ตอนที่ 210 โอ้ ๆ ๆ นี่มันเผือกชั้นดี
สามวันต่อมา
ยูรันนอนอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่มาตลอดทั้งวัน
เหตุผลไม่มีอะไรมาก เขาหลงทางและไม่รู้ว่าควรไปทางใดต่อ จึงตัดสินใจนอนรอจนกว่าจะมีคนผ่านมาให้ถามทาง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหลายสายพลันดังแว่วมาจากส่วนลึกของป่า
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงเหล่านั้นกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง
ชายหนุ่มผู้หนึ่งพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ เสื้อคลุมของเขาฉีกขาด ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดไหลจากหน้าผากลงมาปิดดวงตาข้างหนึ่ง มือขวากำกระบี่หักเอาไว้แน่น ส่วนมือซ้ายกดบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณท้อง
ลมหายใจของเขาสับสน ชีพจรหลายแห่งได้รับความเสียหาย
กระนั้นเขาก็ยังคงกัดฟันวิ่งต่อไป
ฟิ้ว!
ลูกดอกสีดำพุ่งออกจากป่าด้านหลัง ก่อนปักเข้ากลางแผ่นหลังของเขา
ฉึก!
ชายหนุ่มเซไปข้างหน้า กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ แต่ยังฝืนวิ่งมาถึงใต้ต้นไม้ซึ่งยูรันกำลังนอนอยู่
ไม่นาน นักฆ่าชุดดำแปดคนก็ตามออกมาจากแนวป่าและกระจายกำลังปิดทางหนีทุกด้าน
นักฆ่าผู้เป็นหัวหน้าก้าวออกมาข้างหน้า
“คุณชาย เลิกหนีเถอะ”
“ด้วยสภาพของท่าน ต่อให้พวกเราไม่ลงมือ ท่านก็มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินครึ่งชั่วยาม”
ชายหนุ่มใช้กระบี่หักยันพื้น พยายามประคองตนเองไม่ให้ล้มลง
“ผู้ใดส่งพวกเจ้ามา?”
“คำถามนั้นไม่มีประโยชน์”
หัวหน้านักฆ่ายื่นมือออกมา
“ส่งของสิ่งนั้นมา แล้วพวกเราจะมอบความตายอย่างสบายให้แก่ท่าน”
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ แม้เลือดจะยังไหลออกจากมุมปาก
“คิดว่าข้าจะเชื่อหรือ? พวกเจ้าไม่บอกข้าก็รู้อยู่แล้วว่าใครส่งพวกเจ้ามา”
ยูรันซึ่งกำลังนอนฟังอยู่บนต้นไม้พลันครุ่นคิด
[อืม น่าสนใจ ดูเหมือนจะเป็นบุตรแห่งโชคชะตาอีกคน]
[ก่อวิญญาณทารกหรือ? แต่ดูเหมือนตอนนี้ตบะจะถูกผนึกเอาไว้]
[แล้วเหตุใดจะฆ่ากันทั้งทีถึงไม่ไปฆ่ากันที่อื่น]
“เฮ้ออออออออออออออ”
นักฆ่าคนหนึ่งได้ยินเสียงจากด้านบนจึงเงยหน้าขึ้น ก่อนพบยูรันนอนอยู่บนกิ่งไม้
“ยังมีคนอื่น!”
ทุกคนเงยหน้าตามทันที
ยูรันยกมือขึ้นทักทายอย่างเกียจคร้าน
“อืม ไม่ต้องสนใจข้า เชิญพวกเจ้าจัดการเรื่องส่วนตัวกันต่อเถอะ”
ชายหนุ่มตะโกนเตือนทันที
“สหาย รีบหนีไป! คนพวกนี้ไม่ปล่อยพยานเอาไว้แน่!”
ยูรันเลิกคิ้ว
“พยาน? ข้าตาบอด จะไปเห็นอะไรได้?”
หัวหน้านักฆ่าหรี่ตาลง
“โกหก! หากตาบอดแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกข้ากำลังทำอะไรอยู่?”
“ข้าบอกหรือว่าพวกเจ้ากำลังทำอะไร?”
ยูรันถอนหายใจอย่างเอือมระอา
“ข้าเพียงบอกให้พวกเจ้าจัดการเรื่องส่วนตัวให้เสร็จแล้วไม่ต้องสนใจข้า”
“พวกแกวิ่งมาตรงต้นไม้ที่ข้ากำลังนอนอยู่ ทั้งยังพูดคุยกันเสียงดังถึงเพียงนี้ หากยังไม่รู้อีกว่าพวกแกกำลังจัดการเรื่องส่วนตัวกันอยู่ก็คงแปลกแล้ว”
เขาส่ายหน้าเบา ๆ
“สงสัยสมองพวกแกคงมีแต่ขี้เลื่อย ถึงได้ถามคำถามโง่ ๆ เช่นนี้ออกมา”
หัวหน้านักฆ่าโกรธจัดจนใบหน้าบิดเบี้ยว
“ฆ่ามันก่อน! มันอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน ไม่มีทางต่อกรกับพวกเราได้!”
“พวกเราล้วนอยู่ขอบเขตแก่นทองคำแล้ว ส่วนคุณชายเองก็บาดเจ็บจนหนีไปไหนไม่ได้ จัดการเจ้าปากเสียนี่ก่อน!”
นักฆ่าทั้งแปดถีบพื้น ก่อนทะยานขึ้นไปบนต้นไม้พร้อมกัน
ยูรันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“อืม เหตุใดวันนี้ถึงมีแมลงมาตอมข้ามากมายเช่นนี้นะ”
คมกระบี่แปดเล่มฟาดฟันเข้าหาเขาจากทุกทิศทาง
พรึ่บ!
ยูรันหายออกจากกิ่งไม้ ก่อนปรากฏตัวบนกิ่งไม้อีกด้านหนึ่งอย่างไร้เสียง
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ไม่ว่าเหล่านักฆ่าจะโจมตีอย่างไร คมกระบี่ทั้งหมดกลับฟันได้เพียงเงาร่างซึ่งหลงเหลืออยู่กลางอากาศ
หัวหน้านักฆ่าตะโกนอย่างหัวเสีย
“ไอ้นี่ว่องไวยิ่งนัก! หยุดอยู่เฉย ๆ แล้วมาให้ข้าฟันเสียดี ๆ!”
ยูรันซึ่งกลับไปนอนอยู่บนกิ่งไม้เดิมถอนหายใจอีกครั้ง
“หากข้าบอกให้แกหยุดอยู่เฉย ๆ แล้วมาให้ข้าฟันทิ้ง แกจะยอมหรือไม่เล่า?”
“ไอ้โง่เอ๊ย”
ใบหน้าของหัวหน้านักฆ่าเขียวคล้ำ ความอดทนขาดสะบั้นลงทันที
“ตายเสียเถอะ!”
เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดลงในกระบี่ ก่อนฟาดฟันออกไปอย่างสุดกำลัง
“เคล็ดวิชากระบี่ทลายฟ้า!”
ปราณกระบี่ขนาดมหึมาพุ่งเข้าหายูรันอย่างรุนแรง ต้นไม้โดยรอบสั่นสะเทือนจนใบไม้ปลิวว่อน
ชายหนุ่มซึ่งอยู่ด้านล่างรีบตะโกนเตือน
“สหาย ระวัง! นั่นเป็นเคล็ดวิชาระดับสูง!”
วูบ!
ปราณกระบี่พุ่งทะลุร่างของยูรัน ก่อนฟาดใส่กิ่งไม้จนแตกกระจาย
ทว่าสิ่งที่ถูกฟันกลับเป็นเพียงเงาตกค้าง
ยูรันปรากฏตัวบนยอดไม้อีกต้นโดยไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย
หัวหน้านักฆ่าคำรามอย่างคลุ้มคลั่ง
“อ๊ากกก! เหตุใดจึงไม่โดนตัวมันสักครั้ง!”
เขาหันไปตะโกนสั่งผู้ใต้บังคับบัญชา
“ตั้งค่ายกล!”
นักฆ่าทั้งแปดกระจายตัวออกไปตามตำแหน่ง พลังปราณเชื่อมต่อกันจนเกิดม่านกระบี่ขนาดใหญ่ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ
“ค่ายกลแปดทิศทลายฟ้า!”
คมกระบี่นับร้อยสายปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนพุ่งเข้าหายูรันจากทุกทิศทางพร้อมกัน
ชายหนุ่มกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง แต่ยังคงฝืนตะโกนเตือน
“แค่ก ๆ...สหาย รีบหนีไป!”
วูบ!
คมกระบี่ทั้งหมดพุ่งผ่านร่างของยูรัน ก่อนชนกันเองจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
แต่ยูรันกลับไปยืนอยู่ด้านหลังหัวหน้านักฆ่าตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ
หัวหน้านักฆ่าค่อย ๆ หันกลับมา สีหน้าซีดเผือด
“กะ...แกเป็นตัวอะไรกันแน่?”
ยูรันบิดคอไปมาเล็กน้อย
“เสียเวลาชะมัด นึกว่าจะมีอะไรน่าสนใจกว่านี้เสียอีก”
พรึ่บ!
ร่างของเขาหายไปอีกครั้ง
ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!
เสียงฝ่ามือกระแทกสันคอดังขึ้นติดต่อกัน
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
นักฆ่าทั้งแปดทยอยร่วงลงจากต้นไม้ ก่อนนอนหมดสติเรียงรายอยู่บนพื้นภายในเวลาไม่กี่อึดใจ
ยูรันเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม
“อืม เจ้าก็น่าสนใจดีนี่ บาดแผลเต็มตัวแต่ยังไม่ตาย อาศัยพลังใจล้วน ๆ ถึงมีชีวิตอยู่ได้สินะ”
ชายหนุ่มไอสองสามครั้ง ก่อนฝืนประสานมือ
“แค่ก ๆ ขอบคุณที่ช่วยชีวิต”
“เดี๋ยวก่อน ข้าไม่ได้ช่วย ข้าแค่ป้องกันตัว”
ยูรันชี้ไปทางเหล่านักฆ่าซึ่งนอนกองอยู่บนพื้น
“ถ้าเจ้าไม่วิ่งมาทางนี้ พวกมันจะโจมตีข้าหรือไม่?”
“ข้าขออภัย เกรงว่าข้าคงไม่สามารถตอบแทนบุญคุณสหายได้ ข้าบาดเจ็บหนักเกินกว่าจะรอดแล้ว”
[ไอ้โง่นี่สมองเลอะเลือนไปแล้วหรือไร ถามอะไรไปก็ตอบไม่ตรงคำถาม]
ชายหนุ่มพยายามฝืนกล่าวต่อ
“หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะต้อง—”
“หยุดก่อน”
ยูรันยกมือห้ามทันที
“ข้าถามว่าหากเจ้าไม่วิ่งมาทางนี้ พวกมันจะโจมตีข้าหรือไม่”
“ข้า...”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างอ่อนแรง
“คงไม่”
“อืม แค่นั้นแหละ”
ยูรันถอนหายใจ [สมองมีปัญหาจริงๆ]
ชายหนุ่มใช้กระบี่หักประคองร่าง ก่อนพยายามคุกเข่าลง
“ไม่ว่าสหายจะกล่าวอย่างไร ท่านก็ช่วยยืดเวลาชีวิตของข้า ข้าเพียงเสียดายที่คงไม่มีโอกาส—”
ยูรันยื่นมือไปจับไหล่เขาเอาไว้
“ใครบอกว่าเจ้าจะตาย?”
ชายหนุ่มชะงัก
“บาดแผลของข้า...”
“แค่บาดแผลเต็มตัว ชีพจรเสียหาย พิษกำลังไหลเข้าสู่หัวใจ และวิญญาณทารกถูกผนึกเอาไว้”
ยูรันไล่เรียงอย่างสบาย ๆ
“อืม ดูเยอะอยู่ แต่ยังไม่ตายสักหน่อย”
ยูรัน ดึงลูกดอกพิษออก
โลหิตสีดำพุ่งออกมา
“อึก!”
ยูรันมองลูกดอกอาบพิษในมือ ก่อนโยนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ
“พิษก็งั้น ๆ จะทำให้ผู้ใดตายได้ เอาเถอะ”
เขาวางฝ่ามือลงบนไหล่ของชายหนุ่ม ก่อนกระตุ้นพลังจากผนึกร้อยชีวิตให้ไหลเข้าสู่ร่างของอีกฝ่าย
วูบ!
พลังชีวิตอันบริสุทธิ์ไหลผ่านเส้นชีพจรและอวัยวะภายใน บาดแผลทั่วร่างเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนพิษซึ่งแทรกซึมอยู่ในโลหิตถูกบีบออกจากร่างผ่านบาดแผล
ฟู่ววววว!
ควันพิษสีดำลอยออกมา ก่อนสลายหายไปกลางอากาศ
ชายหนุ่มเบิกตากว้าง
“นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไร?”
เขาก้มมองบาดแผลบนร่างกายซึ่งกำลังปิดตัวลง
“บาดแผลของข้ากำลังรักษาตัวเอง!”
“เอาละ หายแล้ว”
ยูรันถอนฝ่ามือกลับ
“ทีนี้เจ้าชื่ออะไร?”
ชายหนุ่มประสานมือคารวะอย่างจริงจัง
“ข้ามีนามว่าเว่ยเส้าเทียน”
ยูรันชะงักไปเล็กน้อย
“เว่ยเส้าเทียน?”
[เชี่ย ชื่อเหมือนตัวละครโฆษณายาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว คงไม่มีฉากแบบนั้นหรอกนะ]
เว่ยเส้าเทียนไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงถามกลับด้วยความนอบน้อม
“ข้าขอถามชื่อของสหายได้หรือไม่?”
“ยูรัน”
เว่ยเส้าเทียนประสานมืออีกครั้ง
“ข้าขอขอบพระคุณคุณชายยูที่ช่วยชีวิต บุญคุณครั้งนี้ ข้าจะจดจำไปชั่วชี—”
“เอาละ ๆ ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลย”
ยูรันโบกมือขัดจังหวะ
“คนพวกนี้เป็นใคร แล้วเหตุใดจึงต้องการฆ่าเจ้า?”
เว่ยเส้าเทียนชะงัก ก่อนถอนหายใจออกมา
“ข้าเป็นบุตรชายของตระกูลเว่ย”
“รู้แล้ว”
ยูรันพยักหน้า
“เจ้าแซ่เว่ย คงไม่ได้เป็นบุตรชายของตระกูลอื่นหรอก”
“……”
เว่ยเส้าเทียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยายามกล่าวต่อ
“คนพวกนี้คงเป็นนักฆ่าซึ่งถูกส่งมาสังหารข้า”
“อันนั้นข้าก็รู้”
ยูรันชี้ไปยังนักฆ่าทั้งแปดซึ่งนอนหมดสติอยู่บนพื้น
“เห็นกันอยู่ชัด ๆ จะบอกทำไม?”
“……”
เว่ยเส้าเทียนเริ่มไม่รู้ว่าควรอธิบายจากตรงไหน
“ขออภัย สหายยู”
เขารวบรวมความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเริ่มเล่าใหม่
“ข้าสงสัยว่าผู้บงการน่าจะเป็นคนซึ่งหมายปองอดีตคู่หมั้นของข้า เขามีนามว่าฉู่เสวียนเทียน และตามตื๊อนางมาตั้งแต่สามปีก่อน”
[โอ้ ดราม่าสุดมันส์]
ยูรันยกมือขึ้นลูบคางอย่างสนใจ
เว่ยเส้าเทียนกล่าวต่อ
“ช่วงเวลานั้นตรงกับตอนที่พลังปราณของข้าเริ่มหายไป”
“เดิมทีข้าอยู่ขอบเขตก่อวิญญาณทารกขั้นต้น แต่ตบะกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งไม่สามารถใช้พลังได้และกลายเป็นเพียงคนธรรมดา”
“นับจากวันนั้น คู่หมั้นของข้าก็ค่อย ๆ ห่างเหินออกไป ช่วงหลังนางยิ่งสนิทสนมกับฉู่เสวียนเทียนมากขึ้น”
มือของเว่ยเส้าเทียนกำแน่น
“เมื่อเจ็ดวันก่อน นางเดินทางมาถอนหมั้นกับข้าด้วยตนเอง”
ยูรันถามทันที
“อดีตคู่หมั้นของเจ้าชื่ออะไร?”
“นางชื่อเจียงชิงหราน เป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเจียง”
“อ๋อ”
ยูรันพยักหน้า
“แล้วอย่างไรต่อ?”
“หลังถอนหมั้น ข้าถูกขับออกจากตระกูล ไม่นานนักฆ่าพวกนี้ก็ปรากฏตัวขึ้น”
เว่ยเส้าเทียนเหลือบมองคนชุดดำบนพื้น
“เพราะฉะนั้น ผู้ที่ส่งพวกมันมาน่าจะเป็นฉู่เสวียนเทียน ส่วนตระกูลของข้าก็ทอดทิ้งข้าไปแล้วเช่นกัน”
ดวงตาของยูรันเป็นประกายขึ้นมาทันที
[โอ้ ๆ ๆ นี่มันเผือกชั้นดี]