คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 218 คนพวกนั้นน่ากลัวถึงเพียงนี้เลยหรือ7,197 ตัวอักษร

ตอนที่ 218 คนพวกนั้นน่ากลัวถึงเพียงนี้เลยหรือ

ยูรันกับหลิวรั่วหลานนั่งลงร่วมโต๊ะ

ยูรันเข้าเรื่องทันที

“เอาละ ในเมื่อแม่นางหลินเดินเที่ยวอย่างสบายใจแล้ว ข้าก็ขอเข้าเรื่องจริงจังสักหน่อย”

หลินเยียนหรูมองเขา

“เรื่องอะไรหรือ?”

“ไม่มาก ข้าจะถามเพียงสองเรื่อง”

“หากเป็นเรื่องที่ข้ารู้ ข้าจะตอบให้”

ยูรันพยักหน้า

“อืม เรื่องแรกเกี่ยวกับสำนักกระบี่ทลายฟ้า เจ้าเคยได้ยินลูกชายเล่าเรื่องภายในสำนักให้ฟังบ้างหรือไม่?”

“อย่างเช่นสำนักมีของวิเศษแปลกประหลาดอะไรบ้าง ร่ำรวยเพียงใด หรือมีเรื่องน่าสนใจอะไรทำนองนั้น”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวถึงเรื่องที่สอง

“สุดท้าย เจ้าเคยได้ยินเรื่องผลึกสีม่วงเข้มออกดำเล็กน้อยบ้างหรือไม่?”

หลินเยียนหรูนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ผลึกสีม่วงดำ...”

“เมื่อสองเดือนก่อน ลูกชายข้าเคยเล่าว่าสำนักนำของประหลาดชิ้นหนึ่งกลับมาจากหุบเขาทางเหนือ ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันคือสิ่งใด แม้แต่เจ้าสำนักยังไม่สามารถทำลายหรือหลอมมันได้”

ยูรันโน้มตัวไปข้างหน้าทันที

“ตอนนี้มันอยู่ที่ใด? มีขนาดใหญ่เพียงใด? แล้วเจ้ามั่นใจหรือว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน?”

หลินเยียนหรูพยักหน้า

“ข้ามั่นใจว่าเป็นช่วงสองเดือนก่อน ส่วนขนาดของมัน ลูกชายข้าบอกว่าใหญ่ประมาณกำปั้น”

“หลังจากนำกลับมา พวกเขาเก็บมันเอาไว้ภายในคลังสมบัติของสำนัก แต่ตอนนี้ยังอยู่ที่เดิมหรือไม่ ข้าเองก็ไม่ทราบ”

ยูรันเอนหลังกลับ ก่อนใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ

[อืม สองเดือนก่อน...ช่วงเวลาใกล้เคียงกันพอดี หมายความว่าเริ่มออกมาใหม่? หรือไม่ก็พึ่งออกมา]

“น่าสนใจ และยุ่งยากในเวลาเดียวกัน”

เว่ยเส้าเทียนขมวดคิ้ว

“ท่านตามหามันด้วยเหตุใด? หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับดวงตาของท่าน?”

“ไม่เกี่ยว”

ยูรันเอนหลังพิงเก้าอี้

“เมื่อประมาณสองเดือนก่อน ข้าเคยพบผลึกแบบเดียวกันภายในทะเลสาบแห่งหนึ่งบนภูเขาทางใต้ มันทำให้สัตว์อสูรบริเวณนั้นกลายพันธุ์และคลุ้มคลั่ง”

“หลังจากนั้นข้ายังพบมันอีกครั้งภายในพรรคมารแห่งหนึ่ง”

สีหน้าของทั้งสามคนเปลี่ยนไปทันที

ยูรันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พวกเจ้าจำเอาไว้ หากพบผลึกชนิดนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็จงหนีออกมาให้เร็วที่สุด”

“เพียงสัมผัสกลิ่นอายของมัน ร่างกายก็อาจเกิดการกลายพันธุ์ หากรุนแรงหน่อยก็ตายได้ทันที”

เว่ยเส้าเทียนถามขึ้น

“แล้วท่านคิดจะทำอย่างไรกับมัน?”

“ข้าจะไปเก็บมันด้วยตัวเอง”

ยูรันยกถ้วยชาขึ้นจิบ

“เรื่องทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้”

“แล้วแม่นางหลินไม่เคยได้ยินลูกชายเล่าเรื่องของวิเศษอื่นภายในสำนักบ้างเลยหรือ?”

ยูรันลูบคางอย่างใช้ความคิด

“ไหน ๆ ก็ต้องเข้าไปเก็บผลึกนั่นแล้ว ข้าว่าจะแอบขโมยสมบัติของสำนักติดมือกลับมาสักหน่อย”

“……”

ทั้งโต๊ะตกอยู่ในความเงียบ

หลิวรั่วหลานมองเขาอย่างตกตะลึง ส่วนเว่ยเส้าเทียนถึงกับยกมือกุมหน้าผาก

หลินเยียนหรูถามอย่างไม่อยากเชื่อหู

“คุณชายยู ท่านคิดจะขโมยสมบัติของสำนัก แต่กลับมาถามข้อมูลจากมารดาของศิษย์สำนักนั้นตรง ๆ เลยหรือ?”

ยูรันพยักหน้า

“ใช่ แล้วมีอะไรบ้าง?”

หลินเยียนหรูส่ายหน้า

“ข้าเคยได้ยินลูกชายพูดถึงผลึกชิ้นนั้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนของวิเศษอื่น ข้าไม่เคยได้ยินเลย”

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสริม

“อีกอย่าง ดูเหมือนช่วงนี้สำนักกระบี่ทลายฟ้ากำลังถังแตก”

ยูรันนิ่งค้างไปทันที

“ถังแตก?”

หลินเยียนหรูพยักหน้า

“ใช่”

ยูรันถอนหายใจ

“เฮ้อ ตอนแรกข้ามีสองคำถาม แต่พอได้ฟังคำตอบแล้ว ตอนนี้กลับยังเหลืออีกสองคำถามอยู่ดี หวังว่าแม่นางหลินจะไม่ถือสา”

“คุณชายถามมาเถอะ”

ยูรันวางถ้วยชาลง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าลูกชายของเจ้าส่งคนไปสังหารคุณชายเว่ย?”

“หากเมื่อวานเขาไม่ได้พบข้า ตอนนี้เขาคงตายไปแล้ว”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเยียนหรูค่อย ๆ เลือนหายไป

นางหันไปมองเว่ยเส้าเทียน ก่อนกำถ้วยชาในมือแน่นขึ้น

“ข้ารู้ว่าเรื่องของคุณชายเว่ยน่าจะเกี่ยวข้องกับลูกชายของข้า”

“แต่เรื่องที่เขาส่งนักฆ่าออกไป ข้าเพิ่งได้ยินจากท่านเป็นครั้งแรก”

ยูรันขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แน่ใจหรือ? เมื่อวานน้องชายไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าฟังแล้วหรือ?”

เขาหันไปทางเว่ยเส้าเทียน

“หรือเจ้าบอกนางเพียงว่าถูกนักฆ่าไล่ล่า แต่ไม่ได้บอกว่าใครอยู่เบื้องหลัง?”

เว่ยเส้าเทียนพยักหน้า

“ข้าบอกเพียงว่าถูกนักฆ่าตามสังหารเท่านั้น ยังไม่ได้กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของฉู่เสวียนเทียน เพราะข้าไม่มีหลักฐานแน่ชัด”

“อ๋อ เช่นนี้เอง”

ยูรันหันกลับไปหาหลินเยียนหรู

“ถ้าเช่นนั้น ตอนนี้เจ้าก็รู้แล้ว”

หลินเยียนหรูตอบโดยไม่ลังเล

“ข้าจะไม่เข้าข้างลูกชาย หากเขาเป็นผู้ส่งนักฆ่าไปจริง ท่านจะจัดการเขาอย่างไรก็เอาตามที่เห็นสมควร”

ยูรันพยักหน้าช้า ๆ

“อืม แล้วถ้าข้าบั่นคอเขา”

บรรยากาศภายในโต๊ะพลันเงียบลง

เว่ยเส้าเทียนกับหลิวรั่วหลานต่างมองหลินเยียนหรู ส่วนมือที่ถือถ้วยชาของนางสั่นไหวเล็กน้อย

ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงตอบออกมา

“ในฐานะมารดา ข้าย่อมไม่อาจมองลูกชายของตนถูกสังหารโดยไม่รู้สึกอะไรได้”

“หากเป็นไปได้ ข้าย่อมอยากขอให้ท่านไว้ชีวิตเขา”

หลินเยียนหรูสบตายูรันตรง ๆ

“แต่หากเขาคิดสังหารผู้อื่นจริง เขาก็ต้องเตรียมใจรับผลจากสิ่งที่ตนเองกระทำเช่นกัน”

หลิวรั่วหลานมองยูรันด้วยความตกใจ

[คุณชายคิดจะฆ่าคนจริงหรือ? แต่เขาดูไม่เหมือนคนที่จะฆ่าผู้อื่นอย่างง่ายดายเลย]

ยูรันส่ายหน้า

“ข้าไม่ได้ถามว่าข้าสามารถบั่นคอเขาได้หรือไม่”

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ข้าถามว่าหากข้าบั่นคอเขาแล้ว เจ้าจะเสียใจหรือไม่”

ยูรันหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวอย่างชัดเจน

“เพราะลูกชายของเจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน”

ใบหน้าของหลินเยียนหรูพลันซีดลง

เว่ยเส้าเทียนชะงัก ขณะที่หลิวรั่วหลานไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง

หลินเยียนหรูก้มมองถ้วยชาในมืออยู่นาน ก่อนตอบออกมาเบา ๆ

“เสียใจสิ”

“ไม่ว่าเขาจะทำผิดเพียงใด เขาก็ยังเป็นลูกชายของข้า”

นางเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

“แต่ข้าจะไม่ใช้ความเสียใจของตนเองเป็นข้ออ้างเพื่อบังคับให้ผู้ที่เขาคิดสังหารยกโทษให้เขา”

ยูรันพยักหน้าช้า ๆ

“อืม น่าสนใจ”

“เจ้าเองก็นับว่าเป็นมารดาที่ดี อย่างน้อยก็ยังแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ ไม่เหมือนเดนมนุษย์บางคนที่เอาแต่ปกป้องลูกของตนโดยไม่สนว่ามันไปทำอะไรเอาไว้”

หลินเยียนหรูยิ้มอย่างขมขื่น

“หากข้าเป็นมารดาที่ดีจริง เขาคงไม่เติบโตขึ้นมากลายเป็นคนเช่นนี้”

“ไม่เกี่ยว”

ยูรันตอบทันที

“บิดามารดาและครูบาอาจารย์มีหน้าที่สั่งสอนก็จริง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง”

“หากคนผู้หนึ่งเกิดมาเพื่อเป็นเดรัจฉาน ต่อให้สั่งสอนเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง

“เหมือนกับศิษย์พี่ของข้า ไม่ว่าอาจารย์จะพยายามสั่งสอนอย่างไรก็ไม่เคยได้ผล”

“หากเขาได้พบท่าน เขาย่อมไม่สนใจว่าท่านเคยมีสามีหรือไม่ ขอเพียงท่านงดงามในสายตาของเขา เขาก็พร้อมทำให้ท่านกลายเป็นเตาหลอมมนุษย์ของตน”

ยูรันส่ายหน้า

“ไม่สิ ไม่ใช่แค่ท่าน แต่เป็นสตรีทุกคนต่างหาก”

“ลูกชายของท่านเองก็ไม่ได้แตกต่างจากศิษย์พี่ของข้ามากนัก เขาเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คู่หมั้นของน้องชายถอนหมั้น ทั้งยังส่งนักฆ่ามาสังหารเจ้าตัวอีกด้วย”

ยูรันมองหลินเยียนหรู

“สิ่งที่ข้าต้องการจะบอกก็คือ คนเช่นนี้เลือกเส้นทางของตนเองไปแล้ว ต่อให้ผู้เป็นมารดาสั่งสอนดีเพียงใดก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนเขาได้”

“ท่านเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดหรือไม่?”

คำพูดของยูรันทำให้ทั้งโต๊ะตกอยู่ในความเงียบ

หลินเยียนหรูตัวแข็งค้าง ใบหน้าซึ่งเดิมซีดอยู่แล้วกลับยิ่งไร้สีเลือด

นางไม่เคยคิดว่าหากพบคนอย่างศิษย์พี่ของยูรัน ตนเองอาจถูกจับไปเป็นเตาหลอมมนุษย์เพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก

มือของนางกำถ้วยชาแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว

“เพียงเพราะข้างดงามในสายตาของเขา เขาก็จะทำลายชีวิตข้าอย่างนั้นหรือ?”

“ถูกต้อง”

ยูรันตอบโดยไม่ลังเล

เว่ยเส้าเทียนมีสีหน้ามืดครึ้ม เขานึกถึงสิ่งที่ฉู่เสวียนเทียนทำกับตนเอง ก่อนกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

[เพียงเพราะต้องการแย่งชิงสตรีผู้หนึ่ง ถึงกับส่งคนมาสังหารข้า...]

[หากไม่มีพี่ชาย ข้าคงตายไปแล้วจริง ๆ]

หลิวรั่วหลานยกมือปิดปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

ก่อนหน้านี้นางยังสงสัยว่าเหตุใดยูรันจึงกล่าวถึงการฆ่าคนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่เมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมด ความคิดนั้นก็เริ่มสั่นคลอน

[คนพวกนั้นน่ากลัวถึงเพียงนี้เลยหรือ?]

[หากเป็นข้าแล้วบังเอิญถูกคนแบบนั้นหมายตา...ข้าจะหนีรอดหรือไม่?]

หลินเยียนหรูหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาว

“ข้าเข้าใจแล้ว”

นางลืมตาขึ้นอีกครั้งและมองเว่ยเส้าเทียน

“หากลูกชายของข้าเลือกเดินบนเส้นทางเช่นนั้นจริง ต่อให้ต้องพบจุดจบเพราะสิ่งที่ตนเองกระทำ ข้าก็ไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษผู้ใด”