คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 2046,608 ตัวอักษร

ตอนที่ 204

เซี่ยหลานอิงคล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาได้อีกครั้ง

“อ๋อ ยังมีอีกเรื่องเพคะ”

อ๋องเฉินยกมือขึ้นทันที

“เดี๋ยวก่อน เหตุใดจึงยังมีอีกเรื่อย ๆ?”

เซี่ยหลานอิงทำเป็นไม่ได้ยิน

“ก่อนกลับยอดเขาจันทรา เขาไปถล่มพรรคมารอัสดงมาด้วยเพคะ”

อ๋องหมิงลุกพรวดขึ้น

“เขาถึงขั้นไปถล่มพรรคของหลานเราเลยหรือ?!”

“ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ”

เซี่ยหลานอิงรีบอธิบาย

“เขาเพียงประลองหนึ่งต่อสามร้อยกับศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานและแก่นทองคำของพรรคมารอัสดงเท่านั้น”

“เพียง?”

อ๋องหมิงมองนางด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

“หนึ่งต่อสามร้อยเรียกว่าเพียงหรือ?”

“เพราะเขาจัดการทุกคนได้ในกระบวนท่าเดียวเพคะ จึงไม่ได้เสียเวลามากนัก”

“……”

เซี่ยหลานอิงกล่าวต่อ

“ก่อนหน้านั้น ตอนประลองศิษย์สายในของสำนักเมฆาจันทร์ เขาก็เคยประลองหนึ่งต่อร้อยมาแล้ว”

“เขาใช้ไม้ธรรมดาสร้างมังกรไม้ขนาดใหญ่ ก่อนให้มันพ่นทั้งเปลวเพลิงกับสายน้ำออกมาพร้อมกัน จนศิษย์สร้างรากฐานทั้งหมดกระเด็นออกจากเวที”

อ๋องเฉินขมวดคิ้ว

“มังกรไม้สามารถพ่นไฟกับน้ำได้อย่างไร?”

“หลานเองก็ไม่ทราบเพคะ เขาบอกเพียงว่าแค่เปลี่ยนรูปร่างของพลังแล้วปล่อยผ่านมังกร ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน”

“หลังจากนั้นเขายังพ่นเปลวเพลิงออกจากปากด้วยตนเอง แล้วผสานเข้ากับพลังวายุจนเวทีถูกระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่”

“ค่ายกลป้องกันแทบต้านไม่อยู่ เจ้าสำนักกับผู้อาวุโสหลายคนต้องช่วยกันเสริมม่านพลังเพคะ”

ทั้งสามคนเงียบไปอีกครั้ง

เซี่ยหลานอิงยังคงเล่าต่อ

“จากนั้นยังมีการประลองรอบพิเศษกับศิษย์พี่ของเขา”

“เขา...เอ่อ...เขา...”

อ๋องเฉินเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดี

“เขาทำอะไรอีก?”

เซี่ยหลานอิงกลืนน้ำลาย

“เขาเรียกกิเลนสายฟ้าลงมาถล่มศิษย์พี่ของตนเองเพคะ”

“กิเลนสายฟ้า?”

“เพคะ มันไม่ใช่วิชาซึ่งสร้างจากพลังของเขาโดยตรง แต่เป็นสายฟ้าจากปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งเขาควบคุมให้กลายเป็นรูปร่างกิเลน”

“ตอนนั้นศิษย์พี่ของเขารีดพลังจากกายาพิเศษ จนตบะต่อสู้พุ่งขึ้นไปถึงวิญญาณทารกขั้นสูง”

เซี่ยหลานอิงยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว

“แต่ยูรันซึ่งอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน ปล่อยกิเลนสายฟ้าลงมาโจมตีครั้งเดียว อีกฝ่ายก็หมดสติ ร่างไหม้ดำ และแพ้ในทันทีเพคะ”

เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงต่างมองนางด้วยสีหน้าว่างเปล่า

อ๋องหมิงค่อย ๆ นั่งกลับลงบนเก้าอี้

“อืม...”

“ดูเหมือนถ้าเขาอยู่ขั้นหลอมสุญญตา เขาก็ไม่จำเป็นต้องสร้างกองทัพเพื่อก่อกบฏจริง ๆ นั่นแหละ”

เซี่ยหลานอิงคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้อีกครั้ง

“โอ๊ะ ดูเหมือนจะยังมีอีกเรื่องหนึ่งเพคะ”

เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงชะงักพร้อมกัน

“ยังมีอีกหรือ?”

เซี่ยหลานอิงไม่ได้สนใจสีหน้าของทั้งสาม นางหยิบตุ๊กตาตัวเล็กออกมาจากแหวนมิติ ก่อนวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง

ตุ๊กตาตัวนั้นสร้างขึ้นตามรูปลักษณ์ของยูรัน ทั้งเสื้อผ้า เส้นผม และสีหน้าเหมือนเจ้าตัวแทบทุกอย่าง เพียงแต่ศีรษะใหญ่กว่าปกติ ส่วนแขนขากลมสั้น ดูน่ารักอย่างประหลาด

เซี่ยหลานอิงยกมันขึ้นมาอวดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

“ตัวนี้เขาทำให้หลานเป็นพิเศษเลยนะเพคะ”

“นอกจากใช้กอดตอนนอนแล้ว ยังช่วยรวบรวมพลังปราณในระหว่างพักผ่อนได้ด้วย”

“เขาบอกว่ามันเป็นของดีเพคะ”

เซี่ยอวิ๋นหลันรับตุ๊กตามาตรวจสอบ ก่อนสัมผัสได้ถึงค่ายกลรวบรวมปราณขนาดเล็กซึ่งซ่อนอยู่ภายใน

“สามารถรวบรวมพลังปราณได้จริง ๆ แม้ผลจะไม่มาก แต่กลับทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องส่งพลังเข้าไปกระตุ้น”

อ๋องเฉินมองตุ๊กตา ก่อนมองหลานสาวซึ่งกำลังยิ้มอย่างมีความสุข

“เจ้าเด็กนั่นถึงขั้นนำหน้าตนเองมาทำเป็นสมบัติขายแล้วหรือ?”

เซี่ยหลานอิงรีบดึงตุ๊กตากลับมากอดไว้

“ตัวนี้ไม่ขายเพคะ ของหลานเป็นรุ่นพิเศษ ฮี่ๆ”

เซี่ยอวิ๋นหลันมองตุ๊กตาในอ้อมแขนของหลานสาว ก่อนยื่นมือออกไป

“มีตัวอื่นอีกหรือไม่? นำออกมาให้ข้าดูสิ”

เซี่ยหลานอิงไม่ได้คิดอะไรมาก นางเปิดแหวนมิติแล้วนำตุ๊กตาทั้งหมดออกมาวางเรียงบนโต๊ะทันที

มีทั้งรุ่นพ่นเปลวเพลิง รุ่นควบคุมมังกรไม้ รุ่นเรียกกิเลนสายฟ้า รุ่นทำอาหาร รุ่นเล่นดนตรี และรุ่นนอนเอื่อยเฉื่อย

“มีเยอะเลยเพคะ”

เซี่ยหลานอิงหยิบตุ๊กตารุ่นนอนขึ้นมากอด ก่อนยิ้มอย่างมีความสุข

“ฮี่ ๆ หลานจะนำพวกมันไปนอนกอดทุกวัน”

เซี่ยอวิ๋นหลันกวาดตามองตุ๊กตาทั้งหมดช้า ๆ

เซี่ยหลานอิงเพิ่งสังเกตเห็นสายตาของนางก็ชะงัก ก่อนรีบรวบตุ๊กตาทั้งหมดกลับมาไว้ตรงหน้าตนเอง

“เสด็จน้า ของพวกนี้เป็นของหลานนะเพคะ!”

เซี่ยหลานอิงรีบรวบตุ๊กตาทั้งหมดเข้ามากอดไว้แน่น

“คราวที่แล้วท่านก็ขโมยโต๊ะของหลานไปแล้ว รอบนี้หลานไม่ยอมเด็ดขาด!”

เซี่ยอวิ๋นหลันเลิกคิ้ว

“หืม? ขโมย?”

“โต๊ะตัวนั้นไม่ใช่ของฝากหรอกหรือ?”

นางชี้ไปยังตุ๊กตาซึ่งกองอยู่เต็มอ้อมแขนของเซี่ยหลานอิง

“พวกนี้เองก็เหมือนกันมิใช่หรือ? เจ้าตั้งมากมาย แบ่งให้ข้าสักสองสามตัวจะเป็นอะไรไป?”

“ไม่ใช่เพคะ!”

เซี่ยหลานอิงส่ายหน้ารัว ๆ

“นี่เรียกว่าของขวัญ เขามอบให้หลานโดยเฉพาะ”

“หากเสด็จน้าอยากได้ก็ไปซื้อเองสิเพคะ!”

ท้องพระโรงพลันเงียบกริบ

อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงหันมามองเซี่ยหลานอิงด้วยความตกตะลึง

เซี่ยอวิ๋นหลันหรี่ตามองหลานสาว ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“กลับไปคราวนี้ ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมากเลยนะ”

เซี่ยหลานอิงสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังคงกอดตุ๊กตาทั้งหมดเอาไว้แน่น

“เรื่องอื่นหลานยอมได้เพคะ...”

“แต่เรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ”

เซี่ยอวิ๋นหลันลูบขนของลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยัน ก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“เพียงสองเดือนกลับสร้างเรื่องเอาไว้มากมายถึงเพียงนี้”

“ข้าเริ่มสนใจเขาขึ้นมาแล้วสิ”

เซี่ยหลานอิงชะงักทันที

“เสด็จน้าหมายความว่าอย่างไรเพคะ?”

เซี่ยอวิ๋นหลันเหลือบมองนาง

“สนใจก็คือสนใจ ยังต้องหมายความว่าอะไรอีก?”

เซี่ยหลานอิงเริ่มนั่งไม่ติดที่

“อะ เอ่อ...คงไม่ใช่ความสนใจแบบที่หลานกำลังคิดอยู่ใช่ไหมเพคะ?”

“แล้วเจ้ากำลังคิดแบบไหน?”

“คือ...”

เซี่ยหลานอิงอึกอัก ก่อนรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมา

“หลานเพียงสงสัยเพคะ เพราะตอนนี้หลานก็ช้ากว่าเยว่หลีไปแล้ว หากแม้แต่เสด็จน้ายัง...เอ่อ...”

นางไม่กล้าพูดประโยคที่เหลือจนจบ

เซี่ยอวิ๋นหลันมองท่าทางกระวนกระวายของหลานสาว ก่อนถามอย่างคลุมเครือ

“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”

เซี่ยหลานอิงอ้าปากค้าง

“เสด็จน้าไม่ได้ปฏิเสธหรือเพคะ?!”

อ๋องหมิงมองสองอาหลานสลับกัน ใบหน้าค่อย ๆ ซีดลง

[ไม่นะ...]

[หลานสาวของข้าหายไปกับเจ้าเด็กนั่นถึงสองคนแล้ว]

[หากแม้แต่พี่หญิงของข้ายังจะเอาด้วยอีกคน ราชวงศ์ต้าเซี่ยของพวกเราจะเหลืออะไร?!]

เซี่ยอวิ๋นหลันเห็นสีหน้าของทุกคนก็หัวเราะเบา ๆ

“ข้ายังไม่เคยพบเขาด้วยซ้ำ พวกเจ้าจะแตกตื่นกันไปทำไม?”

เซี่ยหลานอิงรีบตอบ

“ก็เพราะสตรีทุกคนที่เข้าใกล้เขา สุดท้ายล้วนกลายเป็นภรรยาของเขาอย่างไรเล่าเพคะ!”

เซี่ยอวิ๋นหลันเหลือบมองตุ๊กตายูรันในอ้อมแขนของหลานสาว ก่อนลูบขนลูกหงส์ฟ้าอย่างช้า ๆ

“เช่นนั้นหรือ?”

“ฟังดูน่าสนใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”

“เสด็จน้า!”

อ๋องหมิงยกมือกุมหน้าอก

[จบแล้ว...]

[ทุกคนกำลังโดนกวาดไปหมดแล้ว?!]

อ๋องเฉินกระแอมเสียงดัง ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง

“พอเถอะ กลับมาคุยเรื่องการตรวจสอบเซี่ยเยว่หลีกันก่อนดีกว่า”

คืนนั้น ภายในตำหนักส่วนพระองค์ของจักรพรรดินี

เซี่ยอวิ๋นหลันวางฎีกาในมือลง ก่อนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“องครักษ์เงา”

เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นกลางห้อง ก่อนสตรีในชุดดำจะคุกเข่าลง

“มีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้เพคะ?”

“เจ้าไปแอบดูตุ๊กตาของหลานอิงมา”

องครักษ์เงาชะงัก

“เพคะ?”

“ตุ๊กตาหรือเพคะ? เหตุใดต้องแอบดูด้วย?”

เซี่ยอวิ๋นหลันเหลือบมองนาง

“ไปดูว่ามีกี่แบบ แล้วจดจำรายละเอียดเอาไว้ให้หมด”

“จากนั้นไปหาซื้อแบบเดียวกันมา หลานอิงบอกว่าน่าจะมีขายอยู่ที่เมืองหลอมศิลา”

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ไปหามาให้ได้”

“หากหาไม่ได้ ก็วางหัวของเจ้าเอาไว้ที่นี่เสีย”

องครักษ์เงาเงยหน้าขึ้นอย่างตกตะลึง

“ห๊ะ?”

— กล่องบรรยาย —
ตระกูลนี้มันเป็นบ้าไปหมดแล้วหรืออย่างไร?!
แค่หาซื้อตุ๊กตาไม่ได้ ถึงกับจะฆ่ากันเลยหรือ?! (꒪⌓꒪)