คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 224 เขาปลอบคนแบบนี้หรือ7,459 ตัวอักษร

ตอนที่ 224 เขาปลอบคนแบบนี้หรือ

หลังจากนั้นไม่นาน แขนกับขาที่เหลือของฉู่เสวียนเทียนก็ถูกนำออกไปจนครบ

บัดนี้เขากลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์ เหลือเพียงลำตัวนอนสั่นอยู่กลางลานประลอง

“ท่านแม่! ช่วยข้าด้วย!”

ฉู่เสวียนเทียนร้องโวยวาย ก่อนพยายามใช้ลำตัวดิ้นลากตนเองเข้าไปหาหลินเยียนหรูอย่างน่าเวทนา

ยูรันมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจ

“อืม การซ้ำเติมคนที่หมดทางสู้ไม่ใช่นิสัยของข้าเสียด้วยสิ”

“เอาละ เรื่องของเจ้านับว่าจบแล้ว”

จากนั้นเขาก็หันไปมองคู่ต่อสู้ที่เหลือ

“ต่อไปยังเหลืออีกสองคนสินะ”

เว่ยจงเฉิงกับเฉินจื่อหาวสะดุ้งพร้อมกัน

ที่จริงเฉินจื่อหาวฟื้นขึ้นมาตั้งนานแล้ว แต่หลังเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉู่เสวียนเทียน เขาจึงแกล้งนอนหมดสติต่อโดยไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

เมื่อรู้ว่ายูรันไม่คิดปล่อยผ่าน เขาก็รีบลุกขึ้นแล้วคุกเข่าลงทันที

“คุณชายยู โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”

“ข้ายอมแพ้แล้ว! ข้าไม่กล้าหาเรื่องท่านอีกแล้ว!”

ยูรันมองเขาด้วยความสงสัย

“แกจะขอชีวิตกับข้าไปทำไม?”

“ข้าไม่ได้คิดจะฆ่าใครเสียหน่อย”

เขาลูบคาง ก่อนกล่าวอย่างจริงจัง

“อีกอย่าง ข้าเองก็ไม่ได้ชอบฆ่าคนด้วยสิ”

ทุกคนรอบลานมองฉู่เสวียนเทียนซึ่งไม่มีแขนขาเหลืออยู่ ก่อนหันกลับมามองยูรันอีกครั้ง

ความคิดเดียวกันปรากฏขึ้นในใจของทุกคนโดยพร้อมเพรียง

[ถามจริง?]

[หากจะทำกันถึงเพียงนี้ สังหารทิ้งไปเลยยังจะเมตตากว่าอีกไม่ใช่หรือ?!]

หลิวรั่วหลานรวบรวมความกล้า ก่อนกล่าวขึ้นอย่างหวาดหวั่น

“คุณชายยูเจ้าคะ พอเพียงเท่านี้ดีหรือไม่?”

“คือว่า...พวกเขาก็ได้รับบทเรียนแล้ว...”

ยูรันหันมาทางนาง

“อืม หากข้าหยุดตอนนี้ก็เท่ากับว่าข้าผิดคำพูดสิ”

เขาชี้ไปทางคนทั้งสาม

“ในเมื่อพวกเราพนันกันเอาไว้สามคน ข้าก็ต้องจัดการให้ครบทั้งสามคน จะเลือกปฏิบัติได้อย่างไร?”

จากนั้นยูรันก็หันไปทางหลินเยียนหรู

“อีกอย่าง แม่นางหลินเองก็อุตส่าห์กล่าวเอาไว้แล้วว่าคำพูดย่อมเป็นคำพูด ข้าจะไม่รักษาสัจจะได้อย่างไร?”

หลินเยียนหรูตัวแข็งค้าง

นางไม่คิดเลยว่าคำพูดของตนจะถูกยูรันนำมาใช้เป็นเหตุผลจัดการอีกสองคนต่อ

ยูรันถอนหายใจยาว ราวกับตนเองเป็นฝ่ายถูกบีบบังคับ

“เฮ้อออออออออ!”

“ทำเช่นนี้ข้าเองก็ลำบากใจเหมือนกันนะ”

“……”

ผู้คนรอบลานต่างมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า

[ลำบากใจตรงไหนกัน?]

[ตั้งแต่เริ่มมา คนที่ลงมืออย่างมีความสุขที่สุดก็คือเจ้าไม่ใช่หรือ?!]

ยูรันพยักหน้ากับตนเอง

“อืม ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องรักษาคำพูด จะให้กลับคำตอนนี้คงไม่ได้”

จากนั้นเขาก็หันไปทางหลิวรั่วหลาน

“อีกอย่าง เรื่องนี้เป็นผลดีกับพวกเจ้าไม่ใช่หรือ?”

“คุณชายเฉินตามรังควานเจ้าอยู่ไม่ใช่หรืออย่างไร? ดูจากนิสัยแล้ว คนอื่นเองก็คงเคยถูกเขารังแกเหมือนกัน”

ยูรันชี้ไปทางเฉินจื่อหาว

“หากข้านำแขนขาของเขาไป ต่อจากนี้เขาก็จะสร้างความลำบากให้พวกเจ้าไม่ได้อีก”

“เขายังมีเวลาตั้งใจบำเพ็ญเพียรมากขึ้นด้วยนะ”

เฉินจื่อหาวหน้าซีดเผือด

“เดี๋ยวก่อน เรื่องนั้นข้า—”

ยูรันไม่สนใจและกล่าวต่อ

“ในอนาคตหากประพฤติตัวดี เขาก็ยังมีโอกาสได้แขนขากลับคืนมา ข้าไม่ได้ทำลายตบะหรือรากฐานการบำเพ็ญของเขาเสียหน่อย”

“นี่เรียกว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย”

จากนั้นยูรันก็ชี้ไปทางฉู่เสวียนเทียน

“ส่วนเจ้านั่น หากว่าที่ภรรยาของเขาตั้งใจดูแลสักหน่อยก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร”

“ผู้บำเพ็ญไม่จำเป็นต้องใช้แขนขาในการโคจรพลังปราณ ต่อให้นอนอยู่เฉย ๆ ก็ยังฝึกฝนต่อได้”

“ไม่ต้องออกไปทำงาน ไม่ต้องต่อสู้ ไม่ต้องเดินทาง”

ยูรันพยักหน้าอย่างจริงจัง

“สบายจะตายไป”

ทั่วทั้งลานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงซุบซิบจะเริ่มดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชม

“ฟังดูเหมือนจะมีเหตุผลนะ...”

“ข้าเองก็เคยถูกฉู่เสวียนเทียนกดขี่”

“คุณชายเฉินชอบใช้อำนาจข่มเหงคนอื่นจริง ข้าเคยเห็นมากับตา”

“ส่วนตระกูลเว่ยก็ไม่เคยเห็นหัวคนทั่วไปอยู่แล้ว”

“หากคนพวกนี้ไม่มีแขนขา เมืองของพวกเราอาจสงบขึ้นจริง ๆ ก็ได้”

เสียงเห็นด้วยเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จนสีหน้าของเฉินจื่อหาวกับเว่ยจงเฉิงยิ่งซีดลงกว่าเดิม

เจียงชิงหรานหันไปมองฉู่เสวียนเทียนซึ่งไร้แขนขา ก่อนสีหน้าจะซับซ้อนขึ้นทันที

เฉินจื่อหาวทนฟังต่อไปไม่ไหว เขารีบลุกขึ้นวิ่งมาหายูรัน ก่อนทรุดตัวลงกอดขาอีกฝ่ายเอาไว้แน่น

“คุณชายยู โปรดเมตตาข้าด้วย!”

“ข้าไม่อยากกลายเป็นคนพิการ!”

เขาเงยหน้าขึ้นอ้อนวอน น้ำตาแทบไหลออกมา

“ข้าสัญญาว่าต่อจากนี้จะไม่รังควานแม่นางหลิวอีก ไม่สิ ข้าจะไม่รังแกผู้ใดอีกแล้ว!”

“ข้ายินดีมอบเงินให้ท่าน จะหนึ่งล้านหรือสิบล้านเหรียญก็ได้ ขอเพียงท่านไว้แขนขาของข้า!”

ยูรันก้มมองเขา

“ตอนรับคำพนัน เหตุใดแกไม่คิดถึงเรื่องนี้?”

“ตอนนั้นข้าเลอะเลือนไปชั่วขณะ!”

เฉินจื่อหาวยิ่งกอดขาเขาแน่นกว่าเดิม

“ข้าผิดไปแล้ว! ข้ายอมรับผิดทุกอย่าง!”

ยูรันลองสะบัดขา แต่เฉินจื่อหาวยังคงเกาะเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยขาข้าก่อน น่าเกลียดชะมัด”

“ไม่ปล่อย! หากท่านไม่รับปาก ข้าก็ไม่ปล่อยเด็ดขาด!”

ยูรันถอนหายใจ ก่อนหันไปทางหลิวรั่วหลาน

“เจ้าจะเอาอย่างไร?”

หลิวรั่วหลานชะงัก

“ให้ข้าเป็นคนตัดสินหรือเจ้าคะ?”

“เขาตามรังควานเจ้าไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นเจ้าก็ตัดสินเอง”

เฉินจื่อหาวรีบหันไปอ้อนวอนนาง

“รั่วหลาน ช่วยพูดให้ข้าที! ข้าสัญญาว่าจะไม่รบกวนเจ้าอีกแล้ว!”

หลิวรั่วหลานมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ

“ข้าไม่ต้องการให้เขากลายเป็นคนพิการ”

“ขอเพียงให้เขาสาบานว่าจะไม่รังควานข้าหรือข่มเหงผู้อื่นอีก และชดใช้ให้ผู้ที่เคยได้รับความเดือดร้อนจากเขาก็พอ”

ยูรันพยักหน้า

“อืม ได้ยินแล้วใช่ไหม?”

เฉินจื่อหาวรีบพยักหน้ารัว ๆ

“ได้ยินแล้ว! ข้ายอมทำทุกอย่าง!”

“เช่นนั้นก็ปล่อยขาข้าเสียที”

ยูรันสะบัดขาจนเฉินจื่อหาวกลิ้งออกไป

“วันนี้ถือว่าแม่นางหลิวช่วยรักษาแขนขาของแกเอาไว้”

เฉินจื่อหาวรีบพยักหน้ารัว ๆ

“ได้ยินแล้ว! ข้ายอมทำทุกอย่าง!”

“เช่นนั้นก็ปล่อยขาข้าเสียที”

ยูรันสะบัดขา ส่งเฉินจื่อหาวกลิ้งออกไปหลายรอบ ก่อนหันไปทางเว่ยเส้าเทียน

“แล้วเจ้าล่ะจะเอาอย่างไร?”

เขาชี้ไปทางเว่ยจงเฉิง

“ถึงอย่างไรเขาก็เป็นบิดาของเจ้า ข้ายกให้เจ้าเป็นคนตัดสิน”

ยูรันหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวแนะนำอย่างจริงใจ

“แต่ข้าแนะนำให้ตัดแขนขา”

เว่ยจงเฉิงหน้าซีดลงทันที

“เดี๋ยวข้าตัดให้เรียบร้อยเอง รับรองว่าเนียนกว่าฉู่เสวียนเทียนแน่นอน”

ยูรันทำท่าตัดแปะด้วยมือ

“บิดาเจ้าอยู่ก่อวิญญาณทารกขั้นสูงแล้วไม่ใช่หรือ? ภายหลังเมื่อทะลวงถึงขอบเขตแปลงเทพ การนำแขนขากลับมาต่อก็ง่ายดายราวกับตัดแปะ”

“ถือเสียว่าเป็นแรงผลักดันให้เขาตั้งใจบำเพ็ญเพียร”

เว่ยจงเฉิงรีบหันไปหาบุตรชาย

“เส้าเทียน! ข้าเป็นบิดาของเจ้านะ!”

เว่ยเส้าเทียนมองบิดาอยู่นาน ก่อนถอนหายใจออกมา

“ปล่อยเขาไปเถอะพี่ชาย”

ยูรันเอียงศีรษะ

“แน่ใจนะ? โอกาสดี ๆ แบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ เลยนะ”

“ข้าแน่ใจ”

เว่ยเส้าเทียนพยักหน้า

“ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังเป็นบิดาของข้า วันนี้ข้าจะให้อภัยเขาเป็นครั้งสุดท้าย”

ยูรันยักไหล่

[อืม เป็นคนดีจริง ๆ]

[เฮ้อ น่าเสียดาย]

“เอาเถอะ ตามใจเจ้า”

จากนั้นยูรันก็หันไปทางเจียงชิงหราน

“เจียงชิงหราน เจ้ายังยืนรออะไรอยู่?”

เขาชี้ไปทางฉู่เสวียนเทียนซึ่งนอนเหลือเพียงลำตัวอยู่กลางลาน

“รีบแบกสามีของเจ้ากลับจวนตระกูลฉู่สิ จะปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้หรือ?”

“เป็นภรรยาที่ใช้ไม่ได้เลยนะ”

เจียงชิงหรานมองฉู่เสวียนเทียนด้วยใบหน้าซีดเผือด ก่อนกัดฟันเดินเข้าไปประคองเขาขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

ยูรันหันกลับไปทางเว่ยจงเฉิง

“วันนี้แกรอดไปนะตาแก่”

“ไม่สนุกเลย”

เว่ยจงเฉิงไม่กล้าตอบโต้แม้แต่คำเดียว รีบถอยกลับเข้าไปในกลุ่มคน

ยูรันกวาดมองผู้ชมรอบลาน ก่อนโบกมือ

“วันนี้เท่านี้แหละ แยกย้ายได้”

จากนั้นเขาก็หันไปหาเว่ยเส้าเทียน

“ส่วนพวกเรา ไปกันเถอะ”

เว่ยเส้าเทียนชะงัก

“ไปที่ใดหรือพี่ชาย?”

“ตระกูลฉู่สิ”

ยูรันตอบราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

“พวกเรายังมีเรื่องต้องคุยกับพวกเขาอีก”

ภายในห้องพักของตระกูลฉู่ ฉู่เสวียนเทียนกำลังนอนร้องไห้อยู่บนเตียงไม่หยุด

แขนขาทั้งสี่ของเขาหายไปโดยสมบูรณ์ แม้ยูรันจะช่วยปิดบาดแผลและระงับความเจ็บปวดให้แล้ว แต่สภาพของตนเองในตอนนี้ก็ยังทำให้เขารับความจริงไม่ได้

ภายในห้องมีเจียงชิงหราน ยูรัน เว่ยเส้าเทียน หลินเยียนหรู และหลิวรั่วหลานอยู่พร้อมหน้า

ยูรันเพิ่งสังเกตเห็นหลิวรั่วหลาน จึงหันไปถามด้วยความสงสัย

“อืม แม่นางหลิว เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

หลิวรั่วหลานมีท่าทางอึกอัก

“อะ...เอ่อ ข้าเพียงอยากตามมาด้วยเจ้าค่ะ”

ยูรันพยักหน้าช้า ๆ

[อืม ชัดเจนแล้ว นางต้องชอบข้าแน่ ๆ]

[เงินสองแสนเหรียญซื้อจิตใจของสตรีได้จริงด้วย]

ระหว่างนั้น ฉู่เสวียนเทียนยังคงร้องไห้คร่ำครวญอยู่บนเตียง

“แขนข้าหายไปแล้ว...ข้ากลายเป็นคนพิการแล้ว...”

ยูรันเริ่มรำคาญ จึงเดินเข้าไปหา

“ไอ้โง่นี่ก็ร้องอยู่ได้ ข้าระงับความเจ็บปวดให้แล้วไม่ใช่หรือ?”

“เลิกร้องเสียที”

ป้าบ!

ยูรันตบหน้าฉู่เสวียนเทียนไปหนึ่งครั้ง

เสียงร้องไห้หยุดลงทันที

ทุกคนภายในห้องมองยูรันด้วยสีหน้าว่างเปล่า

[เขาปลอบคนแบบนี้หรือ?!]