมองสีหน้าของนาง ก่อนยกมือขึ้น

“ทุกคนออกไป”

“ปิดประตูท้องพระโรง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

เหล่าขันที นางกำนัล และองครักษ์รีบถอยออกไปทั้งหมด

ครืน!

ประตูท้องพระโรงปิดลงอย่างช้า ๆ

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนนอกเหลืออยู่ เซี่ยหลานอิงจึงสูดลมหายใจลึก ยกมือเปิดม่านกั้นเสียง

“เรื่องที่หลานกำลังจะเล่า อาจน่าตกใจกว่าหงส์ฟ้าคู่นี้หลายเท่าเพคะ”

หลังจากเซี่ยหลานอิงเล่าเรื่องทั้งหมดจบลง ภายในท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน

เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงต่างนั่งนิ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

กายเทพดาราสวรรค์

เนตรดาราพิสุทธิ์

ทารกซึ่งถือกำเนิดอยู่ภายในหัวใจ

สัตว์วิเศษซึ่งยูรันสร้างขึ้นด้วยตนเอง

วิถีบำเพ็ญใหม่ที่สามารถเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นเทพอย่างแท้จริง

ไหนจะเรื่องเซี่ยเยว่หลี ภรรยาหลายคน และความตั้งใจจะขายหงส์ฟ้าตัวละห้าร้อยล้านเหรียญอีก

ไม่ว่าจะหยิบเรื่องใดขึ้นมาพูดเพียงเรื่องเดียวก็มากพอจะทำให้ทั้งราชวงศ์สั่นสะเทือนแล้ว แต่เซี่ยหลานอิงกลับโยนทุกเรื่องออกมาพร้อมกันในคราวเดียว

อ๋องเฉินยกมือกุมหน้าผาก

“หลายเรื่องจริง ๆ...”

“แถมทุกเรื่องยังน่าตกใจจนข้าไม่รู้ว่าควรเริ่มถามจากเรื่องใดก่อน”

เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปทางเซี่ยหลานอิง

“เอาเรื่องเซี่ยเยว่หลีก่อนแล้วกัน”

“หากข้อมูลที่เจ้าเล่ามาเป็นความจริง นางก็น่าจะเป็นบุตรีของเซี่ยชางหมิง ลูกพี่ลูกน้องของข้า”

สีหน้าของอ๋องเฉินซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย

“แต่ข้านึกว่าเซี่ยชางหมิงกับครอบครัวเสียชีวิตไปนานแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แถมยังกลายเป็นเจ้าสำนักพรรคมารอัสดงอีก”

“บุตรสาวของเขาก็เติบโตอยู่ในพรรคมารโดยไม่มีผู้ใดในราชวงศ์รู้เรื่อง”

อ๋องเฉินหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเซี่ยหลานอิงด้วยสายตาประหลาด

“สุดท้ายนางยังกลายเป็นภรรยาของเจ้าเด็กนั่นอีก”

“ส่วนเจ้าก็ดันเป็นไปกับเขาด้วย”

เซี่ยหลานอิงหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย

“ข้ายังไม่ได้เป็นภรรยาของเขาเสียหน่อย”

“แต่เจ้ามาทูลขอราชโองการสมรสด้วยตนเอง”

“นั่นเป็นคนละเรื่องกันเพคะ”

อ๋องเฉินเลิกคิ้ว

“ต่างกันตรงไหน?”

“ข้ายังช้ากว่าคนอื่นอยู่!”

“……”

อ๋องเฉินมองนางด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

“นี่คือสิ่งที่เจ้ากังวลที่สุดหรือ?”

เซี่ยหลานอิงกระแอม ก่อนหันหน้าหนี

อ๋องหมิงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ

“เรื่องความสัมพันธ์เอาไว้ทีหลัง”

“สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนคือเหตุใดเซี่ยชางหมิงจึงหายตัวไปจากราชวงศ์ เหตุใดทุกคนจึงเชื่อว่าเขาตายแล้ว และใครเป็นมารดาที่แท้จริงของเซี่ยเยว่หลี นางเองก็เป็นหลานของพวกเราเหมือนกัน”

สีหน้าของเขาเย็นลง

“หากมีผู้ใดจงใจปกปิดเรื่องนี้ แสดงว่าภายในราชวงศ์จะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน”

เซี่ยอวิ๋นหลันพยักหน้าช้า ๆ

“หลานอิงตัดสินใจถูกแล้วที่ยังไม่ประกาศเรื่องนี้”

“ห้ามให้ข่าวรั่วไหลออกไป จนกว่าเราจะพบหลักฐานมากพอ”

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยันบนไหล่หลานสาว

เซี่ยอวิ๋นหลันหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยันบนไหล่ของหลานสาว

นางยื่นมือออกไป

“พวกเจ้าสองตัว มานี่สิ”

“จิ๊บ!”

ลูกหงส์ทั้งสองกระพือปีก ก่อนบินออกจากไหล่ของเซี่ยหลานอิง

ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ตัวหนึ่งลงเกาะบนแขนของเซี่ยอวิ๋นหลัน ส่วนอีกตัวเกาะอยู่บนพนักบัลลังก์ข้างกายนางอย่างว่าง่าย

เซี่ยอวิ๋นหลันลูบขนสีทองของมันเบา ๆ ก่อนเผยรอยยิ้ม

“น่ารักจริง ๆ”

“เจ้าเด็กนั่นถึงกับสามารถสร้างหงส์ฟ้าออกมาได้ แถมยังเป็นธาตุสุริยันซึ่งมีพลังหยางบริสุทธิ์อีก”

นางใช้จิตสัมผัสตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง

“พวกมันเป็นหงส์ฟ้าของแท้แน่หรือ?”

เซี่ยหลานอิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ

“ของแท้แน่นอนเพคะ”

“หลานยืนดูอยู่ตอนพวกมันฟักออกจากไข่ด้วยตนเอง และในตอนที่พวกมันกำลังจะถือกำเนิด ทัณฑ์สวรรค์ได้ก่อตัวขึ้นทันที”

“หงส์ฟ้าทั้งยี่สิบแปดตัวเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมารวมสามสิบหกสาย ยูรันเป็นผู้รับเอาไว้ทั้งหมดเพียงลำพัง”

เซี่ยอวิ๋นหลันชะงักมือ

“สามสิบหกสาย?”

“เพคะ หากพวกมันไม่ใช่สัตว์วิเศษของแท้ วิถีสวรรค์ย่อมไม่ส่งทัณฑ์ลงมาตั้งแต่ถือกำเนิดอย่างแน่นอน”

อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงมองลูกหงส์ทั้งสองด้วยสายตาเปลี่ยนไปทันที

เซี่ยหลานอิงคล้ายเพิ่งนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

“อ๋อ ยังมีอีกเรื่องเพคะ”

ทั้งสามคนหันกลับมามองนางพร้อมกัน

“ยังมีอีกหรือ?”

“ยูรันลองหลอมโอสถเป็นครั้งแรก แล้วหลอมโอสถระดับแปดออกมาได้สิบเม็ดในเตาเดียวเพคะ”

“ทุกเม็ดเป็นสีรุ้ง มีลวดลายโอสถงดงามและความบริสุทธิ์สูงจนแม้แต่ผู้อาวุโสซูยังไม่เคยพบเห็น”

เซี่ยหลานอิงหยุดเล็กน้อย

“จากนั้นโอสถเหล่านั้นก็เรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาเช่นกันเพคะ”

ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงอีกครั้ง

อ๋องเฉินยกมือกุมหน้าผาก

“เหตุใดเรื่องสำคัญเช่นนี้ เจ้าถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้?”

ก็แน่ละ ดูเหมือนเซี่ยหลานอิงจะเริ่มติดนิสัยขี้ลืมของใครบางคนมาเสียแล้ว

ไม่สิ บางทีการหลอมโอสถระดับแปดตั้งแต่ครั้งแรกอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับนางอีกต่อไป เมื่อเทียบกับสิ่งประหลาดทั้งหมดที่ยูรันทำให้นางเห็นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

เซี่ยหลานอิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ดูเหมือนเขากำลังพยายามสร้างสิ่งที่เหนือกว่าหงส์ฟ้าอีกเพคะ”

อ๋องเฉินชะงัก

“อะไร?”

“กิเลนกับมังกรเพคะ”

เซี่ยหลานอิงกล่าวต่อ

“ตอนเข้าไปในแดนลับครั้งนั้น เขาจับงูสี่เขากลับมาสองตัว แล้วบอกว่าจะช่วยให้พวกมันกลายเป็นมังกร”

“น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนการเปลี่ยนงูให้เป็นมังกรไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย แถมยังพูดทำนองว่าพวกมันใกล้จะเป็นมังกรอยู่แล้วด้วย”

อ๋องหมิงอดถามไม่ได้

“แล้วงูสองตัวนั้นยอมติดตามเขาแต่โดยดีหรือ?”

“ยอมเพคะ”

“เพราะเขาสัญญาว่าจะช่วยให้กลายเป็นมังกร?”

เซี่ยหลานอิงส่ายหน้า

“ส่วนหนึ่งเพคะ”

“อีกส่วนหนึ่งคือเขาขู่ว่า หากพวกมันไม่เชื่อฟัง เขาจะจับไปถลกหนังแล้วตุ๋นเป็นซุปงูแทน”

อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงมองหน้ากัน

อ๋องหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เขากำลังสร้างกองทัพสัตว์วิเศษเพื่อเตรียมก่อกบฏหรือไม่?”

เซี่ยหลานอิงส่ายหน้าทันที

“หลานว่าไม่ใช่เพคะ”

“เขาเพียงต้องการหาเงินเท่านั้น ส่วนผู้ใดจะปกครองแผ่นดินหรือคิดทำอะไร ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจมากนัก”

นางหยุดคิดเล็กน้อย

“น้ำเสียงของเขาฟังราวกับว่า ต่อให้ไม่มีสัตว์วิเศษพวกนั้น ตัวเขาเพียงคนเดียวก็สามารถถล่มทุกแห่งได้อยู่แล้วเพคะ”