ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 225 เหมือนจะเรียกว่า...เนตรมารบรรพกาล
ยูรันมองฉู่เสวียนเทียนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนำแขนขาทั้งสี่ออกมาจากช่องเก็บของ
“เอาละ อยู่นิ่ง ๆ”
เขานำแขนขาแต่ละข้างกลับมาต่อเข้ากับตำแหน่งเดิม ก่อนปลดปล่อยพลังของผนึกร้อยชีวิตออกมา
วูบ!
กลิ่นอายแห่งชีวิตไหลผ่านร่างของฉู่เสวียนเทียน เส้นเลือด กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นชีพจรที่ขาดออกจากกันเริ่มเชื่อมประสานอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่กี่ลมหายใจ แขนขาทั้งสี่ก็กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ราวกับไม่เคยถูกกระชากออกไปตั้งแต่แรก
ทุกคนภายในห้องยืนแข็งค้าง
ฉู่เสวียนเทียนลองขยับนิ้ว ก่อนลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความตื่นเต้น
“ข้าลุกเดินได้แล้—”
ป้าบ!
ยูรันตบหน้าเขาอีกครั้งจนกลับไปนั่งบนเตียง
“จะโวยวายทำไมนัก?”
“ทำเหมือนไม่เคยมีแขนข้ามาก่อนอย่างนั้นแหละ”
ฉู่เสวียนเทียนยกมือกุมแก้ม ไม่กล้าส่งเสียงอีก
ยูรันลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเขา
“เอาละ ข้ามีคำถามจะถามเจ้าสักหน่อย”
“หากตอบได้ แขนขาพวกนี้ก็ยังเป็นของเจ้า”
เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“แต่หากตอบไม่ได้ ข้าคงต้องเอาพวกมันคืน”
ฉู่เสวียนเทียนรีบพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว ข้าจะตอบทุกอย่าง!”
“ขอเพียงอย่าเอาแขนขาของข้าไปอีก!”
ยูรันเอนหลังพิงเก้าอี้
“แกส่งคนไปสังหารเว่ยเส้าเทียนทำไม?”
ฉู่เสวียนเทียนรีบส่ายหน้า
“ข้าไม่ได้ส่งนะ!”
“ห๊ะ?”
ทุกคนภายในห้องอุทานออกมาพร้อมกัน
ยูรันหรี่ตาลง
“หืม เช่นนั้นแกกำลังจะบอกว่าเป็นฝีมือของเจ้าสำนักกระบี่ทลายฟ้าสินะ?”
“ใช่!”
ฉู่เสวียนเทียนกล่าวอย่างร้อนรน
“เจ้าสำนักเป็นผู้ส่งนักฆ่าพวกนั้นไป เขาต้องการไข่มุกสมุทรคราม แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการนำมันไปทำอะไร”
“ข้ากับชิงหรานถูกเขาข่มขู่ พวกเราไม่มีทางเลือก!”
หลินเยียนหรูขมวดคิ้ว
“เขาใช้สิ่งใดข่มขู่เจ้า?”
ฉู่เสวียนเทียนหันไปมองนาง ดวงตาเริ่มแดงก่ำ
“เขาบอกว่าหากข้าไม่ทำตาม เขาจะจับท่านแม่ไปเป็นเตาหลอมและย่ำยีท่านจนไม่เหลือความเป็นคน!”
สีหน้าของหลินเยียนหรูเปลี่ยนไปทันที
“ส่วนชิงหรานเองก็ถูกข่มขู่ว่าจะถูกนำไปเป็นเตาหลอมเช่นกัน นางจึงต้องหาวิธียกเลิกการหมั้นหมายเพื่อเอาไข่มุกมา”
“ประจวบเหมาะกับที่ตบะของพี่ชายเว่ยหายไปพอดี พวกเราจึงใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างถอนหมั้น”
ฉู่เสวียนเทียนหันไปหาเว่ยเส้าเทียน
“พวกเราไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ!”
“พี่ชายเว่ย ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย!”
เว่ยเส้าเทียนยืนแข็งค้าง ก่อนหันไปมองเจียงชิงหราน
นางก้มหน้าลงและกำชายเสื้อแน่น แต่ไม่ได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว
ยูรันใช้สัมผัสตรวจสอบฉู่เสวียนเทียนกับเจียงชิงหรานอย่างละเอียด ก่อนพบว่าทั้งสองไม่ได้โกหก
[โอ้ ๆ หักมุมสุด ๆ]
[อืม น่าสนใจ เจ้าสำนักกระบี่ทลายฟ้าน่าจะรู้ว่าไข่มุกสมุทรครามใช้ปลุกกายาของเว่ยเส้าเทียนได้]
[หากกายาตื่นขึ้น เว่ยเส้าเทียนจะกลับสู่ก่อวิญญาณทารกทันที และอาจแข็งแกร่งจนเจ้าสำนักควบคุมไม่ได้]
[เพราะแบบนั้นจึงต้องรีบสังหารเขาก่อนที่เจ้าตัวจะรู้ความจริง แล้วบังคับให้ฉู่เสวียนเทียนกับเจียงชิงหรานช่วยนำไข่มุกออกมา]
[แต่บังเอิญไอ้แก่จากตระกูลเว่ยเป็นพวกขยะ พอเห็นอีกฝ่ายมีเบื้องหลังก็รีบยกไข่มุกให้เสียเอง เรื่องเลยง่ายกว่าที่คิด]
ยูรันลูบคาง ก่อนพึมพำออกมา
“อืม ดูเหมือนเรื่องนี้จะสนุกกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มาก”
เว่ยเส้าเทียนหันมาหายูรันด้วยความสงสัย
“พี่ชาย ท่านรู้อยู่แล้วหรือว่าเขาถูกบังคับ จึงนำแขนขากลับมาต่อคืนให้?”
“เปล่า ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?”
ยูรันตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ข้าเพียงเดาเอาเท่านั้น”
เขาชี้ไปทางฉู่เสวียนเทียนกับเจียงชิงหราน
“ตอนทั้งสองคนเดินเข้ามา สีหน้าดูเหมือนต้องการหาเรื่องก็จริง แต่แววตากลับไม่ได้มีความเกลียดชังหรือเจตนาสังหารอย่างที่ควรจะเป็น”
“ข้าจึงคิดว่าเรื่องนี้อาจมีอะไรซ่อนอยู่”
ยูรันหยิบขนมบนโต๊ะขึ้นมากินอีกชิ้น
“อีกอย่าง ฉู่เสวียนเทียนอยู่เพียงสร้างรากฐานขั้นสูง นักฆ่าแก่นทองคำตั้งแปดคนจะยอมรับคำสั่งจากเขาเพื่อมาสังหารคนผู้หนึ่งจริงหรือ?”
“ไม่ว่าอย่างไรก็ดูแปลกเกินไป”
เว่ยเส้าเทียนนิ่งคิด ก่อนพบว่าเรื่องทั้งหมดไม่สมเหตุสมผลจริง ๆ
ยูรันหันไปทางเจียงชิงหราน
“ดูเหมือนอดีตคู่หมั้นของเจ้ายังรักเจ้าอยู่นะ”
เจียงชิงหรานเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาของนางแดงก่ำ แต่ยังคงไม่กล่าวอะไร
ยูรันถอนหายใจ
“อืม น่าเสียดาย”
หลิวรั่วหลานมองเขาด้วยความสงสัย
“คุณชายเสียดายเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”
“การที่พวกเขายังรักกันอยู่ก็นับเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ?”
“เฮ้อ”
ยูรันส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
“ข้าอุตส่าห์กำลังจะได้แม่นางหลินมาเป็นน้องสะใภ้อยู่แล้วเชียว”
ทุกคนภายในห้องชะงักพร้อมกัน
ยูรันกล่าวต่อด้วยความเสียดายอย่างจริงใจ
“แผนของข้าที่จะให้เว่ยเส้าเทียนพูดกับฉู่เสวียนเทียนว่า ‘เรียกพ่อสิลูก’ กำลังไปได้สวยแท้ ๆ”
“สุดท้ายกลับเกิดเรื่องหักมุมจนแผนพังไม่เป็นท่าเสียได้”
“……”
หลิวรั่วหลานอ้าปากค้าง นางคิดว่าคำว่าเสียดายของยูรันต้องเกี่ยวข้องกับความรักอันน่าเศร้าของทั้งสอง ที่แท้เขากลับเสียดายแผนแก้แค้นพิสดารของตนเอง
เจียงชิงหรานหันไปมองเว่ยเส้าเทียนทันที แววตาเต็มไปด้วยคำถาม
เว่ยเส้าเทียนหน้าแดง ก่อนรีบโบกมือปฏิเสธ
“ไม่ใช่นะ! เรื่องทั้งหมดเป็นความคิดของพี่ชาย ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย!”
ฉู่เสวียนเทียนจ้องเว่ยเส้าเทียนด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“เจ้า...เจ้าคิดจะมาเป็นบิดาเลี้ยงของข้าหรือ?!”
หลินเยียนหรูยกมือปิดใบหน้าซึ่งเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณชายยู เรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาตรง ๆ ก็ได้กระมัง!”
ยูรันยักไหล่
“ไม่เห็นเป็นไร แผนพังไปแล้วนี่”
ยูรันมองทั้งสามคนสลับกัน ก่อนลูบคางอย่างใช้ความคิด
“แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว”
ทุกคนชะงัก
ยูรันชี้ไปทางเว่ยเส้าเทียนกับหลินเยียนหรู
“หากปล่อยให้สองคนนี้ออกไปเที่ยวด้วยกันอีกสักเจ็ดวัน ข้ารับรองว่าพวกเขาได้แต่งงานกันแน่นอน”
เว่ยเส้าเทียนหน้าแดงก่ำ
“พี่ชาย!”
หลินเยียนหรูเองก็ทำตัวไม่ถูก
“คุณชายยู ท่านอย่าพูดเหลวไหลสิ!”
เจียงชิงหรานลุกพรวดขึ้น
“ไม่ได้!”
ฉู่เสวียนเทียนตะโกนตามทันที
“ข้าเองก็ไม่ยอม!”
ยูรันเอียงศีรษะอย่างไม่เข้าใจ
“อืม แกได้บิดาเพิ่มอีกหนึ่งคน ข้าได้น้องสะใภ้เพิ่มสองคน ส่วนน้องชายข้าก็ได้ภรรยาทีเดียวสองคน”
เขากางมือออก
“เรื่องนี้ไม่ดีตรงไหน?”
จากนั้นจึงหันไปทางฉู่เสวียนเทียนกับเจียงชิงหราน
“อีกอย่าง พวกแกสองคนก็ไม่ได้รักกันอยู่แล้วนี่”
“……”
ภายในห้องเงียบลงทันที
เว่ยเส้าเทียนสำลักน้ำลาย
“พี่ชาย เหตุใดเรื่องถึงกลายเป็นว่าข้าต้องแต่งกับทั้งสองคนไปได้?!”
เจียงชิงหรานหน้าแดง ก่อนตวาดอย่างอับอาย
“ใครจะยอมแต่งกับเขากัน!”
หลินเยียนหรูเองก็มองยูรันอย่างพูดไม่ออก
“คุณชายยู ท่านช่วยหยุดจัดการเรื่องแต่งงานของผู้อื่นตามใจชอบเสียทีเถอะ”
ส่วนฉู่เสวียนเทียนกำลังพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์
“เดี๋ยวก่อน...”
“หากเป็นเช่นนั้น เว่ยเส้าเทียนจะกลายเป็นทั้งบิดาเลี้ยงและอดีตคู่หมั้นของว่าที่ภรรยาข้าพร้อมกันไม่ใช่หรือ?!”
ยูรันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงเช่นนี้น่าสนใจจะตายไป”
ฉู่เสวียนเทียนนิ่งคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“อืม ข้าเห็นด้วย”
“น่าสนใจจริง ๆ”
ทุกคนหันไปมองเขาพร้อมกัน
ฉู่เสวียนเทียนหันไปทางหลินเยียนหรู
“ท่านแม่ หากท่านชอบเว่ยเส้าเทียนจริง ข้าก็ไม่ได้คัดค้านนะ”
“อย่างไรท่านก็อยู่เพียงลำพังมาหลายปีแล้ว หากมีคนคอยดูแลเพิ่มอีกสักคนก็นับเป็นเรื่องดี”
หลินเยียนหรูอ้าปากค้าง
“เสวียนเทียน แม้แต่เจ้าก็เอากับเขาด้วยหรือ?!”
ฉู่เสวียนเทียนหันไปมองเว่ยเส้าเทียน ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“แต่หากเจ้ากล้าทำให้ท่านแม่เสียใจ ต่อให้ข้าสู้เจ้าไม่ได้ ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
เว่ยเส้าเทียนยกมือกุมหน้าผาก
“เดี๋ยวก่อน พวกเจ้าหยุดตัดสินใจแทนข้ากันก่อนได้หรือไม่?”
ยูรันตบไหล่ฉู่เสวียนเทียนอย่างชื่นชม
“อืม เป็นเด็กดีนี่”
“เรียกพ่อสิลูก”
“พี่ชาย ข้ายังไม่ได้แต่งกันโว้ย!”
ยูรันโบกมือให้ทุกคนหยุดเรื่องการแต่งงานเอาไว้ก่อน
“ช่างเถอะ ข้ามีคำถามสุดท้าย”
เขาหันไปทางฉู่เสวียนเทียน
“แกเคยเห็นหินสีม่วงเข้มคล้ายผลึกหรือไม่?”
“หลินเยียนหรูเคยบอกว่าเมื่อสองเดือนก่อน แกพูดถึงมันอยู่ครั้งหนึ่ง”
ฉู่เสวียนเทียนนิ่งคิด ก่อนพยักหน้า
“ข้าเคยเห็น”
“เมื่อประมาณสี่เดือนก่อน ข้าบังเอิญเห็นเจ้าสำนักพยายามหลอมรวมผลึกชิ้นนั้นเข้ากับร่างกาย”
“แต่เขาทำไม่สำเร็จ ไม่ว่าพยายามอย่างไร ผลึกก็ไม่ตอบสนองต่อเขาเลย”
ยูรันขมวดคิ้ว
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไข่มุกสมุทรคราม?”
“เมื่อสองเดือนก่อน เจ้าสำนักเหมือนจะค้นพบว่าผลึกชิ้นนั้นมีความเกี่ยวข้องกับไข่มุกสมุทรคราม รวมถึงสาเหตุที่ตบะของพี่เส้าเทียนหายไป”
“หลังจากนั้นเขาจึงเริ่มถามเรื่องไข่มุก และบังคับให้พวกเรานำมันกลับไปให้”
ยูรันลูบคาง
[สี่เดือนก่อน...]
[หมายความว่าผลึกอยู่ในมือของเจ้าสำนักมานานกว่านั้น เพียงแต่เขาเพิ่งนำมันออกมาทดลองหลอมรวม หรือไม่ก็ผลึกมีมานานมากๆ แล้ว แต่ผึ่งได้มาเมื่อสี่เดือนก่อน]
[น่าสนใจ]
ฉู่เสวียนเทียนคล้ายเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้
“จริงสิ ข้าเคยได้ยินเจ้าสำนักเรียกผลึกชิ้นนั้นด้วยชื่อหนึ่ง”
“เหมือนจะเรียกว่า...เนตรมารบรรพกาล”
ปรี๊ด!
เส้นเลือดบนขมับของยูรันปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ทุกคนภายในห้องสะดุ้งพร้อมกัน
ยูรันนิ่งเงียบอยู่หลายลมหายใจ ก่อนเปล่งเสียงออกมา
“อ่า...”