ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 204
เซี่ยหลานอิงคล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาได้อีกครั้ง
“อ๋อ ยังมีอีกเรื่องเพคะ”
อ๋องเฉินยกมือขึ้นทันที
“เดี๋ยวก่อน เหตุใดจึงยังมีอีกเรื่อย ๆ?”
เซี่ยหลานอิงทำเป็นไม่ได้ยิน
“ก่อนกลับยอดเขาจันทรา เขาไปถล่มพรรคมารอัสดงมาด้วยเพคะ”
อ๋องหมิงลุกพรวดขึ้น
“เขาถึงขั้นไปถล่มพรรคของหลานเราเลยหรือ?!”
“ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ”
เซี่ยหลานอิงรีบอธิบาย
“เขาเพียงประลองหนึ่งต่อสามร้อยกับศิษย์ขอบเขตสร้างรากฐานและแก่นทองคำของพรรคมารอัสดงเท่านั้น”
“เพียง?”
อ๋องหมิงมองนางด้วยสีหน้าพูดไม่ออก
“หนึ่งต่อสามร้อยเรียกว่าเพียงหรือ?”
“เพราะเขาจัดการทุกคนได้ในกระบวนท่าเดียวเพคะ จึงไม่ได้เสียเวลามากนัก”
“……”
เซี่ยหลานอิงกล่าวต่อ
“ก่อนหน้านั้น ตอนประลองศิษย์สายในของสำนักเมฆาจันทร์ เขาก็เคยประลองหนึ่งต่อร้อยมาแล้ว”
“เขาใช้ไม้ธรรมดาสร้างมังกรไม้ขนาดใหญ่ ก่อนให้มันพ่นทั้งเปลวเพลิงกับสายน้ำออกมาพร้อมกัน จนศิษย์สร้างรากฐานทั้งหมดกระเด็นออกจากเวที”
อ๋องเฉินขมวดคิ้ว
“มังกรไม้สามารถพ่นไฟกับน้ำได้อย่างไร?”
“หลานเองก็ไม่ทราบเพคะ เขาบอกเพียงว่าแค่เปลี่ยนรูปร่างของพลังแล้วปล่อยผ่านมังกร ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน”
“หลังจากนั้นเขายังพ่นเปลวเพลิงออกจากปากด้วยตนเอง แล้วผสานเข้ากับพลังวายุจนเวทีถูกระเบิดเป็นหลุมขนาดใหญ่”
“ค่ายกลป้องกันแทบต้านไม่อยู่ เจ้าสำนักกับผู้อาวุโสหลายคนต้องช่วยกันเสริมม่านพลังเพคะ”
ทั้งสามคนเงียบไปอีกครั้ง
เซี่ยหลานอิงยังคงเล่าต่อ
“จากนั้นยังมีการประลองรอบพิเศษกับศิษย์พี่ของเขา”
“เขา...เอ่อ...เขา...”
อ๋องเฉินเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดี
“เขาทำอะไรอีก?”
เซี่ยหลานอิงกลืนน้ำลาย
“เขาเรียกกิเลนสายฟ้าลงมาถล่มศิษย์พี่ของตนเองเพคะ”
“กิเลนสายฟ้า?”
“เพคะ มันไม่ใช่วิชาซึ่งสร้างจากพลังของเขาโดยตรง แต่เป็นสายฟ้าจากปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งเขาควบคุมให้กลายเป็นรูปร่างกิเลน”
“ตอนนั้นศิษย์พี่ของเขารีดพลังจากกายาพิเศษ จนตบะต่อสู้พุ่งขึ้นไปถึงวิญญาณทารกขั้นสูง”
เซี่ยหลานอิงยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
“แต่ยูรันซึ่งอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน ปล่อยกิเลนสายฟ้าลงมาโจมตีครั้งเดียว อีกฝ่ายก็หมดสติ ร่างไหม้ดำ และแพ้ในทันทีเพคะ”
เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงต่างมองนางด้วยสีหน้าว่างเปล่า
อ๋องหมิงค่อย ๆ นั่งกลับลงบนเก้าอี้
“อืม...”
“ดูเหมือนถ้าเขาอยู่ขั้นหลอมสุญญตา เขาก็ไม่จำเป็นต้องสร้างกองทัพเพื่อก่อกบฏจริง ๆ นั่นแหละ”
เซี่ยหลานอิงคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้อีกครั้ง
“โอ๊ะ ดูเหมือนจะยังมีอีกเรื่องหนึ่งเพคะ”
เซี่ยอวิ๋นหลัน อ๋องเฉิน และอ๋องหมิงชะงักพร้อมกัน
“ยังมีอีกหรือ?”
เซี่ยหลานอิงไม่ได้สนใจสีหน้าของทั้งสาม นางหยิบตุ๊กตาตัวเล็กออกมาจากแหวนมิติ ก่อนวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
ตุ๊กตาตัวนั้นสร้างขึ้นตามรูปลักษณ์ของยูรัน ทั้งเสื้อผ้า เส้นผม และสีหน้าเหมือนเจ้าตัวแทบทุกอย่าง เพียงแต่ศีรษะใหญ่กว่าปกติ ส่วนแขนขากลมสั้น ดูน่ารักอย่างประหลาด
เซี่ยหลานอิงยกมันขึ้นมาอวดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“ตัวนี้เขาทำให้หลานเป็นพิเศษเลยนะเพคะ”
“นอกจากใช้กอดตอนนอนแล้ว ยังช่วยรวบรวมพลังปราณในระหว่างพักผ่อนได้ด้วย”
“เขาบอกว่ามันเป็นของดีเพคะ”
เซี่ยอวิ๋นหลันรับตุ๊กตามาตรวจสอบ ก่อนสัมผัสได้ถึงค่ายกลรวบรวมปราณขนาดเล็กซึ่งซ่อนอยู่ภายใน
“สามารถรวบรวมพลังปราณได้จริง ๆ แม้ผลจะไม่มาก แต่กลับทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องส่งพลังเข้าไปกระตุ้น”
อ๋องเฉินมองตุ๊กตา ก่อนมองหลานสาวซึ่งกำลังยิ้มอย่างมีความสุข
“เจ้าเด็กนั่นถึงขั้นนำหน้าตนเองมาทำเป็นสมบัติขายแล้วหรือ?”
เซี่ยหลานอิงรีบดึงตุ๊กตากลับมากอดไว้
“ตัวนี้ไม่ขายเพคะ ของหลานเป็นรุ่นพิเศษ ฮี่ๆ”
เซี่ยอวิ๋นหลันมองตุ๊กตาในอ้อมแขนของหลานสาว ก่อนยื่นมือออกไป
“มีตัวอื่นอีกหรือไม่? นำออกมาให้ข้าดูสิ”
เซี่ยหลานอิงไม่ได้คิดอะไรมาก นางเปิดแหวนมิติแล้วนำตุ๊กตาทั้งหมดออกมาวางเรียงบนโต๊ะทันที
มีทั้งรุ่นพ่นเปลวเพลิง รุ่นควบคุมมังกรไม้ รุ่นเรียกกิเลนสายฟ้า รุ่นทำอาหาร รุ่นเล่นดนตรี และรุ่นนอนเอื่อยเฉื่อย
“มีเยอะเลยเพคะ”
เซี่ยหลานอิงหยิบตุ๊กตารุ่นนอนขึ้นมากอด ก่อนยิ้มอย่างมีความสุข
“ฮี่ ๆ หลานจะนำพวกมันไปนอนกอดทุกวัน”
เซี่ยอวิ๋นหลันกวาดตามองตุ๊กตาทั้งหมดช้า ๆ
เซี่ยหลานอิงเพิ่งสังเกตเห็นสายตาของนางก็ชะงัก ก่อนรีบรวบตุ๊กตาทั้งหมดกลับมาไว้ตรงหน้าตนเอง
“เสด็จน้า ของพวกนี้เป็นของหลานนะเพคะ!”
เซี่ยหลานอิงรีบรวบตุ๊กตาทั้งหมดเข้ามากอดไว้แน่น
“คราวที่แล้วท่านก็ขโมยโต๊ะของหลานไปแล้ว รอบนี้หลานไม่ยอมเด็ดขาด!”
เซี่ยอวิ๋นหลันเลิกคิ้ว
“หืม? ขโมย?”
“โต๊ะตัวนั้นไม่ใช่ของฝากหรอกหรือ?”
นางชี้ไปยังตุ๊กตาซึ่งกองอยู่เต็มอ้อมแขนของเซี่ยหลานอิง
“พวกนี้เองก็เหมือนกันมิใช่หรือ? เจ้าตั้งมากมาย แบ่งให้ข้าสักสองสามตัวจะเป็นอะไรไป?”
“ไม่ใช่เพคะ!”
เซี่ยหลานอิงส่ายหน้ารัว ๆ
“นี่เรียกว่าของขวัญ เขามอบให้หลานโดยเฉพาะ”
“หากเสด็จน้าอยากได้ก็ไปซื้อเองสิเพคะ!”
ท้องพระโรงพลันเงียบกริบ
อ๋องเฉินกับอ๋องหมิงหันมามองเซี่ยหลานอิงด้วยความตกตะลึง
เซี่ยอวิ๋นหลันหรี่ตามองหลานสาว ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“กลับไปคราวนี้ ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมากเลยนะ”
เซี่ยหลานอิงสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังคงกอดตุ๊กตาทั้งหมดเอาไว้แน่น
“เรื่องอื่นหลานยอมได้เพคะ...”
“แต่เรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ”
เซี่ยอวิ๋นหลันลูบขนของลูกหงส์ฟ้าธาตุสุริยัน ก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“เพียงสองเดือนกลับสร้างเรื่องเอาไว้มากมายถึงเพียงนี้”
“ข้าเริ่มสนใจเขาขึ้นมาแล้วสิ”
เซี่ยหลานอิงชะงักทันที
“เสด็จน้าหมายความว่าอย่างไรเพคะ?”
เซี่ยอวิ๋นหลันเหลือบมองนาง
“สนใจก็คือสนใจ ยังต้องหมายความว่าอะไรอีก?”
เซี่ยหลานอิงเริ่มนั่งไม่ติดที่
“อะ เอ่อ...คงไม่ใช่ความสนใจแบบที่หลานกำลังคิดอยู่ใช่ไหมเพคะ?”
“แล้วเจ้ากำลังคิดแบบไหน?”
“คือ...”
เซี่ยหลานอิงอึกอัก ก่อนรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมา
“หลานเพียงสงสัยเพคะ เพราะตอนนี้หลานก็ช้ากว่าเยว่หลีไปแล้ว หากแม้แต่เสด็จน้ายัง...เอ่อ...”
นางไม่กล้าพูดประโยคที่เหลือจนจบ
เซี่ยอวิ๋นหลันมองท่าทางกระวนกระวายของหลานสาว ก่อนถามอย่างคลุมเครือ
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
เซี่ยหลานอิงอ้าปากค้าง
“เสด็จน้าไม่ได้ปฏิเสธหรือเพคะ?!”
อ๋องหมิงมองสองอาหลานสลับกัน ใบหน้าค่อย ๆ ซีดลง
[ไม่นะ...]
[หลานสาวของข้าหายไปกับเจ้าเด็กนั่นถึงสองคนแล้ว]
[หากแม้แต่พี่หญิงของข้ายังจะเอาด้วยอีกคน ราชวงศ์ต้าเซี่ยของพวกเราจะเหลืออะไร?!]
เซี่ยอวิ๋นหลันเห็นสีหน้าของทุกคนก็หัวเราะเบา ๆ
“ข้ายังไม่เคยพบเขาด้วยซ้ำ พวกเจ้าจะแตกตื่นกันไปทำไม?”
เซี่ยหลานอิงรีบตอบ
“ก็เพราะสตรีทุกคนที่เข้าใกล้เขา สุดท้ายล้วนกลายเป็นภรรยาของเขาอย่างไรเล่าเพคะ!”
เซี่ยอวิ๋นหลันเหลือบมองตุ๊กตายูรันในอ้อมแขนของหลานสาว ก่อนลูบขนลูกหงส์ฟ้าอย่างช้า ๆ
“เช่นนั้นหรือ?”
“ฟังดูน่าสนใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”
“เสด็จน้า!”
อ๋องหมิงยกมือกุมหน้าอก
[จบแล้ว...]
[ทุกคนกำลังโดนกวาดไปหมดแล้ว?!]
อ๋องเฉินกระแอมเสียงดัง ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง
“พอเถอะ กลับมาคุยเรื่องการตรวจสอบเซี่ยเยว่หลีกันก่อนดีกว่า”
คืนนั้น ภายในตำหนักส่วนพระองค์ของจักรพรรดินี
เซี่ยอวิ๋นหลันวางฎีกาในมือลง ก่อนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“องครักษ์เงา”
เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นกลางห้อง ก่อนสตรีในชุดดำจะคุกเข่าลง
“มีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้เพคะ?”
“เจ้าไปแอบดูตุ๊กตาของหลานอิงมา”
องครักษ์เงาชะงัก
“เพคะ?”
“ตุ๊กตาหรือเพคะ? เหตุใดต้องแอบดูด้วย?”
เซี่ยอวิ๋นหลันเหลือบมองนาง
“ไปดูว่ามีกี่แบบ แล้วจดจำรายละเอียดเอาไว้ให้หมด”
“จากนั้นไปหาซื้อแบบเดียวกันมา หลานอิงบอกว่าน่าจะมีขายอยู่ที่เมืองหลอมศิลา”
นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ไปหามาให้ได้”
“หากหาไม่ได้ ก็วางหัวของเจ้าเอาไว้ที่นี่เสีย”
องครักษ์เงาเงยหน้าขึ้นอย่างตกตะลึง
“ห๊ะ?”
— กล่องบรรยาย —
ตระกูลนี้มันเป็นบ้าไปหมดแล้วหรืออย่างไร?!
แค่หาซื้อตุ๊กตาไม่ได้ ถึงกับจะฆ่ากันเลยหรือ?! (꒪⌓꒪)