คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 211 หงส์ฟ้าตัวเล็กขนาดเท่าลูกไก่หรือเจ้าคะ7,905 ตัวอักษร

ตอนที่ 211 หงส์ฟ้าตัวเล็กขนาดเท่าลูกไก่หรือเจ้าคะ

ยูรันกวาดตามองทั้งสี่คน

“เอาละ ก่อนทดลองใช้ ข้าขอเตือนพวกเจ้าเอาไว้อย่างหนึ่ง”

“อย่านำพวกมันไปแพ้บ่อยนัก อาวุธทุกชิ้นล้วนเกลียดชังความพ่ายแพ้”

เขาชี้ไปยังอาวุธในมือของแต่ละคน

“ระวังพวกมันจะหมดศรัทธาในตัวผู้ถือครอง แล้วทิ้งพวกเจ้าเอาได้”

ทั้งสี่คนตอบพร้อมกันอย่างหนักแน่น

“รับทราบ!”

ทั้งสี่คนแยกย้ายกันทดลองอาวุธของตนเองอย่างตื่นเต้น

ตูม! ตูม! ตูม!

หนานอวี้ชกหมัดออกไปไม่หยุด เปลวเพลิงจากสนับมือพุ่งตามกำปั้น ก่อนระเบิดขึ้นกลางอากาศครั้งแล้วครั้งเล่า

“ฮ่า ๆ ๆ! สะใจจริง ๆ!”

ยิ่งนางใช้งาน เปลวเพลิงบนสนับมือก็ยิ่งลุกโชน ปีกซึ่งเคยห่อเหี่ยวเริ่มกางออกทีละน้อย ราวกับอาวุธกำลังปรับตัวเข้ากับผู้ถือครอง

ทางด้านหลานชิงอวี้ หนอนไหมสวรรค์ปล่อยเส้นไหมออกมาจำนวนนับไม่ถ้วน นางควบคุมให้พวกมันสานเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ ก่อนแยกออกเป็นเส้นเล็กนับพันเพื่อพันธนาการก้อนหินโดยรอบ

“ไม่ต้องเสียพลังสร้างเส้นไหมจริง ๆ ด้วยเจ้าค่ะ!”

ไป๋หลิงกวัดแกว่งประกายเหมันต์อย่างสง่างาม ทุกครั้งที่คมดาบฟาดผ่าน อุณหภูมิรอบด้านจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว พื้นดินและก้อนหินถูกน้ำแข็งปกคลุมในพริบตา

ส่วนเซี่ยเยว่หลีเขย่ากระดิ่งมารมายาเบา ๆ

กริ๊งงง...

ร่างมายาของนางหลายสิบร่างปรากฏขึ้นทั่วบริเวณ แต่ละร่างปลดปล่อยกลิ่นอายไม่แตกต่างจากตัวจริง จนแม้แต่ไป๋หลิงยังแยกไม่ออกในทันที

หลิงเยวี่ยยืนกอดอกมองทุกคนอยู่ด้านข้าง แม้สีหน้าจะยังคงสงบนิ่ง แต่สายตากลับหยุดอยู่ที่อาวุธทั้งสี่นานผิดปกติ

ยูรันเหลือบมองนาง ก่อนยกมุมปากขึ้น

“ท่านเองก็ไม่ต้องอิจฉาไปหรอก”

หลิงเยวี่ยหันขวับมาทันที

“ผู้ใดอิจฉากัน?”

“อืม ไม่มีผู้ใดอิจฉาทั้งนั้น”

ยูรันพยักหน้าอย่างรู้ทัน

“เพียงแต่ตอนนี้ตบะของท่านสูงเกินไป ข้ายังสร้างอาวุธที่เหมาะสมให้ไม่ได้”

“ภายหลังค่อยสร้างให้ก็ยังไม่สาย รับรองว่าของท่านจะไม่ด้อยกว่าพวกนางแน่นอน”

หลิงเยวี่ยเบือนหน้าหนีเล็กน้อย

“หึ ข้าไม่ได้รีบร้อนเสียหน่อย”

ทว่าสีหน้าของนางกลับผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากทดลองอาวุธกันจนพอใจ ทุกคนจึงเดินทางกลับยอดเขาจันทรา

ยูรันตรงไปตรวจสอบโรงฝึกซึ่งเหล่าสมุนช่วยกันก่อสร้างตลอดสิบสี่วันที่ผ่านมา เขาเดินสำรวจตั้งแต่ค่ายกลป้องกัน พื้นสนาม ห้องฝึก ไปจนถึงโครงสร้างโดยรอบ

“อืม เสร็จทันเวลาจริง ๆ ด้วย”

เขาตบผนังเบา ๆ ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“แข็งแรง ใช้งานได้ และไม่มีส่วนไหนผิดไปจากแบบแปลน สมบูรณ์แบบ”

เหล่าสมุนยืนเรียงแถวเบ่งกล้ามด้วยความภาคภูมิใจ

ยูรันหันกลับไปหาทุกคน

“เช่นนั้นข้าไปนอนก่อนนะ ไม่ได้นอนมาตลอดสิบสี่วัน ง่วงจะตายอยู่แล้ว”

เขาโบกมืออย่างเหนื่อยล้า

“งานที่เหลือฝากพวกเจ้าด้วย”

พรึ่บ!

กล่าวจบ ยูรันก็หายวับกลับห้องของตนเองทันที ทิ้งให้ทุกคนมองตามด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

สร้างอาวุธติดต่อกันสิบสี่วัน แล้วยังไปรับนิมิตทัณฑ์สวรรค์ต่ออีก สมควรง่วงอยู่หรอก!

ตกดึก

หนานอวี้เดินออกจากห้อง ก่อนกวักมือเรียกอีกสามคนอย่างเร่งรีบ

“ศิษย์พี่รอง ชิงอวี้ เยว่หลี ไปเร็วเข้า!”

ไป๋หลิงถอนหายใจอย่างระอา

“โอ๊ย รู้แล้วน่า แค่ไปนอนด้วยเอง เจ้าจะรีบร้อนไปทำไมกัน?”

เซี่ยเยว่หลีมองไปทางห้องของยูรันอย่างลังเล

“เขาจะโวยวายหรือไม่?”

หลานชิงอวี้ส่ายหน้า

“ไม่หรอกเจ้าค่ะ”

ทั้งสี่คนเดินมาถึงหน้าห้องของยูรัน เมื่อยกป้ายประจำตัวขึ้น ประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ดูเหมือนเขาจะมอบสิทธิ์เข้าออกห้องให้ป้ายของพวกนางเอาไว้แล้ว

ภายในห้อง ยูรันยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงโดยไม่รู้สึกตัว

ทั้งสี่คนจึงค่อย ๆ ปีนขึ้นไป ก่อนเบียดตัวเข้าหาเขาจากทุกด้าน แล้วนอนกอดกันเป็นกลุ่มอยู่บนเตียง

ไม่นาน ภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบ เหลือเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งห้าเท่านั้น

เช้าวันต่อมา

หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ทุกคนก็มารวมตัวกันบนดาดฟ้าเพื่อส่งยูรันออกเดินทาง

ยูรันมองทุกคน ก่อนกล่าวขึ้น

“ข้าไปแล้วนะ ดูแลที่นี่ให้ดีเล่า”

ไป๋หลิงเดินเข้ามากอดเขาเป็นคนแรก

“เดินทางให้ระวัง”

หนานอวี้รีบเข้ามากอดเขาต่อ

“อืม รีบกลับมานะ”

หลานชิงอวี้กอดเขาเบา ๆ

“ศิษย์พี่ดูแลตัวเองด้วยนะเจ้าคะ”

เซี่ยเยว่หลีเข้ามากอดเขาเป็นคนสุดท้าย นางซบอยู่กับอกเขาครู่หนึ่ง ก่อนยอมปล่อยมือ

“งานของเจ้า ข้าจะพยายามเรียนรู้และจัดการทุกอย่างให้เอง”

ยูรันลูบศีรษะนางเบา ๆ

“เจ้านี่เป็นงานเป็นการจริง ๆ”

หลิงเยวี่ยเดินเข้ามากอดเขาเช่นกัน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“รันเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่เป็นอะไร แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ดูแลตัวเองด้วยนะ”

ยูรันพยักหน้า ก่อนถอยออกมาหลายก้าว

เฮยหลงกับเยว่หลินคำนับพร้อมกัน

“นายท่าน ดูแลตัวเองด้วยขอรับ!”

“นายท่าน ดูแลตัวเองด้วยเจ้าค่ะ!”

ยูรันมองทุกคนด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

“พวกเจ้านี่ แค่สองเดือนเอง ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้ เวลาปิดด่านกันเป็นร้อยปียังไม่เห็นอาลัยอาวรณ์ขนาดนี้เลย”

หนานอวี้รีบเถียง

“มันไม่เหมือนกัน!”

“ใช่ มันไม่เหมือนกัน!”

ยูรันยกมุมปากขึ้น

“หึ เอาละ ข้าจะให้พวกเจ้าดูบางอย่างก่อนไป”

“วิชานี้มีผู้ใช้ได้นับคน ส่วนใหญ่จึงเลือกเปิดประตูมิติแทนกันทั้งนั้น”

หลานชิงอวี้เบิกตากว้าง

“หรือว่า...”

“ข้าไปละ”

ยูรันประสานมุทรา

“เทพนภาเหิน”

พรึ่บ!

ร่างของเขาหายไปจากดาดฟ้าในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของกลิ่นอาย

หนานอวี้ตะโกนขึ้นทันที

“อ๊ากกก! ก่อนไปยังทิ้งเทพนภาเหินเอาไว้อีก!”

นางหันไปมองทุกคนอย่างร้อนรน

“ข้ามองมุทราไม่ทัน! เมื่อครู่มีผู้ใดมองทันบ้าง?!”

ทุกคนมองหน้ากันไปมา ก่อนส่ายหน้าพร้อมกัน

ไป๋หลิงถอนหายใจ

“เขาประสานมุทราเสร็จภายในพริบตา จะมีผู้ใดมองทันกัน?”

หนานอวี้กุมศีรษะอย่างเจ็บใจ

“แล้วเขาจะแสดงให้ดูทำไมเนี่ย?!”

พรึ่บ!

ยูรันปรากฏตัวขึ้นกลางคฤหาสน์ตระกูลไป๋โดยไม่มีสัญญาณเตือน

คนรับใช้ซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ สะดุ้งสุดตัว

“เฮือก! คุณชาย ท่านมาได้อย่างไรขอรับ?!”

“ท่านแม่อยู่ที่ใด?”

“ขะ ขอรับ เชิญคุณชายตามข้ามา!”

คนรับใช้รีบนำทางเขาไปยังห้องพักด้านใน

เมื่อประตูเปิดออก ยูรันก็เห็นไป๋จิ้งเหวิน ลู่เหยียนหนิง และลู่ชิงถานกำลังนั่งพักผ่อนอย่างสบายใจ โดยมีเมนเดรกยืนทุบไหล่และนวดแขนให้พวกนางคนละสองตัว

ปึก! ปึก! ปึก!

เหล่าเมนเดรกทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง สีหน้าเต็มไปด้วยความจริงจัง

เส้นเลือดบนขมับของยูรันปูดขึ้นมาทันที

“ไอ้พวกเวรนี่...”

เมนเดรกทั้งหมดชะงักมือ ก่อนค่อย ๆ หันมามองเขาด้วยใบหน้าซีดเผือดพร้อมกันอย่างเชื่องช้า

ลู่ชิงถานเบิกตากว้าง ก่อนรีบลุกขึ้นพุ่งเข้ามากอดเขา

“ท่านพี่ ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ?”

ยูรันลูบศีรษะนางเบา ๆ

“ข้าเพียงแวะมาบอกพวกท่านเอาไว้ก่อน ข้าจะไม่อยู่ประมาณสองถึงสามเดือน”

ลู่เหยียนหนิงขมวดคิ้วทันที

“เจ้าจะไปที่ใดหรือ?”

“ไปตามหาของบางอย่าง เพื่อเรียกคืนดวงตาของข้า”

ทั้งสามคนชะงักพร้อมกัน

“ดวงตาของเจ้าจะกลับคืนมาได้หรือ?!”

“ส่วนมันอยู่ที่ใด ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ”

ยูรันกล่าวตามตรง

“ข้าสัมผัสถึงมันมานานแล้ว แต่มันอาจอยู่กับคนผู้หนึ่ง ซ่อนอยู่ในสถานที่บางแห่ง หรืออยู่ภายในแดนลับที่ยังไม่ถูกค้นพบก็ได้”

“สิ่งที่ข้าทำได้มีเพียงออกตามหาไปเรื่อย ๆ จนกว่ากลิ่นอายซึ่งเรียกหาข้าจะเข้มข้นขึ้น”

เขาถอนหายใจเบา ๆ

“ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทรเท่าไร เพราะแบบนั้นจึงอาจต้องใช้เวลานานหน่อย”

“ข้าเพียงแวะมาบอกให้พวกท่านทราบเท่านั้น ไม่ได้มาต่ำลาเสียหน่อย”

ยูรันกล่าวจบก็เหลือบมองเหล่าเมนเดรกซึ่งกำลังพยายามถอยออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ

เส้นเลือดบนขมับของเขาปูดขึ้นอีกครั้ง

“แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอไอ้พวกเวรนี่กำลังฝึกประจบประแจงพวกท่านอยู่พอดี”

เหล่าเมนเดรกชะงักฝีเท้าพร้อมกัน ก่อนยืนตัวตรงราวกับไม่เคยคิดหลบหนีแม้แต่น้อย!

ลู่ชิงถานรีบช่วยแก้ต่างให้เหล่าเมนเดรก

“ท่านพี่อย่าดุพวกมันเลยนะเจ้าคะ พวกมันน่าสงสารออก”

ไป๋จิ้งเหวินพยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่แล้วรันเอ๋อร์ พวกมันก็น่ารักดี”

ลู่เหยียนหนิงเองก็กล่าวเสริม

“แม่ก็เห็นด้วย พวกมันขยันกันมาก เพียงขู่เล็กน้อยว่าจะนำไปต้มเป็นน้ำแกง พวกมันก็ว่าง่ายขึ้นเยอะแล้ว”

เหล่าเมนเดรกตัวสั่นพร้อมกัน

ยูรันมองพวกมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโบกมือ

“อืม เช่นนั้นก็แล้วไป”

เขาเดินกลับมานั่ง ก่อนกล่าวต่อ

“ที่จริงก่อนออกเดินทาง ข้ายังมีอีกเรื่องซึ่งเกี่ยวกับพวกมัน”

“ข้าสร้างบ้านให้พวกมันบนยอดเขาแล้ว มีทั้งห้องนอน บ่อน้ำร้อน และสถานที่พักผ่อน เดิมทีคิดว่าหากพวกมันมีความสุขถึงขีดสุดก็คงละสังขาร กลายเป็นสีทอง และนำไปทำอาหารได้”

เหล่าเมนเดรกหน้าซีดเผือดลงทันที

“แต่พวกมันกลับไม่ยอมละสังขาร แถมยังเริ่มบำเพ็ญเพียรจนมีตบะขึ้นมาแทน ตอนนี้จึงถูกจัดตั้งเป็นกองกำลังสมุนไปเรียบร้อยแล้ว”

ยูรันเหลือบมองเมนเดรกภายในห้อง

“หึ พวกแกโชคดีนักที่ไม่ต้องกลายเป็นอาหาร แต่ได้กลายเป็นสมุนแทน”

“รอท่านแม่ทั้งสองกับชิงถานย้ายไปอยู่บนยอดเขา พวกแกก็ค่อยเกาะขาใหญ่ตามไปด้วยแล้วกัน”

เหล่าเมนเดรกรีบพยักหน้าพร้อมกันอย่างกระตือรือร้น

“ส่วนอีกเรื่อง สัตว์วิเศษถือกำเนิดแล้ว”

ทั้งสามคนหันมามองเขาทันที

“เป็นหงส์ฟ้าของแท้แน่นอน ขนาดตอนถือกำเนิดยังมีทัณฑ์สวรรค์ผ่าลงมา”

“ตอนแรกข้าคิดว่าจะนำมาให้พวกท่านช่วยเลี้ยง แต่คิดไปคิดมาอาจสร้างความลำบากเกินไป รอพวกท่านย้ายไปอยู่บนยอดเขาแล้วค่อยดูแลพวกมันก็ได้”

ยูรันยกมือขึ้นกะขนาด

“ตอนนี้พวกมันเพิ่งเกิด จึงยังมีขนาดประมาณลูกไก่เท่านั้น แต่ทุกคนชอบพวกมันมาก ข้าว่าท่านแม่ทั้งสองกับชิงถานก็น่าจะชอบเช่นกัน”

ลู่ชิงถานดวงตาเปล่งประกายทันที

“หงส์ฟ้าตัวเล็กขนาดเท่าลูกไก่หรือเจ้าคะ?!”