ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 203 เขากำลังสร้างกองทัพสัตว์วิเศษเพื่อเตรียมก่อกบฏหรือไม่
ช่วงเย็น หลังจากวันที่เซี่ยหลานอิงกลับจากยอดเขาจันทรา ขบวนของเซี่ยหลานอิงกลับมาถึงพระราชวังหลวง
นางไม่ได้กลับตำหนักของตนเอง แต่พุ่งตรงไปยังท้องพระโรงทันที โดยมีลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยันสองตัวเกาะอยู่บนไหล่คนละข้าง
ขนสีทองของพวกมันส่องประกายเจิดจ้า กลางหน้าผากมีลวดลายดวงอาทิตย์ ส่วนวงแสงสีทองด้านหลังศีรษะทำให้ทุกคนที่พบเห็นต้องหยุดมอง
“นั่นสัตว์อสูรชนิดใด?”
“ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“กลิ่นอายนี้...พวกมันอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้ ตัวเล็กขนาดนั้นน่าจะเพิ่งเกิดไม่ใช่หรือ?”
นางกำนัลกับองครักษ์สองข้างทางต่างซุบซิบกันไม่หยุด
ผู้บำเพ็ญอาวุโสคนหนึ่งซึ่งเดินผ่านมาชะงัก ก่อนเบิกตากว้าง
“เดี๋ยวก่อน ลักษณะเช่นนั้น...”
“หงส์ฟ้า?”
ทันทีที่คำว่าหงส์ฟ้าหลุดออกมา เสียงซุบซิบก็ยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม
เซี่ยหลานอิงไม่ได้หยุดอธิบาย นางเร่งฝีเท้าไปจนถึงหน้าท้องพระโรง
ขันทีผู้เฝ้าประตูรีบก้าวออกมาต้อนรับ
“ถวายบังคมองค์รัชทายาท พระองค์เสด็จกลับมาแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“เสด็จน้าอยู่ด้านในหรือไม่?”
“จักรพรรดินีกำลังหารือราชกิจกับอ๋องเฉินและอ๋องหมิงพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี ข้ามีเรื่องสำคัญต้องรายงาน”
เซี่ยหลานอิงเดินผ่านประตูไปทันที ก่อนหยุดอยู่กลางท้องพระโรง
ภายใน เซี่ยอวิ๋นหลันกำลังนั่งอยู่เหนือบัลลังก์ ขณะที่อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงนั่งอยู่ด้านล่างสองข้าง
ทั้งสามคนหันมามองผู้มาใหม่พร้อมกัน
ทว่าสายตาของพวกเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่เซี่ยหลานอิง แต่กลับจับจ้องไปยังลูกหงส์ฟ้าสีทองบนไหล่ของนาง
เซี่ยอวิ๋นหลันเงียบไปหลายอึดใจ
“หลานอิง...”
“สัตว์สองตัวบนไหล่เจ้าคืออะไร?”
เซี่ยหลานอิงประสานมือคารวะ
“หงส์ฟ้าธาตุสุริยันเพคะ”
อ๋องเฉินลุกพรวดขึ้นทันที
“หงส์ฟ้า?!”
อ๋องหมิงเองก็จ้องพวกมันเขม็ง
“แถมยังเป็นหนึ่งคู่...เจ้าไปได้มาจากที่ใด?”
ลูกหงส์ทั้งสองมองคนภายในท้องพระโรง ก่อนเชิดหน้าขึ้นพร้อมกัน
“จิ๊บ!”
กลิ่นอายสร้างรากฐานแผ่ออกมาจากร่างเล็ก ๆ ของพวกมันอย่างชัดเจน
เซี่ยอวิ๋นหลันหรี่ตาลง
“พวกมันเพิ่งถือกำเนิด แต่กลับมีตบะสร้างรากฐานแล้วหรือ?”
“ถูกต้องเพคะ”
เซี่ยหลานอิงกวาดตามองเหล่าขันทีและขุนนางซึ่งยังอยู่ภายใน ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“เสด็จน้า หลานมีเรื่องสำคัญหลายเรื่องต้องรายงาน”
“หลานขอคุยกับเสด็จน้า อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงเป็นการส่วนตัวเพคะ”
เซี่ยอวิ๋นหลันมองสีหน้าของนาง ก่อนยกมือขึ้น
“ทุกคนออกไป”
“ปิดประตูท้องพระโรง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เหล่าขันที นางกำนัล และองครักษ์รีบถอยออกไปทั้งหมด
ครืน!
ประตูท้องพระโรงปิดลงอย่างช้า ๆ
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนนอกเหลืออยู่ เซี่ยหลานอิงจึงสูดลมหายใจลึก ยกมือเปิดม่านกั้นเสียง
“เรื่องที่หลานกำลังจะเล่า อาจน่าตกใจกว่าหงส์ฟ้าคู่นี้หลายเท่าเพคะ”
หลังจากเซี่ยหลานอิงเล่าเรื่องทั้งหมดจบลง ภายในท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน
เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงต่างนั่งนิ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
กายเทพดาราสวรรค์
เนตรดาราพิสุทธิ์
ทารกซึ่งถือกำเนิดอยู่ภายในหัวใจ
สัตว์วิเศษซึ่งยูรันสร้างขึ้นด้วยตนเอง
วิถีบำเพ็ญใหม่ที่สามารถเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นเทพอย่างแท้จริง
ไหนจะเรื่องเซี่ยเยว่หลี ภรรยาหลายคน และความตั้งใจจะขายหงส์ฟ้าตัวละห้าร้อยล้านเหรียญอีก
ไม่ว่าจะหยิบเรื่องใดขึ้นมาพูดเพียงเรื่องเดียวก็มากพอจะทำให้ทั้งราชวงศ์สั่นสะเทือนแล้ว แต่เซี่ยหลานอิงกลับโยนทุกเรื่องออกมาพร้อมกันในคราวเดียว
อ๋องเฉินยกมือกุมหน้าผาก
“หลายเรื่องจริง ๆ...”
“แถมทุกเรื่องยังน่าตกใจจนข้าไม่รู้ว่าควรเริ่มถามจากเรื่องใดก่อน”
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปทางเซี่ยหลานอิง
“เอาเรื่องเซี่ยเยว่หลีก่อนแล้วกัน”
“หากข้อมูลที่เจ้าเล่ามาเป็นความจริง นางก็น่าจะเป็นบุตรีของเซี่ยชางหมิง ลูกพี่ลูกน้องของข้า”
สีหน้าของอ๋องเฉินซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย
“แต่ข้านึกว่าเซี่ยชางหมิงกับครอบครัวเสียชีวิตไปนานแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แถมยังกลายเป็นเจ้าสำนักพรรคมารอัสดงอีก”
“บุตรสาวของเขาก็เติบโตอยู่ในพรรคมารโดยไม่มีผู้ใดในราชวงศ์รู้เรื่อง”
อ๋องเฉินหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเซี่ยหลานอิงด้วยสายตาประหลาด
“สุดท้ายนางยังกลายเป็นภรรยาของเจ้าเด็กนั่นอีก”
“ส่วนเจ้าก็ดันเป็นไปกับเขาด้วย”
เซี่ยหลานอิงหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย
“ข้ายังไม่ได้เป็นภรรยาของเขาเสียหน่อย”
“แต่เจ้ามาทูลขอราชโองการสมรสด้วยตนเอง”
“นั่นเป็นคนละเรื่องกันเพคะ”
อ๋องเฉินเลิกคิ้ว
“ต่างกันตรงไหน?”
“ข้ายังช้ากว่าคนอื่นอยู่!”
“……”
อ๋องเฉินมองนางด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
“นี่คือสิ่งที่เจ้ากังวลที่สุดหรือ?”
เซี่ยหลานอิงกระแอม ก่อนหันหน้าหนี
อ๋องหมิงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ
“เรื่องความสัมพันธ์เอาไว้ทีหลัง”
“สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนคือเหตุใดเซี่ยชางหมิงจึงหายตัวไปจากราชวงศ์ เหตุใดทุกคนจึงเชื่อว่าเขาตายแล้ว และใครเป็นมารดาที่แท้จริงของเซี่ยเยว่หลี นางเองก็เป็นหลานของพวกเราเหมือนกัน”
สีหน้าของเขาเย็นลง
“หากมีผู้ใดจงใจปกปิดเรื่องนี้ แสดงว่าภายในราชวงศ์จะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน”
เซี่ยอวิ๋นหลันพยักหน้าช้า ๆ
“หลานอิงตัดสินใจถูกแล้วที่ยังไม่ประกาศเรื่องนี้”
“ห้ามให้ข่าวรั่วไหลออกไป จนกว่าเราจะพบหลักฐานมากพอ”
นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยันบนไหล่หลานสาว
เซี่ยอวิ๋นหลันหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนมองลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยันบนไหล่ของหลานสาว
นางยื่นมือออกไป
“พวกเจ้าสองตัว มานี่สิ”
“จิ๊บ!”
ลูกหงส์ทั้งสองกระพือปีก ก่อนบินออกจากไหล่ของเซี่ยหลานอิง
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ตัวหนึ่งลงเกาะบนแขนของเซี่ยอวิ๋นหลัน ส่วนอีกตัวเกาะอยู่บนพนักบัลลังก์ข้างกายนางอย่างว่าง่าย
เซี่ยอวิ๋นหลันลูบขนสีทองของมันเบา ๆ ก่อนเผยรอยยิ้ม
“น่ารักจริง ๆ”
“เจ้าเด็กนั่นถึงกับสามารถสร้างหงส์ฟ้าออกมาได้ แถมยังเป็นธาตุสุริยันซึ่งมีพลังหยางบริสุทธิ์อีก”
นางใช้จิตสัมผัสตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง
“พวกมันเป็นหงส์ฟ้าของแท้แน่หรือ?”
เซี่ยหลานอิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ของแท้แน่นอนเพคะ”
“หลานยืนดูอยู่ตอนพวกมันฟักออกจากไข่ด้วยตนเอง และในตอนที่พวกมันกำลังจะถือกำเนิด ทัณฑ์สวรรค์ได้ก่อตัวขึ้นทันที”
“หงส์ฟ้าทั้งยี่สิบแปดตัวเรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมารวมสามสิบหกสาย ยูรันเป็นผู้รับเอาไว้ทั้งหมดเพียงลำพัง”
เซี่ยอวิ๋นหลันชะงักมือ
“สามสิบหกสาย?”
“เพคะ หากพวกมันไม่ใช่สัตว์วิเศษของแท้ วิถีสวรรค์ย่อมไม่ส่งทัณฑ์ลงมาตั้งแต่ถือกำเนิดอย่างแน่นอน”
อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงมองลูกหงส์ทั้งสองด้วยสายตาเปลี่ยนไปทันที
เซี่ยหลานอิงคล้ายเพิ่งนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
“อ๋อ ยังมีอีกเรื่องเพคะ”
ทั้งสามคนหันกลับมามองนางพร้อมกัน
“ยังมีอีกหรือ?”
“ยูรันลองหลอมโอสถเป็นครั้งแรก แล้วหลอมโอสถระดับแปดออกมาได้สิบเม็ดในเตาเดียวเพคะ”
“ทุกเม็ดเป็นสีรุ้ง มีลวดลายโอสถงดงามและความบริสุทธิ์สูงจนแม้แต่ผู้อาวุโสซูยังไม่เคยพบเห็น”
เซี่ยหลานอิงหยุดเล็กน้อย
“จากนั้นโอสถเหล่านั้นก็เรียกทัณฑ์สวรรค์ลงมาเช่นกันเพคะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงอีกครั้ง
อ๋องเฉินยกมือกุมหน้าผาก
“เหตุใดเรื่องสำคัญเช่นนี้ เจ้าถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้?”
ก็แน่ละ ดูเหมือนเซี่ยหลานอิงจะเริ่มติดนิสัยขี้ลืมของใครบางคนมาเสียแล้ว
ไม่สิ บางทีการหลอมโอสถระดับแปดตั้งแต่ครั้งแรกอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับนางอีกต่อไป เมื่อเทียบกับสิ่งประหลาดทั้งหมดที่ยูรันทำให้นางเห็นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
เซี่ยหลานอิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ดูเหมือนเขากำลังพยายามสร้างสิ่งที่เหนือกว่าหงส์ฟ้าอีกเพคะ”
อ๋องเฉินชะงัก
“อะไร?”
“กิเลนกับมังกรเพคะ”
เซี่ยหลานอิงกล่าวต่อ
“ตอนเข้าไปในแดนลับครั้งนั้น เขาจับงูสี่เขากลับมาสองตัว แล้วบอกว่าจะช่วยให้พวกมันกลายเป็นมังกร”
“น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนการเปลี่ยนงูให้เป็นมังกรไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย แถมยังพูดทำนองว่าพวกมันใกล้จะเป็นมังกรอยู่แล้วด้วย”
อ๋องหมิงอดถามไม่ได้
“แล้วงูสองตัวนั้นยอมติดตามเขาแต่โดยดีหรือ?”
“ยอมเพคะ”
“เพราะเขาสัญญาว่าจะช่วยให้กลายเป็นมังกร?”
เซี่ยหลานอิงส่ายหน้า
“ส่วนหนึ่งเพคะ”
“อีกส่วนหนึ่งคือเขาขู่ว่า หากพวกมันไม่เชื่อฟัง เขาจะจับไปถลกหนังแล้วตุ๋นเป็นซุปงูแทน”
อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงมองหน้ากัน
อ๋องหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เขากำลังสร้างกองทัพสัตว์วิเศษเพื่อเตรียมก่อกบฏหรือไม่?”
เซี่ยหลานอิงส่ายหน้าทันที
“หลานว่าไม่ใช่เพคะ”
“เขาเพียงต้องการหาเงินเท่านั้น ส่วนผู้ใดจะปกครองแผ่นดินหรือคิดทำอะไร ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจมากนัก”
นางหยุดคิดเล็กน้อย
“น้ำเสียงของเขาฟังราวกับว่า ต่อให้ไม่มีสัตว์วิเศษพวกนั้น ตัวเขาเพียงคนเดียวก็สามารถถล่มทุกแห่งได้อยู่แล้วเพคะ”