คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 213 หวังว่าแม่นางจะให้เกียรติ7,538 ตัวอักษร

ตอนที่ 213 หวังว่าแม่นางจะให้เกียรติ

ยูรันหยุดฝีเท้า ก่อนหันไปทางสตรีผู้นั้นอีกครั้ง

“สามีของนางตายหรือยัง?”

เว่ยเส้าเทียนมีสีหน้าประหลาด

“นางเป็นแม่หม้าย ไม่มีผู้ใดรู้ว่าสามีของนางหายไปไหน แต่ที่แน่นอนคือนางใช้ชีวิตเพียงลำพังมาหลายปีแล้ว”

“โอ้ ๆ ๆ เข้าทางเลยนี่!”

ยูรันตบไหล่เว่ยเส้าเทียนอย่างตื่นเต้น

“น้องชาย เจ้ารู้หรือไม่ว่าการแก้แค้นที่ดีที่สุดคืออะไร?”

“อะไรหรือ?”

“ล่อลวงมารดาของศัตรูมาเป็นคนของตนเองอย่างไรเล่า!”

เว่ยเส้าเทียนเบิกตากว้าง

“อะไรนะ?”

“ลองคิดดูสิ หากเจ้าทำให้นางหลงรักเจ้าได้ ฉู่เสวียนเทียนจะอกแตกตายเพียงใด”

ยูรันยกมุมปากขึ้นอย่างชั่วร้าย

“จากนั้นเจ้าค่อยทิ้งพวกมันทั้งแม่ทั้งลูก แค่นี้ก็แก้แค้นได้อย่างหมดจดแล้ว”

“เจ้าไม่เคยได้ยินประโยคนี้หรือ?”

ยูรันกระแอมเบา ๆ ก่อนดัดเสียงให้ฟังดูเข้มขึ้น

“เรียกพ่อสิลูก”

เว่ยเส้าเทียนยืนนิ่งราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว

ยูรันกลับพิจารณาสตรีผู้นั้นอย่างจริงจัง

“แถมนางยังเป็นผู้บำเพ็ญด้วยนะ”

“อืม...หลอมรวมปราณขั้นสูงหรือ? แม้จะไม่สูงมาก แต่ก็นับว่าใช้ได้”

เขาตบหลังเว่ยเส้าเทียนเบา ๆ

“น่าสนใจดี พวกเราเดินเข้าไปทักทายกันเถอะ”

เว่ยเส้าเทียนรีบคว้าแขนเขาเอาไว้

“เดี๋ยวก่อนพี่ชาย! นางเป็นมารดาของศัตรูข้านะ!”

“ข้ารู้”

ยูรันพยักหน้า

“เพราะแบบนั้นถึงได้น่าสนใจอย่างไรเล่า”

ยูรันจัดเสื้อผ้าของเว่ยเส้าเทียนให้เรียบร้อย ก่อนตบไหล่เขาเบา ๆ

“เอาละ เจ้าทำตัวให้เป็นธรรมชาติเอาไว้ เดี๋ยวพวกเราเดินเข้าไปตีสนิทกับนาง”

“วันนี้พวกเราช่างโชคดีจริง ๆ เพิ่งเดินเข้าเมืองมาก็แจ็กพอตแตกเสียแล้ว สุดยอดจริง ๆ”

เว่ยเส้าเทียนยังไม่ทันห้าม ยูรันก็เดินดุ่ม ๆ เข้าไปหามารดาของฉู่เสวียนเทียนเสียแล้ว

เขาหยุดอยู่ตรงหน้านาง ก่อนกระแอมเบา ๆ

“อะแฮ่ม แม่นาง ข้าขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่?”

สตรีผู้นั้นชะงักฝีเท้า ก่อนมองชายหนุ่มแปลกหน้าซึ่งมีผ้าสีดำปิดตาด้วยความประหลาดใจ

ยูรันกล่าวต่อด้วยสีหน้าจริงจัง

“ข้าเห็นแม่นางงดงาม ทั้งยังเดินอยู่เพียงผู้เดียว จึงอยากทำความรู้จักเอาไว้สักหน่อย”

“เผื่อมีโอกาส ข้าจะได้เชิญแม่นางไปดื่มชาด้วยกันคืนนี้”

“……”

เว่ยเส้าเทียนซึ่งยืนอยู่ด้านหลังยกมือขึ้นปิดหน้า

สตรีผู้นั้นมองผ้าปิดตาของยูรัน ก่อนถามอย่างสงสัย

“คุณชายบอกว่าเห็นข้างดงาม?”

“ถูกต้อง”

“แต่ดวงตาของท่าน...”

“ข้าตาบอด”

“แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้างดงาม?”

ยูรันยกมือทาบหน้าอกตนเอง

“ความงามที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องมองด้วยดวงตา เพียงใช้หัวใจก็สามารถสัมผัสได้แล้ว”

เว่ยเส้าเทียนมุมปากกระตุก

[โกหกชัด ๆ เมื่อครู่ท่านยังถามข้าอยู่เลยว่านางงดงามหรือไม่]

สตรีผู้นั้นหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ

“คุณชายช่างกล่าววาจาเก่งนัก”

“ข้าเพียงกล่าวตามความจริง”

ยูรันตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

“แม่นางยังไม่ได้ตอบคำถามของข้าเลย ท่านมีนามว่าอะไร?”

นางพิจารณาเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างไม่ถือสา

“ข้าแซ่หลิน นามเยียนหรู”

“หลินเยียนหรู...”

ยูรันทวนชื่อของนางช้า ๆ ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ชื่อไพเราะ คนก็งดงาม นับว่าเข้ากันดี”

หลินเยียนหรูยกมือปิดริมฝีปาก ก่อนหัวเราะอีกครั้ง

“คุณชายเอาแต่กล่าวชมข้าเช่นนี้ หรือกำลังต้องการบางอย่าง?”

“ข้าอยากเชิญแม่นางไปดื่มชาด้วยกันคืนนี้อย่างไรเล่า”

“ข้ายังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ”

“ไม่เป็นไร อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็รู้จักชื่อกันแล้ว นับว่าก้าวหน้าไปหนึ่งขั้น”

“ดูเหมือนคุณชายจะมั่นใจมาก”

“เรื่องหน้าตาของข้าอาจไม่มั่นใจนัก เพราะมองไม่เห็น”

ยูรันยกมือแตะผ้าปิดตา

“แต่เรื่องพูดคุยกับสตรีงดงาม ข้าค่อนข้างมั่นใจ”

เว่ยเส้าเทียนซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเริ่มขยับถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ

ทว่ายูรันกลับยื่นมือมาคว้าไหล่เขาเอาไว้ ก่อนลากมาข้างหน้า

“จริงสิ ข้ายังไม่ได้แนะนำ”

“คนผู้นี้คือน้องชายของข้า เว่ยเส้าเทียน”

เมื่อได้ยินชื่อ หลินเยียนหรูก็มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา

ยูรันตบไหล่เว่ยเส้าเทียน ก่อนกล่าวอย่างจริงจัง

“น้องชายของข้าชื่นชอบแม่นางมาก”

เว่ยเส้าเทียนหันขวับมามองเขาทันที

[จริงหรือ? ถามจริง ๆ แบบนี้เลยหรือ?!]

หลินเยียนหรูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนมองสลับระหว่างทั้งสอง

“คุณชายเว่ยชอบข้าหรือ?”

“เอ่อ ข้า...”

เว่ยเส้าเทียนยังไม่ทันได้ตอบ ยูรันก็กล่าวแทรกขึ้นมา

“ถูกต้อง เขาชอบมาก”

“เมื่อครู่ยังชมว่าแม่นางทั้งงดงาม รูปร่างดี และมีกลิ่นหอมอีกต่างหาก”

[นั่นเป็นคำพูดของท่านทั้งหมดไม่ใช่หรือ?!]

ยูรันไม่สนใจสีหน้าของเว่ยเส้าเทียน ก่อนถามหลินเยียนหรูต่อ

“ไม่ทราบว่าแม่นางมีสามีแล้วหรือยัง?”

หลินเยียนหรูนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มบาง

“ไม่มี สามีของข้าไม่อยู่แล้ว”

ยูรันยกมุมปากขึ้นทันที

“เช่นนั้นก็ดีเลย”

เว่ยเส้าเทียนรีบกระแอม

“พี่ชาย!”

หลินเยียนหรูมองท่าทางของทั้งสอง ก่อนส่ายหน้าพลางหัวเราะ

“พวกท่านนี่มีอารมณ์ขันดีจริง ๆ”

ยูรันตบไหล่เว่ยเส้าเทียนเบา ๆ

“น้องชายของข้าเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ทราบว่าจะมีวาสนาพอได้ทำความรู้จักและเพิ่มความสนิทสนมกับแม่นางหรือไม่”

“เขาเป็นคนขี้อายและพูดน้อย ข้าจึงต้องช่วยกล่าวแทน”

ยูรันหยุดเล็กน้อย ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้าเพียงไม่แน่ใจว่าแม่นางจะรังเกียจน้องชายของข้าหรือเปล่า”

หลินเยียนหรูมองเว่ยเส้าเทียนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ

“ข้าไม่เคยรังเกียจผู้ใดเพียงเพราะเขาเป็นคนธรรมดา”

“แต่หากคุณชายเว่ยต้องการทำความรู้จักกับข้าจริง เหตุใดจึงไม่เป็นผู้กล่าวออกมาด้วยตนเองเล่า?”

เว่ยเส้าเทียนตัวแข็งค้างทันที

[เหตุใดสุดท้ายจึงโยนมาให้ข้าเล่า?!]

ยูรันใช้ศอกสะกิดสีข้างเขา

“น้องชาย ได้ยินแล้วไม่ใช่หรือ?”

“แม่นางหลินเปิดโอกาสให้เจ้าแล้ว รีบพูดเข้าสิ”

เว่ยเส้าเทียนมองหลินเยียนหรู ก่อนหันกลับมามองยูรันซึ่งกำลังยิ้มอย่างสนุกสนาน

[พี่ชาย ท่านเพียงอยากดูเรื่องสนุกเท่านั้นใช่หรือไม่?!]

เว่ยเส้าเทียนยืนตัวแข็งอยู่พักใหญ่ ใบหน้าค่อย ๆ แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เอ่อ...คือว่า...”

เขากำหมัดแน่น รู้สึกว่าการเอ่ยปากครั้งนี้ยากยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับนักฆ่าทั้งแปดเสียอีก

“แม่นางหลิน ข้า...ข้า...”

ยูรันขยับเข้าไปกระซิบข้างหู แต่เสียงกลับดังจนทุกคนได้ยิน

“ชวนนางไปดื่มชา”

เว่ยเส้าเทียนมุมปากกระตุก

“ข้ารู้แล้ว!”

เขาสูดหายใจลึก ก่อนรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้น

“แม่นางหลิน หากคืนนี้ท่านไม่มีธุระ ไม่ทราบว่า...จะยอมไปดื่มชากับข้าสักถ้วยได้หรือไม่?”

กล่าวจบ เว่ยเส้าเทียนก็รีบหลบสายตา ราวกับไม่กล้ามองปฏิกิริยาของนาง

หลินเยียนหรูพิจารณาท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ของเขา ก่อนยกมือปิดริมฝีปากและหัวเราะเบา ๆ

“ในเมื่อคุณชายเว่ยรวบรวมความกล้าเอ่ยปากเชิญด้วยตนเอง ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร?”

เว่ยเส้าเทียนเงยหน้าขึ้นทันที

“แม่นางหมายความว่า...”

“คืนนี้ยามซวี พบกันที่หอชาชมจันทร์”

หลินเยียนหรูตอบพร้อมรอยยิ้ม

“ข้าจะรอ”

กล่าวจบ นางก็หมุนตัวเดินจากไป

ยูรันมองตาม ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อืม ง่ายกว่าที่คิด”

เขาหันกลับมาหาเว่ยเส้าเทียน

“เอาละ น้องชาย จำเอาไว้ คืนนี้เจ้าต้องถามว่านางมีบุตรแล้วหรือยัง บุตรของนางพักอาศัยอยู่ด้วยหรือไม่ กลับมาหานางบ่อยเพียงใด และช่วงนี้ใช้ชีวิตอยู่ในสำนักมากกว่าที่บ้านใช่หรือไม่”

เว่ยเส้าเทียนมองเขาด้วยสีหน้าประหลาด

“เหตุใดต้องถามละเอียดถึงเพียงนั้น?”

“หากบุตรชายของนางไม่อยู่ นั่นแหละคือโอกาสของเจ้า”

ยูรันตบไหล่เขาเบา ๆ

“ส่วนข้าจะนั่งรออยู่ในโถงกลาง ฟังแม่นางสักคนร้องเพลงไปพลาง ๆ”

“คืนนี้เจ้าไปเก็บข้อมูลและจีบนางมาเป็นคนของเจ้าให้ได้ แล้วข้าจะบอกความลับสุดยอดซึ่งเคยสัญญาเอาไว้”

ยูรันยกนิ้วขึ้นอย่างจริงจัง

“และที่สำคัญ พวกเราต้องไปถึงก่อนเวลา บุรุษที่ดีไม่ควรปล่อยให้สตรีเป็นฝ่ายนั่งรอ”


ก่อนยามซวีสองเค่อ

ยูรันกับเว่ยเส้าเทียนเดินทางมาถึงหอชาชมจันทร์ก่อนเวลานัดหมาย

ทั้งสองขึ้นไปนั่งรออยู่บนชั้นสอง โดยยูรันจองห้องส่วนตัวเอาไว้ล่วงหน้าหนึ่งห้อง

“เดี๋ยวพอแม่นางหลินมาถึง เจ้าก็เชิญนางเข้าไปนั่งในห้องส่วนตัว”

ยูรันยื่นถุงเหรียญให้เขา

“ค่าใช้จ่ายข้าออกเอง วันนี้เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน”

เว่ยเส้าเทียนรับถุงเหรียญมา ก่อนพยักหน้าอย่างกดดัน

หลังเข้าสู่ยามซวีได้ไม่นาน หลินเยียนหรูก็เดินขึ้นมายังชั้นสอง

นางสวมชุดยาวสีม่วงอ่อน เส้นผมถูกรวบไว้อย่างเรียบง่าย เมื่อเห็นทั้งสองนั่งรออยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มบางก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ไม่นึกว่าคุณชายทั้งสองจะมาเร็วถึงเพียงนี้”

ยูรันรีบใช้ศอกสะกิดเว่ยเส้าเทียน

เว่ยเส้าเทียนสูดหายใจลึก ก่อนเดินเข้าไปต้อนรับ

“แม่นางหลิน บุรุษย่อมไม่ควรปล่อยให้สตรีเป็นฝ่ายรอนาน”

เขาผายมือไปทางห้องส่วนตัวด้านหลัง

“เชิญเถอะ ข้าได้จองห้องเอาไว้แล้ว หวังว่าแม่นางจะ...เอ่อ...”

เว่ยเส้าเทียนชะงัก ก่อนขยับเข้าไปกระซิบถามยูรัน

“พี่ชาย ประโยคต่อไปเรียกว่าอะไรนะ? ข้าลืม”

ยูรันยกมือกุมหน้าผาก

“ให้เกียรติ”

“อ๋อ ใช่”

เว่ยเส้าเทียนหันกลับไปหาหลินเยียนหรู

“หวังว่าแม่นางจะให้เกียรติ”

หลินเยียนหรูหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ในเมื่อคุณชายเว่ยเตรียมตัวมาถึงเพียงนี้ ข้าย่อมให้เกียรติ”